หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อเหตุผลดีๆ สักข้อได้ไหม...ทำไมชาวไร่อ้อยจึงต้องเผาก่อนและหลังตัด???  (อ่าน 8795 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11615


เกษตรพอเพียง


« เมื่อ: มีนาคม 23, 2018, 08:32:34 PM »



ใครที่มีไร่ นา สวน ติดกับไร่อ้อย คงต้องปวดหัวไปตามๆ กัน เมื่อถึงฤดูเปิดหีบอ้อย  เพราะชาวไร่อ้อยพากันเผาอ้อยก่อนตัด หรือแม้กระทั่งใช้รถตัดอ้อยแล้วยังเผาใบอ้อยในภายหลัง? ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามการเผาอ้อยย่อมก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเปลวไฟ ขี้เถ้า หรือแม้แต่การรุกล้ำเขตแดนทั้งเจตนาและไม่เจตนาก็ดี

กระทู้นี้อยากเปิดโอกาสให้เพื่อนๆ ชาวไร่อ้อย ได้แสดงความคิดเห็นในทรรศนะของชาวไร่อ้อยบ้าง?  สำหรับท่านที่เผาหรือไม่เผาก็ตามและไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นผมขออนุโมทนาด้วย
บันทึกการเข้า

julaporn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 132


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 23, 2018, 09:36:15 PM »

เหตุผลหลักเลยนะครับ
การเผาจะทำให้ตัดได้เร็วกว่าเดิม 3 เท่า
นั้นหมายถึง สามารถลดเวลาและต้นทุนค่าตัดลงได้มาก

การตัดอ้อยในปัจจุบันมีอยู่ 3 รูปแบบคือ
1.ใช้รถตัด
วิธีนี้ไม่ต้องเผา แต่รถตัดคันละ 10 ล้าน
และสูญเสียน้ำหนักอ้อยจากประสิทธิภาพที่ไม่เต็มร้อย
ผมไม่เคยใช้วิธีนี้ แต่คนที่เขาเคยใช้บอกว่า
ต้นทุนค่าตัดต่อตันอยู่ที่ 30-40 บ
อ้อยล้มตัดไม่ได้ พื้นเอียงตัดไม่ได้
ถ้าใช้รถตัดโรงงาน ต้องรอคิว(ยาว)

2.ใช้คนตัดไม่เผา
วิธีนี้ใช้แรงงานเป็นหลัก  คนสิบคนตัดทั้งวันจะได้
ประมาณ 1 ไร่
ต้นทุนค่าตัดต่อตันอยู่ที่ 3xx บ (ราคาขายอ้อยต้นละ 850)
ปัญหาของวิธีนี้คือ หาแรงงานตัดได้ยากมาก
ต้องตกเชียวกันเพื่อแย่งแรงงาน
บางครั้งแรงงานรับเงินไปแล้วไม่มาตัดให้จนต้องฟ้องร้องกันก็มี

3.ใช้คนตัดโดยเผาก่อนตัด
วิธีนี้ทำให้อ้อยเสียน้ำหนักและราคา แต่จะลดต้นทุนค่าตัดลงได้
ส่วนมากคนที่ใช้วิธีนี้ จะเป็นนายทุนที่รับซื้ออ้อยมากๆ หลายพันไร่
ถ้าไม่เผา ตัดไม่ทันโรงงานปิดแน่นอน(โรงงานน้ำตาลจะปิดรับซื้อเดือน เม.ย)

และมีบางครั้งที่การเผาเกิดจาก กลุ่มคนรับจ้างตัดลักจุดไฟเผาเอง
ด้วยเหตุผลเพื่อต้องการความสะดวกในการตัด

อ้อยเมื่อโดนไฟเผาแล้วจะตาย ระดับน้ำตาลจะลดลงเรื่อยๆ
หมายถึงราคาจะตกลงเรื่อยๆ ปกติแล้วจะไม่ให้เกิน 3-4 วัน

ดังนั้นจึงมีการลักจุดไฟแปลงคนอื่น เพื่อใช้ต่อรองค่าจ้างตัด
กับเจ้าของแปลง

สำหรับปีนี้ ฝนดีมากตลอดปี ทำให้อ้อยล้ม กันมาก
และในช่วงฤดูตัดก็ยังมีฝนตกมากตลอด
ทำให้เป็นอุปสรรคต่อกันตัดมาก หลายคนตัดไม่ทันกำหนดปิดหีบ
จึงจำเป็นต้องเผาเพื่อลดเวลาให้ทันกำหนด

กำหนดปิดหีบจะอยูช่วงสัปดาห์แรกของเดือน เม.ษ
ซึ่งก็คืออีกไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้แล้ว

ถ้าตัดไม่ทัน อ้อยที่เหลือ ไม่สามรถเก็บไว้ขายในปีถัดไปได้
จึงเป็นเหตุให้เกษตรเลือกวิธีไหนก็ได้เพื่อให้ตัดได้ทัน เพื่อไม่ขาดทุนในการปลูก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 24, 2018, 08:13:09 PM โดย julaporn » บันทึกการเข้า
julaporn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 132


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 23, 2018, 09:59:28 PM »

ส่วนกรณี ที่ว่าใช้รถตัดเสร็จแล้ว ทำไมยังตามมาเผาใบอีก
กรณีน่าจะมาจากเจ้าชองแปลงไม่มีเครื่องจักรกลที่จะจัดการใบอ้อย

ความจริงแล้ว ใบอ้อยเป็นปุ๋ยอย่างดี สามารถปล่อยทิ้งไว้ก็ได้
แต่บางคนเขากลัว จะมีคนมาจุดไฟช่วงอ้อยงอกแล้วจะทำให้อ้อยตอตาย
จึงชิงเผาก่อน

ถ้ามีคือเครื่องจักรกล จอบหมุนก็สามารถสับใบลงดินได้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะปลูกตอนแรกด้วยว่า
สามารถ ให้รถไถขนาดเล็กเข้าได้ขนาดไหน

และความจริงแล้ว สิ่งที่ชาวไร่อ้อยกลัวกันมากที่สุดก็คือ ไฟ
จนมีเรื่องตลกอยู่เรื่องนึงว่า....

มีไร่อ้อยไร่นึงอยู่ติดโรงเรียน จึงมีนักเรียนแอบมาขโมยกินอ้อยอยู่เป็นประจำ
เมื่อเจ้าของไร่ทราบ จึงทำป้ายไปปักไว้ว่า "ลูกปืนหนึ่งลูกจะยิงขโมยได้กี่คนกัน?"

แต่ในวันถัดมา เมื่อเจ้าของไร่กลับมาสำรวจที่เดิมอีกครั้ง
ก็พบว่ามีข้อความเพิ่มเติมว่า "ไม้ขีดหนึ่งก้าน จะเผาได้กี่ไร่กัน?"

เจ้าของไร่เห็นดังนั้น จึงรีบเขียนข้อความใหม่ว่า
"เขิญกินตามสบาย กูยอม"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 24, 2018, 08:14:09 PM โดย julaporn » บันทึกการเข้า
teppatut
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 522


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 26, 2018, 09:57:34 AM »

บ้านผมตัดเสร็จเรียบร้อย ยอดของอ้อยที่ตัดทิ้งเลี้ยงวัวได้หลายวันเลยครับ
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11615


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 26, 2018, 12:39:00 PM »

บ้านผมตัดเสร็จเรียบร้อย ยอดของอ้อยที่ตัดทิ้งเลี้ยงวัวได้หลายวันเลยครับ

ต้องบด หรือ สับ ก่อนไหมครับ เพราะปกติใบอ้อยจะคมมาก
บันทึกการเข้า
pakinees
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 260


« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 26, 2018, 01:09:32 PM »

มักง่าย ชอบสะดวก ส่วนรวมฉิบหายไม่เป็นไร
บันทึกการเข้า
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1947



« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 28, 2018, 05:33:37 PM »

https://mgronline.com/local/detail/9610000030885

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดเวทีสาธารณะเสวนาหาทางออก แก้ปัญหาเผาอ้อยเข้าโรงงาน

วันนี้ (28 มี.ค. 61) ที่ห้องประชุมศรีสองรัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเลย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย
 เป็นประธานเปิดเวทีสาธารณะ เสวนาร่วมหาทางออก ลดมลภาวะจากการเผาอ้อยเพื่อคนไทเลย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ
องค์กรเอกชน ภาคประชาชน นักเรียน นักศึกษา และสื่อมวลชนเข้าร่วมเสวนา ในหัวข้อ เวทีสาธารณะ
“หาทางออกลดมลภาวะจากการเผาอ้อยเพื่อคนไทเลย ในวันนี้ ปีหน้า และตลอดไป”

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า จังหวัดเลยมีโรงงานน้ำตาล 2 โรงอยู่ในพื้นที่อำเภอวังสะพุง
ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอ้อยจำนวนมาก ช่วงที่โรงงานน้ำตาลเปิดหีบอ้อยทุกปีนั้น เกษตรกรต้องเร่งรีบตัดอ้อย
เพื่อจำหน่ายแก่โรงงาน มีระยะเวลาจำกัด คือช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ทำให้มีการเผาอ้อยก่อนตัดมากกว่า
 60 เปอร์เซ็นต์ การตัดอ้อยสดเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ โดยชาวไร่มักอ้างว่าตัดอ้อยเผานั้นง่ายและเร็วกว่า
ทั้งเป็นการลดต้นทุนได้มาก ส่วนการตัดอ้อยสดตัดได้ช้าหาแรงงานยาก

ทั้งนี้ การเผาอ้อยก่อให้เกิดมลภาวะสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากควันไฟและเขม่าตามมาอย่างมาก
นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดอัคคีภัยและโครงสร้างการสูญเสียของหน้าดินในระยะยาว
 เกิดปัญหาด้านผลผลิตและคุณภาพของอ้อยที่ถูกไฟเผา มีผลทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตน้ำตาลทรายลดต่ำลงด้วย
เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและร่วมกันหาทางออก การลดมลภาวะจากการเผาอ้อยเพื่อคนไทเลย จึงจัดเวทีเสวนาดังกล่าวขึ้น
เพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกันหามาตรการ นำไปแก้ไขปัญหาการเผาอ้อยในพื้นที่จังหวัดเลยให้มีประสิทธิภาพยั่งยืน



ด้านนายประมวล ลาภจิตต์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย กล่าวเพิ่มเติมว่า
 เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแสวงหาทางออกจากการเผาป่าในพื้นที่จังหวัดเลยอย่างกว้างขวางจากทุกภาคส่วน
จึงได้เชิญภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยภาครัฐ ได้แก่ ส่วนราชการ นักวิชาการ อำเภอ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ได้แก่ โรงงานน้ำตาล สมาคมชาวไร่อ้อย
ผู้ประกอบการขนส่ง ภาคเอกชน ได้แก่ ประธานหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรม
 ชมรมธนาคารและการโรงแรม ชมรมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเลย องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO)

ภาคประชาชน ได้แก่ เกษตรกรชาวไร่อ้อย ประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน
 สื่อมวลชน ร่วมเวทีสาธารณะหาทางออกมลภาวะจากการเผาอ้อยเพื่อคนไทเลย
ในวันนี้ ปีหน้า และตลอดไป เพื่อรับทราบปัญหา ข้อเสนอแนะ ทางออก
 เพื่อให้ทุกภาคส่วนทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข



ทั้งนี้ เวทีเสวนาอภิปรายในประเด็นดังกล่าวมีความคิดเห็นข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวาง
มีข้อสรุปที่สำคัญ เช่น มาตรการให้ความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกร การสร้างจิตสำนึก
จัดหาเครื่องจักรรถตัดอ้อยให้แก่กลุ่มเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน
มาตรการการดำเนินคดีตามกฎหมาย สถาบันการเงินสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อจัดหาปัจจัยการผลิต
ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ กำหนดพื้นที่การผลิต งดซื้ออ้อยเผา
บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11615


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 28, 2018, 07:29:33 PM »

https://mgronline.com/local/detail/9610000030885

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดเวทีสาธารณะเสวนาหาทางออก แก้ปัญหาเผาอ้อยเข้าโรงงาน

วันนี้ (28 มี.ค. 61) ที่ห้องประชุมศรีสองรัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเลย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย
 เป็นประธานเปิดเวทีสาธารณะ เสวนาร่วมหาทางออก ลดมลภาวะจากการเผาอ้อยเพื่อคนไทเลย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ
องค์กรเอกชน ภาคประชาชน นักเรียน นักศึกษา และสื่อมวลชนเข้าร่วมเสวนา ในหัวข้อ เวทีสาธารณะ
“หาทางออกลดมลภาวะจากการเผาอ้อยเพื่อคนไทเลย ในวันนี้ ปีหน้า และตลอดไป”

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า จังหวัดเลยมีโรงงานน้ำตาล 2 โรงอยู่ในพื้นที่อำเภอวังสะพุง
ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอ้อยจำนวนมาก ช่วงที่โรงงานน้ำตาลเปิดหีบอ้อยทุกปีนั้น เกษตรกรต้องเร่งรีบตัดอ้อย
เพื่อจำหน่ายแก่โรงงาน มีระยะเวลาจำกัด คือช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ทำให้มีการเผาอ้อยก่อนตัดมากกว่า
 60 เปอร์เซ็นต์ การตัดอ้อยสดเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ โดยชาวไร่มักอ้างว่าตัดอ้อยเผานั้นง่ายและเร็วกว่า
ทั้งเป็นการลดต้นทุนได้มาก ส่วนการตัดอ้อยสดตัดได้ช้าหาแรงงานยาก

ทั้งนี้ การเผาอ้อยก่อให้เกิดมลภาวะสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากควันไฟและเขม่าตามมาอย่างมาก
นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดอัคคีภัยและโครงสร้างการสูญเสียของหน้าดินในระยะยาว
 เกิดปัญหาด้านผลผลิตและคุณภาพของอ้อยที่ถูกไฟเผา มีผลทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตน้ำตาลทรายลดต่ำลงด้วย
เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและร่วมกันหาทางออก การลดมลภาวะจากการเผาอ้อยเพื่อคนไทเลย จึงจัดเวทีเสวนาดังกล่าวขึ้น
เพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกันหามาตรการ นำไปแก้ไขปัญหาการเผาอ้อยในพื้นที่จังหวัดเลยให้มีประสิทธิภาพยั่งยืน



ด้านนายประมวล ลาภจิตต์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย กล่าวเพิ่มเติมว่า
 เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแสวงหาทางออกจากการเผาป่าในพื้นที่จังหวัดเลยอย่างกว้างขวางจากทุกภาคส่วน
จึงได้เชิญภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยภาครัฐ ได้แก่ ส่วนราชการ นักวิชาการ อำเภอ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ได้แก่ โรงงานน้ำตาล สมาคมชาวไร่อ้อย
ผู้ประกอบการขนส่ง ภาคเอกชน ได้แก่ ประธานหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรม
 ชมรมธนาคารและการโรงแรม ชมรมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเลย องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO)

ภาคประชาชน ได้แก่ เกษตรกรชาวไร่อ้อย ประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน
 สื่อมวลชน ร่วมเวทีสาธารณะหาทางออกมลภาวะจากการเผาอ้อยเพื่อคนไทเลย
ในวันนี้ ปีหน้า และตลอดไป เพื่อรับทราบปัญหา ข้อเสนอแนะ ทางออก
 เพื่อให้ทุกภาคส่วนทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข



ทั้งนี้ เวทีเสวนาอภิปรายในประเด็นดังกล่าวมีความคิดเห็นข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวาง
มีข้อสรุปที่สำคัญ เช่น มาตรการให้ความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกร การสร้างจิตสำนึก
จัดหาเครื่องจักรรถตัดอ้อยให้แก่กลุ่มเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน
มาตรการการดำเนินคดีตามกฎหมาย สถาบันการเงินสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อจัดหาปัจจัยการผลิต
ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ กำหนดพื้นที่การผลิต งดซื้ออ้อยเผา

จากข่าวของ Lungmhee สรุปได้ดังนี้นะครับ....
1. มาตรการให้ความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกร การสร้างจิตสำนึก
2. จัดหาเครื่องจักรรถตัดอ้อยให้แก่กลุ่มเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน
3. มาตรการการดำเนินคดีตามกฎหมาย
4. สถาบันการเงินสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อจัดหาปัจจัยการผลิต
5. ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์
6. กำหนดพื้นที่การผลิต
7. งดซื้ออ้อยเผา


วิเคราะห์ตามสภาพความเป็นจริงของปัจจุบันเป็นข้อๆ นะครับ

ข้อ1  สามารถทำได้และทำได้ทันที
ข้อ2  เกษตรกรทำไม่ได้ โรงงานทำได้ยากเพราะเครื่องจักรสำหรับตัดอ้อยแต่ละตัว 10ล้านบาทขึ้นไป แต่ทำได้แบบค่อยเป็นค่อยไป
ข้อ3  สามารถทำได้ทันที แต่จะทำหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้บังคับใช้กฎหมาย
ข้อ4  ปัจจุบันเกษตรกรก็เป็นหนี้ ธกส. กันบานเบือกอยู่แล้ว ขนาดตายยังตกทอดมาสู่ลูกหลานได้ ถ้าหามาให้กู้มีเท่าไหร่เกษตรกรเอาหมด
ข้อ5  เกษตรอินทรีย์เป็นงานยากมากๆ เมื่อส่งเสริมแล้วต้องทำให้จบกระบวนการตั้งแต่ผลิตจนกระทั่งขาย
ข้อ6  ทำได้ยาก ทั้งเกษตรกรและโรงงาน
ข้อ7  โรงงานคือผู้ที่สามารถทำได้ แต่จะทำหรือไม่รู้เห็นเป็นใจกันทุกปี

บันทึกการเข้า
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1947



« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 29, 2018, 11:33:49 PM »

ผมคุยกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องอ้อยและนำตาลท่านหนึงถึงปัญหานี้
เค้าบอกว่า การตัดด้วยรถตัด(ของโรงงานก็มีเอกชนก็มี)
มีข้อดี คือราคาตัดอ้อยต่อตัน ถุกว่าใช้แรงคน แต่พื้นที่ปลูกอ้อย
ต้องรองรับและต้องวางแผนล่วงหน้า กล่าวคือต้องปลูกแนวให้
ได้ตรงกับรอยล้อของรถตัดอ้อย และ รถรับท่อนอ้อย แต่การปลูก
แบบนี้จะได้แถวอ้อยต่อพื้นที่น้อน

การปลูกตามแนวความคิดของชาวไร่อ้อย เค้าจะปลูก ชุดเดียวแต่จะต้อง
เก็บเกี่ยวได้หลาย Crop จึงปลุกระหว่างแถวชิดกันถี่ ไม่ตรงรอยล้อของรถตัด
และรถขนอ้อย  ถ้าเอารถตัดมาตัด จะเหยียบย่ำอ้อยกระจุยหมดทำให้
เสียหาย จึงไม่ยอมใช้รถตัด ต้องใช้คนตัดเพื่อรักษาตอสภาพดีไว้

ในแง่การตัดอ้อยด้วยคน จะทำงานเป็นทีม ๆละ 20-30  จนสูงสุดทีมละ 200 คน
ถ้าไม่เผาอ้อยเตรียมไว้ก่อน จะทำงานได้ช้ามากเพราะอ้อยจะมีใบแห้งขวางทาง
อยุ่เยอะ และจะมีละอองคันมาก จนคนท้อไม่อยากเข้าตัดอ้อย ทำงานได้ช้ามาก
แต่ถ้าเผาใบแห้งให้หมด ละอองคันก็หมดไปด้วย   ส่วนใครจะเดือดร้อนก็ว่ากันไป
มันเป็นประเภณีเสียแล้วยกับการเผาอ้อยก่อนตัด   ท่านที่ผมคุยด้วยบอกไม่มีทาง
หายไปจากวงการปลูกอ้อยเร็วๆ นี้หรอกครับ การเผาอ้อยก่อนตัดน่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 29, 2018, 11:35:30 PM โดย Lungmhee » บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
julaporn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 132


« ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 05, 2018, 12:17:00 PM »

ผมคุยกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องอ้อยและนำตาลท่านหนึงถึงปัญหานี้
เค้าบอกว่า การตัดด้วยรถตัด(ของโรงงานก็มีเอกชนก็มี)
มีข้อดี คือราคาตัดอ้อยต่อตัน ถุกว่าใช้แรงคน แต่พื้นที่ปลูกอ้อย
ต้องรองรับและต้องวางแผนล่วงหน้า กล่าวคือต้องปลูกแนวให้
ได้ตรงกับรอยล้อของรถตัดอ้อย และ รถรับท่อนอ้อย แต่การปลูก
แบบนี้จะได้แถวอ้อยต่อพื้นที่น้อน

การปลูกตามแนวความคิดของชาวไร่อ้อย เค้าจะปลูก ชุดเดียวแต่จะต้อง
เก็บเกี่ยวได้หลาย Crop จึงปลุกระหว่างแถวชิดกันถี่ ไม่ตรงรอยล้อของรถตัด
และรถขนอ้อย  ถ้าเอารถตัดมาตัด จะเหยียบย่ำอ้อยกระจุยหมดทำให้
เสียหาย จึงไม่ยอมใช้รถตัด ต้องใช้คนตัดเพื่อรักษาตอสภาพดีไว้

ในแง่การตัดอ้อยด้วยคน จะทำงานเป็นทีม ๆละ 20-30  จนสูงสุดทีมละ 200 คน
ถ้าไม่เผาอ้อยเตรียมไว้ก่อน จะทำงานได้ช้ามากเพราะอ้อยจะมีใบแห้งขวางทาง
อยุ่เยอะ และจะมีละอองคันมาก จนคนท้อไม่อยากเข้าตัดอ้อย ทำงานได้ช้ามาก
แต่ถ้าเผาใบแห้งให้หมด ละอองคันก็หมดไปด้วย   ส่วนใครจะเดือดร้อนก็ว่ากันไป
มันเป็นประเภณีเสียแล้วยกับการเผาอ้อยก่อนตัด   ท่านที่ผมคุยด้วยบอกไม่มีทาง
หายไปจากวงการปลูกอ้อยเร็วๆ นี้หรอกครับ การเผาอ้อยก่อนตัดน่ะ

ผมเป็นชาวบ้านที่เปลี่ยน นาข้าวเป็นไร่อ้อยครับ
ลงมือตัดเอง เอาอ้อยขึ้นรถเอง ขับรถบรรทุกส่งโรงงานเองด้วย (เช้าตัด-บ่ายขึ้นอ้อย-เย็นส่งโรงงาน)
ได้สัมผัสถึงปัญหาอย่างใกล้ชิด
 
ที่หมู่บ้านก็เปลี่ยนมากันหมดเลย เพราะข้าวขายไม่ได้ราคา แถวบ้านผม จ.เลย
พื้นที่ส่วนใหญ่ในหมู่บ้านเป็นที่เนิน รถตัดเข้าไม่ได้ ต้องใช้คนตัดอย่างเดียว 
ถ้าใช้รถตัด จะสามารถลดต้นทุนค่าตัดได้เกือบ 10 เท่า แล้วทำไมชาวไร่จะไม่อยากใช้รถหละครับ
แต่มันใช้ไม่ได้จริงๆ

ก็มีบ้างบางแปลงที่รถตัดสามารถเข้าได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงปลูกร่องชิด ความจริงผลผลิต(คิดเป็นตัน/ไร่) ร่องชิดและห่าง ไม่ต่างกันนะ
เหตุผลที่ยังปลูกร่องชิดก็คือ จะดูแลเรื่องหญ้าได้ง่ายกว่า เพราะ ถ้าปลูกชิดกันเมื่อโตระยะหนึ่ง อ้อยจะสูงจนบังแสงหญ้าได้
ในขณะที่ปลูกร่องห่าง ต้องดูแลหญ้ามากกว่า เพราะแสงยังส่องให้หญ้าเจริญเติบโตได้
จึงต้องใช้เครื่องจักรเล็กวิ่งในร่องเพื่อกำจัดหญ้า หรือฉีดยาคุมหญ้ามากกว่า ซึ่งหมายถึงต้นทุนที่มากกว่าปกติ


ส่วนเรื่องทีมตัด ทีม ๆละ 20-30  จนสูงสุดทีมละ 200 คน แถวบ้านทีมตัดมีที่เกิน 10 คน
เข้าใจว่าน่าจะเป็นข้อมูลจาก ทางภาคกลาง ที่ทำอ้อยแบบแปลงขนาดใหญ่มากๆ ถึงจะมีทีมตัดใหญ่ขนาดนั้น

ที่บ้านผมตัดอ้อยสด(ไม่เผา)ทั้งหมด ร่วมๆแล้ว ร้อยกว่าไร่ เป็นของผมและคนให้หมู่บ้านรวมตัวกัน
พอดีผมมีรถบรรทุก 6 ล้อ 2คัน ห่างจากโรงงาน 20 กม จึงตกลงกับเจ้าของแปลงอื่นๆว่าเราจะรวมกันตัดแล้วใช้รถผมในการขนส่งไปโรงงาน
จึงทำให้พอมีแรงงานตัด คล้ายๆการลงแขก เจ้าของแปลงจึงไม่เผา

เรื่องอ้อยคัน ผมปลูกขอนแก่น3 ไม่คันนะ ไม่มีใครกลัว ที่กลัวกันน่าจะเป็นหมามุ่ยมากกว่า ที่ มีแซมอยู่บ้าง 2 ไร่/ต้น
อ้อยต้นไหนที่มีหมามุ่ย เราก็จะเว้นไว้ก่อน แล้วค่อยมาจัดการที่หลัง


อ้อยที่เผา 90% มาจากนายทุนที่รับซื้ออ้อยเป็นแปลงจากชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านเขาขายเหมาเป็นแปลงให้นายทุนตัดเอง(ขายกันประมาณตันละ 600)
นายทุนโลภมาก อยากได้อ้อยแต่ไม่มีกำลังตัด พอซื้อมาแล้วไม่มีคนงานตัดเพียงพอ จึงต้องเผาเพื่อให้ตัดทันส่งโรงงานก่อนโรงงานจะปิด
การเผาทำให้ตัดได้เร็วกว่าเดิม มากกว่า 3 เท่า


Liked By: Lungmhee, mohock03
บันทึกการเข้า
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1947



« ตอบ #10 เมื่อ: เมษายน 05, 2018, 06:45:01 PM »

ขอบคุณที่มาเล่าให้อ่านครับจากประสบการณ์จริง

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอ้อยคนที่ผมคุยด้วยเป็นเพื่อนบ้าน
เค้าอยู่ในวงการอ้อยและน้ำตาลมาประมาณ 5 ปี
คลุกคลีกับไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล ผมไม่ได้มี
ความรุ้เช่นนี้ด้วยตนเอง  เค้าเล่าอีกว่า บางทีการ
เผาไร่อ้อย ก็เป็นการกระทำของทีมงานตัดอ้อยที่
ก่อเหตุการณ์ที่ให้เจ้าของไร่อ้อยต้องเร่งรีบตัดอ้อย
เพื่อทีมตัดอ้อยมีงานต่อเนื่อง เท็จจริงอย่างไรไม่
ขอยืนยัน แต่เค้าเล่าเช่นนี้จริงๆครับ เพราะเค้า
ประสบเหตุการณ์นี้มา
บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11615


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #11 เมื่อ: เมษายน 06, 2018, 07:47:13 PM »

ขอบคุณที่มาเล่าให้อ่านครับจากประสบการณ์จริง

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอ้อยคนที่ผมคุยด้วยเป็นเพื่อนบ้าน
เค้าอยู่ในวงการอ้อยและน้ำตาลมาประมาณ 5 ปี
คลุกคลีกับไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล ผมไม่ได้มี
ความรุ้เช่นนี้ด้วยตนเอง  เค้าเล่าอีกว่า บางทีการ
เผาไร่อ้อย ก็เป็นการกระทำของทีมงานตัดอ้อยที่
ก่อเหตุการณ์ที่ให้เจ้าของไร่อ้อยต้องเร่งรีบตัดอ้อย
เพื่อทีมตัดอ้อยมีงานต่อเนื่อง เท็จจริงอย่างไรไม่
ขอยืนยัน แต่เค้าเล่าเช่นนี้จริงๆครับ เพราะเค้า
ประสบเหตุการณ์นี้มา

มีหลายรูปแบบครับ  เจ้าของไม่มาเผาเองก็จ้างลูกน้องเผา  หรือ แกล้งเผา หรือ ขโมยเผา


Liked By: Lungmhee
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: