หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ:  (อ่าน 152 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เดอะลายอ้อน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6



« เมื่อ: ตุลาคม 29, 2017, 08:16:50 PM »



ไหว้สวัสดีค่ะขอฝากเนื้อฝากตัวและข้อความกับเว็บบอร์ดนี้อีกคนนะคะ
ㅤㅤ
เรากำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหม่ด้วยการลาออกจากงานประจำมาทำเกษตรวิถีชีวิตพอเพียงตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ค่ะ หลังจากได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเงินการตลาด และการทำสื่อนิตยสารและดิจิทัลออนไลน์จากที่ทำงานรวมกว่า 5 ปีแล้ว อายุกำลังจะเข้าหลัก 3 แล้วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เราจึงคิดว่าถึงเวลาอันสมควรแล้วค่ะที่เรากับแฟนจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างบนผืนดินและครอบครัวของตัวเองได้แล้วเพราะเราทั้งคู่ได้มองเห็นเหมือนกันว่าสิ่งที่เราทั้งคู่สามารถเดินตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ดีที่สุดในชีวิตนี้น่าจะเป็นการทำเกษตรพอเพียง  ซึ่งเป็นทฤษฏีที่หนุ่มสาวยุคใหม่หลายคนได้หันมาสนใจเป็นจำนวนมากแต่ยังน้อยคนนักที่จะลงมือทำด้วยตัวเองอย่างจริงจัง

ด้วยเหตุนี้เราจึงกำลังเตรียมตัวล่วงหน้า ก่อนจะเริ่มเป้าหมายใหม่ในชีวิตของตัวเอง ในทางที่ดี ซึ่งตอนนี้ เริ่มต้นเข้าสู่หกเดือน สุดท้ายแล้ว เราจะย้ายไปทำตามคำสอนของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ที่ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ. นครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ของครอบครัวแฟนที่รอสนับสนุนเราทั้งคู่  พื้นที่ดังกล่าวได้มีปลูกพืชผักต้นไม้ไปบ้างแล้ว เป็นไผ่ประมาณ 100 ต้น ที่เคยลงไว้นานมากในช่วงที่ไผ่ฮิตมาก เท่าที่จำได้คือคนที่แนะนำให้เอามาลงปลูกบอกว่าเป็นพันธุ์ ไผ่สีทอง ซึ่งพ่อกับแม่แฟนปลูกมาประมาณ 5 ปี เก็บหน่อรสชาติขมนิดๆ ขายไปบ้างแล้วหลายหน่อแต่ไม่ได้ทำอย่างจริงจังอย่างที่เล่าไปในข้างต้นค่ะ

การตัดสินใจที่จะมาใช้ชีวิตเกษตรพอเพียงนั้นเราได้เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าจะต้องเหนื่อยและทุ่มเทให้กับการทำเกษตรตลอด 24 ชั่วโมง เช่นเดียวกับที่คู่เราเคยทุ่มเทให้บริษัทมาก เรามีหวังมีพลังที่จะ Make the difference ให้กับดินแดนรอบๆตัวคู่เราได้อย่างแน่นอน แต่ว่าจะทำจากเล็กไปใหญ่และใหญ่ขึ้น พื้นที่ 3 ไร่ที่บอกในเบื้องต้นนั้นอยากทำผักสวนครัวให้ประครองเราทั้งคู่อยู่รอดพอตั้งตัวได้ก่อนค่ะ จึงคำนึงถึงการเรียนรู้อยากเตรียมตัวก่อนที่จะเป็นเกษตรกรเต็มตัวในอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้ ขออนุญาตถามเป็นข้อๆดังนี้



จากพื้นที่สวนตามภาพด้านบน เรากำลังคิดไม่ตก เรื่องน้ำ เพราะต้องสูบน้ำขึ้นจากแหล่งน้ำด้านล่างประมาณ 8 เมตร โดยมีทางลาดลงขึ้นมาจากแหล่งน้ำประมาณ 45 องศา ในระยะทาง70เมตรถึงตัวบ้านและพื้นที่ปลูก ไม่แน่ใจว่าพื้นที่ในลักษณะนี้ควรใช้ระบบน้ำอย่างไรในเบื้องต้นคะ ซื้อปั้มหอยโข่งสูบรดแปลงผักสวนครัว และไผ่โดยตรงแบบระบบน้ำหยด หรือว่าจะลงทุนซื้อแท้งขนาด 2000ลิตรตั้งสูง 2เมตรแล้วค่อยเปิดจ่ายน้ำออกไป จึงจะได้ผลตอบแทนที่ ดีกว่า และคุ้มค่าในระยะยาว หรือใครทำระบบไหนอยู่เล่าสู่กันฟังได้ค่ะ

⒉ ระหว่าง การลงทุนกับระบบน้ำที่ใช้แท้งน้ำขนาด 2000 ลิตรที่ต้องสร้างฐานสูงเพื่อให้มีแรงดันน้ำสำหรับรดผักโดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบ  กับ การลงทุนจ้างขุดบ่อเพื่อกักเก็บน้ำด้านบนและเอาไว้เลี้ยงปลาระบบอินทรีย์ไปในตัวเลย แบบไหนดีกว่ากันและต้องมีลงทุนอะไรเท่าไหร่คะ

<----- พันธุ์ไผ่ในรูปด้านต้นนี้คือพันธุ์อะไรคะ

      - สามารถต่อยอดทำเงินจากหน่อหรือต้นต่อไปอย่างไรได้บ้างคะ หรือควรเอาพื้นที่ตรงนั้นไปทำอย่างอื่นจะดีกว่า


4.มีน้ำหมักชีวภาพอะไรบ้างคะ (ที่ต้องใช้สำหรับการปลูกผักสวนครัวแบบไร้สารพิษ+ปลูกผลไม้)  เริ่มจากว่า เราจะทำเองยังไง อยากหาถังและหมักเอาไว้ก่อน พร้อมลงมือจริงจะได้มีไว้ใช้ทันทีไม่ต้องรอไปอีกหลายเดือน พี่ๆที่มีสูตรน้ำหมักอะไรกันบ้างมาแชร์และให้คำปรึกษากันด้วยนะคะ


  
ㅤㅤ
สุดท้ายนี้ ขอความเห็นใจและความรู้จากพี่ๆเพื่อนๆสมาชิกกพพ.ด้วยค่ะเพราะการลงมือทำสวนเกษตรที่ได้ตั้งใจไว้นั้นอยากให้มันเติบโตไปพร้อมกับกระทู้นี้ค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำ จากทุกๆคน ที่เปรียบเสมือนครูเกษตรของเราทั้งคู่ เราและแฟนจะใช้ทุกคำแนะนำไปปรับใช้ให้เข้ากับการทำเกษตรของเราให้มากที่สุดค่ะ เศร้า  เศร้า   เศร้า  เศร้า


ㅤ                      
ㅤㅤ
ㅤㅤ                              ㅤㅤ  


Liked By: Jr.Gadener
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2017, 08:56:35 PM โดย เดอะลายอ้อน » บันทึกการเข้า

Patsakron
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2017, 08:40:38 PM »

ผมขอตามด้วยคนครับผมอายุ 16 ผมได้ขอพ่อมาแล้วครับเป็นสวนเล็กๆ แล้วตอนนี่ผมปลูกถั่วฝักยาวไว้ ประมาณ แถวนนึงครับ
บันทึกการเข้า
siriwat.bkk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 371


..
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2017, 09:13:53 AM »

ไปทำเกษตรตามทฤษฎีแต่ไม่มีประสบการณ์น่าเป็นห่วงครับ ที่ดินก็นิดเดียว แต่มีดีที่อยู่ติดแหล่งน้ำยังพอมีทางรอด

ไผ่ที่ปลูกไว้ถ้ารดน้ำจริงจังก็น่าจะได้ผลผลิตประมาณ 10 ตันจากพื้นที่ 3 ไร่ ถ้าขายได้ 30 บาท/กก. ก็มีรายได้ 300,000 บาท/ปี หักค่าปุ๋ย ค่าปั้มน้ำขึ้นมารด เหลือเท่าไหร่ก็ลองคำนวณดูครับว่าจะรอดไหม

อยู่ใกล้แหล่งน้ำแบบนี้ลองปลูกผักอายุสั้นดีกว่า อย่างเช่นผักชี รอบนึง 2 เดือน น้ำดีดินดีปุ๋ยดีจะได้ผลผลิต 2-3 ตัน/ไร่/รอบ สมมติว่าปลูกเต็มพื้นที่ 3 ไร่ ได้ไร่ละ 2 ตัน รวมเป็น 6 ตัน/รอบ ถ้าเจอช่วงผักชีราคาแพงจะขายส่งได้ 80-100 บาท/กก. แต่ช่วงที่ผักชีออกมาชนกันเยอะๆ อาจถึงขั้นถอนทิ้ง แต่ลองคิดที่ราคาเฉลี่ยแล้วกันว่า 30 บาท/กก. รอบนึงก็จะขายผักชีได้ 180,000 บาท ถ้าปีนึงปลูกขายได้ราคาสัก 4 รอบ ก็ขายได้ 720,000 บาทครับ ลองไปคุยกับคนทำสวนผักชีดูครับ แถวสีคิ้วมีทำกันหลายเจ้า แต่เขามีปัญหาเรื่องน้ำ ไม่เหมือนของคุณที่ได้เปรียบเรื่องแหล่งน้ำ
พืชอีกอย่างหนึ่งที่น่าปลูกคือพริกไทยสด เพราะราคาดีกว่า ลองศึกษาดีๆ มีสมาชิกในห้องนี้ปลูกกัน ใกล้ๆ ขนส่งสีคิ้วมีปลูกอยู่สวนนึง น้ำไม่ค่อยดี ต้นแห้งเชียว แต่เขาปลูกมาเกือบสิบปีก็ไม่รื้อทิ้งแสดงว่าได้กำไร ของคุณน้ำดีกว่าต้องได้กำไรดีแน่ครับ

ฝากข้อคิดคือที่ดิน 3 ไร่ ถือว่าน้อยมาก ต้องปลูกพืชที่ราคาดีครับ ดูแลมากหน่อยแต่คุ้มกว่า และอยากแนะนำว่าถ้าคุณยังไม่พร้อมที่จะปลูกเองกินเอง พร้อมกลับไปใช้ชีวิตพอเพียงแบบโบราณ ไม่ต้องใช้รถใช้มือถือ ก็อย่าไปคิดทำเกษตรอินทรีย์นะครับ อย่าไปเห็นแก่ต้นทุนถูก หรืออย่ามัวแต่ยึดอุดมการณ์ เพราะชีวิตจะไม่รอดนะครับ เกษตรอินทรีย์ได้ผลผลิตน้อยมาก ผลผลิตก็ขายยาก เวลาคุณไปเดินตลาดสดเจอผักไม่สวย ต้นแห้งๆ ไม่อวบ แถมมีรูหนอนกินใบ คุณจะซื้อมั้ยครับ ผักพวกนี้ต้องขายถูกมากๆ แถมกว่าจะขายได้ก็ต้องรอร้านข้างๆ ขายหมดไปก่อนคนซื้อไม่มีทางเลือกถึงจะมาซื้อผักพวกนี้ พวกเกษตรอินทรีย์ที่ขายได้ราคาดีต้องมีผลผลิตมากๆ ต้องสร้างชื่อสร้างแบรนด์ แต่ของเรา 3 ไร่มันทำไม่ได้ครับ ลองหาเวลาไปลงพื้นที่คุยกับเกษตรกรตัวจริงบ้าง อย่าฟังแต่เกษตรกรที่ทำสวนบนคีย์บอร์ด
เรื่องผลผลิตน้อยผมยกตัวอย่างการทำนาข้าวหอมมะลิครับ ทำแบบอินทรีย์ ใส่ขี้หมูขี้วัว ได้ข้าว 250 กก/ไร่ ขายข้าวได้ 2,500 บาท เทียบกับทำนาปกติ ใส่ปุ๋ยเคมี ได้ข้าว 450 กก/ไร่ ขายข้าวได้ 4,500 บาท มากกว่ากัน 2,000 บาท/ไร่ หักค่าใส่ปุ๋ยเคมีไป 700 บาท/ไร่ ก็ยังได้ 3,800 บาท เทียบกับ 2,500 บาท คุณจะเลือกแบบไหน อันนี้เปรียบเทียบจากข้าวโลละแค่ 10 บาท แถมได้ไม่กี่ร้อยโลต่อไร่ ถ้าเทียบกับผักโลละร้อยบาท และ 2-3 ตัน/ไร่ จำนวนเงินรายได้ยิ่งต่างกันมหาศาล

ขอให้โชคดีกับชีวิตใหม่ที่เลือกเดิน แต่ถ้าให้ผมแนะนำ คุณทำงานเก็บเงินไปอีกสัก 10 ปีดีกว่าไหม ?


Liked By: Sanguan1965
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: