หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เกร็ดความรู้เกี่ยกับกระเทียมดำ หากใครที่ยังไม่รู้นะครับ  (อ่าน 255 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
mfood
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« เมื่อ: ตุลาคม 02, 2018, 06:42:28 AM »

กระเทียมดำ ความปลอดภัยและความเหมาะสมในการใช้กระเทียมดำเป็นอาหาร หรือส่วนประกอบอาหาร

กระเทียมมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Allium sativum L. มีประวัติการใช้เป็นเครื่องปรุงในอาหาร ประกอบกับมีสรรพคุณทางยา จึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย สารสำคัญที่พบในกระเทียมประกอบด้วย สารในกลุ่มซัลไฟต์ ได้แก่ Alliin, Allicin เอนไซม์ ได้แก่ Alliinase, Peroxidases, Myrosinase กรดอะมิโนและ ไกลโคไซด์(Glycosides) และแร่ธาตุต่างๆ (Rana, S. V., et al.2011) Allicin เป็นสารในกลุ่ม Thiosulfinate พบได้ในกระเทียมประมาณ 70-80% นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญอีกชนิดหนึ่งคือ S-ally-L-cysteines (SAC) เป็นสารในกลุ่ม Organosulfur สามารถละลายได้ในน้ำ มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

กระเทียมสดและกระเทียมดำ

กระเทียมดำเป็นการนำกระเทียมสดทั้งกลีบมาผ่านกระบวนการให้ความร้อนพร้อมกับควบคุม อุณหภูมิและความชื้น เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือน จะได้กระเทียมที่มีสีดำ เนื้อกระเทียมมีลักษณะเหนียวและ ยืดหยุ่นคล้ายเจลลี่มีรสหวานและกลิ่นเปรี้ยว การให้ความร้อนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ ในกระเทียม ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสี กลิ่นรส ชนิดและปริมาณสารอาหาร โดยกระเทียมดำมีปริมาณสาร SAC สูงกว่ากระเทียมสด 5-6 เท่า ปริมาณ Polyphenol สูงกว่ากระเทียมสด 7 เท่า และปริมาณวิตามินที่ละลายน้ำ สูงขึ้นประมาณ 1.15-1.92 เท่า ในขณะที่ปริมาณวิตามินที่ละลายในไขมันลดลง (Zhang, Zesheng et al.,2015)

อย่างไรก็ตาม ปริมาณสารสำคัญดังกล่าว จะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและอุณหภูมิ ที่ใช้ในการผลิต ซึ่งปัจจุบัน ยังไม่มีข้อกำหนดทางด้านคุณภาพและมาตรฐานที่ชัดเจน อีกทั้ง ยังไม่ทราบ องค์ประกอบโดยรวม (Profile) ที่มีอยู่ในกระเทียมดำ โดยเฉพาะสารที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจาก กระบวนการผลิตได้โดยอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพผู้บริโภคได้ หากได้รับเป็นระยะเวลานาน

ความปลอดภัยในการบริโภคกระเทียมดำ

แม้ว่ากระเทียมดำจะมีการบริโภคแพร่หลายในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น เกาหลี แต่ ประวัติในการบริโภคกระเทียมดำเป็นอาหารนั้น ยังน้อยกว่า 15 ปี ประกอบกับปัจจุบัน ข้อมูลการศึกษาวิจัย กระเทียมดำมีอย่างจำกัด และยังไม่พบการศึกษาด้านความปลอดภัยของกระเทียมดำที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาทางพิษวิทยาในหลอดทดลอง (In vitro) หรือในสัตว์ทดลอง (In vivo) โดยการศึกษาส่วนใหญ่จะเน้น ด้านประสิทธิภาพ

กระเทียมดำ ญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาวิจัยแสดงผลข้างเคียงจากการบริโภคกระเทียมดำ โดยมีผลต่อการเพิ่มฤทธิ์ของยาต้านการแข็งตัวของเลือด และยาอื่น ๆ เช่น ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด (Antidiabetic) ได้แก่ Chlorpropamide และยาพาราเซตามอล (Acetaminophen) เป็นต้น อีกทั้งการบริโภคกระเทียมดำต่อเนื่องเป็น เวลานาน อาจส่งผลให้มีเลือดออกในระหว่างผ่าตัดได้นอกจากนี้พบรายงานอาการไม่พึงประสงค์ในผู้ป่วย 1 ราย จากการบริโภคกระเทียมดำในต่างประเทศ เช่น อาการไอ และมีภาวะหายใจลำบาก (Dyspnoea) หลังจากรับประทานกระเทียมดำ วันละ 1 กลีบ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ซึ่งในการศึกษา ได้ทดสอบความสามารถในการเหนี่ยวนำให้เม็ดเลือดขาว (Lymphocytes) ด้วยวิธี Drug-induced lymphocyte stimulation test (DLST) พบว่า กระเทียมสดมีศักยภาพในการเนี่ยวนำการเพิ่มเม็ดเลือกขาวคิดเป็น 197% ในขณะที่กระเทียมดำ มีศักยภาพเหนี่ยวนำคิดเป็น 306% (Suzuki, Yasuhito, et al.2016)

การดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ปัจจุบันกระเทียมดำยังไม่อนุญาตให้ใช้เป็นอาหารหรือส่วนประกอบในอาหารที่ผลิตหรือนำเข้า เพื่อการจ าหน่ายในประเทศ เนื่องจากยังไม่สามารถพิจารณาความปลอดภัยและความเหมาะสมของการใช้ กระเทียมดำเป็นส่วนประกอบในอาหารบนพื้นฐานของข้อมูลวิชาการที่มีได้ โดยเฉพาะข้อมูลองค์ประกอบ โดยรวม (Profile) ที่มีอยู่ในกระเทียมดำ ข้อมูลการศึกษากระบวนการผลิตที่เหมาะสม ข้อมูลการศึกษาพิษวิทยาในสัตว์ทดลองสำหรับกระเทียมดำ อีกทั้งกระเทียมดำมีประวัติการบริโภคเป็นอาหารน้อยกว่า 15 ปี จึงเข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 376) พ.ศ.2559 เรื่อง อาหารใหม่ (Novel food) ซึ่งจะต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยก่อนการอนุญาต

คำแนะนำแก่ผู้บริโภค

ผู้บริโภคกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่ต้องรับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่ต้องได้รับยาต้านการเกาะกลุ่ม ของเกล็ดเลือด หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการผ่าตัด ต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานทั้งกระเทียมดำ และกระเทียมสด เพื่อ ป้องกันผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพได้ สำหรับคนทั่วไป แนะนำให้บริโภคอาหารที่หลากหลายและออก กำลังกายเป็นประจ า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพได้ดีกว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งไม่มีผล ต่อการบำบัด บรรเทา รักษาโรค แต่อย่างใด

ที่มา https://www.mfoodservice.com/Page/Content/28
โปรแกรมร้านอาหาร
บันทึกการเข้า

โปรแกรมร้านอาหารฟรี ที่ mfoodservice.com
ไม่มีค่าติดตั้ง หรือซื้ออุปกรณ์ให้ยุ่งยาก

likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 584


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2018, 08:50:15 AM »

ขอบคุณมากค่ะ ได้ประโยชน์มากจากข้อมูลนี้
1-2เดือนก่อน ทดลองทำกระเทียมดำ ชิมวันละสามสี่กลีบเล็กๆ เว้นวันไปบ้าง สองสัปดาห์ (แล้วหยุดกินจนทุกวันนี้)

เว้นไปอีกสักครึ่งเดือน
ช่วงนั้นนอนหลับไม่พอ
แต่จะด้วยความบังเอิญหรือเหตุอื่นก็ตาม
ต่อมามีอาการเส้นเลือดฝอยทีตาขาวแตก เลือดออกที่ตาขาว

ออกวันเว้นวันบ้างเว้นสองวันบ้าง ติดต่อกันสี่ครั้ง
ส่วนตัวแล้วก็เห็นจะต้องระวังหน่อย เรื่องกระเทียมดำและจะชิม-กินในครั้งต่อไป



Liked By: wanvan987
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2018, 08:54:35 AM โดย likhit » บันทึกการเข้า
mfood
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2018, 01:19:15 PM »

ใช่ครับ ผมว่ามันค่อนข้างอันตรายเลยก็ว่าได้


Liked By: wanvan987
บันทึกการเข้า

โปรแกรมร้านอาหารฟรี ที่ mfoodservice.com
ไม่มีค่าติดตั้ง หรือซื้ออุปกรณ์ให้ยุ่งยาก
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 584


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2018, 03:11:22 PM »

ก่อนวันที่มีปัญหากับเรื่องเลือดออกตานั้น กินทุเรียนด้วยค่ะ แล้วก็มีกับข้าวที่ใส่พริกไทยเยอะหน่อย ขิงดอง
ก็ไม่แน่ใจว่าเพราะทุเรียน พริกไทย ขิงดอง และการนอนไม่พอ รวมๆกันกับเหตุอื่นๆด้วยมังคะ
จักษุแพทย์บอกอกอาจสาเหตุเลือดออกตานั้นมีเยอะมาก
เลยคิดต่อว่าน่าจะรวมๆจากสาเหตุอื่นๆด้วย รวมทั้งต้องระวังกรณีกินยาหรืออาหารเสริมบางอย่าง
แต่ก็คิดว่าถ้าจะกินกระเทียมดำครั้งต่อๆไปอาจต้องลดจำนวนและก็ระวังมากหน่อยน่ะค่ะ
(ยังทำกระเทียมดำชุดใหม่ไว้ค่ะ เพราะเห็นข้อมูลที่โฆษณาไว้เยอะว่าดีมากก็เลยทำ)
ขอบคุณมากค่ะ


Liked By: wanvan987
บันทึกการเข้า
stunning88
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2019, 05:26:29 PM »

โดยรวมถือว่าค่อนข้างอันตราย!
แต่เราก็เพิ่งจะรู้ว่ามีกระเทียมดำด้วย


Liked By: wanvan987
บันทึกการเข้า
wanvan987
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 244


« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2019, 07:37:54 PM »

ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามีวิธีการผลิตกระเทียมดำ
ตอนแรกคิดว่าเป็นพันธ์ุกระเทียมสีดำ เหมือนกระชายสีดำ

ตกข่าว


บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: