หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปั้มหอยโข่ง 2 นิ้ว 1.5 แรง ไฟ 220 V พิกัดสูบน้ำได้ลึก 9 เมตร ตามที่คู่มือบอกมา  (อ่าน 3133 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
boongun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 216


« เมื่อ: มีนาคม 13, 2018, 03:53:34 PM »

       ปั้มหอยโข่ง 2 นิ้ว 1.5 แรง ไฟ 220 V  พิกัดสูบน้ำได้ลึก 9 เมตร ตามที่คู่มือบอกมา หากผมจะเอามาสูบน้ำจากบ่อบาดาล ขนาด 5 นิ้ว  ลึก 45 เมตร   ระดับน้ำวัดจากปากบ่อ 9 เมตร     ผมจะต่อท่อหัวกะโหลก ยาว 20 เมตร จะสามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้งานได้หรือไม่
       ปัจจุบันใช้ซัมเมิสแฟรงกิน ท่อ 1.5 นิ้ว 1.5 แรงม้า  ต่อท่อเอาซัมเมิสลงบ่อที่ 36 เมตร สูบทั้งวันน้ำไม่หมด ตอนนี้ติดปัญหาที่ค่าไฟแพง เลยคิดจะซื้อปั้มน้ำใหม่ 
       สูบน้ำขึ้นมารดต้นไม้ 250 ต้น สูบลงบ่อพัก แล้วใช้ปั้ม 1 นิ้วอัดสปริงเกอร์ต่อครับ พื้นที่ 10 ไร่   กำลังทยอยปลูก
บันทึกการเข้า

supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1251


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 13, 2018, 07:02:15 PM »

ไม่ขึ้นครับ เสียเงินเปล่าๆ
ถ้าจะสูบขึ้นระดับน้ำจะต้องอยู่ที่ประมาณ 5-6 เมตร ไม่เกินนี้เพราะคำว่าสูบได้ลึก 9 เมตรนั้นพูดทางการค้า หากเราไปดู กราฟความสามารถในการสูบ(performance curve) แล้วจะรู้เลยว่าที่ว่า 9 เมตรนั้นปริมาณน้ำจะเป็น 0 ลบ.ม



ตัวอย่างครับ จะเห็นว่าค่าทางซ้ายมากก็จริง แต่ค่าทางขวาแนวนอน(ปริมาตรในการสูบ) ก็น้อยไปด้วย
...นอกจากนี้คำว่าสูบลึกสุด 9 เมตร น่าจะเป็นค่าวัดในแล็ป แต่ในความเป็นจริงมีการสูญเสียจากข้อต่อ ข้องอ ฟุตวาล์ว ความยาวท่อสูบอีก ยังไงก็ไม่ถึง 9 เมตร
...นอกจากนี้เวลาเราสูบน้ำในบ่อบาดาลน้ำจะลดลงไปอีกเกิน 9 เมตรแน่นอนนั่นคือ ยังไงก็สูบไม่ขึ้น
...ถ้าจะใช้ปั๊มหอยโข่งแนะนำปั๊ม 2 ไส้ครับ คือจะมีท่อทางสูบ 2 ท่อ สูบท่อหนึ่ง เป่าน้ำขึ้นมาเพื่อสูบอีกท่อหนึ่ง แต่ปริมาณน้ำอาจจะได้ไม่มากเท่า ปั๊มทั่วไปเพราะสูญเสียพลังงานส่วนหนึ่งไปเป่าน้ำขึ้นมาให้สูงเพื่อให้ปั๊มสูบได้
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
boongun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 216


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 14, 2018, 09:22:41 AM »

ไม่ขึ้นครับ เสียเงินเปล่าๆ
ถ้าจะสูบขึ้นระดับน้ำจะต้องอยู่ที่ประมาณ 5-6 เมตร ไม่เกินนี้เพราะคำว่าสูบได้ลึก 9 เมตรนั้นพูดทางการค้า หากเราไปดู กราฟความสามารถในการสูบ(performance curve) แล้วจะรู้เลยว่าที่ว่า 9 เมตรนั้นปริมาณน้ำจะเป็น 0 ลบ.ม



ตัวอย่างครับ จะเห็นว่าค่าทางซ้ายมากก็จริง แต่ค่าทางขวาแนวนอน(ปริมาตรในการสูบ) ก็น้อยไปด้วย
...นอกจากนี้คำว่าสูบลึกสุด 9 เมตร น่าจะเป็นค่าวัดในแล็ป แต่ในความเป็นจริงมีการสูญเสียจากข้อต่อ ข้องอ ฟุตวาล์ว ความยาวท่อสูบอีก ยังไงก็ไม่ถึง 9 เมตร
...นอกจากนี้เวลาเราสูบน้ำในบ่อบาดาลน้ำจะลดลงไปอีกเกิน 9 เมตรแน่นอนนั่นคือ ยังไงก็สูบไม่ขึ้น
...ถ้าจะใช้ปั๊มหอยโข่งแนะนำปั๊ม 2 ไส้ครับ คือจะมีท่อทางสูบ 2 ท่อ สูบท่อหนึ่ง เป่าน้ำขึ้นมาเพื่อสูบอีกท่อหนึ่ง แต่ปริมาณน้ำอาจจะได้ไม่มากเท่า ปั๊มทั่วไปเพราะสูญเสียพลังงานส่วนหนึ่งไปเป่าน้ำขึ้นมาให้สูงเพื่อให้ปั๊มสูบได้
ขอบพระคุณในคำแนะนำครับพี่   อยากถามต่ออีกว่า ปั้ม 2 ไส้แบบที่แนะนำ กับซัมเมิสที่ตอนนี้ผมใช้อยู่ อะไรคุ้มค่ากว่ากันเพราะซัมเมิส 1.5 นิ้วสูบน้ำได้น้อย กินไฟเยอะ (ค่าไฟ 1,500-1,700 บาท/เดือน) ถ้าใช้ปั้ม 2 ไส้ 2 นิ้ว จะได้น้ำเยอะกว่าซัมเมิส 1.5 นิ้วหรือไม่และถ้าจะไปซื้อซัมเมิส 2 นิ้วก็ราคาแพงมากครับ
บันทึกการเข้า
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1251


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 14, 2018, 11:21:18 AM »

ถ้าขนาดแรงม้าเท่ากันโดยทั่วไปแล้ว 2 ไส้ได้น้ำน้อยกว่าครับเพราะสูญเสียพลังงานในการไปเป่าน้ำขึ้นมาให้ปั๊มสูบได้ จริงๆแล้วปั๊มน้ำบาดาลที่อยู่ลึกใช้ submerge pump (ที่ใช้อยู่เดิม) นั้นถูกต้องแล้วครับ แนวคิดผม
1. ลองหาวิธีคิดเอาแผงโซลาร์เซลมาใช้กับปั๊มเดิมจะดีไหมครับ เพื่อลดค่าไฟและคิดว่าในอนาคตน่าจะดี
2. เห็นบอกว่าหย่อนตัวปั๊มที่ 36 เมตร อยากแนะนำให้ขยับขึ้นมาที่ 25 เมตร(มีระยะแช่น้ำ 25-9 = 16 เมตร) เพื่อที่จะให้ได้ปริมาณน้ำที่มากขึ้น
แต่อยากให้สังเกตด้วยครับว่าระดับนี้น้ำไม่ขาด คือปั๊มยังสูบน้ำได้ตลอด ถ้ายังสูบน้ำได้ตามระยะเวลาที่เราต้องการ ก็อาจจะขยับมาที่ 20 เมตร เราจะได้ปริมาณเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ต้องเฝ้าสังเกตนะครับว่าปั๊มยังสูบน้ำได้โดยน้ำไม่ขาด
...หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็ต้องวัดระระบน้ำหลังสูบว่าลดลงไปที่ระดับเท่าไหร่ แล้วก็เอาค่านั้นมาเป็นมาเป็นค่าพิจารณาแล้วอาจจะเผื่อลงไปสัก 4-5 เมตร
อันนี้จะดีมาก แต่ทั้งนี้ค่าที่วัดหลังสูบควรจะเป็นช่วงหน้าแล้งนะครับ จะได้ค่าที่ปลอดภัยกับเครื่องสูบน้ำเรา


ยกตัวอย่างนะครับ (ต้องขออภัยผมไม่เห็น curve ของปั๊ม ที่ท่านใช้อยู่) จะเห็นว่าระยะส่ง(สูง)เรายิ่งมากน้ำเรายิ่งได้น้อย ในขณะที่กินไฟต่อชั่วโมงเท่ากัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 14, 2018, 11:42:45 AM โดย supischa » บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
boongun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 216


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 14, 2018, 11:47:17 AM »

ถ้าขนาดแรงม้าเท่ากันโดยทั่วไปแล้ว 2 ไส้ได้น้ำน้อยกว่าครับเพราะสูญเสียพลังงานในการไปเป่าน้ำขึ้นมาให้ปั๊มสูบได้ จริงๆแล้วปั๊มน้ำบาดาลที่อยู่ลึกใช้ submerge pump (ที่ใช้อยู่เดิม) นั้นถูกต้องแล้วครับ แนวคิดผม
1. ลองหาวิธีคิดเอาแผงโซลาร์เซลมาใช้กับปั๊มเดิมจะดีไหมครับ เพื่อลดค่าไฟและคิดว่าในอนาคตน่าจะดี
2. เห็นบอกว่าหย่อนตัวปั๊มที่ 36 เมตร อยากแนะนำให้ขยับขึ้นมาที่ 25 เมตร(มีระยะแช่น้ำ 25-9 = 16 เมตร) เพื่อที่จะให้ได้ปริมาณน้ำที่มากขึ้น
แต่อยากให้สังเกตด้วยครับว่าระดับนี้น้ำไม่ขาด คือปั๊มยังสูบน้ำได้ตลอด ถ้ายังสูบน้ำได้ตามระยะเวลาที่เราต้องการ ก็อาจจะขยับมาที่ 20 เมตร เราจะได้ปริมาณเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ต้องเฝ้าสังเกตนะครับว่าปั๊มยังสูบน้ำได้โดยน้ำไม่ขาด
...หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็ต้องวัดระระบน้ำหลังสูบว่าลดลงไปที่ระดับเท่าไหร่ แล้วก็เอาค่านั้นมาเป็นมาเป็นค่าพิจารณาแล้วอาจจะเผื่อลงไปสัก 4-5 เมตร
อันนี้จะดีมาก แต่ทั้งนี้ค่าที่วัดหลังสูบควรจะเป็นช่วงหน้าแล้งนะครับ จะได้ค่าที่ปลอดภัยกับเครื่องสูบน้ำเรา


ยกตัวอย่างนะครับ (ต้องขออภัยผมไม่เห็น curve ของปั๊ม ที่ท่านใช้อยู่) จะเห็นว่าระยะส่ง(สูง)เรายิ่งมากน้ำเรายิ่งได้น้อย ในขณะที่กินไฟต่อชั่วโมงเท่ากัน
ขอบพระคุณอีกครั้งครับพี่  จะลองเอาไปแก้ไขตามที่แนะนำมาครับ  เกือบไปซื้อปั้มมาแล้วใช้ไม่ได้       
อีกนิดนึงครับ  ที่เอาน้ำมารดคือ ทุเรียน 5 ไร่  125 ต้น   เงาะ 100 ต้น 5 ไร่ พึ่งลองปลูกครับ  ต้องหาข้อมูลอีกเยอะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: