หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีใช้ปุ๋ยเคมี (กับพืชผักสวนครัว)  (อ่าน 3154 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10951



« เมื่อ: ตุลาคม 16, 2018, 11:05:35 AM »

การใช้ปุ๋ยเคมี (กับพืชผักสวนครัว) มีวิธีใช้แบบต่างดังต่อไปนี้

1. นำปุ๋ยเคมีมาละลายน้ำ แล้วนำไปรดที่ต้นไม้
       - รดทัี้งต้น (ใบ ดอก ผล)       
       - รดที่โคนต้น
       - รดที่พิ้นในรัศมีทรงพุ่ม
2. นำเมล็ดหรือเกล็ดปุ๋ยมาหว่านโปรย หรือ หยอด 
       - โปรยที่พื้นดินในรัศมีทรงพุ่ม
       - ถ้าเป็นไม้กระถางก็โปรยที่ปากกระถาง
        - หยอดรอบโคนต้น
3. ใส่ปุ๋ยในตะกร้าพลาสติกขนาดจิ๋ว แล้วฝังในดินที่โคนต้น  บางสำนักแนะนำให้ห่อปุ๋ยด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์แล้วนำไปฝังดิน

ถามว่า

1. ท่านใช้วิธีใด
2. วิธีที่กล่าวมา มีข้อดีข้อเสียอย่างไร


Liked By: ชาวนา™
บันทึกการเข้า

phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10951



« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2018, 11:14:27 AM »

ผู้ตั้งกระทู้  เคยใช้ทุกวิธี

พืชเจริญเติบโตดีบ้าง โทรมบ้าง ตายไปก็มี  ไม่ได้เก็บข้อมูลว่าวิธีไหน มีผลต่อพืชอย่างไร
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10951



« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2018, 03:28:56 PM »

<a href="https://www.youtube.com/v/D5rLtr7e2j8" target="_blank">https://www.youtube.com/v/D5rLtr7e2j8</a>
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10951



« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2018, 03:39:01 PM »

เพื่ีอให้ได้ประโยชน์จากการเข้ามาดูกระทู้นี้

<a href="https://www.youtube.com/v/bZb0Vtl7Tyg" target="_blank">https://www.youtube.com/v/bZb0Vtl7Tyg</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 19, 2018, 03:40:43 PM โดย phalikhit » บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10951



« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2018, 06:46:57 PM »

<a href="https://www.youtube.com/v/Zo2ETK7aH48" target="_blank">https://www.youtube.com/v/Zo2ETK7aH48</a>


<a href="https://www.youtube.com/v/wW-t1Cr1zZ4" target="_blank">https://www.youtube.com/v/wW-t1Cr1zZ4</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 19, 2018, 06:53:27 PM โดย phalikhit » บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10951



« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2018, 10:46:48 AM »

จากการสืบค้นหา "วิธีใช้ปุ๋ยเคมี(กับพืชผักสวนครัว)"
พบน้อยมาก
ส่วนมาก จะเป็น การใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือชีวภาพ

แต่ในชีวิตจริง   เห็นการใช้ปุ๋ยเคมีมากกว่า


Liked By: ชาวนา™
บันทึกการเข้า
ballloon24
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 243



« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2018, 10:34:29 AM »

ปกติ

กล้วยไม้ - ใช้ ปุ๋ยเกร็ด21-21-21+TE ละลายน้ำฉีดพ่น

ต้นไม้ธรรมดา - ใช้ กากน้ำตาลหมักกับEM ผสมกับปุ๋ยเม็ด 16-16-16 ละลายน้ำรด

บัว - ใช้ ปุ๋ยเม็ด16-16-16 ห่อกระดาษ 3 ชั้น ยัดลงในดิน



Liked By: phalikhit
บันทึกการเข้า
ballloon24
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 243



« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2018, 10:40:36 AM »

ปัจจุบันพวกผักคนส่วนใหญ่หันไปทำไฮโดรโปนิกส์กัน ซึ่งก็ใช้ปุ๋ยเคมีอยู่แล้ว

ในอดีตพวกคนปลูกผักมักชอบใช้มูลสัตว์ต่างๆ  รวมถึงคน  ละลายน้ำรด  ซึ่งเกิดปัญหาเรื่องของ "พยาธิ"



Liked By: phalikhit
บันทึกการเข้า
ballloon24
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 243



« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2018, 11:01:31 AM »

ขอฝากเพิ่มเติมอีกเรื่องนึง

คนในปัจจุบันนี้ไม่ได้ทนทานต่อโรคภัยไข้เจ็บเหมือนในอดีตแล้ว  คนปัจจุบันนี้อยู่ได้ด้วยยาปฏิชีวนะต่างๆ  ซึ่งในอนาคตมีการคาดการณ์กันในหมู่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกว่า จะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า "SUPER BUG" คือเชื้อโรคต่างๆ เกิดการดื้อยา เพราะคนปัจจุบันได้รับยาปฏิชีวนะมากเกินไปและบ่อยเกินไป  ทั้งจากการกินยาเองและจากการปนเปื้อนมากับพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ  ทำให้ในอนาคตยาปฏิชีวนะต่างๆจะใช้ไม่ได้ผล ผู้คนจะตายด้วยโรคระบาดมากขึ้น การเป็นแผลเล็กๆน้อยๆและติดเชื้อจนตายจะมีมากขึ้น  ถ้าไม่มีการพัฒนายาต่างๆมาทดแทน เหมือนโลกกำลังจะกลับไปสู่โลกยุคโบราณอีกครั้งนึงที่ไม่มียาปฏิชีวนะ และคนตายจากโรคระบาดมากๆ

ดังนั้น ผักไฮโดรโปนิกส์มันมีข้อได้เปรียบมากกว่าในเรื่องของการควบคุมความสะอาดนะ


Liked By: phalikhit, laihan
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 28, 2018, 11:08:24 AM โดย ballloon24 » บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10951



« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2018, 06:42:26 PM »

ปกติ

กล้วยไม้ - ใช้ ปุ๋ยเกร็ด21-21-21+TE ละลายน้ำฉีดพ่น

ต้นไม้ธรรมดา - ใช้ กากน้ำตาลหมักกับEM ผสมกับปุ๋ยเม็ด 16-16-16 ละลายน้ำรด

บัว - ใช้ ปุ๋ยเม็ด16-16-16 ห่อกระดาษ 3 ชั้น ยัดลงในดิน



ในขณะที่รอผู้มาตอบกระทู้  ก็สืบค้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปด้วย  
สรุปได้ว่า

1. ละลายน้ำ(เจือจาง) รดที่พื้นในรัศมีทรงพุ่ม  อย่าให้ถูกโคนต้น ลำต้น  หรือใบ
2. โรยบนพื้นดินในรัศมีทรงพุ่ม แล้วพรวนดินกลบ (เข้มข้นกว่า ข้อ 1) หรือ โรยที่ขอบกระถางสำหรับต้นไม้กระถาง
3. ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ฝังไว้ที่ขอบกระถาง ประมาณ 3 จุด  (มีตะกร้าพลาสติกเล็กๆ ขชาย สำหรับใส่ปุ๋ย)  

แบบที่ 1 เห็นผลทันใจ คือ  ถ้าพอดี พืชก็เจริญเติบโตดี ถ้าเข้มข้นเกินไป ก็ตายทันที
แบบที่ 2-3 เห็นผลช้ากว่า  ถ้าเข้ามข้นมากเกินไป พืชก็แสดงอาการ (อาจจะยังไม่ตายทันที)


Liked By: ballloon24, laihan
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2018, 06:47:19 PM โดย phalikhit » บันทึกการเข้า
ballloon24
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 243



« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2018, 08:07:30 PM »

ปกติ

กล้วยไม้ - ใช้ ปุ๋ยเกร็ด21-21-21+TE ละลายน้ำฉีดพ่น

ต้นไม้ธรรมดา - ใช้ กากน้ำตาลหมักกับEM ผสมกับปุ๋ยเม็ด 16-16-16 ละลายน้ำรด

บัว - ใช้ ปุ๋ยเม็ด16-16-16 ห่อกระดาษ 3 ชั้น ยัดลงในดิน



ในขณะที่รอผู้มาตอบกระทู้  ก็สืบค้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปด้วย  
สรุปได้ว่า

1. ละลายน้ำ(เจือจาง) รดที่พื้นในรัศมีทรงพุ่ม  อย่าให้ถูกโคนต้น ลำต้น  หรือใบ
2. โรยบนพื้นดินในรัศมีทรงพุ่ม แล้วพรวนดินกลบ (เข้มข้นกว่า ข้อ 1) หรือ โรยที่ขอบกระถางสำหรับต้นไม้กระถาง
3. ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ฝังไว้ที่ขอบกระถาง ประมาณ 3 จุด  (มีตะกร้าพลาสติกเล็กๆ ขชาย สำหรับใส่ปุ๋ย)  

แบบที่ 1 เห็นผลทันใจ คือ  ถ้าพอดี พืชก็เจริญเติบโตดี ถ้าเข้มข้นเกินไป ก็ตายทันที
แบบที่ 2-3 เห็นผลช้ากว่า  ถ้าเข้ามข้นมากเกินไป พืชก็แสดงอาการ (อาจจะยังไม่ตายทันที)


ปกติวิธีที่2 โรยบนดินแล้วพรวนดินกลบ  น่าจะเห็นผลเร็วสุดนะ  เป็นวิธีที่ใช้สำหรับปุ๋ยเม็ดต่างๆ และจริงๆแล้ว ถ้าจะเอาประสิทธิภาพที่สูงที่สุด ต้องใส่ปุ๋ยคอกร่วมด้วย  เพราะปุ๋ยคอกมีอินทรีย์วัตถุมากช่วยในการดูดซับปุ๋ยไม่ให้ชะล้างออกไปโดยง่าย  และต้องรดน่ำให้ดินชื้นอยู่เสมอ เป็นวิธีที่มีการส่งเสริมมากที่สุด

ส่วนวิธีที่3 เคยเห็นมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงวารสารวิทยาศาสตร์ต่างประเทศ  ว่าหนังสือพิมพ์มันช่วยชะลอการละลายของปุ๋ยออกมา  ทำให้ปุ๋ยไม่ละลายออกมารวดเดียว และถูกชะล้างออกไปหมด  ส่วนตะกร้าพลาสติกเล็กๆ ส่วนใหญ่ใช้กับ ปุ๋ยละลายช้าพวกออสโมโค้ด  จะเปลี่ยนเม็ดได้ง่ายๆเมื่อหมดอายุการใช้งาน (แต่จริงๆแล้ว เม็ดออสโมโค้ดมันเป็น bioplastic ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติเหมือนกัน แต่มันช้าเท่านั้นเอง)

ปกติปุ๋ยถ้าใส่ลงในดิน ถ้าความเข้มข้นมากหน่อยก็ไม่มีปัญหานะ เพราะดินมันเป็นบัฟเฟอร์ควบคุมความเป็นกรดด่างได้อยู่ ที่อันตรายคือ โดนใบ ถ้าเข้มข้นมากไปปุ๋ยมันกัดใบหงิก ยุ่งเลย


Liked By: phalikhit, laihan
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2018, 08:11:53 PM โดย ballloon24 » บันทึกการเข้า
ballloon24
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 243



« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2018, 08:32:08 PM »

แนะนำหนังสือน่าอ่าน เป็นหนังสือที่เชื่อถือได้

หนังสือการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง(แถมหนังสือปลูกพืชอินทรีย์ไม่ดีอย่างที่คิด ปลูกพืชปลอดสารพิษดีกว่าไหม)  ซึ่งเคยสั่นสะเทือนวงการเกษตรอินทรีย์มาแล้ว

https://m.se-ed.com/Search/Result/default?key=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2&popup=/Detail/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%B5-%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99-%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1/9786163590152

หนังสือการใช้ปุ๋ยและสารเร่งทางใบ

https://m.se-ed.com/Search/Result/default?key=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2&popup=/Detail/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%9A/9786165562171


Liked By: phalikhit, laihan
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2018, 08:36:34 PM โดย ballloon24 » บันทึกการเข้า
Maggie
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1959


« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2018, 09:41:06 AM »

ไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีเลยค่ะ ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง รดทุกอย่างที่ขวางหน้า ปรากฎว่าเขียวงามเติบโตดีทุกอย่างเช่นกันค่ะ ทั้งไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัว มีอย่างละนิดละหน่อย แต่งอกงามเกินคุ้ม รับประทานไม่ไหวก็แจกเพื่อนบ้านบ้าน แม้แต่สนามหญ้าก็ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงรด หญ้าเขียว แน่น ต้องขยันตัดบ่อยๆกันเลยทีเดียว ใช้ดี ประหยัดทรัพย์และปลอดภัยต่อพืชและมนุษย์ด้วยค่ะ อันนี้คิดเองตามความรู้สึกและสังเกตเอง ไม่ได้มีความรู้ตามหลักวิชาการแต่อย่างใดค่ะ

บันทึกการเข้า
ballloon24
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 243



« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2018, 09:45:12 AM »

ไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีเลยค่ะ ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง รดทุกอย่างที่ขวางหน้า ปรากฎว่าเขียวงามเติบโตดีทุกอย่างเช่นกันค่ะ ทั้งไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัว มีอย่างละนิดละหน่อย แต่งอกงามเกินคุ้ม รับประทานไม่ไหวก็แจกเพื่อนบ้านบ้าน แม้แต่สนามหญ้าก็ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงรด หญ้าเขียว แน่น ต้องขยันตัดบ่อยๆกันเลยทีเดียว ใช้ดี ประหยัดทรัพย์และปลอดภัยต่อพืชและมนุษย์ด้วยค่ะ อันนี้คิดเองตามความรู้สึกและสังเกตเอง ไม่ได้มีความรู้ตามหลักวิชาการแต่อย่างใดค่ะ



ของ maggie  ถ้าจำไม่ผิด maggie อยู่ภาคใต้ซึ่งฝนชุกอยู่แล้ว แน่นอนไม่มีปัญหาเรื่องปุ๋ยแน่นอน เพราะปุ๋ยมันมากับฝน  และปลูกลงในดินด้วยยิ่งสบายมาก

ส่วนพวกปุ๋ยชีวภาพที่เป็นพวกจุลินทรีย์  พวกนี้บางพื้นที่ใช้ได้ผล บางพื้นที่ใช้ไม่ได้ผลนะ  เพราะมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความชื้น อาหาร โปรโตซัวที่อยู่ในดิน  หรือศัตรูอื่นๆของมัน  ซึ่งตามหลักแล้วพวกจุลินทรีย์ต่างๆ มันควรจะใส่ครั้งเดียวแล้วเลิก เพราะจุลินทรีย์มันสามารถขยายพันธุ์เองได้  แต่ในความเป็นจริงเนื่องจากไม่มีใครรู้สภาพแวดล้อมที่แน่นอนที่จุลินทรีย์สามารถเติบโตได้ดี เลยต้องใส่แล้ว ใส่อีก  เหมือนกับหว่านแหไปเรื่อยๆ  เพราะความยากมันอยู่ตรงสภาวะแวดล้อมนี่แหละ ที่เหนือการควบคุมในทางปฏิบัติ

ประการต่อมาความเข้าใจผิดของคนหมู่มาก  ที่ว่าปุ๋ยเคมีมีสารโลหะหนักต่างๆนั้น  ความจริงปุ๋ยเคมีมีหน่วยงานที่ให้การดูแลและควบคุมมากยิ่งกว่าพวกปุ๋ยคอกเสียอีก จึงปลอดภัยมากกว่า  และในงานวิจัยหลายๆงานพบว่า ปุ๋ยคอกจากบางแหล่งมีโลหะหนักจำนวนมาก  เนื่องมาจากแหล่งอาหารที่สัตว์เข้าไปกินมีการปนเปื้อนของโลหะหนักอยู่  และปุ๋ยคอกเป็นปุ๋ยที่ไม่มีมาตราฐานใดๆใช้บังคับ แต่มีแค่มาตราฐานที่ควรจะเป็นเท่านั้น(มาตราฐานแบบสมัครใจไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย) ไม่มีการตรวจวัดจริง  จึงทำให้ปริมาณปุ๋ยและสารต่างๆเป็นไปแบบสุ่ม 

จริงๆที่น่ากลัวคือ พวกสารปราบศัตรูพืช  แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นหากปฏิบัติตามคู่มือหรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัดก็ไม่มีปัญหา  เพราะแม้แต่พืชผักโครงการหลวงเค้าก็มีการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชเหมือนกัน  แต่เค้าใช้อย่างถูกหลักวิชาการและเคร่งครัดในมาตราการความปลอดภัย  จึงทำให้เค้าสามารถขายผลผลิตให้กับตลาดใหญ่ๆของโลกได้ และได้รับความยอมรับและน่าเชื่อถือ


Liked By: phalikhit, Maggie, laihan
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 30, 2018, 11:18:56 AM โดย ballloon24 » บันทึกการเข้า
Maggie
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1959


« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2018, 08:48:50 PM »

ไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีเลยค่ะ ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง รดทุกอย่างที่ขวางหน้า ปรากฎว่าเขียวงามเติบโตดีทุกอย่างเช่นกันค่ะ ทั้งไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัว มีอย่างละนิดละหน่อย แต่งอกงามเกินคุ้ม รับประทานไม่ไหวก็แจกเพื่อนบ้านบ้าน แม้แต่สนามหญ้าก็ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงรด หญ้าเขียว แน่น ต้องขยันตัดบ่อยๆกันเลยทีเดียว ใช้ดี ประหยัดทรัพย์และปลอดภัยต่อพืชและมนุษย์ด้วยค่ะ อันนี้คิดเองตามความรู้สึกและสังเกตเอง ไม่ได้มีความรู้ตามหลักวิชาการแต่อย่างใดค่ะ



ของ maggie  ถ้าจำไม่ผิด maggie อยู่ภาคใต้ซึ่งฝนชุกอยู่แล้ว แน่นอนไม่มีปัญหาเรื่องปุ๋ยแน่นอน เพราะปุ๋ยมันมากับฝน  และปลูกลงในดินด้วยยิ่งสบายมาก

ส่วนพวกปุ๋ยชีวภาพที่เป็นพวกจุลินทรีย์  พวกนี้บางพื้นที่ใช้ได้ผล บางพื้นที่ใช้ไม่ได้ผลนะ  เพราะมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความชื้น อาหาร โปรโตซัวที่อยู่ในดิน  หรือศัตรูอื่นๆของมัน  ซึ่งตามหลักแล้วพวกจุลินทรีย์ต่างๆ มันควรจะใส่ครั้งเดียวแล้วเลิก เพราะจุลินทรีย์มันสามารถขยายพันธุ์เองได้  แต่ในความเป็นจริงเนื่องจากไม่มีใครรู้สภาพแวดล้อมที่แน่นอนที่จุลินทรีย์สามารถเติบโตได้ดี เลยต้องใส่แล้ว ใส่อีก  เหมือนกับหว่านแหไปเรื่อยๆ  เพราะความยากมันอยู่ตรงสภาวะแวดล้อมนี่แหละ ที่เหนือการควบคุมในทางปฏิบัติ

ประการต่อมาความเข้าใจผิดของคนหมู่มาก  ที่ว่าปุ๋ยเคมีมีสารโลหะหนักต่างๆนั้น  ความจริงปุ๋ยเคมีมีหน่วยงานที่ให้การดูแลและควบคุมมากยิ่งกว่าพวกปุ๋ยคอกเสียอีก จึงปลอดภัยมากกว่า  และในงานวิจัยหลายๆงานพบว่า ปุ๋ยคอกจากบางแหล่งมีโลหะหนักจำนวนมาก  เนื่องมาจากแหล่งอาหารที่สัตว์เข้าไปกินมีการปนเปื้อนของโลหะหนักอยู่  และปุ๋ยคอกเป็นปุ๋ยที่ไม่มีมาตราฐานใดๆใช้บังคับ แต่มีแค่มาตราฐานที่ควรจะเป็นเท่านั้น(มาตราฐานแบบสมัครใจไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย) ไม่มีการตรวจวัดจริง  จึงทำให้ปริมาณปุ๋ยและสารต่างๆเป็นไปแบบสุ่ม 

จริงๆที่น่ากลัวคือ พวกสารปราบศัตรูพืช  แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นหากปฏิบัติตามคู่มือหรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัดก็ไม่มีปัญหา  เพราะแม้แต่พืชผักโครงการหลวงเค้าก็มีการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชเหมือนกัน  แต่เค้าใช้อย่างถูกหลักวิชาการและเคร่งครัดในมาตราการความปลอดภัย  จึงทำให้เค้าสามารถขายผลผลิตให้กับตลาดใหญ่ๆของโลกได้ และได้รับความยอมรับและน่าเชื่อถือ
ใช่ค่ะ ภาคใต้ความชื้นไม่ต้องพูดถึง เกือบ5เดือนแล้ว ไม่ต้องรดน้ำต้นไม้ค่ะ การปลูกพืชให้งามและได้ผล ต้องมีปัจจัยหลายๆสัมพันธ์กันแน่นอนค่ะ ที่บ้านไม่ใช้สารเคมีหรือย่าฆ่าแมลงแต่อย่างใด  ฉะนั้น พื้นที่จึงเต็มไปด้วยกิ้งกือ กิ้งก่า จิ้งเหลน ทาก หอย กบ เขียด คางคก และไส้เดือนจะเยอะมากๆ แต่สัตว์เล็กๆเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ พวกหนอนผีเสื้อและแมลงก็เยอะ นก หนู กระรอก ไม่ต้องพูดถึง ลูกขนุนต้องห่อหลายๆรอบค่ะ ไม่งั้นโดนชิมก่อน แต่อยู่แบบพึ่งพากันไป ปลูกหลายๆอย่างให้เลือกตามสบาย ที่เหลือค่อยเป็นของคนค่ะ ในภาพคือขนุนจากต้นหลังบ้าน ออกผลปีละ2ครั้ง ปลูกตามธรรมชาติ ไม่มีการดูแลใดๆ พูใหญ่ เนื้อแน่น หวาน อร่อยดีค่ะ


Liked By: laihan
บันทึกการเข้า
ballloon24
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 243



« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2018, 08:00:38 AM »

ไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีเลยค่ะ ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง รดทุกอย่างที่ขวางหน้า ปรากฎว่าเขียวงามเติบโตดีทุกอย่างเช่นกันค่ะ ทั้งไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัว มีอย่างละนิดละหน่อย แต่งอกงามเกินคุ้ม รับประทานไม่ไหวก็แจกเพื่อนบ้านบ้าน แม้แต่สนามหญ้าก็ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงรด หญ้าเขียว แน่น ต้องขยันตัดบ่อยๆกันเลยทีเดียว ใช้ดี ประหยัดทรัพย์และปลอดภัยต่อพืชและมนุษย์ด้วยค่ะ อันนี้คิดเองตามความรู้สึกและสังเกตเอง ไม่ได้มีความรู้ตามหลักวิชาการแต่อย่างใดค่ะ



ของ maggie  ถ้าจำไม่ผิด maggie อยู่ภาคใต้ซึ่งฝนชุกอยู่แล้ว แน่นอนไม่มีปัญหาเรื่องปุ๋ยแน่นอน เพราะปุ๋ยมันมากับฝน  และปลูกลงในดินด้วยยิ่งสบายมาก

ส่วนพวกปุ๋ยชีวภาพที่เป็นพวกจุลินทรีย์  พวกนี้บางพื้นที่ใช้ได้ผล บางพื้นที่ใช้ไม่ได้ผลนะ  เพราะมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความชื้น อาหาร โปรโตซัวที่อยู่ในดิน  หรือศัตรูอื่นๆของมัน  ซึ่งตามหลักแล้วพวกจุลินทรีย์ต่างๆ มันควรจะใส่ครั้งเดียวแล้วเลิก เพราะจุลินทรีย์มันสามารถขยายพันธุ์เองได้  แต่ในความเป็นจริงเนื่องจากไม่มีใครรู้สภาพแวดล้อมที่แน่นอนที่จุลินทรีย์สามารถเติบโตได้ดี เลยต้องใส่แล้ว ใส่อีก  เหมือนกับหว่านแหไปเรื่อยๆ  เพราะความยากมันอยู่ตรงสภาวะแวดล้อมนี่แหละ ที่เหนือการควบคุมในทางปฏิบัติ

ประการต่อมาความเข้าใจผิดของคนหมู่มาก  ที่ว่าปุ๋ยเคมีมีสารโลหะหนักต่างๆนั้น  ความจริงปุ๋ยเคมีมีหน่วยงานที่ให้การดูแลและควบคุมมากยิ่งกว่าพวกปุ๋ยคอกเสียอีก จึงปลอดภัยมากกว่า  และในงานวิจัยหลายๆงานพบว่า ปุ๋ยคอกจากบางแหล่งมีโลหะหนักจำนวนมาก  เนื่องมาจากแหล่งอาหารที่สัตว์เข้าไปกินมีการปนเปื้อนของโลหะหนักอยู่  และปุ๋ยคอกเป็นปุ๋ยที่ไม่มีมาตราฐานใดๆใช้บังคับ แต่มีแค่มาตราฐานที่ควรจะเป็นเท่านั้น(มาตราฐานแบบสมัครใจไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย) ไม่มีการตรวจวัดจริง  จึงทำให้ปริมาณปุ๋ยและสารต่างๆเป็นไปแบบสุ่ม 

จริงๆที่น่ากลัวคือ พวกสารปราบศัตรูพืช  แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นหากปฏิบัติตามคู่มือหรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัดก็ไม่มีปัญหา  เพราะแม้แต่พืชผักโครงการหลวงเค้าก็มีการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชเหมือนกัน  แต่เค้าใช้อย่างถูกหลักวิชาการและเคร่งครัดในมาตราการความปลอดภัย  จึงทำให้เค้าสามารถขายผลผลิตให้กับตลาดใหญ่ๆของโลกได้ และได้รับความยอมรับและน่าเชื่อถือ
ใช่ค่ะ ภาคใต้ความชื้นไม่ต้องพูดถึง เกือบ5เดือนแล้ว ไม่ต้องรดน้ำต้นไม้ค่ะ การปลูกพืชให้งามและได้ผล ต้องมีปัจจัยหลายๆสัมพันธ์กันแน่นอนค่ะ ที่บ้านไม่ใช้สารเคมีหรือย่าฆ่าแมลงแต่อย่างใด  ฉะนั้น พื้นที่จึงเต็มไปด้วยกิ้งกือ กิ้งก่า จิ้งเหลน ทาก หอย กบ เขียด คางคก และไส้เดือนจะเยอะมากๆ แต่สัตว์เล็กๆเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ พวกหนอนผีเสื้อและแมลงก็เยอะ นก หนู กระรอก ไม่ต้องพูดถึง ลูกขนุนต้องห่อหลายๆรอบค่ะ ไม่งั้นโดนชิมก่อน แต่อยู่แบบพึ่งพากันไป ปลูกหลายๆอย่างให้เลือกตามสบาย ที่เหลือค่อยเป็นของคนค่ะ ในภาพคือขนุนจากต้นหลังบ้าน ออกผลปีละ2ครั้ง ปลูกตามธรรมชาติ ไม่มีการดูแลใดๆ พูใหญ่ เนื้อแน่น หวาน อร่อยดีค่ะ


นี่แหละ คือ เกษตรน้ำฝนของจริง ความฝันของเกษตรกรทุกคน


Liked By: laihan
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: