มะนาว:เขาว่าจะปลูกกล้วยน้ำว้าให้ปลูกพันธุ์ธรรมดาดีกว่ามะลิอ่องเพราะไส้เปรี้ยว?

<< < (20/40) > >>

avc4000:
เท่าที่ลองค้นมา เพราะเป็นเรื่องใหม่สำหรับผม ที่ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
ได้ความเกี่ยวกับ อะมิโน ATD ดังนี้ครับ
อ้อ! แต่เป็นการใช้กับนาข้าวนะครับ

************

ผลการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำสารกรดอะมิโน ATD ในนาข้าว   [วันที่ 6 ต.ค. 2552 ]
คอลัมน์: เกษตรต้องรู้: ผลการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำสารกรดอะมิโนATD ในนาข้าวจ.พระนครศรีอยุธยา
Source - พิมพ์ไทย (Th)

Tuesday, October 06, 2009  05:58
49576 XTHAI XGEN DAS V%PAPERL P%PIMD

          อ.กร สุขเกษมนักวิจัยพัฒนาสถานีเกษตรอินทรีย์
          ที่มาและความสำคัญของปัญหา
          ข้าวเป็นธัญพืชที่มนุษย์ใช้เป็นอาหารมาตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์และทวีปเอเชียมีการปลูกข้าวมากที่สุดในโลก โดยผลิตข้าวได้ถึง 91% ของการผลิตทั่วโลก และมีพื้นที่การเก็บเกี่ยว คิดเป็น 89.2% ของพื้นที่การเก็บเกี่ยวข้าวทั่วโลก(ทัศนีย์ 2543) ประเทศไทยมีพื้นที่ในการปลูกข้าวทั้งสิ้นประมาณ 57 ล้านไร่ โดยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 32 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 56.2% ของพื้นที่การปลูกข้าวทั้งหมด ภาคเหนือ 13 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 22.8% ของพื้นที่การปลูกข้าวทั้งหมด ภาคกลางมี 10 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 17.5% ของพื้นที่การปลูกข้าวทั้งหมด และภาคใต้ 2 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 3.5% ของพื้นที่การปลูกข้าวทั้งหมด (สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร 2551) และเนื่องจากประเทศไทยมีการบริโภคข้าวเป็นอาหารหลักและข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ
          โดยในปี 2547 พบว่าข้าวเป็นสินค้าการเกษตรส่งออกอันดับที่ 2 รองจากยางพารา โดยมีปริมาณการส่งออกข้าว 9,989,910 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 108,393.97 ล้านบาท(สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร 2547) นับว่าเป็นสินค้าเกษตรที่มีราคา และคุ้มค่าต่อการลงทุน ดังนั้นจึงมีการแข่งขันทางตลาดเพื่อการส่งออกข้าวในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยเคมีเข้าไปเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวให้มากขึ้นตามไปด้วย ปุ๋ยเคมีจึงกลายเป็นปัจจัยการผลิตที่จำเป็นและเป็นที่นิยมในกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกข้าว (สถาบันวิจัยข้าว 2548) เฉพาะปุ๋ยไนโตรเจนซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างโปรตีน เอนไซม์ นิวคลีโอโปรตีน คลอโรฟิลด์และวิตามิน
          ซึ่งส่งเสริมให้ใบพืชมีสีเขียวเข้ม ขยายพื้นที่ใบและทำให้ประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสงของใบสูงขึ้น(ประเวศ 2528) เร่งการเจริญเติบโตขอ งใบและลำต้น ทำให้มีการแตกกอดีและมีจำนวนต้นต่อกอมากแต่เกษตรกรยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนและใส่ปุ๋ยเคมีทั้งไนโตรเจนและฟอสฟอรัสปริมาณมากในแต่ละฤดูปลูก
          ทำให้ปริมาณธาตุอาหารที่ใส่มากเกินความจำเป็นก่อให้เกิดผลเสียทางเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดการปนเปื้อนทางสิ่งแวดล้อม ชักนำให้เกิดโรคและแมลงระบาดในนาข้าวมากขึ้น (สถาบันวิจัยข้าว 2548) เพราะปุ๋ยเคมีเป็นปุ๋ยที่ไม่มีคุณสมบัติในการปรับปรุงคุณสมบัติทางฟิสิกส์ของดิน คือ ไม่ช่วยทำให้ดินโปร่งปุ๋ยเคมีบางชนิด เช่น ปุ๋ยแอมโมเนีย ถ้าใช้ในปริมาณมากและติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ดินเป็นกรดมากขึ้น ต้องแก้โดยการใส่ปูนขาว
          ดังนั้นในการใช้ปุ๋ยเคมีต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะปุ๋ยเคมีทุก
          ชนิดมีความเค็ม ถ้าใส่มากหรือใส่ติดโคนต้นพืชจะเป็นอันตรายต่อต้นพืชและการงอกของเมล็ด ผู้ใช้ปุ๋ยเคมีจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องปุ๋ยพอสมควรจึงจะใช้อย่างได้ผลและคุ้มค่าต่อการลงทุน การปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตสูงขึ้นจำเป็นต้องมีการจัดการดินและปุ๋ยเคมีให้เหมาะสม ซึ่งดินที่ใช้ปลูกข้าวมีหลายชนิดและมีความอุดมสมบูรณ์ของดินแตกต่างกันไปซึ่งในปัจจุบันมีคำแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมีสำหรับพืชชนิดต่างๆ แต่ยังไม่ครอบคลุมชนิดดิน พืช และสภาพภูมิอากาศ การจัดการดินและธาตุอาหารที่เหมาะสมกับดินแต่ละชนิดในสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันจึงมีความจำเป็นและเป็นที่ต้องการของเกษตรกรทีใช้ประโยชน์ที่ดินในการผลิตพืช
          ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการปรับปรุงโครงสร้างของดินทำให้ดินมีคุณสมบัติทางฟิสิกส์ที่ดี เช่น มีความโปร่งร่วนซุย มีความสามารถในการอุ้มน้ำและธาตุอาหารพืชได้ดีสามารถอยู่ในดินได้นานและค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างช้าๆ ส่งเสริมให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการบำรุงดินสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดินจึงมีความอุดมสมบูรณ์สามารถปลูกพืชหรือปลูกข้าวให้เจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี
          อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ในการปลูกข้าวทั้งสิ้นประมาณ 86,984 ไร่ (สำนักงานเกษตรอำเภอลาดบัวหลวง) และเนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการชลประทานอย่างทั่วถึงจึงสามารถปลูกได้ทั้งข้าวนาปีและข้าวนาปรังตลอดปี อีกทั้งมีการใช้เกษตรเคมีเข้ามาช่วยจึงส่งผลทำให้ความสมดุลทางสภาพแวดล้อมสูญเสียไป ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ มีอีกมากมาย เช่น ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ โรคและแมลงศัตรูพืชระบาด อีกทั้งเมื่อใช้สารเคมีในปริมาณเดิมไม่ได้ผล เกษตรกรจะเพิ่มปริมาณและความถี่ในการใช้ให้มากขึ้น สารเคมีสังเคราะห์เลห่านี้จะก่อให้เกิดปัญหาสารเคมีตกค้างในระบบนิเวศน์มีการตกค้างสะสมในดิน น้ำ อากาศ และพืชอาหาร ส่วนในด้านเศรษฐกิจ พบว่าเป็นการเพิ่มต้นทุนในการผลิต รายได้ไม่แน่นอน ก่อให้เกิดปัญหาหนี้สิน ในด้านสุขภาพ เกษตรกรรวมทั้งผู้บริโภคมีการรับสารพิษต่างๆเข้าไปสะสมในร่างกาย เกิดอันตรายต่อชีวิต
          ดังนั้น ผู้วิจัยคิดว่าปุ๋ยอินทรีย์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณาในประเด็นดังกล่าว เพราะปุ๋ยอินทรีย์เป็นปุ๋ยที่มีคุณสมบัติในการช่วยปรับปรุงสมบัติทางกายภาพของดน ทำให้ดินโปร่ง ร่วนซุย มีการระบายน้ำได้ดีและปุ๋ยอินทรีย์สามารถดูดซับน้ำไว้ได้เป็นปริมาณมาก อีกทั้งไม่ทำลายสภาพแวดล้อมและไม่ก่อให้เกิดผลเสียทั้งด้านเศรษฐกิจและสุขภาพมนุษย์ ดังจะเห็นได้จากในดินที่ปลูกพืชมาเป็นเวลานานและขาดอินทรีย์วัตถุนั้นดินจะแน่นทึบการระบายน้ำไม่ดี เมื่อแห้งจะแข็ง และหากนำพืชมาปลูกในที่ดังกล่าวนั้นพืชย่อมเจริญเติบโตได้ไม่ดี การใช้ปุ๋ยอินทรีย์จะเป็นการทำให้แร่ธาตุที่พืชดึงดูดเอาไปใช้จากดินเดิมใส่กลับคืนลงในไร่นา เป็นการชะลอการสูญเสียปุ๋ยเดิมของดินให้น้อยลงและช้าลง (ประเสริฐ 2543) จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยให้ได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์และแน่นอน ก่อนที่จะนำไปส่งเสริมเกษตรกรใช้ต่อไป--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย
 

โอ..คนไม่เคยถอย:
ไม่เป็นไรครับ ครั้งแรกคือครู
สู้ ๆ ครับ

จินนี่:
แอบมาจิ๊กความรู้ค่ะ ;D

noon9999:
อ้างจาก: หญ้าคมปาว ที่ พฤษภาคม 31, 2010, 11:16:24 PM

โชคดีจัง..ได้แนวรั้วฟรีไม่ต้องจ่ายตังค์


ผมก็รอรั้วฟรีอยู่ครับ กะว่าจะประหยัดได้ซักด้าน

แต่ทั้งสามด้านยังไม่มีใครทำซักด้าน  ;D

โอ..คนไม่เคยถอย:
เอากำลังใจมาให้แต่เช้าเลยครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว