หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จังหวัดไหน ดินดี ระบบชลประทานดี รบกวนถามผู้มีความรู้ค่ะ  (อ่าน 819 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
cookie
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« เมื่อ: ตุลาคม 13, 2017, 04:32:04 PM »

อยากทำเกษตรพอเพียงค่ะ หนูพอมีทุนอยู่ส่วนนึง เก็บเงินได้ก้อนนึง เลยอยากจะซื้อที่ดินไว้ทำเกษตร เช่นปลูกพืชผัก, ผลไม้, หญ้าอาหารสัตว์ มีนายหน้ามาขายที่มาก ก็พยายามไปดูทุกที่ๆน่าสนใจ จึงอยากเรียนถามเพื่อนๆว่า มีที่ดินจัหวัดไหนที่ดินดี ระบบชลประทานดี น้ำมีตลอดทั้งปี ปลูกอะไรก็ได้ มีที่ไหนแนะนำมั้ยค่ะ

ไม่อยากได้ดินนาเพราะไม่ได้มีโครงการจะปลูกข้าวค่ะ ที่มามีแล้ว

ขอบคุณมากๆเลยค่ะ


Liked By: UNCLE HUB, หง
บันทึกการเข้า

zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 996


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2017, 05:28:13 PM »

 ยิ้ม  ดินดีก็ต้องเป็นดินที่เกิดจากการประทุของภูเขาไฟ เมื่อหลายล้านปีที่ผ่านมา บ้านเราก็น่าจะเป็นที่จ.สีเกด มียุ3อำเภอ  ...  มีเงินตามไปซื้อเลย ไม่ต้องคิดนาน


Liked By: หง
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10594



« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2017, 06:29:11 PM »

จ.สีเกด อยู่ภาคอะไรครับ  มียุ3อำเภอ  อำเภออะไรบ้าง

การตัดสินใจเลือกสถานที่  สำคัญมากนะครับ ต้องคิดให้รอบคอบ  หาข้อมูลให้มากพอ
จะะได้ไม่เสียดายทีหลัง  พบไม้งามเมื่อขวานบิ่น   
ถ้าจะให้ได้ครบตามที่ธงที่วางไว้ อาจจะยาก  ก็ต้องกำหนดความสำคัญเรียงตามลำดับ
ดินไม่ดี  ปรับปรุงได้ แต่เรื่องน้ำมีปัญหามากที่สุด
บางแห่ง  มีน้ำอุดมสมบูรณ์ดี แต่มักจะถูกน้ำท่วม 
ที่่ที่น้ำไม่ท่วม ก็ขาดแคลนน้ำ
เลือกที่ที่น้ำไม่ท่วม โดยสร้างแหล่งเก็บน้ำขึ้นมาเอง
บางแห้่ง  น้ำไม่ท่วม เจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ แต่กลายเป็นน้ำเค็มหรือน้ำกระด้าง
ที่ที่อยู่ในเขตชลประทาน แต่ราคาแพง
บางแแห่ง หน้าฝน  น้ำท่วม  หน้าแล้งน้ำแห้งผาก  เจาะบาดาลได้น้ำเค็ม


Liked By: หง, Sanguan1965
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2017, 07:04:10 PM โดย phalikhit » บันทึกการเข้า
cookie
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2017, 07:12:24 PM »

ยิ้ม  ดินดีก็ต้องเป็นดินที่เกิดจากการประทุของภูเขาไฟ เมื่อหลายล้านปีที่ผ่านมา บ้านเราก็น่าจะเป็นที่จ.สีเกด มียุ3อำเภอ  ...  มีเงินตามไปซื้อเลย ไม่ต้องคิดนาน

จังหวัดศรีสะเกษ อำเถออะไรหรอค่ะ สงสัย


Liked By: หง
บันทึกการเข้า
RUNGTHAMBUM
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1086


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2017, 07:08:31 AM »

แล้วปัจจุบันอยู่แถวไหนครับ
แถวปราจีน นครนายก สระแก้ว ก็ไกล้กรุงเทพดี
หาแถวๆ เขื่อนขุนด่าน
หรือจะไปเพชรบุรี มีเขื่อนแก่งกะจาน
แต่ผมไม่รู้จักใครแถวๆนั้น
แต่ผ่านไปแล้วร่มรื่นดี มีน้ำทั้งปี


Liked By: หง
บันทึกการเข้า

ศูนย์ข้าวบางคูวัด พันธุ์ข้าวไรซ์เบอรี่
ข้าว กข41,กข57,หอมปทุม
Supachai007
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 258


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2017, 07:35:40 AM »

หาที่ไกส้ๆกับที่เราอยู่จะได้ไปดูแลง่ายๆครับ ชลประทานบ้านเราไม่ได้รับประกันจะมี่น้ำตลอด


Liked By: หง
บันทึกการเข้า
กะลาแลนด์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33


« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2017, 09:38:24 AM »

บทความนี้เขียนโดย คุณ สวนวสา จากเว็บ http://www.kasetporpeang.com/ โดยบทความต้นฉบับผู้เขียนแบ่งเนื้อหาไว้ค่อนข้างดีมาก แต่เนืองจากเนื้อหามีจำนวนมาก ทางเราจึงขอแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกนี้จะมีบทนำ เรื่องขอทำเลที่ดิน การเลือกพืชที่จะปลูก การทำตลาด การเตียมตัวและวางแผน  ซึ่งสมควรอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากออกจากที่ทำงานได้ศึกษาพิจารณา ก่อนการตัดสินใจ ส่วนบทความที่เหลือทางเราจะนำมาลงต่อเร็วๆนี้ครับ

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

เรียน  ว่าที่เกษตรกร เกษตรกรมือใหม่เอี่ยม และเกษตรกร part-time ทุกท่าน

จากที่เราได้คุยกับว่าที่เกษตรกรและเกษตรกรมือใหม่หลายท่านที่มาติดต่อซื้อเมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธุ์ และท่อน้ำหยดจากสวนวสา ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง เลยต้องขออนุญาตเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อให้ว่าที่เกษตรกรและเกษตรกรมือใหม่ไฟแรงหลายๆท่านลองพิจารณาเป็นข้อคิดก่อนจะลงมือทำอะไรไป เพราะการลงทุนในสาขาการเกษตรนั้น ไม่ว่าจะเพื่อหวังผลกำไร หรือแค่หวังเพื่อใช้เวลาว่างทำงานอดิเรกปลูกต้นไม้ ทุกอย่างที่ลงไปก็เป็นเงินทองที่เราเก็บหอมรอมริบมาทั้งนั้น  หากลงทุนไปโดยขาดการไตร่ตรองล่วงหน้า หรือขาดการจัดการอย่างเป็นระบบ เมื่อเกิดผลเสียหาย ผลขาดทุน ความยุ่งยากที่ตามมามักทำให้เกษตรกรมือใหม่หลายคนท้อแท้ และเลิกไปในที่สุด  ซึ่งทางสวนวสาไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น เราไม่อยากให้อาชีพเกษตรกรหายไปจากประเทศไทย ตรงกันข้ามเราอยากให้มีเกษตรกรรุ่นใหม่เกิดขึ้นมามากๆ คนที่มีการวางแผน มีการควบคุมผลผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นแหล่งอาหารที่มีคุณภาพของโลก
ว่าด้วยเรื่องของที่ดิน

การจะเริ่มทำการเกษตรได้นั้นเราควรมีที่ดินเป็นของตัวเอง แต่ก่อนจะลงมือซื้อที่ดินผืนใด ขออนุญาตให้ข้อคิดเกี่ยวกับปัจจัยที่สำคัญก่อนซื้อที่ดินเพื่อทำการเกษตร ดังนี้

1.ในที่ดินต้องมีแหล่งน้ำหรือติดกับแหล่งน้ำที่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งปี เพราะการซื้อที่ดินที่ไม่มีน้ำ ก็เท่ากับไม่มีประโยชน์ในเชิงเกษตร แหล่งน้ำที่ว่านี้อาจจะเป็นคลองชลประทาน อ่างเก็บน้ำ คลองธรรมชาติ แม่น้ำ ฯลฯ ถ้าเป็นที่ผืนใหญ่ไม่ควรเป็นน้ำบาดาล เพราะอาจมีปริมาณไม่พอเพียงและอาจจะทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับการจัดการตะกอนในภายหลัง
2.ที่ดินควรใกล้กับถนน และไม่ไกลจากบ้านที่อยู่ประจำของคุณมากนัก การไปมาทำได้ง่าย เมื่อการเดินทางสะดวก ก็ทำให้เรารู้สึกอยากไปเยือนบ่อยๆ โดยเฉพาะเกษตรกร part-time ที่ต้องทำงานในวันธรรมดาและไปทำสวนได้เฉพาะวันหยุด หากคุณต้องขับรถ 500 กม. เพื่อไปสวนในวันเสาร์ และขับกลับอีก 500 กม. ในวันอาทิตย์ คุณจะเหนื่อยและท้อไปในที่สุด ระยะทางที่เหมาะสมน่าจะไม่เกิน 200 กม. จากบ้านคุณ อย่างไรก็ตามปัจจัยเรื่องระยะทางนี้ขึ้นกับทุนและความชอบส่วนบุคคล นอกจากนี้ราคาน้ำมันก็เป็นปัจจัยสำคัญด้วย คำนวณค่าน้ำมันคร่าวๆ ว่าระยะทาง 200 กม. รถคุณกินน้ำมันเฉลี่ย 8 กิโลลิตร น้ำมันลิตรละ 30 บาท ไป-กลับ จะมีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าน้ำมัน 1,500 บาทต่อเที่ยว เดือนหนึ่งไป 4 ครั้งก็ประมาณ 6,000 บาท ปีละ 72,000 บาท เทียบกับราคาที่ดินที่อาจจะแพงกว่าแต่ใกล้กว่า อย่างไหนคุ้มกว่ากัน อันนี้ควรคำนวณให้รอบคอบค่ะ
4.ที่ดินควรใกล้ตลาดหรือชุมชน หรือผู้ซื้อรายใหญ่ เพื่อที่จะสามารถขนส่งผลผลิตเพื่อจำหน่ายได้โดยง่าย (หากคิดจะปลูกเพื่อจำหน่าย) เช่น อยากปลูกมะม่วงส่งออกแต่ผู้ปลูกอยู่ภาคใต้ ส่วนผู้ส่งออกอยู่ภาคเหนือและภาคกลาง อย่างนี้ ถ้าปลูกไม่มากพอก็จะไม่มีผู้ซื้อวิ่งไปซื้อแน่ๆ ค่าน้ำมันทุกวันนี้แพงมากๆ ค่ะ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาผู้ซื้อมักจะถามก่อนว่าปลูกกี่ไร่ กี่ต้น ผลผลิตกี่ตัน (ถ้าไม่ถึง 4-5 ตัน ส่วนมากรายใหญ่เขาไม่วิ่งมาค่ะ)
ควรมีเพื่อนบ้านและสังคมที่ดี ก่อนซื้อที่ดินควรลองไปสำรวจดูว่าเพื่อนบ้านมีอัธยาศัยเป็นอย่างไร ที่ดินบางผืนราคาถูกเพราะเพื่อนบ้านขี้ขโมย ผลผลิตอะไรออกมาหายหมด ติดตั้งปั๊มน้ำก็หาย บางทีเผลออาทิตย์เดียวบ้านทั้งหลังรื้อเอาไปขายก็มี ลองไปถามสถานีตำรวจในพื้นที่ดูว่าคดีลักขโมยมีแยะไหม ใครเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และทัศนคติเขาเป็นอย่างไร
5.ที่ดินควรมีต้นไม้ขึ้นอยู่ในที่บ้าง เพื่อแสดงว่าดินที่นี่ปลูกต้นไม้ได้ บางคนไปซื้อที่ดินที่เตียนโล่งแม้แต่หญ้าก็ไม่ขึ้น แล้วมาดีใจว่าไม่ต้องถางหญ้าปรับที่ดิน ซึ่งแท้ที่จริงเป็นดินเค็มที่เพาะปลูกอะไรไม่ได้  หากเป็นไปได้ลองสังเกตด้วยว่าต้นไม้ที่ขึ้นในที่ดินนั้นเป็นต้นอะไรเพื่อจะได้ทราบว่าที่ดินผืนนั้นเพาะปลูกผลไม้ชนิดใดได้ดีที่สุด
6.ที่ดินทำสวนเกษตรส่วนใหญ่ควรเป็นพื้นราบ เพราะหากเป็นที่ลาดชันเวลารดน้ำต้นไม้ น้ำจะไหลลงเบื้องล่างหมด หากต้องทำขั้นบันไดก็จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกว่าที่ดินผืนราบ แต่หากจะปลูกไม้ยืนต้นพวกไม้ป่า ก็เป็นที่เนินเขาได้ค่ะ ทั้งนี้ขึ้นกับพืชที่เลือกจะปลูก
7.ไม่ควรเป็นที่น้ำท่วมขัง ที่ดินบางผืนในช่วงฤดูฝนจะตรงกับแนวน้ำท่วมพอดี อย่างนี้ปลูกพืชอะไรไม่ทันเก็บเกี่ยวก็ตายหมด แล้วอย่ามาดีใจว่าไม่ปลูกพืชก็ได้ไหนๆน้ำมากเลี้ยงปลาเสียเลย ขอโทษค่ะ พอน้ำท่วมขึ้นมาปลาที่เลี้ยงก็หายหมดเหมือนกัน
8.ให้สำรวจหน้าดินของที่ดินที่ซื้อด้วยค่ะ พอดีมีเพื่อนเกษตรกรโทรมาปรึกษา มีที่ดินแต่หน้าดินที่ปลูกพืชได้มีเพียง 1-2 เมตรลึกลงไปกว่านั้นกลายเป็นดินผสมหินแบบแข็งเลย รากพืชชอนไชลงไปไม่ได้ อย่างนี้หากก่อนซื้อเตรียมแผนไว้ก็คงต้องปรับแผนเพื่อปลูกพืชที่มีระบบรากไม่ลึกมากค่ะ
9.เวลาซื้อที่ดิน อย่ามองแค่ค่าที่ดินอย่างเดียว ให้คำนึงถึงว่าจะต้องมีค่าปรับปรุงที่ดินอีกเท่าไหร่ด้วย เช่น หากที่ดินมีต้นไม้รกเรื้อ หรือมีการขุดร่อง ขุดแนวคันเอาไว้ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเกษตรกร ต้องจ้างรถแม้คโครปรับปรุงใหม่อีกเท่าไหร่  ที่ดินมีไฟฟ้า มีถนนถึงหรือยัง หากซื้อที่ดินร่วมกับคนอื่นก็ต้องจ่ายค่าทำถนนเข้าไปยังที่ดินอีกเท่าไหร่ ค่าเดินสายไฟเข้าไปยังที่ดิน ค่าขุดคลองส่งน้ำหรือระบบชลประทาน แล้วยังค่าใช้จ่ายในการแบ่งแยกโฉนดอีก เรื่องพวกนี้รวมๆ แล้วอาจทำให้ที่ดินไร่ละ 5 หมื่นกลายเป็นไร่ละ 3 แสนก็เป็นได้ค่ะ
10.การซื้อที่ดินร่วมกับคนอื่น ควรตกลงกันให้แน่ชัดตั้งแต่แรกว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ จะร่วมกันรับผิดชอบอย่างไร ค่าโอนที่ดิน ค่าสาธารณูปโภค ฯลฯ นอกจากนี้ถนนที่จะตัดเข้าไปยังที่ดินของแต่ละคนจะตกลงค่าใช้จ่ายและกรรมสิทธิ์กันอย่างไร บางคนเห็นว่าที่ดินตนเองอยู่ด้านหน้าก็ไม่ต้องการร่วมออกค่าถนนกับคนที่ซื้อที่ดินที่ลึกไปด้านหลัง เลยทำให้มีปัญหากันได้ แล้วยังเรื่องน้ำ หากคนที่อยู่ต้นน้ำเก็บกักน้ำ คนที่อยู่ปลายน้ำจะทำอย่างไร ควรมีการทำสัญญากันไว้ให้ชัดเจน และเป็นภาระผูกพันกับที่ดิน เพราะหากวันนี้แม้เชื่อใจกัน ไม่มีปัญหากันก็จริง แต่พอผ่านไปหากคนหนึ่งขายที่ไปให้บุคคลอื่น ปัญหาก็อาจจะเกิดขึ้นได้ค่ะ


Liked By: หง, somyos
บันทึกการเข้า
kakkak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2408


« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2017, 10:08:20 AM »

ทำเกษตรอย่างเดียวหรือเป็นอาชีพเสริมครับ. ถ้าทำเสริมควรเริ่มตรงใหนใกล้ๆ ที่เราอยู่ปัจจุบัน. เริ่มทำทีละน้อย ถ้าไหวค่อยๆ ขยายไปเรื่อยๆ 

ถ้าลองทำแล้วไม่ไหวจะได้ไม่เจ็บตัวมาก

ทำเกษตรดูในอินเตอร์แ่พอเป็นแนวทาง อย่าคิดว่าทำตามแล้วจะประสบผลสำเร็จทั้งหมด เพราะถึงเวลาปัจจัยต่างๆ มันมีผลตามมาเยอะแยะ

หาข้อมูลเยอะๆ ใจเย็นๆ ครับ
บันทึกการเข้า
หง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 440


« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2017, 09:06:29 AM »

ขอเสริมครับ

ที่สำคัญที่สุดคือเพื่อนบ้านครับ
ถ้ามีเพื่่อนบ้านดีก็ดีไป
เพื่อนบ้านที่อยู่รายรอบที่ดินเรา

เราจะทำเกษตรปลอดสารพิษ เขาก็มาฉีดยาติดกับที่เรา แล้วเลือกเวลาที่ลมแรงๆพัดมาทางสวนเราด้วย เราจะอยู่ไหวไหม

บางพื่นที่ กลิ่นยาเหม็นไปไกลครึ่ง กม


Liked By: kobscc999
บันทึกการเข้า

เกษตรกรชายขอบ
amsuthon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 472


« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2017, 01:14:26 PM »

สุพรรณ  แต่อย่าเผลอไปซื้อ แถวๆที่ขึ้นต้น ด้วย สระ ทั้งหลาย อู่ทอง ดอนเจดีย์ แถวนั้นแล้ง  บางปลาม้า สองพี่น้องน้ำเยอะเกิน
อำเภอเมือง ศรีประจันต์สามชุก เดิมบางนางบวช โอเค ระบบชลประทานก็ดี

เพชรบูรณ์ก็ดีนะครับ ศรีษะเกษ
บันทึกการเข้า
คมสัญ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 56


« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2017, 01:26:02 PM »

อยากทำเกษตรพอเพียงค่ะ หนูพอมีทุนอยู่ส่วนนึง เก็บเงินได้ก้อนนึง เลยอยากจะซื้อที่ดินไว้ทำเกษตร เช่นปลูกพืชผัก, ผลไม้, หญ้าอาหารสัตว์ มีนายหน้ามาขายที่มาก ก็พยายามไปดูทุกที่ๆน่าสนใจ จึงอยากเรียนถามเพื่อนๆว่า มีที่ดินจัหวัดไหนที่ดินดี ระบบชลประทานดี น้ำมีตลอดทั้งปี ปลูกอะไรก็ได้ มีที่ไหนแนะนำมั้ยค่ะ

ไม่อยากได้ดินนาเพราะไม่ได้มีโครงการจะปลูกข้าวค่ะ ที่มามีแล้ว

ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

ถ้าชลประทานดี น้ำมีตลอดทั้งปี...จังหวัดนั้นต้องมีเขื่อน หรือมีแม่น้ำสายหลักผ่าน (ปิง วัง ยม น่าน แม่น้ำโขง แม่น้ำมูล ฯลฯ) แต่ถ้าอยากอยู่ใกล้บ้านเกิด ก็แค่จัดระบบน้ำของเราเอง อาจจะเจาะบาดาลเพื่อสูบน้ำทำเกษตร ก็น่าจะพอนะครับ สำหรับเกษตรพอเพียง ไม่ได้ทำอะไรใหญ่โตมากมาย ที่ต้องใช้น้ำระดับชลประทาน...แค่ไม่เป็นที่ลุ่มมากก็พอ เพราะน้ำอาจจะท่วมได้ในหน้าฝน และไม่เป็นที่แห้งแล้งมาก...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2017, 01:28:40 PM โดย คมสัญ » บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10594



« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2017, 11:14:23 AM »

บางจังหวัด น้ำท่วมทุกปี  แต่อาจจะมีบางที่ ที่น้ำไม่เคยท่วม
บางจังหวัด น้ำไม่เคยท่วม  อาจจะมีบางส่วนที่น้ำท่วมทุกปี
บางจังหวัดมีเขื่อน มีอ่างเก็บน้ำ  แต่มีแห่งเดียว และที่บริเวณนั้นมีเจ้าของหมดแล้ว
บางจังหวัดแห้งแล้ง  แต่อาจจะมีสักแห่งที่เป็น โอเอซิส ก็มีนะ

สรุปว่า  เหมาทั้งจังหวัดไม่ได้  ต้องไปดูเอง
ไปดูเอง ก็ไม่ได้อีกหละ  ต้องไปดูทุกอาทิตย์ในรอบปี  ซึ่งก็ยากที่จะทำได้
ถ้าทำได้  ก็ไม่แน่อีกหละ 39 ปี  ไม่เคยโดนน้่ำท่วมหรือเกิดภัยแล้ง  อาจจะเจอฝนตกหนักน้ำท่วมใหญ่ในรอบ 40 ปี ก็ได้

วิธีที่ดีที่สุด ก็คือวิธีที่ จขกท. ทำอยู่นี่แหละ
คือการหาข้อมูลจากเพื่อนสมาชิก  และจากแหล่งอื่นประกอบกันด้วย

ขอเสนอ  ราชบุรี  กาญจนบุรี  สระบุรี ระยอง จันทบุรี   ชัยภูมิ เลย  เพชรบุรณ์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: