หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ถึงเวลาภาคเกษตรไทยขยับตัวรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี  (อ่าน 4969 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
KasetBeginner
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2018, 05:48:46 PM »

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี สร้างผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ไม่เพียงภาคแรงงานที่กำลังถูกทดแทนด้วยเครื่องจักร หรือปัญญาประดิษฐ์ แม้แต่ภาคการเกษตร ซึ่งเป็นภาคส่วนหลักของประเทศก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีมากขึ้นเช่นกัน แต่ผลกระทบที่ว่านั้นก็เป็นได้ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ

แม้ว่าประเทศไทยจะมีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคนไทยก็ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก ติด 1 ใน 10 ของโลก แต่เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ก็ยังถือว่าประเทศไทยเดินหน้าช้ามากและน้อยมาก

แต่หากคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจเทคโนโลยี เข้าใจการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และเข้าใจผลกระทบของเทคโนโลยีมากขึ้น ก็จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในทางบวกมากขึ้น



ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ บอกว่า เทคโนโลยีจะเข้ามาเขย่าและสร้างความปั่นป่วนในแต่ละภาคส่วนไม่เท่ากัน เช่น ภาคเกษตรถูกกระทบจากระบบการผลิตที่แม่นยำมากขึ้น แต่ประเทศไทยกลับยังใช้งานน้อยอยู่ ขณะที่ภาคผลิตจะถูกกระทบจากหุ่นยนต์และคลังสินค้าอัตโนมัติ และการจ้างงานโดยตรง โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ที่เห็นชัดว่าการผลิตเพิ่มขึ้นแต่เวลาทำงานลดลง และสุดท้ายภาคบริการจะมีกลุ่มสื่อ อีคอมเมิร์ซ และแพลตฟอร์มใหม่เข้ามากระทบ



ในมุมของภาคการเกษตรก็สอดรับกับที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้แสดงทัศนะไว้ว่า ทิศทางการเกษตรของไทยกำลังจะเข้าสู่ภาวะของการเปลี่ยนแปลง ตามการขับเคลื่อนของโลกยุคดิจิทัล โดยหนึ่งในปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับภาคการเกษตรก็คือ การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมเพื่อการเกษตร

ระบบดาวเทียมที่คุ้นเคยกันอยู่ในตอนนี้ก็คือ Google Map ซึ่งถ้านำดาวเทียมเข้ามาใช้ในระบบเกษตร จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล เช่น ระบบดาวเทียมสามารถถ่ายรูปเฉดสีที่ระบุได้ถึงแร่ธาตุ สภาพดิน และความพร้อมของดิน จึงทำให้รู้ว่าที่ดินตรงนั้น เหมาะกับการปลูกพืชชนิดใด



นอกจากนี้ ระบบดาวเทียมยังช่วยในการวางแผนเพาะปลูกที่แม่นยำ รวมถึงการบริหารจัดการด้านการเก็บเกี่ยวและผลผลิต ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด และการอุดหนุนราคาจากภาครัฐ เป็นต้น

เทคโนโลยีที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเกษตรอีกด้านหนึ่งก็คือ การใช้ระบบอีคอมเมิร์ซ ซึ่งจากการวิเคราะห์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่าหากเกษตรกรสามารถปรับตัวด้านเทคโนโลยีดิจิทัล จะเป็นโอกาสในการเพิ่มช่องทางการตลาด สามารถเข้าถึงผู้บริโภคหรือตลาดทั้งในและต่างประเทศได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การขายทุเรียนผ่านระบบออนไลน์ของอาลีบาบาไปยังจีน ทำให้ขายทุเรียนได้มากขึ้น และราคาทุเรียนก็เพิ่มขึ้นด้วย เป็นต้น



จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีไม่ได้สร้างผลกระทบในทางลบเสมอไป หากปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนี้ได้ทัน ก็จะได้รับผลกระทบในทางบวกอย่างมากมาย

แต่ถ้าภาคเกษตรของไทยไม่ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องรับความบอบช้ำจากภัยคุกคามด้านอื่น ตัวอย่างใหม่ที่เริ่มเกิดขึ้นแล้วในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรปก็คือ การที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตปรับตัวรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้สามารถปลูกผักขายเองได้ในร้าน โดยไม่ต้องพึ่งเกษตรกร ซึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ห้างร้านแบบนี้สามารถเพิ่มพันธุ์ผักที่ปลูกเองได้มากขึ้น ต่อไปในอนาคตก็อาจไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาเกษตรกรอีก เป็นต้น



การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลาในทุกวงการ นำมาซึ่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบ ใครปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ก็มีโอกาสรอดได้มาก เพราะยุคนี้ไม่ได้มีแค่ปลาใหญ่กินปลาเล็กเท่านั้น แต่ปลาเร็วก็กำลังกินปลาช้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นจะรอดหรือจะร่วงก็ขึ้นอยู่กับการปรับตัวเร็วหรือปรับตัวช้า ภาคเกษตรไทยจึงควรรีบขยับปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว

--------------------------
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง:

ศุภชัย เจียรวนนท์ : การเกษตรยุคดิจิทัลรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก
https://www.isranews.org/isranews-article/66056-isranews-66056.html

แนะเกษตรกรปรับตัวสู่ตลาดดิจิทัล เพิ่มโอกาสแข่งขัน-เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกได้รวดเร็วขึ้น
http://www.naewna.com/local/339970

ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วโลกทยอยปลูกผักเอง
https://www.facebook.com/moremovemag/photos/a.160625153949804.38654.138841026128217/1940356515976650/?type=3
https://smart-farm.blogspot.com/2018/05/1000.html?m=1  


Liked By: julaporn
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 21, 2018, 05:54:08 PM โดย KasetBeginner » บันทึกการเข้า

Supachai007
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 282


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2018, 08:58:22 PM »

เกษตรกรไทยต้องปรับตัว นอกจากเป็นเบี้ยล่างนายทุนแล้ว ยังต้องเป็นเบี้ยล่างผู้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิตอลด้วย
บันทึกการเข้า
pongsakmake
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 10:00:05 PM »

 มาอีกแล้ว โพสท์นายทุน
บันทึกการเข้า
viras2
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1143


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 09:03:55 AM »

เกษตรกรรายย่อยคงปรับตัวไม่ไหว ไม่มีกำลังที่จะปรับตัว ทำแต่พอกินอย่าไปคิดร่ำรวยเลยครับ เอาแบบสบายใจ


Liked By: UNCLE HUB
บันทึกการเข้า
UNCLE HUB
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 727


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 02:17:20 PM »

ขออนุญาติครับ

 คำว่าพัฒนากับทำลายมาคู่กันเสมอ


  ด้วยความเคารพ   ยิ้มเท่ห์   ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
YUTHPOL
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 02:45:05 PM »

ขออนุญาติครับ

 คำว่าพัฒนากับทำลายมาคู่กันเสมอ


  ด้วยความเคารพ   ยิ้มเท่ห์   ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: