หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คิดเห็นอย่างไรกับ พรบ.พันธุ์พืชใหม่  (อ่าน 5652 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jinngee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25



« เมื่อ: ตุลาคม 08, 2017, 08:02:01 AM »

http://doa.go.th/main/index.php?option=com_content&view=article&id=106:opinion&catid=105:open


จากในlineที่ส่งมาครับ
ด่วน...กรมวิชาการเกษตรฉวยโอกาสในเดือนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ของไทยให้เป็นไปตามอนุสัญญา UPOV 1991 ซึ่งเอื้ออำนวยประโยชน์ให้บรรษัทเมล็ดพันธุ์เพิ่มการผูกขาดพันธุ์พืชและลงโทษเกษตรกรที่เก็บรักษาพันธุ์พืชไปปลูกต่อ เป็นการทำลายวัฒนธรรมที่สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และจะกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ในขณะที่การเคลื่อนไหวและแสดงความคิดเห็นเพื่อคัดค้านทำจำกัด

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาบรรษัทข้ามชาติ และบริษัทเมล็ดพันธุ์ยักษ์ใหญ่ได้ผลักดันให้ประเทศไทยยอมรับระบบกฎหมายผูกขาดพันธุ์พืชตามระบบ UPOV1991 ทั้งที่เป็นการผลักดันโดยตรงและผ่านการทำเอฟทีเอไทย-สหรัฐอเมริกา ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค(TPP) ความตกลงเอฟทีเออาเซียน-ยุโรป เป็นต้น แต่ก็ไม่เคยประสบผลสำเร็จ

ในช่วงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กรมวิชาการเกษตรได้พยายามผลักดันการแก้กฎหมายนี้อีกครั้งแต่ก็ถูกคัดค้านจากหลายฝ่าย จากนักวิชาการ เช่น รศ.จักรกฤษณ์ ควรพจน์ นักวิชาการทีดีอาร์ไอ รศ.สุรวิช วรรณไกรโรจน์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผศ.สมชาย รัตนชื่อสกุล จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รวมทั้งนพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่รู้ทันเรื่องสิทธิบัตรของบรรษัทข้ามชาติ เรื่องนี้เงียบหายไปจนหลายฝ่ายวางใจว่าการผลักดันการแก้กฎหมายจะไม่เกิดขึ้นอีกในรัฐบาลนี้

แต่แล้วจู่ๆ โดยที่ไม่เคยมีการแถลงใดๆอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะจากพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือนายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรว่าจะมีแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช เว็บไซท์ของกรมวิชาการเกษตร (http://www.doa.go.th/main/index.php…) ได้เผยแพร่เรื่องการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืชพ.ศ. ....ฉบับใหม่ และให้ยกเลิกพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ทั้งฉบับ โดยเปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2560 ที่จะถึงนี้เท่านั้น แสดงเจตนาว่าเป็นการจงใจเลือกช่วงเวลาระหว่างพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เพื่อผลักดันกฎหมายนี้ให้แล้วเสร็จ ปิดโอกาสประชาชนในการเคลื่อนไหวคัดค้านกฎหมายซึ่งจะทำให้วิถีวัฒนธรรมการเก็บรักษาพันธุ์พืชไปปลูกต่อกลายเป็นความผิดทางอาญา และเปิดทางให้โจรสลัดชีวภาพเข้ามาฉกฉวยทรัพยากรพันธุกรรมได้โดยสะดวก

จากการสำรวจในเว็บไซท์ด้งกล่าว กรมวิชาการเกษตรระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นการร่างกฎหมายเพื่อให้ให้เป็นไป “ตามแนวทางของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่(อนุสัญญา UPOV 1991)” และรองรับ “แนวโน้มการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) จะผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญา UPOV1991” เป็นการฉวยโอกาส 2 ชั้น คือฉวยโอกาสไม่ให้ประชาชนเคลื่อนไหวคัดค้าน และฉวยโอกาสผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาระหว่างประเทศทางอ้อมโดยไม่ผ่านกระบวนการทางรัฐสภาเกี่ยวกับการให้สัตยาบันในอนุสัญญาความตกลงระหว่างประเทศตามรัฐธรรมนูญ

ในเนื้อหาของร่างกฎหมายของกรมวิชาการเกษตรที่เผยแพร่ในเว็บไซท์ดังกล่าวมีเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิเกษตรกร ขยายการผูกขาดของบรรษัทเมล็ดพันธุ์ และเปิดทางสะดวกให้โจรสลัดชีวภาพ ดังนี้

- ตัดสิทธิของเกษตรกรเก็บรักษาพันธุ์พืชใหม่ไปปลูกต่อ โดยตัดเนื้อหาใน มาตรา 33 (4) ของกฎหมายฉบับเดิมออก ซึ่งทำให้เกษตรกรที่เก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่ออาจได้รับโทษถึงจำคุก

- ขยายระยะเวลาการผูกขาดพันธุ์พืชใหม่ของบริษัทออกไปตาม UPOV1991 โดยขยายสิทธิผูกขาดพันธุ์พืชออกไปจาก 12-17 ปี เป็น 20-25 ปีแล้วแต่กรณี (ยกเว้นพืชที่ให้เนื้อไม้)

- ขยายการผูกขาดจากเดิมกำหนดอนุญาตให้เฉพาะ “ส่วนขยายพันธุ์” ให้รวมไปถึง “ผลผลิต” และ “ผลิตภัณฑ์” ด้วย

- ขยายการผูกขาดพันธุ์พืชใหม่ไปยังอนุพันธุ์ของสายพันธุ์พืชใหม่ หรือสายพันธุ์ซึ่งมีลักษณะพันธุ์ที่ได้พันธุกรรมสำคัญมาจากพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครอง (Essentially Derived Varieties-EDVs)

- เปิดทางสะดวกให้โจรสลัดชีวภาพ โดยตัดการแสดงที่มาของสารพันธุกรรมออกเมื่อบริษัทประสงค์จะขอรับการคุ้มครองพันธ์พืชใหม่ และแก้คำนิยามของพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทไม่จำเป็นต้องแบ่งปันผลประโยชน์เมื่อนำเอาพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปไปใช้ประโยชน์ โดยเพียงแต่บริษัทนำเอาพันธุ์พืชพื้นเมืองที่ต้องการมา ”ผ่านกระบวนการปรับปรุงพันธุ์” เสียก่อนเท่านั้น

- ตัดข้อกำหนดการต้องผ่านกระบวนการรับรองความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับพันธุ์พืชดัดแปลงพันธุกรรมที่ประสงค์จะขอรับการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ออก

- ตัดเงื่อนไขเกี่ยวกับการระงับสิทธิในพันธุ์พืชใหม่ที่เกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหารและการแทรกแซงของรัฐในกรณีที่มีการตั้งราคาเมล็ดพันธุ์แพงจนเกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงได้

- แก้ที่มาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกร นักวิชาการ องค์กรสาธารณประโยชน์ และภาคเอกชน จากการเลือกตั้งกันเอง เป็นการแต่งตั้งทั้งหมด

โดยสรุปแล้ว กฎหมายที่ร่างขึ้นใหม่นี้ เป็นการเปิดโอกาสให้บรรษัทยักษ์ใหญ่เข้ามาผูกขาดพันธุ์พืชอย่างเข้มข้น ลงโทษเกษตรกรที่เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และในท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของทุกๆคนในประเทศนี้

เมื่อครั้งที่ทราบว่าจะมีการแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ก่อนหน้านี้ ไบโอไทยได้ทำหนังสือคัดค้านและชี้แจงเหตุผลต่างๆ ต่อกรมวิชาการเกษตร นักวิชาการหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นคัดค้านแล้ว แต่ความเห็นดังกล่าวไม่เคยได้รับการพิจารณาเลย ดังจะเห็นได้จากร่างกฎหมายของกรมวิชาการเกษตรที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซท์ยังคงยืนยันร่างเดิมตามรูปแบบกฎหมายของUPOV1991 การเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นทางหน้าเว็บไซท์น่าจะเป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบของรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติเท่านั้น


.......ผมอ่านแล้ว ยังงงว่า พรบ.ถ้าผ่าน จะดีหรือไม่ดีกันแน่




Liked By: likhit, NRM, muslin2557
บันทึกการเข้า

อรรถพล  สามพราน นครปฐม

compact
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1293


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2017, 08:36:32 AM »

บอกเลยว่าเลวร้ายครับ

ประเทศเราไม่มีองค์ความรู้ระดับลึกขนาดนั้น ดั้งนั้นจะเอาอะไรของเค้ามาใช้ก็ต้องใช้เงินอย่างเดียว ต้นทุนสูงราคาพืชผลผลิตก็สูง  สุดท้ายก็จะตกแกคนกินทั้งประเทศ

กรณีเกิดการฟ้องร้องกันขึ้นมาเกษตรกร ยังไงก็เสียเปรียบ เรียกว่าปิดประตูชนะไปเลยดีกว่า จะเอาทุนไหนไปสู้พวกมันจะหากินกับยังชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินพวกมันรวมแล้วมีมูลค่ามากกว่างบประมาณประเทศเราทั้งปี

จะหวังการช่วยเหลือจากภาครัฐน่ะเหรอ  ตัวมันเองยังโกงกันสะบั้นหั่นแหลก เกษตรกรตาดำๆมีหรือมันจะมามอง  หมาแมวโดนทารุนยังเป็นข่าวใหญ่กว่าความเดือนร้อนของพี่น้องเกษตรกรเราเลย

กรณีการฟ้องร้องในต่างประเทศก็มีขึ้นมาแล้ว  เนื้อหามีว่า มีไร่ขายโพด สองแห่ง อยู่ใกล้กัน  ไร่หนึ่ง ใช้เมล็ดตัดแต่ง มีลิขสิทธิ์  อีกไร่หนึ่งปลูกข้าวโพดแบบพันธ์พื้นเมือง   อยู่มาวันหนึ่งเกสรข้าวโพดเกิดการผสมข้ามสายพันธุ์กันตามวิถีธรรมชาติ ไอ้บริษัทนรกที่มีลิขสิทธิ์ในข้าวโพดที่ตัดแต่งพันธุ์กรรมมา ก็มาเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์เอาดื้อ เนื้่องจากมีหน่วยพันธุ์กรรมที่ตนเองมีลิขสิทธิ์ติดมาด้วยจะเม็ดไหนไม่รู้ห่ามันหล่ะ  แล้วไอ้ศาลลิขสิทธิ์ตราชั่งทั้งชีวิตและจิตใจดูแต่เรื่องลิขสิทธิ์ก็ตัดสินให้ ไอ้บริษัทนรกที่มีลิขสิทธิ์ในข้าวโพดที่ตัดแต่งพันธุ์กรรมมาชนะ เจ้าของไร่ข้าวโพดที่สองต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์

พรบ. ตัวนี้ไม่ได้สร้างความเสมอภาคให้พี่น้องเกษตรกรเราเลย เราไม่มีปัญญาไปสู้ทุนใหญ่ได้เลย ทั้งองค์ความรู้ ทั้งกำลังทรัพย์ .... ร้องไห้ แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
กะลาแลนด์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2017, 04:10:56 PM »

แบะ แบะ.. เยสสเซ่ออ.. แบะ แบะ...
บันทึกการเข้า
sous2011
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2017, 01:24:02 PM »

ความน่ากลัวของระบบทุนนิยม แต่ก่อนผมไม่เข้าใจ แต่หลังจากผมได้ดูคลิบนี้ผมเข้าใจ
เข้าใจแม้กระทั่งชีวิตของผมเอง ที่แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจ ว่าต้องวางแผนอย่างไร
https://www.youtube.com/watch?v=kJXVftK-arI
บันทึกการเข้า
maw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2017, 01:53:17 PM »

thailand only
บันทึกการเข้า
หง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 440


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2017, 02:19:23 PM »

เมื่อเช้าอ่านไทยรัฐ เห็นคอลัมน์เขียนด่าไว้ ผมเองไม่สันทัดเรื่องนี้ แต่ก่อนไม่เคยสนใจ แต่ต่อไปคงไม่ได้แล้ว
บันทึกการเข้า

เกษตรกรชายขอบ
sous2011
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66


« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2017, 02:26:58 PM »

แก้เพื่อใคร..................
แก้เพื่อเกษตรกรหรือ...........
แล้วเกษตรกรบ้านเราได้ประโยชน์อะไร..............

********ผมหมดศรัทธากับระบบราชการบ้านเรามานานแล้วแหละ*********** โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ



Liked By: muslin2557
บันทึกการเข้า
sous2011
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66


« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2017, 04:08:28 PM »

อัปเดทครับ
https://www.facebook.com/biothai.net/?hc_ref=ARR8X7OKOdNRu_TbYAtuo4XCAi_tLVT6ER02kpcWbC5AfjkNSWO0hJZfz9tm3mp76I0&fref=nf
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 09, 2017, 04:11:15 PM โดย sous2011 » บันทึกการเข้า
กะลาแลนด์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2017, 05:47:43 PM »

ช่วยดันกระทู้ครับ
บันทึกการเข้า
duann
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 463


« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2017, 07:48:22 PM »

การให้สิทธิ ผู้ปรับปรุงพันธุ์ มันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องไม่ใช่เหรอ ต้องมองหาวิธีให้เกิดนักปรับปรุงพันธุ์มากขึ้น เรื่องอื่น ก็ว่ากันไป
บันทึกการเข้า
compact
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1293


« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2017, 08:28:53 AM »

การให้สิทธิ ผู้ปรับปรุงพันธุ์ มันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องไม่ใช่เหรอ ต้องมองหาวิธีให้เกิดนักปรับปรุงพันธุ์มากขึ้น เรื่องอื่น ก็ว่ากันไป


กฏหมายฉบับเก่าก็ให้สิทธิผู้ปรับปรุงพันธุ์ อยู่แล้วนี้ เมล็ดพันธุ์พืชก็ซื้อมาปลูกกันอยู่แล้วแทบไม่มีคนเก็บ ต้นกระเพาะยังไปรวบรวมพันธุ์มาจากอเมริกาเลย
บันทึกการเข้า
Mr.pichai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25


« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2017, 12:09:31 AM »

การให้สิทธิ ผู้ปรับปรุงพันธุ์ มันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องไม่ใช่เหรอ ต้องมองหาวิธีให้เกิดนักปรับปรุงพันธุ์มากขึ้น เรื่องอื่น ก็ว่ากันไป


กฏหมายฉบับเก่าก็ให้สิทธิผู้ปรับปรุงพันธุ์ อยู่แล้วนี้ เมล็ดพันธุ์พืชก็ซื้อมาปลูกกันอยู่แล้วแทบไม่มีคนเก็บ ต้นกระเพาะยังไปรวบรวมพันธุ์มาจากอเมริกาเลย


กระต่ายตื่นตูม..มั๊ง ถามจริงๆนะครับ ว่าคนที่คิดจะนำเมล็ดพันธุ์มาเพาะใหม่เนี่ย คงไม่ใช่เกษตรกร แต่น่าจะเป็นคนที่คิดจะมาทำการขายต่อโดยไม่ได้คิดค้นอะไรใหม่ๆเท่านั้น ถ้าเกษตรกรจริงๆเค้าจะต้องเตรียมเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกต่อเนื่องเพื่อขายผลผลิตไม่ให้ขาดตอน หรือว่าไม่จริงครับ เค้าจะมัวมารอเก็บเมล็ดปลูกใหม่จะทันไม๊ครับ
บันทึกการเข้า
compact
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1293


« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2017, 08:11:47 AM »

การให้สิทธิ ผู้ปรับปรุงพันธุ์ มันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องไม่ใช่เหรอ ต้องมองหาวิธีให้เกิดนักปรับปรุงพันธุ์มากขึ้น เรื่องอื่น ก็ว่ากันไป


กฏหมายฉบับเก่าก็ให้สิทธิผู้ปรับปรุงพันธุ์ อยู่แล้วนี้ เมล็ดพันธุ์พืชก็ซื้อมาปลูกกันอยู่แล้วแทบไม่มีคนเก็บ ต้นกระเพาะยังไปรวบรวมพันธุ์มาจากอเมริกาเลย


กระต่ายตื่นตูม..มั๊ง ถามจริงๆนะครับ ว่าคนที่คิดจะนำเมล็ดพันธุ์มาเพาะใหม่เนี่ย คงไม่ใช่เกษตรกร แต่น่าจะเป็นคนที่คิดจะมาทำการขายต่อโดยไม่ได้คิดค้นอะไรใหม่ๆเท่านั้น ถ้าเกษตรกรจริงๆเค้าจะต้องเตรียมเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกต่อเนื่องเพื่อขายผลผลิตไม่ให้ขาดตอน หรือว่าไม่จริงครับ เค้าจะมัวมารอเก็บเมล็ดปลูกใหม่จะทันไม๊ครับ

จะพาออกอ่าวไปไหนครับ  ....เค้าถามว่า คิดเห็นอย่างไรกับ พรบ.พันธุ์พืชใหม่
บันทึกการเข้า
duann
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 463


« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2017, 07:12:21 PM »

ถ้าเมล็ดที่ขายกันอยู่ตอนนี้ พรบ.ใหม่ไม่ต้องออกหรอกครับ เพราะมันคุมได้ด้วยกลไกลธรรมชาติ  แต่บริษัทอาจหมดมุข พวกพืชF1แล้ว อาจจะมีพืชที่ปลูกแล้วไม่ค่อยกลายพันธุ์มาขาย  แต่ก็ติดที่ไม่มี พรบฬมารองรับ จึงต้องออก พรบ.คุ้มครองก่อน
บันทึกการเข้า
Bakhamnoi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 406


« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2017, 08:20:31 AM »

ก่อนหน้านี้ ไบโอไทยได้ทำหนังสือคัดค้านและชี้แจงเหตุผลต่างๆ ต่อกรมวิชาการเกษตร นักวิชาการหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นคัดค้านแล้ว แต่ความเห็นดังกล่าวไม่เคยได้รับการพิจารณาเลย

เนื้อหาด้านบน  เห็นได้ชัดว่า  ยุคนี้ สมัยนี้ หากเขาจะทำอะไร เหมือนถ้าเขาได้ธงคำตอบแล้ว  ไม่มีอะไรต้านทานได้
เหมือนการปฏิรูปตำรวจด้านงานสอบสวน ที่กำลังเข้มข้นอยู่ขณะนี้ 
คนที่รู้งานสอบสวนจริงๆ รู้แบบรู้ลึก รู้ข้อกฎหมาย ระเบียบต่างๆ รู้ภาคปฏิบัติด้วยว่า ภาคปฏิบัติจริงๆคืออะไร มีปัญหาตรงไหน
แต่พอเสนอในที่ประชุมแล้ว  ที่ประชุมไม่รับฟัง เพราะมีธงไว้แล้ว  จนท่านถึงกับลาออกจากอนุกรรมการ
ท่านชัชวาลย์  สุขสมจิตร  ปรมาจารย์งานสอบสวนของตำรวจ  เป็นทั้งอาจารย์สอนกฎหมาย และสอนการทำสำนวนตำรวจ
แต่พอท่านเสนอปัญหา และอุปสรรคหากแยกงานสอบสวนออกจากตำรวจ หรือเอาไปให้อัยการ  แต่ที่ประชุมไม่รับฟังข้อเสนอ

ไม่ต่างจากปัญหาเรื่องนี้เลย  ถ้าเขามีธงคำตอบไว้แล้ว  ใครจะค้าน จะยื่นเอกสารอะไร เขาก็ไม่ฟังหรอก
เขาจะยกมือให้ผ่าน เขาก็ทำได้สบาย  ไม่จำเป็นต้องไปฟังอะไรทั้งสิ้น

ส่วนที่ว่า มีความเห็นอย่างไรนั้น
ในมุมมองผม  อนาคต วุ่นวายแน่นอน  ใครจะไปคาดเดาได้ว่า 
ซักวันหนึ่ง เกษตรกร อาจต้องเอาที่นาไปจำนำเพื่อหาเงินมาซื้อเมล็ดพันธุ์พืชปลูก 
เพราะเขาจะตั้งราคายังไงก็ได้  เมื่อมีกฎหมายรองรับแล้ว  พืชพันธุ์พื้นเมืองอาจเริ่มหายไปจากท้องถิ่น
เพราะมีสายพันธุ์แปลกๆเข้ามาแทนที่ โดยที่แรกๆเกษตรกรไม่รู้ตัวหรอกว่า  กำลังเดินเข้าสู่กับดักที่นายพรานวางไว้
สายพันธุ์พืช หากไม่มีการเพาะปลูกติดต่อกันซักข้ามปีไปแล้วนี่  โอกาสขาดหายไปเลยสูงมาก
เช่น สมมุติ เราเคยปลูกข้าวพันธุ์ กข.200  ต่อมามีคนเอาสายพันธุ์  กข.300  มาให้ปลูกให้ดู
พบว่าผลผลิตต่อไร่สูงกว่าสายพันธุ์ กข.200  มาก  เกษตรกรรายนี้เลยสนใจ หันไปปลูกสายพันธุ์ กข.300  ซะเลย
ทีแรก เมล็ดพันธุ์อาจได้มาฟรี  แต่พอเราทิ้ง กข.200  ไปแล้ว  หันมาปลูก กข.300  แล้ว นั่นแหละ คือหลงเข้าไปในกับดักนายพรานแล้ว
ต่อมาเขาจะขายเมล็ดพันธุ์ละนะ  ถ้าไม่ซื้อเขา จะเอาไอ้ที่เก็บไว้ไปเพาะปลูก  นั่นหละ จะโดนฟ้องละทีนี้
ครั้นจะหันกลับไปปลูกสายพันธุ์ กข.200  จะไปหาที่ไหนละ  เพราะเราทิ้งสายพันธุ์ไปแล้ว

นี่ละปัญหาในอนาคต  คือสายพันธุ์เก่าๆ ดั้งเดิม ชาวบ้านจะหลงทิ้งไป  เพราะคิดว่า ของใหม่มันดีเลิศกว่า
พอทิ้งไปแล้ว  จะกลับไปค้นหามาปลูก  มันหาไม่ได้แล้ว  เพราะสายพันธุ์มันขาดช่วงไปแล้ว
เหลือแต่สายพันธุ์ที่ต้องใช้เงินซื้อเมล็ดพันธุ์ปลูก  เพราะกฎหมายห้ามเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกเอง  มันมีลิขสิทธิ์ของผู้เริ่มเพาะสายพันธุ์นั้นอยู่




Liked By: Aunchan, muslin2557
บันทึกการเข้า
compact
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1293


« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2017, 10:30:43 AM »

- ขยายการผูกขาดจากเดิมกำหนดอนุญาตให้เฉพาะ “ส่วนขยายพันธุ์” ให้รวมไปถึง “ผลผลิต” และ “ผลิตภัณฑ์”

ตามการขยายสิทธิครอบคลุม ไปถึง “ผลผลิต” และ “ผลิตภัณฑ์” หมายถึง ผัก ผลไม้ ดอก ผล ที่ออกมาจากเมล็ดที่มีลิขสิทธิ์  ใครซื้อไปขาย หรือเอาไปแปรรูปเป็นสินค้าอย่างอื่น หากเป็นพิสูจน์ได้ว่า จากต้นทางหรือเกษตรกรผู้ปลูกได้เมล็ดมาโดยไม่ใช่จากการซื้อขาย อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ บริษัทเจ้าของเมล็ดพันธุ์สามารถตามไปฟ้องร้องเอาค่าเสียหายจาก คนที่รับซื้อผลผลิตจากสวน ห้างร้านที่นำไปขาย รวมถึงโรงงานที่นำผักผลไม้ไปแปรรูปอย่างอาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ผักผลไม้กระป๋อง  ฟังดูคำอธิบายผ่านๆเหมือนเกษตรกรจะไม่เดือดร้อนอะไร

ในทางปฏิบัติเกษตรกรผู้มีรายน้อยไม่มีใครเค้าตามมาฟ้องไล่บี้เอากับคนจนหรอกครับ ภาพลักษณ์บริษัท ธรรมภิบาล มันจะเสียไป ไม่มีใครชอบที่เห็นคนจนถูกรังแกหรอกครับ ทั้งๆที่การกระทำนั้นถูกกฏหมาย แต่ก็เป็นกฏหมายที่เอาเปรียบ ไม่ได้สร้างความเท่าเทียมกันในการแสวงหาประโยชน์ 

กลุ่มธุรกิจที่มีรายได้สูงนี้แหละครับที่เค้าจ้องจะเอาผิด ฐานไปรับผัก ผลไม้ ที่ละเมิดลิขสิทธิ์มาขาย เอามาแปรรูป เค้าฟ้องกันที่มูลค่าแทบจะล้มละลาย   เกษตรกรก็อย่าคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวไม่เกี่ยวกับท่าน เรื่องนี้มีผลโดยตรงกับท่านแน่นอนกระทบกันเป็นลูกโซ่กันมาเป็นทอดๆ  บริษัทรับซื้อผลผลิต ผัก ผลไม้ หรือ โรงงานแปรรูป น้ำผลไม้ อาหารกระป๋อง พวกนี้เกือบทั้งหมดซื้อลิขสิทธิ์ยี่ห้อเขามาทำ และยี่ห้อพวกนี้ในต่างแดนประสบปัญหานี้และเฝ้าระวังอยู่แล้ว สิ่งที่เค้าจะทำก็คือจะ เลือกซื้อ ผลผลิต ผัก ผลไม้ที่ใช้เมล็ดพันธุ์พืชที่ถูกลิขสิทธิ์เท่านั้น และต้องพิสูจน์ได้ เพื่อป้องกัน ปัญหาฟ้องกันในภายหลัง
   
แล้วที่นี้เกษตรกรผู้เก็บเมล็ดพันธุ์พืชใว้ปลูกเองต่อได้ แม้ไม่ผิดกฏหมาย มันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อผู้รับซื้อเจ้าใหญ่ไม่เอาเพราะกฏหมายตัวใหม่มันเอาผิดเค้าได้ตามที่อธิบายมาข้างต้น  คุณจะไปขายใคร  อย่างดีก็ ตลาดนัด ตลาดสด หรือเก็บใว้กินเองนั้นคือสิ่งที่เกษตรกรจะเจอ

เกษตรกรก็ต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกปีต่อปีเท่านั้นถ้าอยากจะขายผลผลิตให้ได้  ราคาเมล็ดพันธุ์ก็จะขยับขึ้นเพราะไม่มีคนซื้อผลผลิตที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พรบฉบับใหม่นี้

จะเอาอย่างนั้นกันเหรอครับ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: