หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 [9] 10 11 12   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เริ่มเดินใหม่อีกครั้ง  (อ่าน 17172 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #128 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2018, 10:54:46 AM »

แล้วก็ทำน้ำหมักหน่อกล้วยครับกล้วยมันแตกหน่อมาเยอะแล้วตอนนี้ดินยังแข็งขุดปลูกลำบากครับเลยเอามาหมักดีกว่า  ขี้เกียจขุดดินปลูกเสร็จแล้วต้องมาตามรดน้ำมันอีก 5555   ใช้เครื่องมือแทงหน่อมันออกมาได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นครับ

บันทึกการเข้า

yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #129 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2018, 10:57:14 AM »

แล้วก็ซอยๆๆซีครับรออะไรเหนื่อยเป็นบ้า  เสร็จแล้วไม่มีกากน้ำตาลก็น้ำตาลทรายเลยครับ จุลินทรีย์มีระดับกว่ากากน้ำตาลเยอะเลย  ในครัวไม่มีก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อใกล้ๆบ้านก็ได้



กว่าจะเสร็จก็เย็นย่ำเลยเวลาออกกำลังไปแล้ว  ไม่เป็นไรครับแค่วันเดียวไม่เสียหาย 5555

บันทึกการเข้า
spatagoon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 58


« ตอบ #130 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2018, 08:03:23 PM »

หวัดดีค่ะ
แวะมาอ่านแล้วหยุดไม่ได้เลยค่ะ สำนวนการเล่าเรื่องน่านำไปแต่งนวนิยายโดยมีแม่บ้านเป็นนางเอกและผู้เขียนหัวข้อนี้เป็นพระเอกนะคะ เห็นพูดบ่อยๆกลัวงูมารบกวน  ทำไมแมวที่คุณเลี้ยงเขาไม่ช่วยกำจัดงูเหรอคะ?  หรือเลี้ยงห่านไว้ก็ดีค่ะ ห่านไล่งูได้ แถมกินหญ้าที่รกในสวนได้โล่งเตียนแน่นอน แต่ถ้าหญ้าหมดก็งานเข้านะคะ อิๆ


Liked By: laihan, krading, vigo74
บันทึกการเข้า

パッタマーワディー  シリパットラーグーン (リン)
yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #131 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2018, 09:16:35 AM »

หวัดดีค่ะ
แวะมาอ่านแล้วหยุดไม่ได้เลยค่ะ สำนวนการเล่าเรื่องน่านำไปแต่งนวนิยายโดยมีแม่บ้านเป็นนางเอกและผู้เขียนหัวข้อนี้เป็นพระเอกนะคะ เห็นพูดบ่อยๆกลัวงูมารบกวน  ทำไมแมวที่คุณเลี้ยงเขาไม่ช่วยกำจัดงูเหรอคะ?  หรือเลี้ยงห่านไว้ก็ดีค่ะ ห่านไล่งูได้ แถมกินหญ้าที่รกในสวนได้โล่งเตียนแน่นอน แต่ถ้าหญ้าหมดก็งานเข้านะคะ อิๆ

สวัสดีครับคุณ spatagoon ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ  แหม....ผมชอบใจที่ออกความเห็นเรื่องสำนวนการเล่าเรื่องจัง  จริงๆผมก็อยากจะเป็นนักเขียนนะครับแต่มาถึงตอนนี้แล้วความขี้เกียจมันมากกว่าความทะยานอยากเสียแล้ว ขอเล่านอกเรื่องหน่อยนะครับมีคนออกความเห็นโดนใจ 5555  สมัยเด็กๆผมจะไปอยู่บ้านยายที่สุโขทัยทุกๆช่วงปิดเทอม  บ้านยายผมอยู่คนละฝั่งแม่น้ำกับที่ว่าการอำเภอ  ห่างกันประมาณกิโลเมตรครึ่งเห็นจะได้  เชื่อหรือเปล่าครับว่าผมมีภารกิจต้องไปที่ว่าการอำเภอวันละ 2 ครั้ง ในตอน 8.30 กับ 15.00 สาเหตุก็คือห้องสมุดประชาชนของอำเภออยู่ตรงนั้นครับ  ผมจะขี่จักรยานจากบ้านยายหรือถ้าวันไหนมีคนใช้จักรยานผมก็จะเดินไปเพื่อเอาหนังสือที่ยืมมาอ่านตั้งแต่เมื่อวาน 2-3 เล่มแล้วแต่กรณีไปคืน  แล้วยืมมาใหม่เพื่ออ่านให้จบภายในคืนนั้นแล้วนำกลับไปคืนในเช้าวันรุ่งขึ้น  ทำแบบนี้ทุกวันจนกระทั่งเปิดเทอมครับ  ผมอ่านหนังสือเฉพาะที่เป็นนวนิยายหมดห้องสมุดประชาชนทั้งที่อำเภอที่บ้านผม บ้านยาย และที่วิทยาลัยที่ผมเรียนตอนปริญญาตรี(สมัยนี้เป็นมหาวิทยาลัยไปแล้ว) เลยครับแต่ละเรื่องส่วนใหญ่ก็จะอ่านซ้ำมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป  รู้จักชื่อนักเขียนส่วนใหญ่ในสมัยนั้นทั้งดังและไม่ดัง  นี่ก็เลยอาจจะเป็นการซึมซับมาแล้วก็ถูกย่อยสลายเป็นของตัวเองแล้วถูกนำเสนอผ่านการเล่าเรื่องของผมก็เป็นได้นะครับ  ส่วนที่ว่าน่าจะมีแม่บ้านผมเป็นนางเอกและผมเป็นพระเอกนั้นคงไม่ได้เพราะผิดคาแร็คเตอร์(ขอดัดจริตใช้ภาษาปะกิตหน่อยเพื่อความร่วมสมัยให้ได้อารมณ์นะครับ)  แม่บ้านผมน่าจะเป็นนางร้ายและผมก็น่าจะเป็นคนรับใช้มากกว่าครับ 5555  ส่วนแมวนั้นเลี้ยงแต่ที่บ้านที่พ่อผมอยู่ครับ  บ้านที่ตัวเองอยู่เลี้ยงไม่ได้เพราะแม่บ้านเขากลัวแมวครับ ถึงผมเป็นหัวหน้าครอบครัวแต่ก็ต้องให้เมียเขาเป็นใหญ่ครับ แหะๆๆๆ


Liked By: laihan, vigo74, krading
บันทึกการเข้า
yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #132 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2018, 09:27:11 AM »

สวัสดีครับ วันนี้วันจันทร์วันเริ่มต้นสัปดาห์ของมนุษย์เงินเดือนแต่วันที่ลงในเว็ปคงไม่ใช่วันนี้แน่
เพราะผมร่างเอาไว้ก่อนแล้วค่อยส่งครับมันเลยช้าไปหน่อย 
แต่จะไปวอรี่อันใดเล่า  เพราะเรื่องของเรามันเป็นเรื่องการเกษตรซึ่งโดยปรกติมันก็ดำเนินไปอย่างช้าๆไม่รีบเร่งอยู่แล้ว 
ปลูกต้นไม้หรือให้ปุ๋ยเช้านี้ไม่ทำให้ต้นไม้ออกดอกออกผลเย็นนี้เลยและก็ไม่ได้มีผลกระทบทำให้มีเศรษฐีหรือยาจกเพิ่มมาเลยเมื่อไร 
ผมเลยตัดสินใจเอาเองว่าช้าไปวันสองวันก็คงไม่เป็นไรหรอกน่า แฮ่ๆๆๆ   
เดี๋ยวนี้สว่างช้านะครับ นาฬิกาบอกเวลา 6 โมงเช้าแล้วแต่ท้องฟ้ายังมืดอยู่เลย 
ครั้นผมจะลุกมาเดินดูต้นไม้ใบหญ้าในสวนก็กลัวจะเดินไปเหยียบไอ้พวกงูเงี้ยวเขี้ยวขอหรือสัตว์มีพิษอื่นๆเข้าถึงแม้ว่าผมเชื่อว่าคงไม่มีเพราะผมไม่ปล่อยให้สวนรกอย่างเมื่อก่อน 
แต่ปลอดภัยไว้ก่อนก็ดีกว่านะครับโดน “มฤตยูลายลูกหวาย” กัดเข้าไปมันจะไม่คุ้ม(ขอยืมสำนวนของคุณพนมเทียนมาใช้สักหน่อยเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านแกคงไม่ว่าอะไร 5555
ก็อดใจรอจนสว่างล่ะครับถึงได้เดินเข้าไปดูต้นไม้ในสวนได้ 
เดินเข้าไปยังไม่ทันถึง 50 เมตรเลยได้ได้ยินเสียงทักทายมาจากนกแซงแซวหางบ่วงดังลั่นเชียวครับ 
จะเดินเข้าไปถ่ายรูปชัดๆก็กลัวมันจะตกใจบินหนีไปเสียก่อน  เลยได้แต่ถ่ายจากระยะที่มันไม่ตกใจครับ 
เจ้านกแซงแซวหางบ่วงนี่ทีแรกผมไม่รู้จักหรอกครับรู้จักแต่นกแซงแซวเฉยๆ  นึกว่ามันตีกันจนขนหางหลุดแต่ก็นึกในใจว่ามันยังอุตส่าห์หลุดเสมอกันทั้งสองข้างเลยเชียวนะ  จนเล่าให้พ่อฟังนั่นแหละเขาถึงได้บอกให้หายโง่ครับ แฮ่ๆๆๆ




Liked By: laihan, vigo74, krading
บันทึกการเข้า
yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #133 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2018, 09:33:32 AM »

แล้วก็หลังจากที่คุณฟ้าลิขิตได้กรุณาบอกกล่าวให้หายโง่  ซึ่งตอนแรกยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเพราะเคยได้ยินมาว่า “ดูกร ศิษย์แห่งตถาคต  จงอย่าเชื่ออะไรที่ไร้เหตุผล แม้ว่าผู้บอกนั้นจะเป็นครูของท่านก็ตาม” ถึงแม้ผมจะไม่ใช่ศิษย์ของตถาคตโดยตรงและที่คุณฟ้าลิขิตแกบอกมานั้นมันน่าจะใช่ก็ตาม  ผมก็ลองพิสูจน์ดูครับ ลองสอยไอ้ทะลายที่มันสอยง่ายแล้วก็ดูที่มันเหมือนจะแก่มาลองปอกกินดูก่อนครับ  ประสบการณ์แรกคือมันปอกยากมากไม่เห็นเหมือนกับที่ดูใน youtube เลย  ที่ดูเขามาเห็นไอ้คนปอกมันเฉือนซึ่บ ซึ่บ ซึ่บ แล้วเฉาะก็ได้กินแล้วดูง่ายจังครับ  แต่พอมาลองทำเองดูจะเอาแบบที่เห็นล่ะครับ  แค่เฉือนซึ่บแรกมะพร้าวในมือก็กระเด็นไปโน่นแล้ว ทีแรกนึกว่ามีดไม่คม  ลองลูบคมดูเอ๊ะ มันก็คมกริบอยู่นี่นา  แล้วก็กลัวมีดบาดมือจริงๆครับเพราะผมเป็นเบาหวานด้วย  ถ้ามีแผลมันจะหายช้าแหม...เสียวจริงๆครับกว่าจะปอกกินได้สำเร็จ  แล้วผลการพิสูจน์ก็จริงอย่างที่คุณฟ้าลิขิตว่าไว้ครับ  ต้องขอบคุณมากครับที่ช่วยบอกให้หายโง่ วันไหนผ่านมานครสวรรค์ก็มาแวะชิมมะพร้าวน้ำหอมที่สวนได้เลยครับยินดีต้อนรับเสมอ
แต่มะพร้าวต้นผมลูกมันเล็กจังได้น้ำหวานแค่ครึ่งแก้วเองครับ  ส่วนเนื้อมันอร่อยใช้ได้เลยถึงแม้จะเอาออกมากินยากอยู่สักหน่อยก็ตาม





เมื่อมาทบทวนความจำสมัยเด็กๆเกี่ยวกับมะพร้าวน้ำหอมก็มานึกขึ้นมาได้อีกชื่อหนึ่งคือ”มะพร้าวอ่อน” ครับ  ถ้าตัดสินเอาจากชื่อนั่นก็หมายความว่าผมตัดมาผิดทะลายมันเลยปอกกินยากเพราะมันแข็ง  งั้นแก้ไขใหม่คราวนี้คงได้กินของดีแน่ล่ะ  มือกับเท้าไวเกือบเท่าความคิดเลย เดินไปตัดเอาทะลายที่ดูว่ายังไม่แก่มาเลยครับ  ผลปรากฏว่าการปอกก็ไม่ได้ยากง่ายกว่ากันซักเท่าไร มิหนำซ้ำน้ำยังเปรี้ยวอีกด้วย  สมมุติฐานที่ตั้งไว้ผิดหมดครับต้องมาหาข้อสรุปใหม่  วัตถุดิบยังเหลือให้ลองอีก 2-3 ทะลายครับ เดี๋ยวค่อยมารายงานผลใหม่อีกที  ตอนนี้ขอตัวไปซัดน้ำมะพร้าวเปรี้ยวให้หมดก่อนเหลืออีกตั้งหลายลูกแน่ะ  เสียดาย แฮ่ๆๆๆ

บันทึกการเข้า
yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #134 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2018, 09:41:15 AM »

“ยู” เสียงแม่บ้านผมเรียกมาจากในครัวซึ่งความจริงมันไม่ใช่ครัวหรอกครับ  แต่เป็นพื้นที่ว่างๆนอกบ้านซึ่งเราประกอบอาหารกันตรงนั้น “ยังมีมะระขี้นกเหลืออยู่อีก 2 ลูกกินให้หมดสิ เสียดาย” โธ่........ผมกินจนจะกลายไปนกแก้วไปแล้ว  กินอีกไม่ไหวแม้แต่ชิ้นเดียว  แต่บอกกับเขาไม่ได้หรอกครับเพราะก่อนหน้านี้ผมบ่นกับเขาว่า  “บ้านเราไม่มีผักกินเลย หาผักมากินเยอะๆหน่อยสิ”  เขาถามแล้วว่าอยากจะกินอะไรไอ้ผมก็เห็นว่ามีผักเต็มตลาดไปหมด  แค่ไปหยิบๆมาอะไรก็ได้สัก 4-5 อย่างก็พอใจแล้วแต่จะให้ระบุชนิดลงไปเลยนี่เผื่อวันที่เขาไปซื้อมันไม่มีล่ะเดี๋ยวจะผิดคำสั่งกันอีกขี้เกียจเรื่องมากก็เลยบอกไปว่า “ผักอะไรก็เอามาเหอะกินได้ทั้งนั้นแหละ” เพราะถ้าเป็นผมไปซื้อก็จะทำแบบที่ว่านี่แหละครับ  ผมก็เลยตกคำว่า “เอามาสัก 4-5 อย่าง”ไป  ปรากฏว่าแม่บ้านเขาซื้อมะระขี้นกกับผักบุ้งมาสองอย่างแต่อย่างละเยอะๆครับ  ไอ้ผักบุ้งน่ะไม่มีปัญหาหรอกเพราะกินง่ายแล้วก็ชอบกิน  แต่มะระขี้นกนี่สิเพิ่งจะมากินได้เอาอีตอนเกือบๆ 50 นี่เองยังไม่ถือว่าเทิร์นโปรครับ ไม่ไหวๆ  เลยต้องหาเหตุเลี่ยงไปว่า “จะเก็บเอาไว้ทำพันธุ์ลองปลูกดู” แล้วพอผ่านมา 2-3 วันลูกมันก็แตกออกมาครับ เลยต้องปลูกจริงๆกันล่ะ แฮ่ๆๆๆ  ส่วนวิธีปลูกก็เหมือนเดิมล่ะครับ  วางเม็ดไว้บนดินแล้วเอาเศษหญ้าทับแค่นั้นจบ




ก่อนจะปลูกมะระขี้นกก็ต้องเตรียมวัสดุคลุมดินอันได้แก่หญ้าทั้งหลายที่ตัดไว้นี่แหละครับ  กว่าจะหมดเวิ้งนี้ได้ก็เล่นเอาหอบเลยทีเดียว  ทั้งๆที่มันก็ยังไม่ได้ยาวมากเลยนะครับแต่คนตัดดันแก่ 5555





บันทึกการเข้า
yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #135 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2018, 09:43:42 AM »

นานๆทีจะมีโอกาสเผยโฉม 5555

บันทึกการเข้า
yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #136 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2018, 09:45:49 AM »

สืบเนื่องมาจากโครงการไวน์มะม่วงนี่แหละครับก่อนทำก็ปรึกษาครูวิทยาศาสตร์อันได้แก่พ่อของผมเองซึ่งก็ได้รับทั้งความรู้และการสนับสนุนเป็นอย่างดี  นี่พ่อตัวเองนะจะไม่ช่วยกันนี่มันเป็นไปไม่ได้ 5555 แต่พ่อผมเขาแนะนำมาด้วยว่าก่อนจะมีมะม่วงมาทำไวน์น่าจะลองทำทดลองสักครั้งสองครั้งก่อน เอาล่ะซีครับทีนี้ผลไม้ในสวนตอนนี้มีแต่มะขามป้อมซึ่งดูแล้วไม่น่าจะใช้ได้ ส่วนม่าเหมี่ยวก็หมดรุ่นไปแล้ว  มะขามก็ยังไม่มีเหมือนกัน พ่อผมเขาก็เฉลยให้ว่าก็เชอรี่นี่ไงใช้ได้มาลองกันดู  ผมก็เลยไปเก็บลูกเชอรี่ที่มันหล่นๆอยู่มาล้างแล้วว่าจะลองหมักดูล่ะครับ

บันทึกการเข้า
yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #137 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2018, 09:49:05 AM »

ตอนนี้มาขายกาแฟตั้งแต่จันทร์-ศุกร์ครับ เสาร์-อาทิตย์แม่บ้านเขารับไป 
ทีนี้แม่บ้านผมเขาเอาบัวมาใส่ไว้ในอ่างบัวหน้าร้านตอนแรกๆก็สวยดีครับเพราะมันมีดอกมีใบสมบูรณ์ 
แต่อยู่ไปๆธาตุอาหารมันค่อยๆหมดมันก็ชักจะไม่สวยมากขึ้นๆ 
แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ปุ๋ยบำรุงให้มันซักทีเพราะไม่ได้เข้าไปในตัวอำเภอซักที 
จนมันไม่มีดอกแล้วใบก็เล็กลงๆผมก็ยังไม่ได้เข้าไปซักที  จนกลัวว่ามันจะตายเสียก่อนเลยทดลองเอาน้ำหมักไปราดที่กอบัวเลยครับ 
วันแรกเห็นหอยในอ่างบัวมารุมกันที่กอบัวเต็มไปหมดเลย  มันคงมากินน้ำหมกกันมั้งครับ 
หลังจากนั้น 2-3 วันกอบัวก็เฉาแต่ผมสังเกตเห็นว่าดินในกระถางปลูกบัวนั้นฟูขึ้นมาจนล้นออกมานอกกระถางเลย 
แล้วบัวมันก็หายไปจากกระถางครับ  ผ่านไปหลายวันเป็นมีใบบัวเล็กๆเริ่มแตกออกมาใหม่แล้วครับ  แล้วก็ค่อยๆโตขึ้นๆเริ่มใจชื้นล่ะครับ 
เดี๋ยวพอมันออกดอกจะมาอัพเดทอีกทีว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

บันทึกการเข้า
yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #138 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2018, 09:54:43 AM »

และนี่ก็เป็นต้นพริกข้างๆร้านกาแฟที่มันขึ้นเองแต่ผมคอยบำรุงให้ด้วยปุ๋ยแอมโมเนียที่ผมกลั่นเองเป็นพิเศษให้ทุกวัน  วันละหลายครั้งครับ 
งามมากทดลองเด็ดไปกินดูแล้วมีกลิ่นหอมแล้วก็เผ็ดสะเด็ดสะเด่าไปเลยครับ 
ไม่รู้ว่ามันเผ็ดเพราะพันธุ์ของมันเองอยู่แล้วหรือว่าเพราะปุ๋ยสูตรพิเศษที่ผมให้อยู่ทุกวัน 5555

บันทึกการเข้า
yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #139 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2018, 09:36:15 AM »

วันนี้หมดมุขเรื่องสวนแต่ก็จะลองเล่าเรื่องอื่นๆดูเพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้เรื่องมันจำเจเกินไปครับ 
ไม่ใช่เปิดมาเมื่อไรก็มีแต่ต้นไม้ใบหญ้า โรคพืช การแต่ง ฯลฯ มันน่าเบื่อนะครับ  เราเปลี่ยนมาดูของรักของผมกันบ้างดีกว่า..............
อย่า.....อย่าครับ.....อย่าเข้าใจผิด เมียน่ะคือของบูชาครับ ต้องอยู่สูงกว่าเรา แต่ต่ำกว่าพ่อแม่และพระหน่อยนึงครับ 5555
ของรักของผมในชีวิตนี้มีไม่กี่อย่างและจะเข้ามาอยู่ในบัญชีนี้ได้ต้องอยู่ในเงื่อนไขว่าไม่ยอมสละถ้าไม่ถึงแก่ชีวิตหรือความสุขของครอบครัวครับดังนั้นสำหรับผมรถรานี่ไม่สำคัญเท่าไรครับเพราะยอมสละได้เสมอ
ของรักอย่างแรกของผมครับมีหลายชิ้นและผมจะเรียงลำดับตั้งแต่ชิ้นแรก  ซึ่งแต่ละตัวก็มีความเป็นมาซึ่งผมยังจำได้ดีถึงแม้ว่าวันเวลาจะผ่านมานานมากแล้วก็ตาม
“กีต้าร์” เป็นเครื่องดนตรีที่วัยรุ่นของคนรุ่นผมใฝ่ฝันอยากจะเล่นเป็นกันมากที่สุดแต่ความฝันก็คือความฝันครับ 
แต่ถ้าไม่ลงมือทำเราก็จะไม่มีวันตื่นมาเจอกับความเป็นจริงเสียที 
เพราะกว่าจะเป็นและเก่งขนาดเล่นเป็นเพลงได้นี่มันจะต้องผ่านความเจ็บปวดทรมานติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือนเป็นอย่างน้อย 
ถ้านึกภาพไม่ออกผมแนะนำให้ลองหัดเล่นดูซักครึ่งชั่วโมงก็จะรู้รสชาดเป็นอย่างดีครับ 
คนที่หัดเล่นแล้วอดทนเล่นจนชำนาญก็เลยเหลือมาน้อย 
สมัยผมเป็นวัยรุ่นนี่ใครเล่นเป็นนี่จะมีหญิงมารุมล้อมยังกับดารานักร้องเกาหลีมาเมืองไทยเลยทีเดียวเชียวครับ  ผมก็เอากับเขาด้วยเพราะเห็นเพื่อนๆบางคนหน้าตาก็ไม่เห็นจะดีเด่อะไรแต่ก็มีหญิงควงไม่ซ้ำหน้า  ก็อยากจะมีอย่างเขาบ้างน่ะครับ 5555
กีต้าร์ตัวนี้เป็นตัวแรกที่ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการทำงาน  ผมไปซื้อที่ห้างเซ็นทรัล บางนา  เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วครับ 
ตอนนั้นซื้อมาด้วยราคา 2 หมื่นกว่าบาทซึ่งถ้าไม่รวยหรือเป็นนักดนตรีอาชีพหรือบ้าเข้าขั้นแล้วไม่ค่อยมีใครเขาซื้อกันหรอกเพราะมันแพงมาก 
ตอนผมไปซื้อมีนักดนตรีของค่าย RS มาลองกีต้าร์ตัวนี้อยู่เลยเขาก็อยากได้ตัวนี้เหมือนกัน 
แต่มันมีแค่ตัวเดียวและผมก็มีสิทธิพิเศษนิดหน่อยก็เลยได้มาครับ 
เสียงดีมากสวยมากตอนแรกแต่ผมดูแลมันผิดวิธีทำให้สีมันกลายเป็นกระดำกระด่าง 
ตอนหลังเลยเอาไปให้ร้านซ่อมเขาเปลี่ยนสีให้มันก็เลยไม่สวยอีกเลย 
เพื่อนผมเป็นอาจารย์สอนกีต้าร์ที่มหา’ลัยแห่งหนึ่งขอซื้อด้วยราคาหนึ่งหมื่นบาทตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีที่แล้วจนถึงทุกวันนี้เลยล่ะครับ




บันทึกการเข้า
yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #140 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2018, 09:39:49 AM »

ตัวที่สองนี่เป็นกีต้าร์ไฟฟ้า ซื้อมาจากนครหลวงการดนตรี ก่อนจะซื้อกีต้าร์ตัวนี้ 3-4 ปี  ผมตกอยู่ในแฟชั่นที่คนส่วนใหญ่เขาเป็นกันตกงาน  จากการที่นายกฯคนนึงของไทยประกาศลดค่าเงินบาท  นโยบายนี้ถูกต้องหรือเปล่าไม่รู้ครับ  แต่มีผลให้หลายคนรวมทั้งผมต้องตกงานหลายคนฆ่าตัวตายและเจอกับวิกฤตการกันหลายๆแบบต่างกันไปแล้วแต่ฐานานุกรรม  ผมก็โดนวิบากกรรมต้องระเห็จไปทำงานที่ปราจีนบุรีด้วยเงินเดือนที่น้อยลงกว่าเดิม 3 เท่า  ใช้เวลากู้สถานการณ์กับหนี้สินและบัตรเครดิตอดมื้อกินมื้ออยู่ 3 ปี  พอหมดหนี้ก็รวยกะทันหันเลยครับเหมือนกับอยู่ดีๆแล้วเงินเดือนขึ้น 20000 ยังไงยังงั้นเลย  ช่วงนั้นผมกินเหล้าทุกวันเพราะเงินเหลือเยอะมันมากกว่ารายจ่ายที่เคยมีไงครับ  หลงระเริงไปพักใหญ่ๆจนตั้งตัวติด พอดีตอนนั้นป้าเบิร์ดแกกำลังดังจากเพลง”เล่าสู่กันฟัง” ครับ  อยากโซโล่กีต้าร์ไฟฟ้าครับหนี้สินก็หมดไปแล้วเลยไปถอยเจ้าตัวนี้มา  ราคาพอๆกันกับกีต้าร์โปร่งตัวแรกเลย 5555  เล่นไปได้พักใหญ่ๆแล้วก็กลับมาเล่นกีต้าร์โปร่งเหมือนเดิมเพราะขี้เกียจเสียบเครื่องช่วยปรับแต่งเสียงทั้งหลายครับ  นานๆทีก็หยิบมาเล่นสักครั้งครับ



บันทึกการเข้า
yoo
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1208


« ตอบ #141 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2018, 09:42:57 AM »

ตัวนี้เป็นตัวที่สภาพเศรษฐกิจส่วนตัวดีแล้วครับปลอดหนี้เพราะยกเลิกบัตรเครดิตไปนานหลายปีแล้ว  สำหรับคนไม่มีวินัยทางการเงินอย่างผมไม่ควรมีบัตรเครดิตครับ   ตอนนั้นกลับมาทำงานที่บางนาแล้วเผอิญไปซื้ออะไรซักอย่างที่ซีคอนสแควร์น่ะครับ  ไหนๆไปที่นั่นแล้วก็แวะไปดูกีต้าร์เสียหน่อย ของชอบครับ วันนั้นมีกีต้าร์ตัวนี้แหละครับตั้งอยู่ในตู้ เห็นแล้วมันโดนใจมากๆเลย  เลยขอเขาลองเล่นดู  แหม.......ไอ้กีต้าร์เมดอินยูเอสสะเอ นี่มันดีสมราคาคุยจริงๆครับ  แต่มันแพงมากเกินฐานะและฝีมือของผม  แต่ด้วยความอยากก็เลยถามเขาไปเล่นๆว่า”มันแพงมากเลยนะ ผมไม่มีปัญญาซื้อหรอก  คุณไม่มีแบบเงินผ่อนเหรอ” เขาเลยส่งแบบฟอร์มขออนุมัติผ่อนสินค้ามาให้ผมก็กรอกเลยล่ะครับ อีก 5 นาทีต่อมามันก็เป็นของผม  ตอนนั้นยังไม่ได้คิดว่าจะบอกกับคนจ่ายตังยังไงดีเลย(บัตรเอทีเอ็มเงินเดือนอยู่ที่แม่บ้านครับ  ถือไว้เองไม่ได้ แฮ่ๆๆๆ)  ผมทำงานหยุดเสาร์เว้นเสาร์ครับ  เสาร์ที่ทำงานแม่บ้านเขาจะขับรถจากนครสวรรค์มาหาตอนเย็นวันศุกร์แล้วกลับไปสายๆของวันอาทิตย์เพื่อมาสำรวจความเรียบร้อยของผม แหะๆๆ  ทีนี้ความลับมันก็จะกลายเป็นไม่ลับไงนึกออกไหมครับ  ผมเลยต้องคิดหาวิธีบอกแบบที่ทำให้เขาไม่โวยวายจากการซื้อกีต้าร์ตัวนี้ของผม  เพราะทุกครั้งที่ผ่านมาซื้อแบบคนโสดซื้อน่ะครับเลยไม่มีปัญหา.........ว้า เล่ากำลังมันเลยต้องเก็บร้านเตรียมไปทำสวนแล้ว วันหลังค่อยมาต่อนะครับ แฮ่ๆๆๆ

บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 11276



« ตอบ #142 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2018, 10:23:40 AM »

วันนี้หมดมุขเรื่องสวนแต่ก็จะลองเล่าเรื่องอื่นๆดูเพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้เรื่องมันจำเจเกินไปครับ  
ไม่ใช่เปิดมาเมื่อไรก็มีแต่ต้นไม้ใบหญ้า โรคพืช การแต่ง ฯลฯ มันน่าเบื่อนะครับ  เราเปลี่ยนมาดูของรักของผมกันบ้างดีกว่า..............
อย่า.....อย่าครับ.....อย่าเข้าใจผิด เมียน่ะคือของบูชาครับ ต้องอยู่สูงกว่าเรา แต่ต่ำกว่าพ่อแม่และพระหน่อยนึงครับ 5555
ของรักของผมในชีวิตนี้มีไม่กี่อย่างและจะเข้ามาอยู่ในบัญชีนี้ได้ต้องอยู่ในเงื่อนไขว่าไม่ยอมสละถ้าไม่ถึงแก่ชีวิตหรือความสุขของครอบครัวครับดังนั้นสำหรับผมรถรานี่ไม่สำคัญเท่าไรครับเพราะยอมสละได้เสมอ
ของรักอย่างแรกของผมครับมีหลายชิ้นและผมจะเรียงลำดับตั้งแต่ชิ้นแรก  ซึ่งแต่ละตัวก็มีความเป็นมาซึ่งผมยังจำได้ดีถึงแม้ว่าวันเวลาจะผ่านมานานมากแล้วก็ตาม
“กีต้าร์” เป็นเครื่องดนตรีที่วัยรุ่นของคนรุ่นผมใฝ่ฝันอยากจะเล่นเป็นกันมากที่สุดแต่ความฝันก็คือความฝันครับ  
แต่ถ้าไม่ลงมือทำเราก็จะไม่มีวันตื่นมาเจอกับความเป็นจริงเสียที  
เพราะกว่าจะเป็นและเก่งขนาดเล่นเป็นเพลงได้นี่มันจะต้องผ่านความเจ็บปวดทรมานติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือนเป็นอย่างน้อย  
ถ้านึกภาพไม่ออกผมแนะนำให้ลองหัดเล่นดูซักครึ่งชั่วโมงก็จะรู้รสชาดเป็นอย่างดีครับ  
คนที่หัดเล่นแล้วอดทนเล่นจนชำนาญก็เลยเหลือมาน้อย  
สมัยผมเป็นวัยรุ่นนี่ใครเล่นเป็นนี่จะมีหญิงมารุมล้อมยังกับดารานักร้องเกาหลีมาเมืองไทยเลยทีเดียวเชียวครับ  ผมก็เอากับเขาด้วยเพราะเห็นเพื่อนๆบางคนหน้าตาก็ไม่เห็นจะดีเด่อะไรแต่ก็มีหญิงควงไม่ซ้ำหน้า  ก็อยากจะมีอย่างเขาบ้างน่ะครับ 5555
กีต้าร์ตัวนี้เป็นตัวแรกที่ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการทำงาน  ผมไปซื้อที่ห้างเซ็นทรัล บางนา  เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วครับ  
ตอนนั้นซื้อมาด้วยราคา 2 หมื่นกว่าบาทซึ่งถ้าไม่รวยหรือเป็นนักดนตรีอาชีพหรือบ้าเข้าขั้นแล้วไม่ค่อยมีใครเขาซื้อกันหรอกเพราะมันแพงมาก  
ตอนผมไปซื้อมีนักดนตรีของค่าย RS มาลองกีต้าร์ตัวนี้อยู่เลยเขาก็อยากได้ตัวนี้เหมือนกัน  
แต่มันมีแค่ตัวเดียวและผมก็มีสิทธิพิเศษนิดหน่อยก็เลยได้มาครับ  
เสียงดีมากสวยมากตอนแรกแต่ผมดูแลมันผิดวิธีทำให้สีมันกลายเป็นกระดำกระด่าง  
ตอนหลังเลยเอาไปให้ร้านซ่อมเขาเปลี่ยนสีให้มันก็เลยไม่สวยอีกเลย  
เพื่อนผมเป็นอาจารย์สอนกีต้าร์ที่มหา’ลัยแห่งหนึ่งขอซื้อด้วยราคาหนึ่งหมื่นบาทตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีที่แล้วจนถึงทุกวันนี้เลยล่ะครับ






เข้ามาดูภาพ
ถ้ารูปภาพน่าสนใจ  จึงจะอ่านข้อความ


การพิมพ์ช้อความ  ดีขึ้น ที่ไม่พิมพ์ฺจนเต็มขอบ แต่ก็ยังไม่มีการแยกตอนโดยเว้นบรรทัด

คนติ  ก็ติได้เรื่อยๆ   ดีแค่ไหนก็ติได้   อย่าสนใจเลยนะครับ    ทำตามที่ตัวเองคิด   ดีที่สุด

ช้าง  ที่ว่างามที่สุด  ยังมีที่ติ  คือ  ตาเล็ก  ไม่มีพวงไข่

บ้านที่สวยที่สุด  เหมาะที่จะอยู่ นั่งและนอน ยังมีที่ติ   คือ ด้านที่หันศีรษะไป  เวลานอน  ต่ำกว่าด้านวางเท้า

"ต่ำได้ยังไง  ช่างเขาใช้เครื่องมือวัดระดับแล้วนะ  เทน้ำลงบนพื้น น้ำยังไม่ไหลไปทางนั้นเลย"

"อ้าว  ถ้าไม่ต่ำ  เวลานอน ทำไมใช้หมอนหนุนล่ะ"


(เข้ามาคุยสนุกๆครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 27, 2018, 10:25:47 AM โดย phalikhit » บันทึกการเข้า
Maggie
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2363


« ตอบ #143 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2018, 10:24:11 AM »

แล้วก็หลังจากที่คุณฟ้าลิขิตได้กรุณาบอกกล่าวให้หายโง่  ซึ่งตอนแรกยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเพราะเคยได้ยินมาว่า “ดูกร ศิษย์แห่งตถาคต  จงอย่าเชื่ออะไรที่ไร้เหตุผล แม้ว่าผู้บอกนั้นจะเป็นครูของท่านก็ตาม” ถึงแม้ผมจะไม่ใช่ศิษย์ของตถาคตโดยตรงและที่คุณฟ้าลิขิตแกบอกมานั้นมันน่าจะใช่ก็ตาม  ผมก็ลองพิสูจน์ดูครับ ลองสอยไอ้ทะลายที่มันสอยง่ายแล้วก็ดูที่มันเหมือนจะแก่มาลองปอกกินดูก่อนครับ  ประสบการณ์แรกคือมันปอกยากมากไม่เห็นเหมือนกับที่ดูใน youtube เลย  ที่ดูเขามาเห็นไอ้คนปอกมันเฉือนซึ่บ ซึ่บ ซึ่บ แล้วเฉาะก็ได้กินแล้วดูง่ายจังครับ  แต่พอมาลองทำเองดูจะเอาแบบที่เห็นล่ะครับ  แค่เฉือนซึ่บแรกมะพร้าวในมือก็กระเด็นไปโน่นแล้ว ทีแรกนึกว่ามีดไม่คม  ลองลูบคมดูเอ๊ะ มันก็คมกริบอยู่นี่นา  แล้วก็กลัวมีดบาดมือจริงๆครับเพราะผมเป็นเบาหวานด้วย  ถ้ามีแผลมันจะหายช้าแหม...เสียวจริงๆครับกว่าจะปอกกินได้สำเร็จ  แล้วผลการพิสูจน์ก็จริงอย่างที่คุณฟ้าลิขิตว่าไว้ครับ  ต้องขอบคุณมากครับที่ช่วยบอกให้หายโง่ วันไหนผ่านมานครสวรรค์ก็มาแวะชิมมะพร้าวน้ำหอมที่สวนได้เลยครับยินดีต้อนรับเสมอ
แต่มะพร้าวต้นผมลูกมันเล็กจังได้น้ำหวานแค่ครึ่งแก้วเองครับ  ส่วนเนื้อมันอร่อยใช้ได้เลยถึงแม้จะเอาออกมากินยากอยู่สักหน่อยก็ตาม





เมื่อมาทบทวนความจำสมัยเด็กๆเกี่ยวกับมะพร้าวน้ำหอมก็มานึกขึ้นมาได้อีกชื่อหนึ่งคือ”มะพร้าวอ่อน” ครับ  ถ้าตัดสินเอาจากชื่อนั่นก็หมายความว่าผมตัดมาผิดทะลายมันเลยปอกกินยากเพราะมันแข็ง  งั้นแก้ไขใหม่คราวนี้คงได้กินของดีแน่ล่ะ  มือกับเท้าไวเกือบเท่าความคิดเลย เดินไปตัดเอาทะลายที่ดูว่ายังไม่แก่มาเลยครับ  ผลปรากฏว่าการปอกก็ไม่ได้ยากง่ายกว่ากันซักเท่าไร มิหนำซ้ำน้ำยังเปรี้ยวอีกด้วย  สมมุติฐานที่ตั้งไว้ผิดหมดครับต้องมาหาข้อสรุปใหม่  วัตถุดิบยังเหลือให้ลองอีก 2-3 ทะลายครับ เดี๋ยวค่อยมารายงานผลใหม่อีกที  ตอนนี้ขอตัวไปซัดน้ำมะพร้าวเปรี้ยวให้หมดก่อนเหลืออีกตั้งหลายลูกแน่ะ  เสียดาย แฮ่ๆๆๆ



เสียดายจัง  โกรธ แก่ไป และอ่อนไปซะงั้น ถ้าต้นไม่สูงมากให้ตัดมาชิมทีละลูก ถ้าพอดีค่อยตัดมาทั้งทะลาย แต่ชาวสวนที่เขาปลูกมะพร้าวน้ำหอมขาย เขาจะ
นับวัน แต่ปลูกรับประทานในครัวเรือนก็ใช้การสังเกตด้วยตา ถ้าสีเขียวมากคืออ่อนไป ถ้าสีเขียวอ่อนซีดๆก็ใกล้แก่ อีกวิธีหนึ่งคือสังเกตที่ก้นของลูกมะพร้าวค่ะ ถ้าก้นแหลมแสดงว่ายังอ่อน วิธีทำให้น้ำมะพร้าวหวาน ให้ใช้เกลือโรยรอบๆต้น ห่างจากต้น1-2เมตร เดือนละครั้ง ครั้งละครึ่งกิโลกรัมต่อต้น ไม่ถึงปีจะเห็นความแตกต่าง ไม่ว่าอ่อนหรือแก่ น้ำมะพร้าวจะหวานชวนดื่ม ลองดูค่ะ


Liked By: vigo74, krading, laihan
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 [9] 10 11 12   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: