หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 [11] 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 ... 139   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชมรมชาวไร่อ้อย รวมพลคนปลูกอ้อยคับ  (อ่าน 698937 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
somsong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 673


« ตอบ #160 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 11:03:02 AM »

ปีนี้ชาวไร่อ้อยคึกคักน่าดู ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ  เงินเข้าบัญชี ธกส. วันที่  24 มกราคม 54 นี้แล้วนะ  105 บาท/ตัน อมยิ้มไว้รอได้แล้วจ้า พี่น้อง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง


Liked By: Backjack21
บันทึกการเข้า

คนกระโทก

แสนคำ
ยิงนก ตกปลา ล่าสัตว์ งานถนัดที่ชอบที่สุด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1706


คนหลวงทำเกษตรกรรม


« ตอบ #161 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 01:38:52 PM »

Khun หมอบ้านนอก

          อยู่หมู่บ้านอะไรครับน่าจะคนบ้านเดียวกัน ผม Phonpinun อยู่ เนินถาวร ตรงข้ามบ้านลุง ทองเสี่ยนครับ.
ยินดีที่ได้รู้จักบอกพิกัดหน่อยครับวันหน้าจะได้ไปขอคำปรึกษาและ แชร์ข้อมูลกันครับ ปีนี้ก็ลงทุนทำเพิ่มอีกครับ.
กำลังจัดการกับแหล่งน้ำครับ. หากว่างติดต่อผมทาง 084-4492359

Rgds,
Phonpinun
เกษตรออนไลน์

อยู่ตรงข้ามบ้าน สจ บ้านที่หมู่ 19 หรือโกดัง หมู่ที่ 8 ครับ
ผมหมอบ้านนอก หมออนามัยทำนา ครับ แค่นี้ก็คงพอจะรู้นะครับ  ;)ถามคนบ้านเนินก็ได้ โดยเฉพาะ อสม.น่าจะรู้กันทุกคน ยิงฟันยิ้ม
ยังไงก็ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์สักคนนะครับ จะปลูกอ้อยเหมือนกัน ยิ้มกว้างๆ


Liked By: Backjack21
บันทึกการเข้า

จักขอเกิดเป็นข้ารองพระบาท ทุกชาติไป
Aomsin & Earth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2132


« ตอบ #162 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 02:07:05 PM »

ราคาค่าแรงงานที่ลงไปในอ้อย 100 ตัน

1.การเตรียมดินค่าไถ 980 บาท/ไร่
2.ค่าพันธุ์อ้อย (12ตัน/ไร่) 13,200 บาท
3.ค่าปุ๋ยอินทรีย์ 4500 บาท (500 กก./ไร่ใส่ 3 ครั้ง ก่อนปลูก 1 ครั้ง)
4.ค่าปลูกอ้อย 2,000 บาท/ไร่
5.ค่าถุงเพาะชำ 9,600 บาท/ไร่
7.ไม้ไผ่           8,687 บาท/ไร่
8.ไม้ยูคา          6,578 บาท/ไร่
 รวมเป็นเงินที่ใช้ไป  45,545 บาท /ไร่   ได้ผลผลิต 85.06 ตัน ราคาตอนนี้อยู่ที่ 1050 บาท จะได้เงินจากการขายอ้อย  89,313 บาท
ทีนี้ลองคำนวณค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้คิดเช่น
1.ค่าเก็บเกี่ยวผลผลิตอันนี้ไม่ได้ลงมาให้ แต่ที่บ้านผมเขาคิด 265 บาท/ตัน จำนวน 85.06 ตัน เป็นเงินค่าจ้างตัด 22,540.9 บาท
2.ค่าน้ำมันในการสูบน้ำรดอ้อย(ค่าไฟฟ้าประมาณ 1.000-1.800 บาท /เดือน)
3.ค่าอุปกรณ์ให้น้ำในปีแรก ไม่แน่ใจใช้เท่าไร (คิดที่ขั้นต่ำ 8,000-9,000 บาท/ไร่ แต่ปีเดียว)
4.อื่นๆ   
หักลบกลบหนี้แล้วเหลือเท่าไร ......นี่ต้องลองทำจริงๆซักแปลงจะคุ้มไหม แต่เงินทุนที่เราลงบางอย่างเราสามารถลดได้ถ้าคิดว่าไม่จำเป็นเราก็มีโอกาศเหลือมากกว่านี้ครับ


Liked By: Backjack21
บันทึกการเข้า
ฑิตเฒ่า
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 822


มนุษย์เป็นมาตรวัดทุกสิ่งด้วยอัตตประธาน


« ตอบ #163 เมื่อ: มกราคม 03, 2011, 11:09:23 PM »

ราคาค่าแรงงานที่ลงไปในอ้อย 100 ตัน

1.การเตรียมดินค่าไถ 980 บาท/ไร่
2.ค่าพันธุ์อ้อย (12ตัน/ไร่) 13,200 บาท
3.ค่าปุ๋ยอินทรีย์ 4500 บาท (500 กก./ไร่ใส่ 3 ครั้ง ก่อนปลูก 1 ครั้ง)
4.ค่าปลูกอ้อย 2,000 บาท/ไร่
5.ค่าถุงเพาะชำ 9,600 บาท/ไร่
7.ไม้ไผ่           8,687 บาท/ไร่
8.ไม้ยูคา          6,578 บาท/ไร่
 รวมเป็นเงินที่ใช้ไป  45,545 บาท /ไร่   ได้ผลผลิต 85.06 ตัน ราคาตอนนี้อยู่ที่ 1050 บาท จะได้เงินจากการขายอ้อย  89,313 บาท
ทีนี้ลองคำนวณค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้คิดเช่น
1.ค่าเก็บเกี่ยวผลผลิตอันนี้ไม่ได้ลงมาให้ แต่ที่บ้านผมเขาคิด 265 บาท/ตัน จำนวน 85.06 ตัน เป็นเงินค่าจ้างตัด 22,540.9 บาท
2.ค่าน้ำมันในการสูบน้ำรดอ้อย(ค่าไฟฟ้าประมาณ 1.000-1.800 บาท /เดือน)
3.ค่าอุปกรณ์ให้น้ำในปีแรก ไม่แน่ใจใช้เท่าไร (คิดที่ขั้นต่ำ 8,000-9,000 บาท/ไร่ แต่ปีเดียว)
4.อื่นๆ   
หักลบกลบหนี้แล้วเหลือเท่าไร ......นี่ต้องลองทำจริงๆซักแปลงจะคุ้มไหม แต่เงินทุนที่เราลงบางอย่างเราสามารถลดได้ถ้าคิดว่าไม่จำเป็นเราก็มีโอกาศเหลือมากกว่านี้ครับ

ขอบคุณครับ ใครม่ทางออกก็ช่วยกันแชรืนะครับ Idea ผมอันหนึ่งคิดว่าจะไม่ใช้ถุงดำครับ


Liked By: Backjack21
บันทึกการเข้า

เจริญสติให้ยิ่งเป็นมรรคสู่นิพพาน
"ปลูกทรัพย์ เกษตรอินทรีย์" --> คิดจะทำ GAP อินทรีย์
kittisak thongmee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


« ตอบ #164 เมื่อ: มกราคม 04, 2011, 03:46:01 PM »

มาเก็บเกี่ยวความรู้ครับ  อยากถ้าสูตรการใส่ปุ๋ย ใส่สูตรอะไร เมื่อไร  และการใช้เคมีกับขี้ไก่จะให้ผลต่างกันหรือไม่   ขอบคุณครับ


Liked By: Backjack21
บันทึกการเข้า
ฑิตเฒ่า
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 822


มนุษย์เป็นมาตรวัดทุกสิ่งด้วยอัตตประธาน


« ตอบ #165 เมื่อ: มกราคม 04, 2011, 03:54:54 PM »

มาเก็บเกี่ยวความรู้ครับ  อยากถ้าสูตรการใส่ปุ๋ย ใส่สูตรอะไร เมื่อไร  และการใช้เคมีกับขี้ไก่จะให้ผลต่างกันหรือไม่   ขอบคุณครับ



ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร

การใส่ปุ๋ยอ้อย เป็นสิ่งจำเป็น ควรมีการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยพืชสดร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อปรับสภาพทางกายภาพของดิน ปริมาณปุ๋ยที่ใส่ควรดูตามสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน และการเจริญเติบโตของอ้อย ถ้ามีการวิเคราะห์ดินด้วยยิ่งดี ปุ๋ยเคมีที่ใส่ควรมีธาตุอาหารครบทั้ง 3 อย่าง คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปตัสเซียม (เอ็น พี เค) ควรแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ

1. ใส่ปุ๋ยรองพื้น ใส่ก่อนปลูกหรือพร้อมปลูก ใช้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหาร เอ็น พี เค ทั้ง 3 ตัว เช่น 15-15-15, 16-16-16 หรือ 12-10-18 อัตรา 50-100 กิโลกรัม/ไร่
2. ใส่ปุ๋ยแต่งหน้า อ้อยอายุไม่เกิน 3 - 4 เดือน ควรเป็นปุ๋ยไนโตรเจนอย่างเดียว เช่น 21-0-0 อัตรา 50 กิโลกรัม/ไร่

http://www.doae.go.th/plant/sugar.htm

ส่วน ปุ๋ยมูลไก่แกลบเทียบได้สูตรกลางๆก็ใช้ได้ผลไม่ต่างกันเรื่องผลผลิตแต่ต้องใช้จำนวนมากประมาณ 500 - 1000 กก./ไร่



Liked By: Backjack21
บันทึกการเข้า

เจริญสติให้ยิ่งเป็นมรรคสู่นิพพาน
"ปลูกทรัพย์ เกษตรอินทรีย์" --> คิดจะทำ GAP อินทรีย์
kittisak thongmee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


« ตอบ #166 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 05:43:15 PM »

ขอบคุณครับ อายจัง


Liked By: Backjack21
บันทึกการเข้า
Aomsin & Earth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2132


« ตอบ #167 เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 11:34:41 AM »

มีใครตัดอ้อยแล้วบ้างครับของผมกำลังจะตัด ไม่รู้จะได้เท่าไร.... เพิ่งทำกะเขาปีแรกเอง  ใครที่ตัดแล้วเฉลี่ยได้กี่ตัน/ไร่ครับ
ขอข้อมูลอัพเดดกันหน่อย และวิธีการดูแลตออ้อยของแต่ละท่านด้วยทำอย่าไรกันบ้าง เพื่อให้เป็นประโยชน์กับสมาชิกชมรมชาวไร่อ้อยด้วยครับ


Liked By: Backjack21
บันทึกการเข้า
แสนคำ
ยิงนก ตกปลา ล่าสัตว์ งานถนัดที่ชอบที่สุด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1706


คนหลวงทำเกษตรกรรม


« ตอบ #168 เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 09:11:26 PM »

ขอบคุณครับ อายจัง
หวัดดีคุณกิตติศักดิ์ครับ ผมหมอบ้านนอกครับ กำลังจะทำอ้อยเหมือนกัน ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

จักขอเกิดเป็นข้ารองพระบาท ทุกชาติไป
greenlife
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


« ตอบ #169 เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 09:57:18 PM »

ตัดอ้อยต้องดูด้วยครับ ว่าความหวาน ccs.อยู่ที่เท่าไร ของแต่ละโรงงานในช่วงนั้นครับ เช่นวันที่ 4 -01-2554 อยู่ที่ 10.01-10.26+ ประมาณนี้ครับ ซึ่งยังหวานไม่มาก ครับ เช็คความหวานในเว็ปเลยครับ ความหวานน่าจะประมาณเดือนกุมภาพันธ์ กลางเดือน-ปลายเดือน กำลังดีครับ จองคิวตัดได้เลย ประมาณ11.0+กำลังดีครับที่บ้านเคยตัด ไ้ด้บางรถ 11+ ,12,13,14+ก็ยังมีครับ แล้วแต่คันของรถเข็นครับ บางคันได้ 38 ตัน 42ตัน 35ตันก็มี ความหวานดี ๆจะอยู่คันรถที่น้ำหนัก ขนมาน้อยๆครับ 555 ได้ตังเพิ่มต้องหลายบาท เพราะถ้าเลยไปเสี่ยงครับ เสี่ยงต่อฝนหลงช่วง หนู  พวกลักจุดไฟเผา จะตัด และเข็นไม่ทัน แห้งเหี่ยวคาต้นน้ำหนักลดครับ จะลำบากครับเข็นไม่ทันด้วยเข็นไม่ได้ด้วยก็มีครับ เจอมาแล้ว
บันทึกการเข้า
แสนคำ
ยิงนก ตกปลา ล่าสัตว์ งานถนัดที่ชอบที่สุด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1706


คนหลวงทำเกษตรกรรม


« ตอบ #170 เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 10:08:26 PM »

ได้ความรู้เยอะเลยครับ ถามหน่อยครับ ทำไมต้องเพาะชำก่อน ลังเล
บันทึกการเข้า

จักขอเกิดเป็นข้ารองพระบาท ทุกชาติไป
Aomsin & Earth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2132


« ตอบ #171 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 10:19:28 AM »

ได้ความรู้เยอะเลยครับ ถามหน่อยครับ ทำไมต้องเพาะชำก่อน ลังเล

ที่ต้องเพาะชำก่อนนั้นผมเข้าใจว่า เพื่อที่จะต้องการปลูกต้นอ้อยให้ต้นชิดกัน เพราะระหว่างตาปล้องอ้อยจะห่างกันประมาณเกือบ 1คืบ
จะเสียพื้นที่การปลูก และอีกอย่างเราจะได้ต้นอ้อยที่โตใกล้เคียงกัน เวลาปลูกก็จะโตทันกัน  แต่โดยปกติการเจริญเติบโตของต้นอ้อยจากที่ผมลองปลูกเมื่อปีที่แล้ว การปลูกในร่องห่างๆและได้รดน้ำตลอดอ้อยก็จะโตและได้น้ำหนักเหมือนกับการปลูกร่องถี่ ซึ่งร่องถี่เราได้จำนวนต้นมากก็จริงแต่ลำต้นจะเล็กกว่า การปลูกร่องห่างที่ต้นน้อยกว่าแต่สูงกว่าและลำโตกว่า คิดเฉลี่ยมาแล้ว นน.ตอนตัดไม่แตกต่างกันอาจมากว่าด้วย และที่สำคัญใช้รถไถขนาดเล็กเข้ากำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยได้เลยไม่ต้องใช้แรงงานคน ทำให้ประหยัดค่าแรงงานได้เยอะมาก ถ้าท่านมีรถไถเล็ก ผมแนะนำเป็นร่องดังนี้ครับ
1.ร่องห่าง 140-160 ซม. ขึ้นไป (ตามความกว้างของรถ) วางอ้อย 2 ลำสลับหว่างยอดอ้อยของอีกลำ การวางสับหว่างยอดอ้อยกับโคนอ้อยของต้นอ้อยอีกลำจะทำให้ตาอ้อยขึ้นสมำเสมอ ดีกว่าการวางกลับหัวท้ายยอดอ้อยกับต้นอ้อย เพราะส่วนตั้งแต่กลางลำต้น-ยอดจะแตกตาดีกว่าส่วนโคนต้นอ้อย บางแห่งร่องห่าง 160 ซม. แต่ปลูกร่องคู่ 30 ซม. ก็ได้เช่นกัน
2.ถ้าไม่มีรถไถเล็กที่ปลุกกันร่องไม่ควรน้อยกว่า 120 ซม.เพราะถ้าน้อยกว่านี้การใส่ปุ๋ยและการกำจัดวัชพืชจะลำบากมากในปีที่สอง
3.หลังจากปลูกให้รดน้ำตามทันที และรดซ้ำอีกครั้งหลังจาก 7-10 วัน กรณีดินแห้งมาก จะทำให้ตาอ้อยได้น้ำสม่ำเสมอการงอกของตาจะดี ก่อนปลูกควรรองพื้นด้วยปุ๋ยขี้ไก่ ขี้วัว ขี้หมู แล้วแต่จะหาได้ หรือไม่ก็ปุ๋ยสูตร 15-15-15
4.ก่อนอ้อยจะแตกยอดอ่อนหรือหลังปลูกทันทีที่รดนำเสร็จ ให้ใช้ยาคุมหญ้าฉีดคุมก่อนหญ้าขึ้นจะดีมาก ยาคุมมีทั้งแบบคุมแห้งและคุมเปียกให้เลือกเอาจะใช้แบบไหน 
5.แต่หลังจากอ้อยโตแล้ว ยากำจัดวัชพืชควรเป็นประเภทเผาไหม้จะดีกว่าประเภทดูดซึม เนื่องจากประเภทเผาไหมจะทำให้หญ้าตายดีกว่าแต่ใบอ้อยจะไหม้ด้วยแต่หลังจากนั้น 1-2 สัปดาห์อ้อยจะพฟื้นเองดีกว่ายาประเภทดูดซึมแต่ทางที่ดีใช้วิธีจอบดายดีที่สุดอ้อยไม่ชงักการเติบโตครับ


Liked By: Backjack21
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 08, 2011, 10:21:11 AM โดย Aomsin » บันทึกการเข้า
Aomsin & Earth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2132


« ตอบ #172 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 10:32:04 AM »

ตัดอ้อยต้องดูด้วยครับ ว่าความหวาน ccs.อยู่ที่เท่าไร ของแต่ละโรงงานในช่วงนั้นครับ เช่นวันที่ 4 -01-2554 อยู่ที่ 10.01-10.26+ ประมาณนี้ครับ ซึ่งยังหวานไม่มาก ครับ เช็คความหวานในเว็ปเลยครับ ความหวานน่าจะประมาณเดือนกุมภาพันธ์ กลางเดือน-ปลายเดือน กำลังดีครับ จองคิวตัดได้เลย ประมาณ11.0+กำลังดีครับที่บ้านเคยตัด ไ้ด้บางรถ 11+ ,12,13,14+ก็ยังมีครับ แล้วแต่คันของรถเข็นครับ บางคันได้ 38 ตัน 42ตัน 35ตันก็มี ความหวานดี ๆจะอยู่คันรถที่น้ำหนัก ขนมาน้อยๆครับ 555 ได้ตังเพิ่มต้องหลายบาท เพราะถ้าเลยไปเสี่ยงครับ เสี่ยงต่อฝนหลงช่วง หนู  พวกลักจุดไฟเผา จะตัด และเข็นไม่ทัน แห้งเหี่ยวคาต้นน้ำหนักลดครับ จะลำบากครับเข็นไม่ทันด้วยเข็นไม่ได้ด้วยก็มีครับ เจอมาแล้ว

ก็ห่วงอยู่เหมือนกันครับเรื่องความหวานเนี่ยไม่รู้จะได้เท่าไร แต่ตอของปีนี้ผมคิดว่าจะไม่ห่วงเรื่องความหวานแล้วครับคิดจะหาวิธีเพิ่มน้ำหนัก/ไร่แทน เพราะปีนี้หลังจากหมดฝนมา2 เดือนกว่าอ้อยไม่ได้รับน้ำเลยทั้งที่ความเป็นจริงอ้อยยังต้องการน้ำอยู่มากเพื่อเพิ่มน้ำหนัก ผมเลยคิดว่าปีนี้จะรดน้ำแบบต่อเนื่องไปจนถึงอ้อยใกล้ตัดเลย น่าจะทำให้อ้อยได้ นน. เพิ่มเข้ามาอีกหลายตัน/ ไร่ ซึ่งก็มีผลจะทำให้รถบรรทุกอ้อยวิ่งเข้าร่องอ้อยลำบากเพราะดินยังเปียกอยู่ แต่ผมว่าเราไม่ต้องรดให้เปียกจนแฉะมากและอีกอย่างจะเลือกเฉพาะแปลงที่น้ำไม่ขังเท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหารถติดในไร่ภายหลัง  ปีนี้ตั้งใจจะทำไร่อ้อยให้ได้ 35 ตัน/ไร่ซัก 10 ไร่ โดยเลือกใส่ปุ๋ยแบบอ้อย 100 ตันที่เขาโฆษณาซะหน่อย ถ้าได้ผลยังไงคงต้องรอปีหน้าล่ะครับ ถึงจะทราบผล  รูดซิบปาก
 


Liked By: Backjack21
บันทึกการเข้า
greenlife
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


« ตอบ #173 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 11:32:45 PM »

ตัดอ้อยต้องดูด้วยครับ ว่าความหวาน ccs.อยู่ที่เท่าไร ของแต่ละโรงงานในช่วงนั้นครับ เช่นวันที่ 4 -01-2554 อยู่ที่ 10.01-10.26+ ประมาณนี้ครับ ซึ่งยังหวานไม่มาก ครับ เช็คความหวานในเว็ปเลยครับ ความหวานน่าจะประมาณเดือนกุมภาพันธ์ กลางเดือน-ปลายเดือน กำลังดีครับ จองคิวตัดได้เลย ประมาณ11.0+กำลังดีครับที่บ้านเคยตัด ไ้ด้บางรถ 11+ ,12,13,14+ก็ยังมีครับ แล้วแต่คันของรถเข็นครับ บางคันได้ 38 ตัน 42ตัน 35ตันก็มี ความหวานดี ๆจะอยู่คันรถที่น้ำหนัก ขนมาน้อยๆครับ 555 ได้ตังเพิ่มต้องหลายบาท เพราะถ้าเลยไปเสี่ยงครับ เสี่ยงต่อฝนหลงช่วง หนู  พวกลักจุดไฟเผา จะตัด และเข็นไม่ทัน แห้งเหี่ยวคาต้นน้ำหนักลดครับ จะลำบากครับเข็นไม่ทันด้วยเข็นไม่ได้ด้วยก็มีครับ เจอมาแล้ว

ก็ห่วงอยู่เหมือนกันครับเรื่องความหวานเนี่ยไม่รู้จะได้เท่าไร แต่ตอของปีนี้ผมคิดว่าจะไม่ห่วงเรื่องความหวานแล้วครับคิดจะหาวิธีเพิ่มน้ำหนัก/ไร่แทน เพราะปีนี้หลังจากหมดฝนมา2 เดือนกว่าอ้อยไม่ได้รับน้ำเลยทั้งที่ความเป็นจริงอ้อยยังต้องการน้ำอยู่มากเพื่อเพิ่มน้ำหนัก ผมเลยคิดว่าปีนี้จะรดน้ำแบบต่อเนื่องไปจนถึงอ้อยใกล้ตัดเลย น่าจะทำให้อ้อยได้ นน. เพิ่มเข้ามาอีกหลายตัน/ ไร่ ซึ่งก็มีผลจะทำให้รถบรรทุกอ้อยวิ่งเข้าร่องอ้อยลำบากเพราะดินยังเปียกอยู่ แต่ผมว่าเราไม่ต้องรดให้เปียกจนแฉะมากและอีกอย่างจะเลือกเฉพาะแปลงที่น้ำไม่ขังเท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหารถติดในไร่ภายหลัง  ปีนี้ตั้งใจจะทำไร่อ้อยให้ได้ 35 ตัน/ไร่ซัก 10 ไร่ โดยเลือกใส่ปุ๋ยแบบอ้อย 100 ตันที่เขาโฆษณาซะหน่อย ถ้าได้ผลยังไงคงต้องรอปีหน้าล่ะครับ ถึงจะทราบผล  รูดซิบปาก
 
เอาใจช่วยนะครับ คุณออมสิน ได้ผลไงแจ้งด้วยครับ แต่ผมเคยสูบน้ำใส่ก่อนตัดครับ กะว่าจะว่าหมดฝนไปแล้ว เริ่มเข้าน่าแล้ง  ดินแห้ง ก็วิดใส่เลยครับ ผลคือแตกหน่อใหม่ครับ ไปแย่งอาหารต้นเก่าอีก เสียดายตอนโดนไฟเผา หน่อยาวประมาณครึ่งศอก
ครับ แต่ก็ทำเพราะต้องแย่งน้ำครับ


Liked By: Backjack21
บันทึกการเข้า
Phonpinun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


« ตอบ #174 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 03:52:14 AM »

ได้ความรู้เยอะเลยครับ ถามหน่อยครับ ทำไมต้องเพาะชำก่อน ลังเล

ที่ต้องเพาะชำก่อนนั้นผมเข้าใจว่า เพื่อที่จะต้องการปลูกต้นอ้อยให้ต้นชิดกัน เพราะระหว่างตาปล้องอ้อยจะห่างกันประมาณเกือบ 1คืบ
จะเสียพื้นที่การปลูก และอีกอย่างเราจะได้ต้นอ้อยที่โตใกล้เคียงกัน เวลาปลูกก็จะโตทันกัน  แต่โดยปกติการเจริญเติบโตของต้นอ้อยจากที่ผมลองปลูกเมื่อปีที่แล้ว การปลูกในร่องห่างๆและได้รดน้ำตลอดอ้อยก็จะโตและได้น้ำหนักเหมือนกับการปลูกร่องถี่ ซึ่งร่องถี่เราได้จำนวนต้นมากก็จริงแต่ลำต้นจะเล็กกว่า การปลูกร่องห่างที่ต้นน้อยกว่าแต่สูงกว่าและลำโตกว่า คิดเฉลี่ยมาแล้ว นน.ตอนตัดไม่แตกต่างกันอาจมากว่าด้วย และที่สำคัญใช้รถไถขนาดเล็กเข้ากำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยได้เลยไม่ต้องใช้แรงงานคน ทำให้ประหยัดค่าแรงงานได้เยอะมาก ถ้าท่านมีรถไถเล็ก ผมแนะนำเป็นร่องดังนี้ครับ
1.ร่องห่าง 140-160 ซม. ขึ้นไป (ตามความกว้างของรถ) วางอ้อย 2 ลำสลับหว่างยอดอ้อยของอีกลำ การวางสับหว่างยอดอ้อยกับโคนอ้อยของต้นอ้อยอีกลำจะทำให้ตาอ้อยขึ้นสมำเสมอ ดีกว่าการวางกลับหัวท้ายยอดอ้อยกับต้นอ้อย เพราะส่วนตั้งแต่กลางลำต้น-ยอดจะแตกตาดีกว่าส่วนโคนต้นอ้อย บางแห่งร่องห่าง 160 ซม. แต่ปลูกร่องคู่ 30 ซม. ก็ได้เช่นกัน
2.ถ้าไม่มีรถไถเล็กที่ปลุกกันร่องไม่ควรน้อยกว่า 120 ซม.เพราะถ้าน้อยกว่านี้การใส่ปุ๋ยและการกำจัดวัชพืชจะลำบากมากในปีที่สอง
3.หลังจากปลูกให้รดน้ำตามทันที และรดซ้ำอีกครั้งหลังจาก 7-10 วัน กรณีดินแห้งมาก จะทำให้ตาอ้อยได้น้ำสม่ำเสมอการงอกของตาจะดี ก่อนปลูกควรรองพื้นด้วยปุ๋ยขี้ไก่ ขี้วัว ขี้หมู แล้วแต่จะหาได้ หรือไม่ก็ปุ๋ยสูตร 15-15-15
4.ก่อนอ้อยจะแตกยอดอ่อนหรือหลังปลูกทันทีที่รดนำเสร็จ ให้ใช้ยาคุมหญ้าฉีดคุมก่อนหญ้าขึ้นจะดีมาก ยาคุมมีทั้งแบบคุมแห้งและคุมเปียกให้เลือกเอาจะใช้แบบไหน 
5.แต่หลังจากอ้อยโตแล้ว ยากำจัดวัชพืชควรเป็นประเภทเผาไหม้จะดีกว่าประเภทดูดซึม เนื่องจากประเภทเผาไหมจะทำให้หญ้าตายดีกว่าแต่ใบอ้อยจะไหม้ด้วยแต่หลังจากนั้น 1-2 สัปดาห์อ้อยจะพฟื้นเองดีกว่ายาประเภทดูดซึมแต่ทางที่ดีใช้วิธีจอบดายดีที่สุดอ้อยไม่ชงักการเติบโตครับ

   เห็นพี่ ออมสินอธิบายเรื่องระยะห่างของร่องแล้วชักจะลังเลว่าจะเอายังไงดีคือ ตอนนี้ปลูกระยะห่างระหว่างร่องคือ 1.1 เมตร จากเท่าที่เก็บข้อมูลมา
ใส่ปุ๋ยรองพื้น 25 กก/ไร่ และปุ๋ยแต่งหน้า 25 กก/ไร่ ให้นำครั้งเดียวตอนรดตออ้อย และปลอ่ยแบบเทวดาเลี้ยงนะครับ
    ในปีที่1 ได้ 10 ตัน/ไร่.
   ในปีที่2 ได้ 17 ตัน/ไร่.
   ในปีที่3 ได้ 13 ตัน/ไร่.
   ในปีที่4 ได้ 10 ตัน/ไร่.
   ในปีที่5 ได้ 10 ตัน/ไร่. เฉี่ลย 5 ปี = 12 ตัน/ไร่
   จึงอยากได้มากกว่านี้และปีนี้จะปลูกใหม่ เลยคิดว่าจะขยับร่องอ้อยให้เหลือ 60 cm เพื่อเพิ่มปริมาณจำนวนต้นอ้อย แต่ก็โดนแม่ที่บ้านว่ามันจะไหว
เหรอขนาดร่องห่างกัน 1.1 เมตรยังต้นเล็กเลยแล้วยิ่งทำร่องถี่ขนาดนี้ 60 cm ต้นอ้อยจะไม่เท่าเข็มเย็บผ้าเหรอ แต่ผมกลับคิดว่าหากเราปรับปรุงดิน
โดยปีนี้จะเอากากขี้อ้อยจากโรงงานมาโรยในไร่ก่อนใส่ไปไร่ละ 1 รถดั้มราคา 1300 บาทใส่ให้ทั่วไร่ก่อนเพิ่มธาตุอาหารในดินก่อนให้อุดมสมบูรณ์
แล้วถึงแม้จะมีจำนวนประชากรต้นอ้อยมากเพียงใด ทุกต้นดูดธาตุอาหารได้จากดินที่อุดมสมบูรณ์ ผมคิดว่าน่าจะได้จำนวนอ้อยที่เพิ่มมากขึ้นหลายตัน
/ไร่ แต่ไม่รู้ว่าผมคิดจะเป็นไปได้หรือเปล่าหากได้คงเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 15 ตัน/ไร่ หากรดนำทุกเดือนอาจได้มากกว่านี้

    มีใครพอแนะนำได้ไหมครับว่ากากขี้อ้อยนี้เอามาใส่จะดีไหม. และช่วยชี้แนะให้ด้วยครับ

Rgds,
Phonpinun
เกษตรออนไลน์



Liked By: Backjack21
บันทึกการเข้า
แสนคำ
ยิงนก ตกปลา ล่าสัตว์ งานถนัดที่ชอบที่สุด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1706


คนหลวงทำเกษตรกรรม


« ตอบ #175 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 08:56:04 AM »

ได้ความรู้เยอะเลยครับ ถามหน่อยครับ ทำไมต้องเพาะชำก่อน ลังเล

ที่ต้องเพาะชำก่อนนั้นผมเข้าใจว่า เพื่อที่จะต้องการปลูกต้นอ้อยให้ต้นชิดกัน เพราะระหว่างตาปล้องอ้อยจะห่างกันประมาณเกือบ 1คืบ
จะเสียพื้นที่การปลูก และอีกอย่างเราจะได้ต้นอ้อยที่โตใกล้เคียงกัน เวลาปลูกก็จะโตทันกัน  แต่โดยปกติการเจริญเติบโตของต้นอ้อยจากที่ผมลองปลูกเมื่อปีที่แล้ว การปลูกในร่องห่างๆและได้รดน้ำตลอดอ้อยก็จะโตและได้น้ำหนักเหมือนกับการปลูกร่องถี่ ซึ่งร่องถี่เราได้จำนวนต้นมากก็จริงแต่ลำต้นจะเล็กกว่า การปลูกร่องห่างที่ต้นน้อยกว่าแต่สูงกว่าและลำโตกว่า คิดเฉลี่ยมาแล้ว นน.ตอนตัดไม่แตกต่างกันอาจมากว่าด้วย และที่สำคัญใช้รถไถขนาดเล็กเข้ากำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยได้เลยไม่ต้องใช้แรงงานคน ทำให้ประหยัดค่าแรงงานได้เยอะมาก ถ้าท่านมีรถไถเล็ก ผมแนะนำเป็นร่องดังนี้ครับ
1.ร่องห่าง 140-160 ซม. ขึ้นไป (ตามความกว้างของรถ) วางอ้อย 2 ลำสลับหว่างยอดอ้อยของอีกลำ การวางสับหว่างยอดอ้อยกับโคนอ้อยของต้นอ้อยอีกลำจะทำให้ตาอ้อยขึ้นสมำเสมอ ดีกว่าการวางกลับหัวท้ายยอดอ้อยกับต้นอ้อย เพราะส่วนตั้งแต่กลางลำต้น-ยอดจะแตกตาดีกว่าส่วนโคนต้นอ้อย บางแห่งร่องห่าง 160 ซม. แต่ปลูกร่องคู่ 30 ซม. ก็ได้เช่นกัน
2.ถ้าไม่มีรถไถเล็กที่ปลุกกันร่องไม่ควรน้อยกว่า 120 ซม.เพราะถ้าน้อยกว่านี้การใส่ปุ๋ยและการกำจัดวัชพืชจะลำบากมากในปีที่สอง
3.หลังจากปลูกให้รดน้ำตามทันที และรดซ้ำอีกครั้งหลังจาก 7-10 วัน กรณีดินแห้งมาก จะทำให้ตาอ้อยได้น้ำสม่ำเสมอการงอกของตาจะดี ก่อนปลูกควรรองพื้นด้วยปุ๋ยขี้ไก่ ขี้วัว ขี้หมู แล้วแต่จะหาได้ หรือไม่ก็ปุ๋ยสูตร 15-15-15
4.ก่อนอ้อยจะแตกยอดอ่อนหรือหลังปลูกทันทีที่รดนำเสร็จ ให้ใช้ยาคุมหญ้าฉีดคุมก่อนหญ้าขึ้นจะดีมาก ยาคุมมีทั้งแบบคุมแห้งและคุมเปียกให้เลือกเอาจะใช้แบบไหน 
5.แต่หลังจากอ้อยโตแล้ว ยากำจัดวัชพืชควรเป็นประเภทเผาไหม้จะดีกว่าประเภทดูดซึม เนื่องจากประเภทเผาไหมจะทำให้หญ้าตายดีกว่าแต่ใบอ้อยจะไหม้ด้วยแต่หลังจากนั้น 1-2 สัปดาห์อ้อยจะพฟื้นเองดีกว่ายาประเภทดูดซึมแต่ทางที่ดีใช้วิธีจอบดายดีที่สุดอ้อยไม่ชงักการเติบโตครับ
ขอบคุณมากครับ ที่ให้ความรู้ เมื่อวาน ผมให้เขาไปไถบุกเบิกให้แล้ว เข้าไม่ค่อยดีเลย วันนี้ให้เค้าไปแก้ตัวใหม่ เอาแค่ผานสองครับ ดินเดิมใช้เลี้ยงวัว เลยแน่นพอดู และปล่อยไว้ให้ดินแห้ง ไม่ได้ไถตอนยิงชื้น ได้ผลอย่างไรจะมาเล่าให้ฟังครับ ยิงฟันยิ้ม


Liked By: Backjack21
บันทึกการเข้า

จักขอเกิดเป็นข้ารองพระบาท ทุกชาติไป
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 [11] 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 ... 139   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: