หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ดินมีกลิ่นเชื้อรา ทำอย่างไร  (อ่าน 5348 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10988



« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2018, 09:36:57 PM »

ผสมดิน  หมักดินไว้สำหรับปลูกต้นไม้  แต่มันมีกลิ่นบูด เหมือนกลิ่นเชื้อรา 
ควรจะจัดการอย่างไรดี

ก.  นำไปปลููกต้นไม้่ได้เลย

ข.  ต้องแก้ไขปรับปรุงเสียก่อน  (อธิบายวิธีแก้ไขปรับปรุง)


Liked By: ชาวนา™
บันทึกการเข้า

Supachai007
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 286


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2018, 12:13:10 PM »

ผสมดิน  หมักดินไว้สำหรับปลูกต้นไม้  แต่มันมีกลิ่นบูด เหมือนกลิ่นเชื้อรา 
ควรจะจัดการอย่างไรดี

ก.  นำไปปลููกต้นไม้่ได้เลย

ข.  ต้องแก้ไขปรับปรุงเสียก่อน  (อธิบายวิธีแก้ไขปรับปรุง)

ก ครับ
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10988



« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2018, 05:43:14 PM »

นำไปปลูกต้นไม่้ได้เลย 
ครับ

ถ้าเกิดอยากจะปรับปรุง  ควรปรับปรุงอย่างไรดี  (อย่างง่ายที่สุด)

ก.  ตากแดด
ข.  เติมปูนขาว
ค.  เติม อีเอ็ม
ง.  เติมไตรโคเดอร์มา
จ. อื่น (อธิบาย)


Liked By: I-Ko
บันทึกการเข้า
compact
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1356


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2018, 06:49:13 PM »

เหมือนกองดินจะมีความชื้นเกิน หรือ กระบวนการหมัก มันยังไม่สิ้นสุดลงครับ

หมักมานานรึยังครับ  สูตรที่ใช้???

โดยส่วนตัวผมถ้ามีอาการนี้ เติมอีเอ็มที่ขยายเชื้อดีแล้ว  เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีเข้าไปคลุม แล้วดูแลเรื่องความชื้น  กลับกองเพิ่มอากาศครับ


Liked By: I-Ko
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10988



« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2018, 07:09:38 PM »

เหมือนกองดินจะมีความชื้นเกิน หรือ กระบวนการหมัก มันยังไม่สิ้นสุดลงครับ

หมักมานานรึยังครับ  สูตรที่ใช้???

โดยส่วนตัวผมถ้ามีอาการนี้ เติมอีเอ็มที่ขยายเชื้อดีแล้ว  เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีเข้าไปคลุม แล้วดูแลเรื่องความชื้น  กลับกองเพิ่มอากาศครับ

หมักประมาณ 1 เดือน

สูตร   ดินเก่า(จากกระถางเก่า)  : แกลบดิบ : กาบมะพร้าวสับ : ปุ๋ยคอก  =   1 : 1 : 1  : 0.5

ความชื้น  หนึ่งกำมือ  บีบจนแน่น ไม่มีน้ำไหลออกมาก  ปล่อยแล้ว เป็นก้อนแต่ ร่วนกระจายออกบางส่วน

หมักไว้ในกระสอบปุ๋ยที่ไม่มีถุงพลาสติกซ้อนอยู่ข้างใน  ตั้งไว้ในร่ม


Liked By: I-Ko
บันทึกการเข้า
compact
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1356


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2018, 07:08:40 AM »

เหมือนกองดินจะมีความชื้นเกิน หรือ กระบวนการหมัก มันยังไม่สิ้นสุดลงครับ

หมักมานานรึยังครับ  สูตรที่ใช้???

โดยส่วนตัวผมถ้ามีอาการนี้ เติมอีเอ็มที่ขยายเชื้อดีแล้ว  เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีเข้าไปคลุม แล้วดูแลเรื่องความชื้น  กลับกองเพิ่มอากาศครับ

หมักประมาณ 1 เดือน

สูตร   ดินเก่า(จากกระถางเก่า)  : แกลบดิบ : กาบมะพร้าวสับ : ปุ๋ยคอก  =   1 : 1 : 1  : 0.5

ความชื้น  หนึ่งกำมือ  บีบจนแน่น ไม่มีน้ำไหลออกมาก  ปล่อยแล้ว เป็นก้อนแต่ ร่วนกระจายออกบางส่วน

หมักไว้ในกระสอบปุ๋ยที่ไม่มีถุงพลาสติกซ้อนอยู่ข้างใน  ตั้งไว้ในร่ม

ความชื้น ใช้ได้

ปุ๋ยคอกนี้.. ผ่านการหมักมาแล้วไหมครับ

ไม่ได้ผสม น้ำหมัก จุลินทรีย์ อื่นๆ

กลิ่นเชื้อราก็มีได้ครับ เพราะจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชก็เป็นกลุ่มเชื้อราอยุ่แล้ว และการหมักในกระสอบปุ๋ย ด้วยรูปทรงความสูงทำให้อากาศระบายยากจึงเกิดจุดอับ อันเป็นที่มาของกลิ่น  ถ้าไม่ใช่กลิ่นเหม็มเปรี่ยว และเห็นเส้นใยราสีขาวเป็นหลัก ดินหมักไม่ร้อน ก็ใช้ได้ครับ


Liked By: phalikhit, I-Ko
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10988



« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2018, 08:49:12 PM »

ปุ๋ยคอกแห้ง   ถุงละ 20 บาท แกะจากถุงก็ผสมลงไปเลยครับ
บันทึกการเข้า
compact
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1356


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2018, 09:44:53 AM »

ปุ๋ยคอกแห้ง   ถุงละ 20 บาท แกะจากถุงก็ผสมลงไปเลยครับ

ลองพิจารณาดูครับ

ถ้าเป็นกรณีนี้  มีความเป็นไปได้ว่า มันเป็นแค่ขี้วัวแห้ง มันยังไม่ได้เป็นปุ๋ยหมัก

ถ้าเป็นปุ๋ยคอกหมัก สีจะเป็น น้ำตาลเข้ม ถึง ดำครับ   ถ้าสีกากีอ่อน ก็ขี้วัวตากแห้งครับ

สิ่งที่ต้องคำนึงคือ

เมื่อใส่ขี้วัวแห้งลงไป มันจะเกิดกระบวนการหมักขึ้น เกิดความร้อน แล้วก็จะย่อยรากต้นไม้เรา

อาการของต้นไม้จะ มีอาการทรงๆ 1 อาทิตย์ผ่านไปไม่แตกใบอ่อน ทั้งที่ได้น้ำสมบูรณ์ อาหารสมบูรณ์ ถ้าเป็นมากอาการใบเหลืองก็อาจจะมีให้เห็น  ถ้าถอนขึ้นมาดูรากจะเป็นสีดำ เห็นแต่รากแขนงไม่เห็นรากฝอย

ถ้าอยากเห็นความแตกต่าง ตัวอย่างเปรียบเทียบ   ลองใส่ขี้ไส้เดือนครับ

สิ่งที่ท่านหมักดินก่อนปลูกก็ถูกต้องแล้วครับ เป็นการป้องกันปัญหาในส่วนนี้

แต่แนวทางผมชอบหมักบนพื้นดินมากกว่า เกิดกลิ่นก็ระเหยไป ความชื้นกำแล้วมีน้ำตามซอกนิ้วแต่ไม่หยดครับ  เช็คอาทิตย์ละครั้ง  ยิ้มเท่ห์


Liked By: phalikhit, I-Ko
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10988



« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2018, 09:59:19 AM »

เข้าใจว่า  กลิ่นบูดๆของเชื้อรา เกิดจากการที่เราผสมขี้วัวลงไป  และอยู่ในช่วงเกืิดกระบวนการหมักที่ยังไม่ได้ที่

อยากจะศึกษาต่อไปว่า  ขี้วัวแห้ง  นั้น  เราจะหมัก  เพื่อให้มันเป็นปุ๋ยที่พร้อมจะใช้งานได้  จะทำอย่างไรดี

ที่คิดไว้  จะพรมด้วย น้ำ+อีเอ็ม+กากน้ำตาล  ให้ชื้นแล้วหมักไว้สัก เจ็ดวัน  จะดีไหมครับ


Liked By: mochivan, compact
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10988



« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2018, 12:35:35 AM »

ไม่รอฟังคำตอบแล้วครับ

มีปุ๋ยคอก(ขี้วัวแห้ง)อยู่สามถุง  ก็จัดการหมักด้วยอีเอ็มเสียเลย

ถ้าได้มาอีก  ก็จะหมักทันที  ส่วน จะนำไปใช้ทำอะไร  เอาไว้ทำทีหลัง
ยกเว้น แช่น้ำหนึ่งคืนเพื่อเอาน้ำไปรดผัก

และ   เล่นไม่ยาก

ดินหมัก  มีกลิ่นบูด  เติมน้ำผสมอีเอ็ม  ก็หาย


Liked By: I-Ko
บันทึกการเข้า
compact
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1356


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2018, 11:21:42 PM »

ตามที่ผมเข้าใจน่ะครับ 2 อย่าง

อย่างแรกคือ ดินหมักครับ  โดยเอาส่วนผสมที่คงตัวดีอยู่แล้ว ย่อยสลายแล้ว พร้อมใช้สำหรับพืช  อย่างปุ๋ยหมัก จะไ่ม่มีกระบวนการหมักเกิดขึ้นจนเป็นโทษต่อต้นไม้แล้วเอาไปเพาะปลูกได้เลย ระยะเวลาก็สั้น 1-2 อาทิตย์


อย่างที่สอง คือ กระบวนการหมัก ย่อยสลาย หรือที่เรารู้จักคือการทำปุ๋ยหมักครับ กระบวนการที่ก่อให้ความร้อน และการย่อยสลายที่เป็นอันตรายต่อรากพืช ระยะเวลาที่ใช้ก็นานมากกว่า 2 เดือน



สรุปว่าถ้าจะทำดินหมัก ต้องใช้ปุ๋ยหมัก หรือ ขี้วัวที่ย่อยสลายดีแล้วครับ จึงจะใช้เวลาแค่ 7 วันครับ



Liked By: phalikhit, I-Ko
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: