หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เศรษฐกิจเกษตรเสียหาย ต้นทุนพุ่ง ฉุดรายได้วูบ  (อ่าน 4711 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Chevythailand
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2018, 12:18:30 PM »

สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์ ร่วมกับกลุ่มโรงงานน้ำตาลลุ่มน้ำแม่กลอง จัดเสวนาวิเคราะห์เศรษฐกิจเกษตร หากไร้พาราควอตเพื่อประเมินความเสียหายระบบเศรษฐกิจภาคการเกษตร เมื่อยกเลิกใช้สารพาราควอต โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงด้านการเกษตร เศรษฐกิจ กระบวนการผลิต และการแปรรูป พบว่า เกิดความเสียหายเกิดขึ้นทันทีหากยกเลิกใช้สารพาราควอตส่งผลต้นทุนการเกษตรเพิ่มขึ้นคิดเป็นมูลค่า 33,000 ล้านบาท ผลผลิตสูญหาย คิดเป็นมูลค่า 22,000 ล้านบาท และกระทบต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมน้ำตาลดิบคิดเป็นมูลค่า 250,00 ล้านบาท รวมมูลค่าความสูญเสียสูงกว่า 300,000 ล้านบาท


สมเกียรติ วสุประสาท อุปนายกสมาคมชาวไร่อ้อยสุรนารี อดีตผู้บริหารฝ่ายส่งเสริมชาวไร่ในอุตสาหกรรมอ้อย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปี ในบทบาทเกษตรกรชาวไร่อ้อย และเคยช่วยส่งเสริมชาวไร่ในอุตสาหกรรมอ้อยยังไม่มีเกษตรกรได้รับพิษภัยจากสารพาราควอตจากการใช้อย่างถูกต้อง การทำไร่อ้อยจะใช้สารกำจัดวัชพืชเพียงระยะเวลาสั้นๆ ช่วงระยะอ้อยแตกกอ จนถึงระยะย่างปล้องประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นจะไม่ได้ใช้แล้ว เนื่องจากอ้อยจะเติบโตบังพื้นดินทำให้หญ้าไม่สามารถเติบโตได้ และอ้อยจะใช้เวลาเติบโตต่อไปอีกประมาณ 5-6 เดือน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า อุตสาหกรรมอ้อยจะไม่ได้รับผลกระทบจากพิษของพาราควอต หรือสารต่างๆ

ขณะเดียวกัน ยังไม่มีสารทดแทนพาราควอต ในประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เท่ากันส่วนการใช้แรงงานปัจจุบันมีค่าจ้างที่สูงมาก แพงกว่า3-4 เท่า รวมทั้งสารเคมีที่แนะนำให้ใช้แทนนั้นสูงมาก แพงกว่า 4 เท่า และยังไม่รู้ว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อมมากน้อยขนาดไหน ดังนั้นการยกเลิกไม่ให้ใช้สารพาราควอตในการกำจัดวัชพืช จะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออกเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันราคาอ้อยตกต่ำอยู่แล้ว และต้นทุนการผลิตของอ้อยและน้ำตาลยังเพิ่มขึ้นอีกประเมินตัวเลขเบื้องต้นที่จะต้องสูญเสียทั้งในส่วนต้นทุนและผลิตผลลดลง เฉพาะในส่วนอุตสาหกรรมอ้อยนั้นสูงถึง 55,000 ล้านบาทต่อปี รวมอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลสูญกว่า 300,000 ล้านบาทต่อปี

ดร.บรรพต ด้วงชนะ นักวิชาการด้านอ้อยและน้ำตาล กลุ่มโรงงานน้ำตาลลุ่มน้ำแม่กลอง ผู้ใกล้ชิดกับโรงงานน้ำตาลและชาวไร่้อยมายาวนานกล่าวว่า สารพาราควอตยังเป็นที่นิยมของชาวเกษตรกรทั่วไปสำหรับใช้กำจัดวัชพืชในพื้นที่ทั่วไปทั้งพื้นที่โล่งแจ้ง และระหว่างแถวพืชที่โตแล้ว สารพาราควอตจึงเปรียบเสมือนหนึ่งยาสามัญประจำไร่ที่พี่น้องเกษตรกรจำเป็นต้องมีติดไว้ทุกครัวเรือน

โดยส่วนตัวแล้วอยู่มาหลายโรงงานน้ำตาล โดยชาวไร่อ้อยส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาเงินส่งเสริมการปลูกอ้อย หรือ เงินเกี๊ยว ที่แต่ละโรงงานมีหลักเกณฑ์ในการจ่ายที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่ปลูก ตามปริมาณการส่งอ้อย หรือตามสัญญาซื้อขายอ้อย ซึ่งในปัจจุบันชาวไร่อ้อนต้องแบกภาระต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงทำให้อัตราการจ่ายเงินเกี๊ยวสูงตามไปด้วย ซึ่งจะสูงถึงประมาณร้อยละ 50 ของราคาอ้อยที่คาดว่าจะได้รับ ชาวไร่อ้อยจึงต้องพยายายามดูแลรักษาอ้อยให้มีผลผลิตสูงเพื่อให้สามารถใช้คืนโรงงาน และมีเหลือใช้หมุนเวียนจนกว่าจะได้รับเงินเกี๊ยวของฤดูปลูกปีใหม่

ส่วนกรณีมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) เร่งตรวจสอบบริษัทน้ำตาล โดยส่งแบบสอบถามว่า บริษัทใดยังมีการใช้วัตถุดิบจากอ้อยที่มีการใช้สารพาราควอตในการกำจัดวัชพืชหรือไม่นั้น ทางกลุ่มบริษัทโรงงานน้พตาลลุ่มน้ำแม่กลองทั้ง 8 บริษัท 9 โรงงานน้ำตาล ยังไม่ได้รับเรื่องนี้ ทั้งนี้ มพบ.อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือยังไม่มีเข้าใจเรื่องการใช้สารพาราควอตในไร่อ้อย โรงงานน้ำตาลในประเทศไทยทั้ง 54 โรงงานรับอ้อยที่ใช้สารพาราควอตจากชาวไร่อ้อยคู่สัญญาเกือบทั้งหมด อาจจะมีเพียงชาวไร่รายเล็ก บางรายเท่านั้นที่มีพื้นที่ปลูกน้อยยยยราว 1-2 ไร่ ที่ใช้แรงงานในครอบครัวกำจัดวัชพืชได้โดยไม่พึ่งสารเคมี

ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกอ้อย 11 ล้านไร่ เชื่อว่า ต้องใช้สารพาราควอตเกือบทุกไร่ เรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ และโรคต่างๆ ที่ กล่าวอ้างว่า สาเหตุมาจากสารพาราควอตนั้น ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หลายท่านได้ให้ความรู้ความเข้าใจกันไปหลายรอบแล้ว่า "ไม่เป็นความจริง"

ที่มา : สยามรัฐ
บันทึกการเข้า

zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1041


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2018, 12:50:46 PM »

 ยิ้ม ทำไมไม่พูดถึงเรื่องห่วงโซ่อาหารกันมั่ง สัตย์ตัวเล็กตัวน้อย ที่เขามีชีวิตอยู่จากการกินหญ้าพืชเล็กๆ กินเศษดินเศษหิน วงจรชีวิตเขามันตายไปหมด น้ำท่าเอามาใชเอามาดื่มไม่ได้ แล้วจะอยู่กันยังไงนิ คุณมองกันแต่เรื่องเงินๆๆๆไม่มองเรื่องสิ่งแวดล้อมเลย หากว่าน้ำ พืชผักต่างๆนาๆปนเปื้อนสารเคมี เอาเงินไปซื้อมากินสะสมเข้าไปในร่างกายเด๋วก็เป็นมะเร็งตายกันทั้งประเทศ แล้วชีวิตนี้จะเกิดมาทำไมละเกิดมาเพื่ออะไร เออ....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 22, 2018, 05:52:40 PM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
UNCLE HUB
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 730


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2018, 05:15:38 PM »

ยิ้ม ทำไมไม่พูดถึงเรื่องห่วงโซ่อาหารกันมั่ง สัตย์ตัวเล็กตัวน้อย ที่เขามีชีวิตอยู่การการกินหญ้าพืชเล็กๆ กินเศษดินเศษหิน วงจรชีวิตเขามันตายไปหมด น้ำท่าเอามาใชเอามาดื่มไม่ได้ แล้วจะอยู่กันยังไงนิ คุณมองกันแต่เรื่องเงินๆๆๆไม่มองเรื่องสิ่งแวดล้อมเลย หากว่าน้ำ พืชผักต่างๆนาๆปนเปื้อนสารเคมี เอาเงินไปซื้อมากินสะสมเข้าไปในร่างกายเด๋วก็เป็นมะเร็งตายกันทั้งประเทศ แล้วชีวิตนี้จะเกิดมาทำไมละเกิดมาเพื่ออะไร เออ....

ขออนุญาตครับ

  อยากกดไลค์ ให้สักล้านครั้ง

  ด้วยความเคารพ ยิ้มเท่ห์   ยิ้มเท่ห์


Liked By: supischa, krading, kapompeek
บันทึกการเข้า
pongsakmake
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 09:54:59 PM »

มีตัวแทนนายทุนเข้ากลุ่ม
บันทึกการเข้า
viras2
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1144


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 09:21:59 AM »

คนที่บอกว่ายาตัวนี้ดี  เคยใช้ฉีดในแปลงเกษตรด้วยตัวเองมากี่ปีแล้วครับ


Liked By: kapompeek
บันทึกการเข้า
rasit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 677


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 11:23:11 AM »

สงสัย รับเงินเขามา แล้วมาหาแนวร่วมครับบบบ  ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัย ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: kapompeek
บันทึกการเข้า
teppatut
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 515


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2018, 11:04:37 AM »

บ้านผมที่หนองบัวลำภูก็ใช้ฉีดอ้อย  หนูนาหนูพุก มันก็ยังอยู่ในป่าอ้อย จะทำยังไงให้มันหมดไป ดักก็แล้ว ยิงก็แล้ว ตอนนี้เริ่มจะมากินลูกไก่ที่เลี้ยงแล้ว
เลี้ยงหมา หมาก็ไม่พราน กับแต่กระต่ายที่เลี้ยงไว้
บันทึกการเข้า
หง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 446


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2018, 12:18:06 PM »

สุดท้ายก็มาที่เรื่องของผลประโยชน์ครับ


Liked By: kapompeek
บันทึกการเข้า

เกษตรกรชายขอบ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: