หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มนุษย์เงินเดือนควรอ่านสักนิด...ก่อนคิดจะลาออกจากงานประจำ!!!  (อ่าน 18994 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Pa ketnet
มิตรภาพไร้พรมแดน
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 5195


อย่ารู้สึกท้อในการทำความดี


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2018, 02:29:07 PM »



ผมเห็นหลายคนเตรียมตัวจะออกจากงานมาลงมือทำเกษตร ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร ในฐานะที่ผมเริ่มทำมาก่อนแล้วร่วม 10ปี
อยากร่วมแบ่งปันความคิดเห็นบ้าง เพราะหลายคนโลกสวยพอออกมาทำจริงๆ แล้ว พลาด! ต้องกลับไปรับจ้างหางานมีเงินเดือนทำเหมือนเดิม

1. การวางแผน คุณต้องมีแผนที่จะปลูกพืชผัก ที่จะสามารถทำรายได้ให้ตัวคุณได้ 3ระยะ คือ ระยะสั้น-ระยะกลาง และ ระยะยาว
ไม่ใช่ลาออกจากงานแล้วค่อยคิด คุณต้องตกผลึกให้ได้ก่อน แต่จะดีมากถ้าทำงานไปด้วยแล้วทำเกษตรไปด้วยเมื่อพร้อมแล้วจึงออกจากงาน

2. ที่ดิน ไม่จำเป็นต้องทำมาก 1-5ไร่ แค่นีี้ก็เกินพอแล้ว สำหรับการทำไร่นาสวนผสม ตามแนวพระราชดำริ ของในหลวง ร.9
และพอเพียงสำหรับเลี้ยงครอบครัวแน่นอน

3. แหล่งน้ำ นี่คือหัวใจสำคัญของการทำเกษตร ถ้าคุณไม่มีแหล่งน้ำทุกอย่าง จบ! ในแผนของคุณต้องลงทุนขุด/เจาะ หาแหล่งน้ำ
ใครมีอยู่แล้วคุณโชคดีมากกกก

4. เครื่องมือ นี่ไม่ใช่ยุคที่มีแต่จอบกับเสียมแล้วนะครับ เครื่องมือเครื่องจักรจำเป็นต้องนำมาใช้เพื่อทุ่นแรง
อะไรที่เราพอซื้อเก็บไว้ได้ก็ต้องซื้อครับ อะไรที่ซื้อไม่ไหวก็จ้างเขามาทำให้ เพราะเราจะมีครบทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้ แค่รถไถคันเดียวก็เป็นหลักแสนถึงล้านแล้วครับ ให้ซื้อสิ่งที่จำเป็นที่สุดก่อนเมื่อมีทุนก็ค่อยเพิ่มไปเรื่อยๆ

5. การตลาด เมื่อคุณปลูกได้ คุณต้องขายเป็น อย่าคิดพึ่งแต่พ่อค้าคนกลาง หรือ ให้คนมารับเพียงอย่างเดียว
เพราะเขาจะกดราคาพืชผักของคุณจนถอดใจ ราคาตลาด 100 พ่อค้ากดคุณเหลือ 20 ก็ย่อมได้

6. การแปรรูป พืชผักเกือบทุกชนิดสามารถแปรรูปได้ คุณต้องเตรียมแผนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ในสวนให้ได้ กรณีของล้นตลาด

7. ตลาดออนไลน์ เปิดโอกาสให้กับทุกคนเป็นขุมทรัพย์ยิ่งกว่าเหมืองทองใดๆ ในโลกนี้ คุณต้องเรียนรู้วิธีที่จะดูดเงินจากโลกออนไลน์เข้ากระเป๋าคุณ

8. กำลังใจ คนรอบๆข้างคุณจะคอยบั่นทอนกำลังใจของคุณในวันที่คุณไม่มีเงินเดือน แต่คนแปลกหน้าจะไว้ใจและให้กำลังใจคุณ จงตั้งสติให้ดี

9. คนหัวโบราณ คุณต้องเอาชนะคนหัวโบราณในบ้านคุณ คนรอบข้างคุณ เขาจะมองคุณเหมือนคนบ้า คนไม่ประสีประสา คนที่ทำอะไรไม่เป็น คุณต้องยึดมั่นเด็ดเดี่ยวในคำสอนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง ร.9 อย่างหนักแน่นและมั่นคง
 
10. ศึกษาดูงานให้มาก ผมไม่ขอแนะนำให้ไปดูงานจากส่วนราชการใดๆ เพราะต้นแบบของส่วนราชการเป็นการลงทุนที่เกินความเป็นจริง
เงินที่ลงทุนสามารถทำได้ไม่อั้น แต่ชีวิตจริงเรามีทุนเพียงน้อยนิดต้องใช้สอยประหยัด การศึกษาดูงานจากบ้านของเพื่อนเกษตรกรที่เขาค่อยๆ
เริ่มจนประสบความสำเร็จนั่นแหละเป็นตัวอย่างที่ดี

11. อย่าบ้าตามกระแส อะไรก็ตามที่เขาว่าดีปลูกแล้วรวยอย่าบ้าทำตาม ถ้ามันรวยจริงเขาจะไม่บอกเราแน่นอน

12. ตลาดท้องถิ่น เช่น ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดในหมู่บ้าน เป็นตลาดที่ต้นทุนต่ำที่เราสามารถนำของไปขายได้
ไม่มีค่าใช้จ่ายมากเหมือนตลาดไกลๆ ถ้าไม่แน่จริงอย่าคิดอาจเอื้อมเข้าตลาดไทย ตลาดสี่มุมเมือง ฯลฯ หรือขึ้นห้างฯ พวกนี้เขี้ยวลากดินสุดๆ

สิ่งที่แตกต่างระหว่างชีวิตเกษตรกร กับ ชีวิตลูกจ้างกินเงินเดือน คือ ภาระหน้าที่ในงานที่ที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง คุณจะเป็นทั้งผู้บริหาร ผู้จัดการ ฝ่ายวางแผน ฝ่ายการเงิน ฝ่ายผลิต ฝ่ายออกแบบ คนงาน กรรมกร ฯลฯ คุณจะได้ทำทุกอย่างเองทั้งหมด ต่อไปนี้คนในบ้านคุณเราจะเรียกเขาว่า "ครอบครัว" ทุกคนต้องช่วยกัน ร่วมมือกัน ให้กำลังใจกัน แล้วทุกอย่างจะสำเร็จสมกับความตั้งใจ #ได้กลับมาอยู่บ้านเกิด #ได้อยู่กับครอบครัวที่อบอุ่น



ขอบคุณที่อ่านและทำความเข้าใจจนจบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 31, 2018, 06:20:28 AM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า

เว็บไซต์ เกษตรพอเพียง.คอม เปิดแฟนเพจแล้วนะคะ ยิ้ม
https://www.facebook.com/share.kasetporpeang

ต้อมศรี มณีเด้ง
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3088

"ประชาชนของพระราชา"


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2018, 03:04:47 PM »

เห็นหัวข้อ จะรีบเข้ามาแสดงความยินดีกับน้องเราซะหน่อย เบรคเอี๊ยดเลย  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 31, 2018, 06:20:42 AM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า
Innseethongfarm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 92


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 01, 2018, 04:27:16 AM »

เขียนได้เยี่ยมครับพี่ แต่คนโดยส่วนมากจะมองเห็นหรือชื่นชม ผลงานที่สำเร็จแล้วมากกว่า และถ่ายรูปสวยงาม Show ลงโลกออนไลน์ แต่ไม่คำนึงหรอกว่าคนที่เขาเริ่มจากความยากลำบาก story เป็นไง หรือว่าคนที่มีทุนอยู่แล้วทำอะไรมันก็ง่าย คนโลกสวยดูไว้ก็ดีครับ เรื่องจริงเกือบทุกข้อ มีคนในเพจนี้เกินกว่าครึ่ง กึ่งหลอกตัวเองและไม่แน่ใจอยู่ แต่ถ้าสนใจอ่านตามหัวข้อพี่แต่ละข้อ จริงเกือบ 100% //ผมนี้ร้องไห้เลยครับเมื่อสองปีที่แล้ว ออกมาแบบมีปัญหาส่วนตัว ยังบอบช้ำกับสังคม หรือคำคนบางคนไม่หาย ในการมาทำเกษตรกร //  สำหรับข้อ 7 ขอฝากช่องยูทูปตั้งแต่ผมเริ่มทำเกษตรหน่อยครับ อินทรีทองเกษตรอินทรีย์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 31, 2018, 06:20:54 AM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11571


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 01, 2018, 07:47:36 AM »

ยังมีหลายส่วนที่ไม่สมบูรณ์  ใครมีข้อเสนอแนะเขียนเพิ่มเติมได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 31, 2018, 06:21:05 AM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 06, 2018, 02:38:22 PM »

- ขอเพิ่มว่า เกษตรกรควรทำปุ๋ยหมักตุนไว้เยอะ ๆ จะทำด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่ แต่ควรมีปุ๋ยหมักไปบำรุงดินปลูกครับ ..... ปุ๋ยหมักบวกปุ๋ยเคมีก็จะสุดยอด ควบคุมปริมาณผลผลิตได้อย่างยั่งยืน ดินไม่เสื่อม ไม่เป็นกรด ห่างจากโรครากเน่า ..... แต่ควรทำเอง ไม่ไปซื้อของคนอื่นเขา ..... ทำเองต้นทุนตันละ 720 บาทเองครับ แบบไม่พลิกกอง

- มีปุ๋ยหมักแล้ว คิดจะปลูกข้าวแบบอินทรีย์ ผักอินทรีย์ หรือไม้ผลอินทรีย์ ที่ผลผลิตมีราคาสูง หาที่ขายเอง ไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง ..... คิดแบบนี้ก็เป็นไปได้ เพราะมีคนทำเยอะแล้ว ..... ข้าวกล้องอินทรีย์ขายกันผ่านเฟสและในห้าง กก.ละ 60-120 บาท ..... หรือตันละ 60,000-120,000 บาท ..... เตรียมปุ๋ยหมักไร่ละ 1-2 ตัน ชีวิตจะสบาย ง่ายขึ้นครับ

- มีปุ๋ยหมักเยอะ ๆ อยู่ในมือแล้ว คิดจะขายปุ๋ยหมักก็ไม่ยาก เป็นสินค้าที่ไม่มีวันบูดเน่า เก็บได้หลายปี เป็นสินค้าในอุดมคติ ...... สร้างรายได้อีกทางหนึ่งครับ ....... ปกติถ้าขายเป็นกระสอบ เป็นตัน จะได้ กก.ละ 7-10 บาท หรือตันละ 7,000-10,000 บาท ..... แต่ถ้าใส่ถุงละ 1 กก. วางขายตามตลาดนัดให้สาว ๆ จะขายได้ถุงละ 30-50 บาทครับ หรือตันละ 30,000-50,000 บาท ..... ชีวิตดี๊ดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 31, 2018, 06:21:18 AM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า
spatagoon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 45


« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 02, 2018, 01:02:49 PM »

15ธันวาคม 2560 ตัดสินใจลาออกจากการเป็นคนเมืองหลวงกทม.ใช้เงินสดไถ่โฉนดที่นา3ไร่ 3งาน88ตร.วาให้กับแฟนคนอีสานเพื่อมาปักหลักเริ่มต้นเป็นเกษตรกรเต็มขั้นที่ไม่เคยทำนาไม่เคยปลูกผักแต่อาศัยใจรักและแฟนอยากกลับภูมิลำเนามาดูแลคุณแม่ที่กำลังแก่ชราวัย80กว่าปีค่ะ   แต่ก่อนจะมาอยู่ที่ศรีสะเกษ อ.อุทุมพรพิสัยแห่งนี้ ได้ผ่านการอบรมความรู้ภาคทฤษฏีและปฏิบัติระยะสั้นๆจาก "เกษตรทฤษฏีใหม่ไร่สองสลึง" + "ทำนาหนึ่งไร่ได้หนึ่งแสน"+ การปลูกผักบนอาคารดาดฟ้าตึก ฯลฯ มาพอได้แนวทางในการลงมือทำให้เห็นด้วยสายตาตนเอง  เงินสดติดตัวมีแค่หลักหมื่นก็ทะยอยมาใช้จ่ายด้านระบบสัญญาณอินเตอร์เน็ต ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และ ค่าวัสดุอุปกรณ์การเกษตร เช่น จอบ เสียม เมล็ดพันธุ์ รำละเอียด ยีสต์ ฯลฯ ตอนนี้ได้เห็นผลผลิตเพื่อการบริโภคเป็นอาหารไม่ต้องไปซื้อผัก น้ำยาล้างจาน แชมพูสระผมจากร้านค้า  แต่ก็ยังจำเป็นต้องใช้เงินสดเพื่อจ่ายค่าน้ำค่าไฟฟ้าค่าเน็ตและเนื้อสัตว์เพื่อการบริโภคอยู่นะคะ อ้อ เพิ่มเติม คือ อบรมฝึกอาชีพกับกทม.(ศูนย์มีนบุรีและหนองจอก)มาด้านการแปรรูปสมุนไพร ตัดผมชาย นวดแผนไทย และการดูแลสตรีหลังคลอดมาค่ะ กับความรู้ด้านภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น ได้ปริญญาตรีมาสองใบๆละหนึ่งภาษา คงจะพอเอาตัวรอดได้สบายๆค่ะถ้ามีงานฟรีแลนซ์จ้างให้ไปสอนภาษาหรือแปลเอกสารให้(แต่งานเหล่านี้จะเน้นสอนออนไลน์/แปลเอกสารส่งงานผ่านอีเมล์)
ด้านการทำเกษตรทฤษฏีใหม่ที่ต้องใช้แรงกายกับสติปัญญาอย่างหนักคือ การขุดสระ ขุดบ่อเพื่อให้น้ำฝนสามารถกักเก็บน้ำไว้เพียงพอต่อการทำนาและปลูกพืชหลากหลายชนิด เราจะเน้นไม่ใช้เงินสดจ้างแม็คโครมาขุด แต่เราจะใช้แรงกายถือจอบไปขุดดินในนาทุกๆวัน จะเสร็จปีหน้าก็ไม่เป็นไร เราเน้นปรับปรุงสภาพดินทรายให้มีอินทรีย์วัตถุเพียงพอด้วยค่ะ ปี2561 ทำนาพึ่งฟ้าฝนเทวดาเลี้ยง แต่เราเน้นป้องกันโรคด้วยเชื้อราไตรโคเดอม่า และบำรุงต้นข้าวด้วยน้ำหมักขี้หมู เดินขยันตัดหญ้าในแปลงนา เอาหญ้ามาทำปุ๋ยหมัก นาภาคอีสานไม่มีน้ำขังแช่หญ้าให้เน่าเปื่อยเป็นปุ๋ยให้ต้นข้าวนะคะ)
ตอนนี้เริ่มทำน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักปลา น้ำหมักผลไม้เศษพืชผัก  ปุ๋ยหมักจากใบไม้แห้ง ขี้วัว เศษพืชผักผลไม้ที่เหลือจากการเตรียมทำกับข้าว ค่ะ  กำลังเตรียมสต็อกปุ๋ยหมักและกำลังทำจุลินทรีย์ก้อนเบญจคุณ (ข้อมูลจากยูทูปล้วนๆ) ห่อหมกดิน (อ.กมล หนึ่งไร่แก้จนโคราช) และหาความรู้จากการดูคลิปวีดิโอรายการด้านเกษตร เราจดสูตรส่วนผสมมาทดลองทำเองให้สามารถทดสอบการใช้งานเห็นผลจริงจะดีที่สุดค่ะ  ใช้หลักนักวิทยาศาสตร์ รู้อะไรต้องรู้ให้จริง ลงมือทำทดสอบแล้วค่อยมาสรุปจดสูตรการทำไว้ เมื่อถึงวันที่เรามั่นใจว่าความรู้และประสบการณ์เราแม่นมากพอเพียงแล้ว เราค่อยชักชวนคนที่อยากทำเกษตรแบบเรามาเรียนรู้และลงมือทำในที่ดินของเราค่ะ

เรื่องที่ท่านใดกำลังคิดจะลาออกจากงานประจำมาเริ่มต้นทันทีเลย ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ ใจที่แข็งแกร่งไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆที่จะเกิดขึ้น+สติปัญญาความรู้ความสามารถที่ยังรอการพิสูจน์ด้วยตนเองค่ะ  ถ้าคุณอยากทำจริงๆ เรื่องที่ดิน แหล่งน้ำ ปัจจัยอื่นๆไม่ใช่ปัญหาเกินจัดการได้ค่ะ ขอแค่มีสัญญาณมือถือ สัญญาณเน็ตที่สื่อสารกับผู้คนในโลกออนไลน์ได้ บวกกับการมีน้ำใจมนุษยสัมพันธ์อันดีต่อเพื่อนบ้าน รู้จักเอ่ยปากถามและขอความรู้จากเพื่อนบ้านที่เขาทำอยู่ก่อน หรือแหล่งที่มีเมล็ดพืช ปุ๋ยคอก ปัจจัยการผลิตการทำเกษตรของคุณ เดี๋ยวมันก็ไปได้ค่ะ ยิ่งภาคอีสานด้วยแล้ว น้ำใจชาวบ้านล้นหลามและจริงใจที่สุดค่ะ  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 08, 2018, 09:55:24 AM โดย spatagoon » บันทึกการเข้า

パッタマーワディー  シリパットラーグーン (リン)
mai12
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 153


« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 06, 2018, 08:31:34 AM »

ยังไม่ออกจากงานปประจำแต่เริ่มเตรียมการมาสักพักแล้ว ตอนนี้กำลังเจอข้อ8กะข้อ9 แต่มันจะผ่านไปได้ด้วยดี
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: