หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: “ลับลวงพราง" ทฤษฎีสมคบคิดสู่แผนการแบนสารเคมีทางการเกษตร  (อ่าน 7471 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Chevythailand
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2018, 04:34:13 PM »

"คนห้ามไม่ใด้ใช้ คนใช้ไม่ได้ห้าม"
ทำไมรัฐบาลถึงต้องฟังคนกลุ่มนี้ ไม่ฟังเกษตรกรแบบพวกเราบ้างนะครับ
อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง
ศูนย์พัฒนานโยบายแห่งชาติด้านสารเคมี ศูนย์นี้ตั้งเมื่อปี 2551 อยู่ในกองแผนงานและวิชาการของอย. โดยมีเจ้าหน้าที่เพียงแค่ 5 คน และที่น่าสนใจ คือชื่อ น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม ซึ่งน.ส.ปรกชลยังอยู่ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือ Thai-Pan กลุ่มเอ็นจีโอที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสารเคมีทางการเกษตรมาโดยตลอด
จากกรณีที่นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการสารเคมีเกษตรไทย ได้ออกมาแถลงข่าว มติที่ประชุม เห็นชอบให้ยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร 2 ตัวคือพาราควอต กับ คลอร์ไพริฟอส

โดยให้จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ไม่อนุญาตให้ใช้ ระหว่างนี้ไม่อนุญาตขึ้นทะเบียนเพิ่ม ไม่ต่ออายุทะเบียน ให้ยุติการนำเข้าภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2560 และยุติการใช้สิ้นเชิง 1 ธันวาคม 2562

การจะห้ามใช้สารเคมีทางการเกษตรตัวใดตัวหนึ่ง หรือหลายตัว ไม่มีใครว่า แต่ควรอยู่ในกรอบของความถูกต้องชอบธรรม ไม่มั่ว ไม่เอาสีข้างเข้าถู ไม่เลือกข้าง ไม่อคติ หากด้วยบทพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และคำนึงถึงบริบทของเกษตรกรผู้ใช้ด้วย 

การที่ให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ออกคำสั่งนี้ ถือเป็นเรื่องตลกไร้สาระมาก อย่าลืมว่ากระทรวงนี้ดูแลสุขภาพคน รู้เรื่องยากับคน 

แต่เมื่อเป็นพืชกับคน หน่วยงานที่รู้ดีที่สุดคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตรที่เป็นหน้าที่โดยตรง   

ประเด็นต่อมาในโครงสร้างคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีเกษตรฯนั้น ประกอบด้วยตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ แต่ไม่ยักจะมีตัวแทนกลุ่มเกษตรกรแม้แต่คนเดียว ที่น่ากังขาคือมีเอ็นจีโอ ทั้งจากสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช( Thai-PAN) ร่วมด้วย เรียกได้ว่า "คนห้ามไม่ใด้ใช้ คนใช้ไม่ได้ห้าม"

กรรมการบางคนมีสายสัมพันธ์กับเอ็นจีโอ ทั้งออกหน้าออกตา และเงียบๆ สะท้อนให้เห็นว่าคณะกรรมการชุดนี้ มีเอ็นจีโอชักใยอยู่เบื้องหลังอย่างชัดเจนที่สุด

แล้วถามว่า บทบาทของกรมวิชาการเกษตรที่สมควรเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้ และเคยเป็นมาตลอดเป็นอย่างไร นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พอมีสติปัญญาทำได้ดีที่สุด คือส่งนายศรัณย์ วัธนธาดา ผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เป็นตัวแทนอธิบดีไปร่วมประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูงในวันนั้น ส่งไปเพื่อจะบอกว่า กรมวิชาการเกษตร ยินดีแบน(Ban)สารสองตัวนี้ทั้งพาราควอตและไกลโฟเสท ส่วนจะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อื่นใดประกอบการตัดสินใจครั้งนี้ไม่มีใครทราบ  ทราบแต่เพียงว่า ในทางปฏิบัติหากจะห้ามหรือยกเลิกสารเคมีเกษตรตัวใดก็ต้องมีคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบและประเมินในทางวิทยาศาสตร์ก่อน

และที่ยอมยกเลิกพาราควอต เป็นเพราะถูกใครบางคนบางกลุ่มกดดัน แล้วใครจะพึ่งกรมวิชาการเกษตรได้อีกหรือ เมื่อยอมศิโรราบเอ็นจีโอ ชนิดที่ไม่มีอธิบดีคนไหนทำมาเลยในประวัติศาสตร์ของกรมนี้

จึงไม่แปลกใจว่าทำไมมติที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูงยกเลิกการใช้สารพาราควอต ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเมื่อวัน 24 มีนาคม 2560 แหล่งข่าวในกรมวิชาการเกษตรระบุว่าวันนั้นมีการประชุมลับที่ห้องอธิบดีกรมวิชาการเกษตร มีผู้ร่วมประชุมทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษต น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายพิศาล พงศาพิชญ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) และนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี(BioThai) เครือข่ายเดียวกับเครือข่ายเฝ้าระวังสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช(Thai PAN) ถือเป็นทฤษฎีสมคบคิดสู่แผน“ลับลวงพราง"สารเคมีเกษตรที่น่าจับตายิ่ง     

ที่มา : แบนสารเคมี 3 ตัว! ทางออกภาคการเกษตรไทยจริงหรือ...?
บันทึกการเข้า

กะลาแลนด์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 58


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2018, 04:50:43 PM »

สารกำจัดศัตรูพืชที่สำคัญในการเกษตรของประเทศไทย..
1. พาราคว็อท (Paraquat) เป็นยากำจัดวัชพืชที่มีการใช้มากที่สุดในประเทศไ
บันทึกการเข้า
กะลาแลนด์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 58


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2018, 05:16:40 PM »

สารกำจัดศัตรูพืชที่สำคัญในการเกษตรของประเทศไทย..
1. พาราคว็อท (Paraquat) เป็นยาจำกัดวัชพืช ที่มีการใช้มากที่สุดในประเทศไทย ทำงานโดยหยุดยั้งการเติบโตของเซลวัชพืช และทำให้เนื้อเยื่อของเซลนั้น
     แห้งตายลง
2. ไกลโฟเสต (Glyphosate) เป็นยากำจัดวัชพืชโดยวิธีฉีดพ่นและดูดซึมทางใบ วิธีฉีดเข้าลำต้น หรือหยอดที่ยอด
3. 2,4-ดี  (2,4-D) เป็นฮอร์โมนพืช (อ๊อกซิน) สังเคราะห์ โดยถ้าใช้ในความเข้มข้นต่ำจะกระตุ้นการเจริญเติบโต ถ้าใช้ในความเข้มข้นสูงจะเป็นสารกำจัด
    วัชพืชใบกว้าง เพราะมีฤทธิ์ของความเป็นอ๊อกซินสูงมาก โดยวัชพืชใบกว้างซึ่งเป็นพืชใบเลี้ยงคู่จะไวต่อการตอบสนองต่อ มากกว่าพืชใบแคบซึ่งเป็นพืชใบ
    เลี้ยงเดี่ยว
4. บิวตคลอร์ (Butachlor) เป็นยากำจัดวัชพืชที่ใช้ป้องกันวัชพืชก่อนที่จะงอก เช่น หญ้าข้าวนก หญ้านกสีชมพู หญ้าดอกขาว กกขนาก หนวดปลาดุก กก
    ทราย และขาเขียด
5. โพรพานิล (Propanil) เป็นยากำจัดวัชพืชพวกใบแคบ เช่น หญ้าข้าวนก หญ้านกสีชมพู
6. ฟีโนซาพรอพ-พี-เอ็ทธิล (Fenoxaprop-p-ethyl)  เป็นยากำจัดวัชพืชพวกใบกว้าง เช่น หญ้าดอกขาว
7. เพนดิเมทธอลิน (Pendimethalin)  ใช้กำจัดวัชพืช เช่น หญ้าข้าวน หญ้าดอกขาว หญ้าแดง กกขนาก กกทราย หนวดปลาดุก ขาเขียด ผักปอดนา
8. ไพราโซซัลฟูรอน-เอทิล (Phyrazosulfuron-ethyl)  ใช้กำจัดวัชพืช เช่น กกขนาก หนวดปลาดุก ขาเขียด ผักปอดนา ผักแว่น

ที่มา.. วิกิพีเดีย
บันทึกการเข้า
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1249


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2018, 07:53:00 PM »

ผมหละกลัวอย่างเดียว คือคนกินไม่ได้ใช้...แต่คนใช้ไม่ได้กินมากกว่า
ถ้าจะให้ดีจริงๆ แล้วให้ใช้เต็มที่ไปเลย...แต่มีข้อแม้คือ
คนที่ใช้ต้องป้อนกันไม่ให้สารเคมีปราบศัตรูพืช ออกไปจากพื้นที่คุณเด็ดขาด คุณต้องทำระบบปิด เพราะคนอื่นๆที่อยู่บนโลกใบนี้ถามว่ามีใครอยากกิน อยากดมสารเคมีเหล่านี้หรือไม่
....ใครจะใช้ต้องทำผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเสนอวิธีป้องกันด้วย มันถึงจะดีสำหรับทุกคน
...เรื่องของเรื่องคือ คนขายไม่ได้ใช้
...คนใช้ไม่ได้ขาย
...คนกินลำบากสุด และตกที่หนั่งลำบากพูดก็ไม่ได้คือสิ่งแวดล้อม กุ้ง หอย ปู ปลา และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
หากมองมุมกลับกัน มันก็....ทฤษฎีสมคบคิดกับบริษัทค้าสารเคมีเหมือนกันนั่นแหละครับ
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
Supachai007
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 287


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2018, 08:51:12 PM »

ไม่อยากให้เกษตรกรไทยใช้สารเคมี ไม่อยากให้ตกเป็นเบี้ยล่างใคร
บันทึกการเข้า
viras2
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1147


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2018, 08:59:42 PM »

ก็รู้อยู่ว่ามันเป็นสารเคมีอันตรายคนกินเสี่ยงอันตราย คนทำเกษตรก็ยังจะอยากใช้ ขอให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยครับ อย่าเห็นแก่ได้บนความทุกข์ของผู้บริโภค


Liked By: supischa, UNCLE HUB
บันทึกการเข้า
Supachai007
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 287


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2018, 09:26:47 PM »

พาราควอตใช้เยอสุด แต่ผมเห็นข้อดีของมันเพียงอย่างเดียวก็คือ เกษตรกรใช้เพื่อพ้นทุกข์ จากปัญหาหนี้สินการเอารัดเอาเปรียบและถูกบีบคั้นจนอับจนหนทาง.......


Liked By: supischa, UNCLE HUB
บันทึกการเข้า
compact
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1355


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 10:48:50 AM »

พาราควอตใช้เยอสุด แต่ผมเห็นข้อดีของมันเพียงอย่างเดียวก็คือ เกษตรกรใช้เพื่อพ้นทุกข์ จากปัญหาหนี้สินการเอารัดเอาเปรียบและถูกบีบคั้นจนอับจนหนทาง.......

จะบอกว่า ใช้พาราควอต แล้วจะพ้นทุกข์ ไม่มีหนี้สิน ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบเหรอครับ     ผมเห็นแต่คนขาย นายทุนนำเข้า เจ้าของไร่ที่จ้างคนอื่นฉีดยา แล้วก็พวกล๊อบบี้ยีสที่รับเงินเค้ามาเชียร์ เท่านั้นแหละที่อยากให้มีอยู่ต่อไป


Liked By: Boss4524, saksidht
บันทึกการเข้า
panejon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 97


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 03:18:38 PM »

พาราควอตใช้เยอสุด แต่ผมเห็นข้อดีของมันเพียงอย่างเดียวก็คือ เกษตรกรใช้เพื่อพ้นทุกข์ จากปัญหาหนี้สินการเอารัดเอาเปรียบและถูกบีบคั้นจนอับจนหนทาง.......

จะบอกว่า ใช้พาราควอต แล้วจะพ้นทุกข์ ไม่มีหนี้สิน ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบเหรอครับ     ผมเห็นแต่คนขาย นายทุนนำเข้า เจ้าของไร่ที่จ้างคนอื่นฉีดยา แล้วก็พวกล๊อบบี้ยีสที่รับเงินเค้ามาเชียร์ เท่านั้นแหละที่อยากให้มีอยู่ต่อไป

หมายถีงใช้กินหรือเปล่า   โกรธ โกรธ
บันทึกการเข้า
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1249


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 08:54:43 PM »

พาราควอตใช้เยอสุด แต่ผมเห็นข้อดีของมันเพียงอย่างเดียวก็คือ เกษตรกรใช้เพื่อพ้นทุกข์ จากปัญหาหนี้สินการเอารัดเอาเปรียบและถูกบีบคั้นจนอับจนหนทาง.......

จะบอกว่า ใช้พาราควอต แล้วจะพ้นทุกข์ ไม่มีหนี้สิน ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบเหรอครับ     ผมเห็นแต่คนขาย นายทุนนำเข้า เจ้าของไร่ที่จ้างคนอื่นฉีดยา แล้วก็พวกล๊อบบี้ยีสที่รับเงินเค้ามาเชียร์ เท่านั้นแหละที่อยากให้มีอยู่ต่อไป

หมายถีงใช้กินหรือเปล่า   โกรธ โกรธ
...ครับหนีความยากจน จากปัญหาหนี้สินการเอารัดเอาเปรียบและถูกบีบคั้นจนอับจนหนทาง....โดยการกินพาราควอตครับ ร้องไห้ ร้องไห้
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
pongsakmake
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 09:58:27 PM »

  กระทรวงเกษตรจะไปรู้เรื่องอะไรกับสุขภาพ ต้องหมอสิ ตรรกะ พิการ เขียนมาได้ยังไง ถ้ามันดี ทำไมประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศถึงแบน
บันทึกการเข้า
viras2
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1147


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 09:14:48 AM »

ใช้ยาฆ่าหญ้ามากๆ จะเกิดอาการดื้อยาไหม คือหญ้ามันจะปรับตัวเองเพื่อเอาชนะยาให้ได้  จะเห็นว่ากี่ปีกี่ชาติหญ้ามันก็ยังคงขึ้นในที่เดิมที่เคยฉีดยานั่นแหละ
 จะต้องพึ่งยาไปตลอดเลยหรือ  ทำไมไม่คิดหาวิธีธรรมชาติเพื่อเอาชนะธรรมชาติกันบ้าง  หรือคิดแต่เพียงขอให้ได้เงินเร็วๆ ใครจะเจ็บ ตาย ช่างหัวมัน


Liked By: UNCLE HUB, compact
บันทึกการเข้า
rasit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 677


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 11:15:17 AM »

ไม่ควรอนุญาต ให้นำเข้ามาใช้อีก ผลประโยชน์ของคนขาย คนใช้ และผู้บริโภคตาย  ถ้าดีจริง ไม่อันตราย แล้วทำไมประเทศผู้ผลิตสารนี้ กลับไม่อนุญาตให้ใช้ในประเทศตัวเอง
บันทึกการเข้า
หง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 450


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2018, 12:15:27 PM »

แล้วก่อนที่จะมีพาราควอต และยาพวกนี้เข้ามาใช้ สมัยก่อนเกษตรกรไทยเขาทำยังไงกันนะ


Liked By: UNCLE HUB
บันทึกการเข้า

เกษตรกรชายขอบ
pongsakmake
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2018, 03:47:37 PM »

สมาชิกท่านนี้สมัครเข้ามาเพื่ออะไร
บันทึกการเข้า
นายเติมใจ
122/134 หมู่บ้านแสนเก้าโฮม หมู่ 2 ตำบลบึง อำาเภอศรีราช จังหวัดชลบุรี 20230
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1393



« ตอบ #15 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2018, 12:08:09 PM »

ยกเลิกก็ดีแล้วนี่

คนไทยจะได้สุขภาพดีขึ้น ไม่ดีหรือครับ ฮืม ฮืม ฮืม

หรือมันไปขัดผลประโยชน์ใคร  ฮืม


Liked By: krading, vigo74, UNCLE HUB
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: