หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำเกษตรอย่างไรจึงไม่ถูกมองว่า "เห็นแก่ตัว" อยู่ร่วมกับสังคมรอบข้างอย่างมีความสุข  (อ่าน 4929 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11571


เกษตรพอเพียง


« เมื่อ: เมษายน 07, 2018, 12:49:20 PM »



ยุคนี้สมัยนี้มือใครยาวสาวได้สาวเอา ใครมีทุนมากก็ทับถมคนมีทุนน้อย  ทำอะไรไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนเพราะไม่ใช่ญาติ แต่คงมีที่หนักกว่านั้นคือ แม้แต่ญาติก็ไม่สนเหมือนกัน  ...อย่าให้ศีลธรรมต้องตกต่ำมากจนไม่รู้ถูกรู้ผิด ไม่รู้ชั่วรู้ดี เรามาช่วยกันสร้างจิตสำนึกความเป็นคน(ดี) ให้กลับมาสู่สังคมกันดีกว่า  แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนคนได้ทั้งหมด แต่เปลี่ยนที่ตัวเราคนเดียวได้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

เรามาดูกันว่า ทำเกษตรอย่างไรจึงจะไม่ถูกมองว่า "เห็นแก่ตัว" และสามารถอยู่ร่วมกันกับสังคมรอบข้างได้อย่างมีความสุข  หากเราย้อนยุคกลับไปในสมัยพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เขาเหล่านั้นไม่มีรถคันโก้ๆ ขับให้เห็น  ไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้  เงินมีบ้างไม่มีบ้าง  แต่ทำไมสังคมสมัยก่อนจึงอยู่กันอย่างมีความสุข  ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ต่างกับสมัยนี้คืบเดียว ศอกเดียว ยังยอมกันไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น???
บันทึกการเข้า

phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10870



« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 07, 2018, 07:35:31 PM »

เอาของจริงมาว่ากันเลยนะครับ

ผมปลูกมะเขือและมะนาวอย่างละสามสี่ต้น  เมื่อมันออกผล  กินไม่ทันครับ  ต้องไล่แจกเพื่อนบ้าน
เพื่อนบ้าน มีมะม่วง กินไม่ทัน  ก็นำมาให้ผม
อีกบ้านหนึ่งปลูกกล้วยไว้สองกอ  มะละกอ สองต้น  เมื่อกล้วยและมะละกอสุก   จะนำไปขายก็ไม่พอขาย กินเองก็๋ไม่หมด
ก็แบ่งมาให้ผม

ข่า  ตะไคร้  ใบมะกรูด กระเพรา  โหระพา สะระแหน่ ต้นหอม  ของเหล่านี้ นอกจากจะกินเองแล้ว ยังใช้ผูกมิตรกับเพื่อนบ้านได้ดีครับ
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11571


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 07, 2018, 08:02:41 PM »

เอาของจริงมาว่ากันเลยนะครับ

ผมปลูกมะเขือและมะนาวอย่างละสามสี่ต้น  เมื่อมันออกผล  กินไม่ทันครับ  ต้องไล่แจกเพื่อนบ้าน
เพื่อนบ้าน มีมะม่วง กินไม่ทัน  ก็นำมาให้ผม
อีกบ้านหนึ่งปลูกกล้วยไว้สองกอ  มะละกอ สองต้น  เมื่อกล้วยและมะละกอสุก   จะนำไปขายก็ไม่พอขาย กินเองก็๋ไม่หมด
ก็แบ่งมาให้ผม

ข่า  ตะไคร้  ใบมะกรูด กระเพรา  โหระพา สะระแหน่ ต้นหอม  ของเหล่านี้ นอกจากจะกินเองแล้ว ยังใช้ผูกมิตรกับเพื่อนบ้านได้ดีครับ

นี่ไงครับ  สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า น้ำใจ สิ่งที่ขาดหายไปในสังคมปัจจุบัน  มีอะไรก็แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ไม่เฉพาะพืชผลเท่านั้น แต่ความหมายมันรวมไปถึงทรัพยากรต่างๆ เช่น  ทรัพยากรธรรมชาติ ยกตัวอย่าง แหล่งน้ำ ไม่กักเก็บไว้ใช้คนเดียว ไม่หวง ไม่ห้าม ต่างคนต่างถ้อยทีถ้อยอาศัย  บางคนอยู่ต้นน้ำแต่กลับหวงน้ำในลำคลองสาธารณะ คนอื่นไม่ต้องใช้เพราะของข้าคนเดียว, อีกตัวอย่างคือ ถนนหนทางที่ต้องใช้ร่วมกัน ต้องช่วยกันดูแลรักษาไม่ใช่เกิดหมั่นไส้กันทำถนนหนทางพังเสียหายช่างหัวมัน หรือหวงทางไม่แบ่งให้คนอื่นเดินผ่านที่ตัวเองของเพียงเล็กน้อยให้กันไม่ได้ เรื่องแค่นี้มันน้ำใจล้วนๆ ครับ


ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกมาก ต้องใช้เวลาเขียนและแชร์ประสบการณ์ครับ
บันทึกการเข้า
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1220


« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 07, 2018, 10:51:20 PM »

สังคมสมัยก่อนเท่าที่จำความได้ เรื่องเงินทองไม่มีบทบาทสูงเท่าทุกวันนี้ ทุกวันนี้วัดวันด้วยเงินทอง คนมีเงินมีอำนาจ เสียงดัง ทำให้คนส่วนใหญ่ในปัจจุันมองเห็นแต่เรื่องเงิน ทุกอย่างมีค่าเป็นเงิน ทุกอย่างขายได้ บางอย่างที่เคยคิดว่ามันเป็นขยะ รก ต้องเผาทิ้ง แต่พอมีคนเอาขยะมาทำประโยชน์เริ่มจะหวง เริ่มจะขาย(เช่น ใบไม้แห้ง ยิงฟันยิ้ม)   
...เรื่องทำการเกษตรนี่ ผมยึดหลัก ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไมม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม....
...แต่ในปัจจุบันชาวนายังเบียดเบียนคนอื่น และสิ่งแวดล้อม ช่วงทำนาผมทำเองเป็นหลัก จะจ้างคนอื่นช่วยบ้างเพื่อให้ทันกับฤดูกาลและปัจจัยเรื่องฝน
ดังนั้นผมต้องไปนาทุกๆวัน อยู่ที่นาทุกๆวัน...นาผมเป็นนาดำ เพราะต้องการการจัดการหญ้าให้ง่ายโดยไม่ใช้เคมี แต่ผมก็เจอเคมีจากนาข้างๆตลอด มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ปีไหนหญ้าเยอะหญ้าน้อย...บางคนทำกินเองนาไร่ครึ่งยังใช้เคมีผมหละอ่อนใจ แค่นาไร่ครึ่ง ดำสามสี่วันก็เสร็จแล้ว หญ้าก็น้อย จัดการก็ง่าย ไม่ต้องเอาเคมีมาใส่ท้องตัวเอง
...บางปีเขาจะพ่นยาฆ่าหญ้าเขาก็จะบอกเรา ผมก็จะหยุดทำนาวันนั้น ร้องไห้
...สิ่งที่ผมข้องใจมาตลอดคือ ใครอยากทำให้สิ่งแวดล้อม และรบบนิเวศน์ในนาตัวเองให้มันดีให้คุณลงทุน ปิดตัวเองให้อยู่ในกะลาครอบของคุณ
...หากคุณอยากทำลายระบบนิเวศโดยการปล่อยสารพิษ เอาเลย พี่จะปล่อยท่าไหน ปล่อยอย่างไร ปล่อยเท่าไหร่เชิญตามสบาย
...แนวคิดแบบนี้ผมไม่เข้าใจ มันกลับกันกับสิ่งที่ควรจะเป็น
...มันเหมือนกับ การที่เราเอายาฆ่าแมลงใส่ในอาหารให้คนกินนั้นผิดกฏหมาย...แต่หากเราเอาไปฝากไว้ในพืชผัก ฝากไว้ในเนื้อสัตว์ ไม่เป็นไร ไม่ว่ากัน ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: