หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รบกวนขอความรู้คล่าวๆการเลี้ยงไก่เนื้อส่งตลาดหรือคอนแทรคกับบริษัทต่างๆหน่อยค่ะ  (อ่าน 1006 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Aom Thongmani
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 2


« เมื่อ: ธันวาคม 16, 2017, 01:17:07 PM »

พอดีมีความคิดอยากกลับไปอยู่บ้าน จ.อุดรธานีค่ะ พอจะมีพื้นที่ทำสวนได้ แต่พอดีเห็นเรื่องเลี้ยงใจคอนแทรคกับ บ.ต่างๆน่าสนใจ มีใครพอจะมีคำแนะนำมั้ยคะ  พื้นที่อยู่ในเขตเทศบาล แต่ค่อนข้างจะห่างจากจ.อุดรธานีเกือบ 100 กิโลค่ะ หรือมีข้อมูลอย่างอื่นน่าสนใจเสนอแนะมั้ยคะ ตอนนี้สวนเป็นพื้นที่รกร้าง แต่น้ำพร้อมอุดมสมบูรณ์ค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
บันทึกการเข้า

กะลาแลนด์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 58


« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2017, 02:25:19 PM »

Contact farming / เกษตรพันธะสัญญา
 เกษตรพันธสัญญา หรือ คอนแทรคฟาร์มมิ่ง (contract farming) คือ ระบบการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ หรือการเพาะปลูกพืช ที่มีการทำสัญญาซื้อขายผลผลิตล่วงหน้าระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์ม กับคู่สัญญา คือ "ผู้รับประกัน" ซึ่งมักเป็นบริษัทเอกชนที่สัญญาว่าจะซื้อผลผลิตคืนจากอีกฝ่ายในราคาที่ตกลงกันตั้งแต่ต้น เรียกว่า "ราคาประกัน" ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงได้ก็ต่อเมื่อครบกำหนดสัญญา
ที่มาของเกษตรพันธสัญญา
วัตถุดิบทางการเกษตรและอุตสาหกรรม ประกอบกับสภาวะความมีจำกัดของทรัพยากรการผลิต ไม่ว่าจะเป็นแรงงาน ที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ทำให้ผลิตภาพทางการผลิตลดลง ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต โดยคาดการณ์ว่าผลผลิตทางการเกษตรจะตกต่ำ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและโรคพืช ราคาสินค้าเกษตรผันผวน จะส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรเพื่อเป็นอาหารในปีพ.ศ. 2554 เพิ่มสูงขึ้นกว่า 40% ขณะที่เงินเฟ้อจากราคาอาหารจะอยู่ที่ระดับ 15% นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติทางกายภาพ มิติด้านเศรษฐกิจ ทั้งด้านการผลิต การค้า และบริการ รวมถึงมาตรการพันธกรณีทางการค้าและการออกมาตรการกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
จากสภาพการณ์ดังกล่าว ทำให้หลายธุรกิจมีการนำระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง (contract farming) มาใช้ในการจัดการบริษัท โดยมองว่าวัตถุดิบจัดเป็นแหล่งต้นน้ำของการนำปัจจัยวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต หากเกิดการขาดแคลน ไม่มีคุณภาพ และจำนวนไม่แน่นอน จะส่งผลกระทบต่อการส่งมอบหรือส่งต่อไปยังผู้เกี่ยวข้องในกระบวนของบริษัท โดยเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ต่ำลง จะว่าไปแล้ว คอนแทรคฟาร์มมิ่ง ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย เพราะมีหลายบริษัทที่ใช้ระบบนี้ในการทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จ เช่น บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) หรือเครือเบทาโกร ที่ทำระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งโดยเฉพาะการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีมานานกว่า 30 ปี ก็ประสบความสำเร็จดีทั้งบริษัทและเกษตรกร
ข้อดีของการทำคอนแทรคฟาร์มมิ่
1. เกษตรกรมีผลผลิตขายแน่นอน สามารถนำวัตถุดิบป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อย่างสม่ำเสมอ และเป็นการประกันรายได้ ประกันราคาสินค้าล่วงหน้า ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน
2. เกษตรกรได้รับความรู้ ทั้งด้านวิชาการ การออกแบบแปลนฟาร์มมาตรฐาน และเทคนิคในการปรับลดต้นทุนในการผลิต พร้อมจัดหาวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตต่างๆ อาจรวมไปถึงการสนับสนุนสินเชื่อทางการเงิน
3. ผลผลิตได้มาตรฐานเดียวกับที่ทางบริษัทกำหนดและตรงตามความต้องการของตลาด
4. ในยุคโลกาภิวัตน์ การตกลงราคาและเวลารับมอบสินค้ากันชัดเจน เชื่อว่าเกษตรพันธสัญญา สามารถลดความผันผวนของรายได้และผลผลิตของเกษตรกร โดยสามารถทำให้ผลตอบแทน (รายได้) ค่อนข้างแน่นอนและสูงขึ้น และช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีและเงินทุน
5. ช่วยให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและจัดการ ช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐในการพยุงราคา สินค้าเกษตรกรรม ตลอดจนช่วยเพิ่มโอกาสการจ้างงานในภาคเกษตรกรรม
6. เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการแบ่งปันจากบริษัท เพราะมีวัตถุดิบสม่ำเสมอ ควบคุมต้นทุนได้ สามารถคาดการณ์วางแผนการตลาด รวมถึงบริษัทยังประหยัดได้จากขนาดกิจกรรม (economy of scale) เนื่องจากเป็นการผลิตขนาดใหญ่ ส่วนผู้บริโภคได้ประโยชน์จากคุณภาพสินค้าที่สูงขึ้นและราคาถูกลง
ข้อเสียของการทำคอนแทรคฟาร์มมิ่ง
1. การทำ "คอนแทรค ฟาร์มมิ่ง" ภาคเอกชนมักจะทำสัญญาในรูปแบบสัญญาเชิงเอาเปรียบเกษตรกร ในเรื่องของผลตอบแทน ความเสี่ยง และความเป็นธรรม
2. เงินลงทุนต่อฟาร์มค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ที่จะเกิดขึ้น ทำให้การคืนทุนต้องใช้เวลานานหลายปี ขณะที่แหล่งเงินทุนของเกษตรกรมาจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ดังนั้น หากบริษัทยกเลิกพันธสัญญากับเกษตรกรในระยะสั้นหรือไม่วางแผนการผลิตให้ เกษตรกรอาจล้มละลายได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าสัดส่วนของรายจ่าย (ต้นทุน) ต่อรายได้ของฟาร์มค่อนข้างสูง ประมาณ 27-92% จึงถือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างมาก
3. เกษตรกรมีความเสี่ยงสูง และเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อได้รับผลกระทบทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือหวัดนก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงในการสูญเสียผลผลิตมากขึ้น เมื่อรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าปุ๋ย ค่ายา ฯลฯ
4. การที่สัญญาไม่ได้คำนวณรายได้ค่าตอบแทนจากการผลิตที่เป็นขั้นบันไดเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน ทำให้เกษตรกรไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะถึงจุดคุ้มทุน และมีกำไรจากการลงทุนเมื่อไร จึงทำให้เกิดความเสียเปรียบ
..เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.พิมพ์เพ็ญ  พรเฉลิมพงศ์,ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นิธิยา  รัตนาปนนท์..
บันทึกการเข้า
คมสัญ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 78


« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2017, 03:30:30 PM »

 ยิ้ม ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 16, 2017, 03:42:50 PM โดย คมสัญ » บันทึกการเข้า
boon_song
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 423


« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2017, 06:25:04 AM »

ลองสอบถาม/หาข้อมูลกับคนที่เลี้ยงดูก่อนนะครับ ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

เอาที่ประสบความสำเร็จ และก็ไม่ประสบความสำเร็จ นะครับ

อย่ามองด้านเดียวครับ
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10925



« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2017, 09:41:33 AM »

ก็ได้ข่าวมาบ้าง  ซื้อเมล็ดพันธุ์  ปุ๋ยและยาฮอโมน จากเขาแล้ว  เมื่อนำผลิตผลไปส่ง  เขาไม่รับ 
เขาบอกไม่ได้มาตรฐาน
บันทึกการเข้า
mitrkaset
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 220


« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2017, 12:57:19 PM »

เลี้ยงไก่เนื้อมี 2 ระบบ แบบจ้างเลี้ยงและแบบประกันราคา ในจ.อุดรฯมีสำนักงานสาขา
บริษัท ซี.พี,เบทาโกร ส่วนการปลูกพืช เช่นมะเขือเทศ มีโรงงานศรีเชียงใหม่อุตสาหกรรม
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ,ถั่วลิสง (โก๋แก่) มีบริษัทไปส่งเสริมการปลูกแล้วส่งโรงงานแม่รวย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: