หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ใส่ปุ๋ยkช่่่วงข้าวท้องปริม  (อ่าน 1265 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
cat9999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2019, 09:10:01 PM »

ผมอยากทราบว่าใส่ปุ๋ยkช่วงข้าวท้องใกล้ออกข้าวมันจะดูดกินป่าครับเช่นสูตร15 15 15


Liked By: wanvan987
บันทึกการเข้า

ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11722


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2019, 07:47:16 PM »

ผมอยากทราบว่าใส่ปุ๋ยkช่วงข้าวท้องใกล้ออกข้าวมันจะดูดกินป่าครับเช่นสูตร15 15 15

ได้แน่นอนครับ  แต่ไม่เน้นสูตรเสมอ เน้นตัวหลังให้มาก เช่น 15-5-35


Liked By: wanvan987
บันทึกการเข้า
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1278


« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2019, 08:49:21 PM »


...จากการวิจัยของหน่วยงานข้าวทั้งในและนอก ช่วงที่ข้าวต้องการปุ๋ยมากที่สุดคือแถบสีเข้มๆ ซึ่งจะเห็นอยู่ 2 ช่วง คือช่วงปักดำ และเริ่มสร้างตาดอก
และจากข้อมูลที่เขาศึกษามาแล้วและผมก็เห็นว่ามีเหตุผลน่าเชื่อถือ คือ N สลายตัวง่ายแต่พืชมักจะใช้ตลอดเวลา(จนบางประเทศเรียกปุ๋ยว่า ไนโตรเจน)
ส่วน P และ K นั้นสลายตัวช้าและพืชก็ดูดซึมใช้เวลานานแต่เป็นส่วนที่ว่าด้วยเรื่อง "คุณภาพ" เช่น เมล็ดเต็ม รวงใหญ่ น้ำหนักดี รสชาติดี หัวใหญ่ เหล่านี้เป็นต้น
...ดังนั้นหลักการใช้ปุ่ยคือ ถูกสูตร ถูกเวลา
...ว่ากันว่าปุ๋ยช่วงแรก(หากไม่มีการวิเคราะห์ดิน) ให้ใส่ปุ๋ยเต็มสูตร คือมี N P K ครบเช่น 15 15 15 , 16 8 8 , 16 16 16 เป็นต้น (เรียกอีกอย่างว่าปุ๋ยรองพื้น) ทั้งนี้เพื่อให้ข้าวได้มีเวลาเอา P และ K ไปสะสมไว้ได้ทันเวลาใช้(เพราะดูดซึมช้า)
...ส่วนครั้งที่ 2 ให้ใส่ N อย่างเดียว เช่น 46 0 0(เรียกแต่งหน้า) เพราะถ้าใส้ P K ก็สิ้นเปลืองเปล่าๆไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรจะเป็นเพราะเอาไปใช้ไม่ทัน จะเห็นจากรูปว่าถ้าเขาออกรวงแล้วเขาจะต้องการปุ๋ยน้อยมาก
...เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้นะครับ จริงหรือไม่ ต้องลองดูครับถึงจะรู้...ส่วนผมจะทำแบบนี้และจะแนะนำเพื่อนๆชาวนาแบบนีแหละครับ
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
siriwat.bkk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 378


« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2019, 11:00:08 PM »


...จากการวิจัยของหน่วยงานข้าวทั้งในและนอก ช่วงที่ข้าวต้องการปุ๋ยมากที่สุดคือแถบสีเข้มๆ ซึ่งจะเห็นอยู่ 2 ช่วง คือช่วงปักดำ และเริ่มสร้างตาดอก
และจากข้อมูลที่เขาศึกษามาแล้วและผมก็เห็นว่ามีเหตุผลน่าเชื่อถือ คือ N สลายตัวง่ายแต่พืชมักจะใช้ตลอดเวลา(จนบางประเทศเรียกปุ๋ยว่า ไนโตรเจน)
ส่วน P และ K นั้นสลายตัวช้าและพืชก็ดูดซึมใช้เวลานานแต่เป็นส่วนที่ว่าด้วยเรื่อง "คุณภาพ" เช่น เมล็ดเต็ม รวงใหญ่ น้ำหนักดี รสชาติดี หัวใหญ่ เหล่านี้เป็นต้น
...ดังนั้นหลักการใช้ปุ่ยคือ ถูกสูตร ถูกเวลา
...ว่ากันว่าปุ๋ยช่วงแรก(หากไม่มีการวิเคราะห์ดิน) ให้ใส่ปุ๋ยเต็มสูตร คือมี N P K ครบเช่น 15 15 15 , 16 8 8 , 16 16 16 เป็นต้น (เรียกอีกอย่างว่าปุ๋ยรองพื้น) ทั้งนี้เพื่อให้ข้าวได้มีเวลาเอา P และ K ไปสะสมไว้ได้ทันเวลาใช้(เพราะดูดซึมช้า)
...ส่วนครั้งที่ 2 ให้ใส่ N อย่างเดียว เช่น 46 0 0(เรียกแต่งหน้า) เพราะถ้าใส้ P K ก็สิ้นเปลืองเปล่าๆไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรจะเป็นเพราะเอาไปใช้ไม่ทัน จะเห็นจากรูปว่าถ้าเขาออกรวงแล้วเขาจะต้องการปุ๋ยน้อยมาก
...เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้นะครับ จริงหรือไม่ ต้องลองดูครับถึงจะรู้...ส่วนผมจะทำแบบนี้และจะแนะนำเพื่อนๆชาวนาแบบนีแหละครับ


ตามนี้ถูกต้องที่สุดครับ
ชาวนาไทยใส่ปุ๋ยกันผิดหมด คือ ใส่ยูเรียรองพื้น แล้วไปใส่ปุ๋ยสูตรรับรวง ขณะที่คำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและกรมการข้าว ให้ใส่ปุ๋ยสูตรรองพื้น และใส่ยูเรียรับรวง แต่บอกยังไงก็ไม่เชื่อกัน
ลอกนึกภาพตามนะครับ ธาตุ P ช่วยเรื่องระบบราก ขยายกอ และช่วยเรื่องออกรวง แต่ไปใส่ตอนรับรวงแปลว่า P ที่ใส่ลงไปข้าวไม่ได้ใช้เลยเพราะผ่านช่วงแตกรากแตกกอมาแล้ว และข้าวก็ตั้งท้องมีรวงอยู่ในต้นเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ K เป็นธาตุที่เคลื่อนย้ายช้า ใช้เวลาประมาณ 30 วันถึงจะเคลื่อนย้ายไปถึงใบ ถึงตอนนั้นก็จะเกี่ยวข้าวกันแล้ว K เลยสะสมอยู่ในตอซังไม่ได้ไปช่วยสร้างเมล็ดเลย แต่ถ้าใส่ K ตั้งแต่รอบแรกก่อนข้าวออกรวง K จะถูกดูดไปสะสมอยู่ในต้นเรียบร้อยแล้ว และไปช่วยเรื่องสะสมแป้งได้เต็มที่ ข้าวจึงจะได้น้ำหนักได้ผลผลิตสูงครับ
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11722


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2019, 08:56:42 PM »


...จากการวิจัยของหน่วยงานข้าวทั้งในและนอก ช่วงที่ข้าวต้องการปุ๋ยมากที่สุดคือแถบสีเข้มๆ ซึ่งจะเห็นอยู่ 2 ช่วง คือช่วงปักดำ และเริ่มสร้างตาดอก
และจากข้อมูลที่เขาศึกษามาแล้วและผมก็เห็นว่ามีเหตุผลน่าเชื่อถือ คือ N สลายตัวง่ายแต่พืชมักจะใช้ตลอดเวลา(จนบางประเทศเรียกปุ๋ยว่า ไนโตรเจน)
ส่วน P และ K นั้นสลายตัวช้าและพืชก็ดูดซึมใช้เวลานานแต่เป็นส่วนที่ว่าด้วยเรื่อง "คุณภาพ" เช่น เมล็ดเต็ม รวงใหญ่ น้ำหนักดี รสชาติดี หัวใหญ่ เหล่านี้เป็นต้น
...ดังนั้นหลักการใช้ปุ่ยคือ ถูกสูตร ถูกเวลา
...ว่ากันว่าปุ๋ยช่วงแรก(หากไม่มีการวิเคราะห์ดิน) ให้ใส่ปุ๋ยเต็มสูตร คือมี N P K ครบเช่น 15 15 15 , 16 8 8 , 16 16 16 เป็นต้น (เรียกอีกอย่างว่าปุ๋ยรองพื้น) ทั้งนี้เพื่อให้ข้าวได้มีเวลาเอา P และ K ไปสะสมไว้ได้ทันเวลาใช้(เพราะดูดซึมช้า)
...ส่วนครั้งที่ 2 ให้ใส่ N อย่างเดียว เช่น 46 0 0(เรียกแต่งหน้า) เพราะถ้าใส้ P K ก็สิ้นเปลืองเปล่าๆไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรจะเป็นเพราะเอาไปใช้ไม่ทัน จะเห็นจากรูปว่าถ้าเขาออกรวงแล้วเขาจะต้องการปุ๋ยน้อยมาก
...เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้นะครับ จริงหรือไม่ ต้องลองดูครับถึงจะรู้...ส่วนผมจะทำแบบนี้และจะแนะนำเพื่อนๆชาวนาแบบนีแหละครับ


ตามนี้ถูกต้องที่สุดครับ
ชาวนาไทยใส่ปุ๋ยกันผิดหมด คือ ใส่ยูเรียรองพื้น แล้วไปใส่ปุ๋ยสูตรรับรวง ขณะที่คำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและกรมการข้าว ให้ใส่ปุ๋ยสูตรรองพื้น และใส่ยูเรียรับรวง แต่บอกยังไงก็ไม่เชื่อกัน
ลอกนึกภาพตามนะครับ ธาตุ P ช่วยเรื่องระบบราก ขยายกอ และช่วยเรื่องออกรวง แต่ไปใส่ตอนรับรวงแปลว่า P ที่ใส่ลงไปข้าวไม่ได้ใช้เลยเพราะผ่านช่วงแตกรากแตกกอมาแล้ว และข้าวก็ตั้งท้องมีรวงอยู่ในต้นเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ K เป็นธาตุที่เคลื่อนย้ายช้า ใช้เวลาประมาณ 30 วันถึงจะเคลื่อนย้ายไปถึงใบ ถึงตอนนั้นก็จะเกี่ยวข้าวกันแล้ว K เลยสะสมอยู่ในตอซังไม่ได้ไปช่วยสร้างเมล็ดเลย แต่ถ้าใส่ K ตั้งแต่รอบแรกก่อนข้าวออกรวง K จะถูกดูดไปสะสมอยู่ในต้นเรียบร้อยแล้ว และไปช่วยเรื่องสะสมแป้งได้เต็มที่ ข้าวจึงจะได้น้ำหนักได้ผลผลิตสูงครับ


ปีนี้จะลองดูสูตรนี้บ้าง ขอบคุณทั้งสองท่านครับ  ยิ้มเท่ห์


Liked By: wanvan987
บันทึกการเข้า
wanvan987
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 284


« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2019, 09:24:50 AM »

ตวามรู้แน่นมาก ยอดเยี่ยมครับผม
บันทึกการเข้า
siriwat.bkk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 378


« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2019, 12:23:39 AM »

ใส่ k รับรวง
ใส่ k ตอนข้าวโพดจะออกฝัก
ใส่ k ระเบิดหัวมันตอน 6-8 เดือน
เป็นวิธีใส่ปุ๋ย k ที่ผิดครับ ดูคำอธิบายตามนี้

https://www.npkthailand.com/knowledge/ปุ๋ยเคมีใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน


Liked By: ชาวนา™
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 15, 2019, 08:05:17 AM โดย siriwat.bkk » บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11722


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2019, 09:03:16 AM »

ใส่ k รับรวง
ใส่ k ตอนข้าวโพดจะออกฝัก
ใส่ k ระเบิดหัวมันตอน 6-8 เดือน
เป็นวิธีใส่ปุ๋ย k ที่ผิดครับ ดูคำอธิบายตามนี้

https://www.npkthailand.com/knowledge/ปุ๋ยเคมีใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน


ปีนี้ทดลองกับข้าวหอมมะลิ  หว่านรับท้องช่วงวันที่ 20 กันยายน  ข้าวเริ่มออกรวง 20 ตุลาคม  พบว่า รวงข้าวมีขนาดใหญ่  เมล็ดลีบน้อย ต้นข้าวสมบูรณ์ดีมากเลยครับ ขอบคุณทุกองค์ความรู้สู่การลงมือปฏิบัติจริง

บันทึกการเข้า
Seksun_56
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 642


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2019, 11:34:22 AM »


...จากการวิจัยของหน่วยงานข้าวทั้งในและนอก ช่วงที่ข้าวต้องการปุ๋ยมากที่สุดคือแถบสีเข้มๆ ซึ่งจะเห็นอยู่ 2 ช่วง คือช่วงปักดำ และเริ่มสร้างตาดอก
และจากข้อมูลที่เขาศึกษามาแล้วและผมก็เห็นว่ามีเหตุผลน่าเชื่อถือ คือ N สลายตัวง่ายแต่พืชมักจะใช้ตลอดเวลา(จนบางประเทศเรียกปุ๋ยว่า ไนโตรเจน)
ส่วน P และ K นั้นสลายตัวช้าและพืชก็ดูดซึมใช้เวลานานแต่เป็นส่วนที่ว่าด้วยเรื่อง "คุณภาพ" เช่น เมล็ดเต็ม รวงใหญ่ น้ำหนักดี รสชาติดี หัวใหญ่ เหล่านี้เป็นต้น
...ดังนั้นหลักการใช้ปุ่ยคือ ถูกสูตร ถูกเวลา
...ว่ากันว่าปุ๋ยช่วงแรก(หากไม่มีการวิเคราะห์ดิน) ให้ใส่ปุ๋ยเต็มสูตร คือมี N P K ครบเช่น 15 15 15 , 16 8 8 , 16 16 16 เป็นต้น (เรียกอีกอย่างว่าปุ๋ยรองพื้น) ทั้งนี้เพื่อให้ข้าวได้มีเวลาเอา P และ K ไปสะสมไว้ได้ทันเวลาใช้(เพราะดูดซึมช้า)
...ส่วนครั้งที่ 2 ให้ใส่ N อย่างเดียว เช่น 46 0 0(เรียกแต่งหน้า) เพราะถ้าใส้ P K ก็สิ้นเปลืองเปล่าๆไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรจะเป็นเพราะเอาไปใช้ไม่ทัน จะเห็นจากรูปว่าถ้าเขาออกรวงแล้วเขาจะต้องการปุ๋ยน้อยมาก
...เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้นะครับ จริงหรือไม่ ต้องลองดูครับถึงจะรู้...ส่วนผมจะทำแบบนี้และจะแนะนำเพื่อนๆชาวนาแบบนีแหละครับ


ตามนี้ถูกต้องที่สุดครับ
ชาวนาไทยใส่ปุ๋ยกันผิดหมด คือ ใส่ยูเรียรองพื้น แล้วไปใส่ปุ๋ยสูตรรับรวง ขณะที่คำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและกรมการข้าว ให้ใส่ปุ๋ยสูตรรองพื้น และใส่ยูเรียรับรวง แต่บอกยังไงก็ไม่เชื่อกัน
ลอกนึกภาพตามนะครับ ธาตุ P ช่วยเรื่องระบบราก ขยายกอ และช่วยเรื่องออกรวง แต่ไปใส่ตอนรับรวงแปลว่า P ที่ใส่ลงไปข้าวไม่ได้ใช้เลยเพราะผ่านช่วงแตกรากแตกกอมาแล้ว และข้าวก็ตั้งท้องมีรวงอยู่ในต้นเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ K เป็นธาตุที่เคลื่อนย้ายช้า ใช้เวลาประมาณ 30 วันถึงจะเคลื่อนย้ายไปถึงใบ ถึงตอนนั้นก็จะเกี่ยวข้าวกันแล้ว K เลยสะสมอยู่ในตอซังไม่ได้ไปช่วยสร้างเมล็ดเลย แต่ถ้าใส่ K ตั้งแต่รอบแรกก่อนข้าวออกรวง K จะถูกดูดไปสะสมอยู่ในต้นเรียบร้อยแล้ว และไปช่วยเรื่องสะสมแป้งได้เต็มที่ ข้าวจึงจะได้น้ำหนักได้ผลผลิตสูงครับ

มีสูตรสำหรับไม้ผลบ้างไหมครับ เช่น มังคุด มะยงชิด อินทผลัม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: