หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สารเอทีฟอนตกค้างในทุเรียนบ่ม...อันตรายจริงหรือ?  (อ่าน 4308 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
QUEEN.D
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


« เมื่อ: มิถุนายน 05, 2020, 09:28:31 PM »

 การสุกของทุเรียน ตามธรรมชาติ จะสุกไม่สม่ำเสมอ แม้ภายในผลเดียวกันก็ตาม ลักษณะเช่นนี้เป็นปัญหาต่อการบริโภคและการส่งออก และระยะเวลาสุของทุเรียนยังยาวนานอีกด้วย ในพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง อาจใช้เวลานาน ถึง 9-13 วัน ขึ้นกับความแก่ของผล  เมื่อใช้เวลานานการสูญเสียน้ำหนักจึงมากเกือบถึง 20% นั่นคือทำให้สูญเสียรายได้ ไป 20%ด้วย  ดังนั้นการบ่มจึงจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้ทุเรียนสุกสม่ำเสมอ ในเวลา 4-6 วัน และยังช่วยลดความสูญเสียลงกว่า 10% อีกด้วย





            การบ่มผลไม้ให้สุกสม่ำเสมอ นิยมใช้อีทีฟอน (ethephon) ( 2-chloroethyl  phosphonic acid) เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโต ของพืชที่ปลดปล่อยเอทิลีนมีพิษค่องข้างตำ่และสลายตัวได้ง่าย  มีความคงตัวในสภาพกรดจัด(ph<4) แต่ในสภาพที่กรดน้อยลง(ph<4.5) เช่น  เมื่อละลายนำ หรือเมี่อซึมเข้าไซโตพลาสซึ่มของเซลพืช สารจึงสลายตัวและปลดปล่อยเอทิลีนออกมา



ผลของอีทีฟอนต่อสุขภาพ

สารอีทีฟอนเข้มข้น  1.65 และ  4.5 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. อาจก่ออันตรายต่อเด็กและผู้ใหญ่ตามลำดับ  โดยมีผลกระตุ้นการปัสสาวะ และการถ่ายท้อง (Ref. BIR Opinion Nr. 001/2011) แต่ไม่ใช่สารก่อมะเร็งและไม่ใช่สารก่อกลายพันธุ์  (US EPA-738-F-95-004) โดยมีค่า LD50 = 3400 มล./กก.

ปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRL)ในทุเรียน

สำนักงานมาตรฐานสินค้าทางเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช,  มอษ. 9002-2551)และโครงการอาหารระหว่างประเทศ (cordex) กำหนดปริมาณสารอีทีฟอนตกค้างสูงสุดไว้ในทุเรียนไม่เกิน   2 มก /กก. (FAO/WTO, 2010) ซึงจีนกับฮ่องกงก็ยึด มาตรฐานนี้เช่นกัน

ขระที่สหภาพยุโรปกำหนด ค่า MRL ผลไม้ขนาดใหญ่ที่ไม่รับประทานเปลือก  เช่นสับปะรดไว้ 0.25 มก/กก (Thecommission of the European communities, 2009)

           จากการศึกษาล่าสุด ของ ดร. พีรพงศ์ แสงวนางค์กูล และคณะ จากศูนย์เทคโนโลยี่การเก็บเกี่ยว  ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ซึ่งได้รับทุนจากสำนักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัย (สกว.) ให้ดำเนินการศึกษาปริมาณสารอีทีฟอน ตกค้างในทุเรียนบ่ม พบว่าการบ่มทุเรียนด้วยสารอีทีฟอน ในสภาพการจำลองการจำหน่ายในประเทศมีสารตกค้างที่เปลือกมากว่าการบ่มในสภาพจำลองการส่งออกทางเรือซึ่งใช้ระยะเวลานานกว่า เมื่อพิจารณาวิธีการบ่ม พบว่าการบ่มทุเรียนโดยการชุบผลในสารละลายอีทีฟอนเข้มข้น  0.2% และ 0.4%  มีสารตกค้างในส่วนเปลือกมากที่สุด และมากกว่าการบ่มโดยการป้าย เฉพาะบริเวรรอยตัดที่ก้านผลด้วย



บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: