หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คิดเห็นอย่างไรกับ พรบ.พันธุ์พืชใหม่  (อ่าน 1007 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jinngee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25



« เมื่อ: ตุลาคม 08, 2017, 08:02:01 AM »

http://doa.go.th/main/index.php?option=com_content&view=article&id=106:opinion&catid=105:open


จากในlineที่ส่งมาครับ
ด่วน...กรมวิชาการเกษตรฉวยโอกาสในเดือนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ของไทยให้เป็นไปตามอนุสัญญา UPOV 1991 ซึ่งเอื้ออำนวยประโยชน์ให้บรรษัทเมล็ดพันธุ์เพิ่มการผูกขาดพันธุ์พืชและลงโทษเกษตรกรที่เก็บรักษาพันธุ์พืชไปปลูกต่อ เป็นการทำลายวัฒนธรรมที่สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และจะกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ในขณะที่การเคลื่อนไหวและแสดงความคิดเห็นเพื่อคัดค้านทำจำกัด

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาบรรษัทข้ามชาติ และบริษัทเมล็ดพันธุ์ยักษ์ใหญ่ได้ผลักดันให้ประเทศไทยยอมรับระบบกฎหมายผูกขาดพันธุ์พืชตามระบบ UPOV1991 ทั้งที่เป็นการผลักดันโดยตรงและผ่านการทำเอฟทีเอไทย-สหรัฐอเมริกา ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค(TPP) ความตกลงเอฟทีเออาเซียน-ยุโรป เป็นต้น แต่ก็ไม่เคยประสบผลสำเร็จ

ในช่วงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กรมวิชาการเกษตรได้พยายามผลักดันการแก้กฎหมายนี้อีกครั้งแต่ก็ถูกคัดค้านจากหลายฝ่าย จากนักวิชาการ เช่น รศ.จักรกฤษณ์ ควรพจน์ นักวิชาการทีดีอาร์ไอ รศ.สุรวิช วรรณไกรโรจน์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผศ.สมชาย รัตนชื่อสกุล จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รวมทั้งนพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่รู้ทันเรื่องสิทธิบัตรของบรรษัทข้ามชาติ เรื่องนี้เงียบหายไปจนหลายฝ่ายวางใจว่าการผลักดันการแก้กฎหมายจะไม่เกิดขึ้นอีกในรัฐบาลนี้

แต่แล้วจู่ๆ โดยที่ไม่เคยมีการแถลงใดๆอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะจากพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือนายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรว่าจะมีแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช เว็บไซท์ของกรมวิชาการเกษตร (http://www.doa.go.th/main/index.php…) ได้เผยแพร่เรื่องการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืชพ.ศ. ....ฉบับใหม่ และให้ยกเลิกพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ทั้งฉบับ โดยเปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2560 ที่จะถึงนี้เท่านั้น แสดงเจตนาว่าเป็นการจงใจเลือกช่วงเวลาระหว่างพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เพื่อผลักดันกฎหมายนี้ให้แล้วเสร็จ ปิดโอกาสประชาชนในการเคลื่อนไหวคัดค้านกฎหมายซึ่งจะทำให้วิถีวัฒนธรรมการเก็บรักษาพันธุ์พืชไปปลูกต่อกลายเป็นความผิดทางอาญา และเปิดทางให้โจรสลัดชีวภาพเข้ามาฉกฉวยทรัพยากรพันธุกรรมได้โดยสะดวก

จากการสำรวจในเว็บไซท์ด้งกล่าว กรมวิชาการเกษตรระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นการร่างกฎหมายเพื่อให้ให้เป็นไป “ตามแนวทางของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่(อนุสัญญา UPOV 1991)” และรองรับ “แนวโน้มการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) จะผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญา UPOV1991” เป็นการฉวยโอกาส 2 ชั้น คือฉวยโอกาสไม่ให้ประชาชนเคลื่อนไหวคัดค้าน และฉวยโอกาสผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาระหว่างประเทศทางอ้อมโดยไม่ผ่านกระบวนการทางรัฐสภาเกี่ยวกับการให้สัตยาบันในอนุสัญญาความตกลงระหว่างประเทศตามรัฐธรรมนูญ

ในเนื้อหาของร่างกฎหมายของกรมวิชาการเกษตรที่เผยแพร่ในเว็บไซท์ดังกล่าวมีเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิเกษตรกร ขยายการผูกขาดของบรรษัทเมล็ดพันธุ์ และเปิดทางสะดวกให้โจรสลัดชีวภาพ ดังนี้

- ตัดสิทธิของเกษตรกรเก็บรักษาพันธุ์พืชใหม่ไปปลูกต่อ โดยตัดเนื้อหาใน มาตรา 33 (4) ของกฎหมายฉบับเดิมออก ซึ่งทำให้เกษตรกรที่เก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่ออาจได้รับโทษถึงจำคุก

- ขยายระยะเวลาการผูกขาดพันธุ์พืชใหม่ของบริษัทออกไปตาม UPOV1991 โดยขยายสิทธิผูกขาดพันธุ์พืชออกไปจาก 12-17 ปี เป็น 20-25 ปีแล้วแต่กรณี (ยกเว้นพืชที่ให้เนื้อไม้)

- ขยายการผูกขาดจากเดิมกำหนดอนุญาตให้เฉพาะ “ส่วนขยายพันธุ์” ให้รวมไปถึง “ผลผลิต” และ “ผลิตภัณฑ์” ด้วย

- ขยายการผูกขาดพันธุ์พืชใหม่ไปยังอนุพันธุ์ของสายพันธุ์พืชใหม่ หรือสายพันธุ์ซึ่งมีลักษณะพันธุ์ที่ได้พันธุกรรมสำคัญมาจากพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครอง (Essentially Derived Varieties-EDVs)

- เปิดทางสะดวกให้โจรสลัดชีวภาพ โดยตัดการแสดงที่มาของสารพันธุกรรมออกเมื่อบริษัทประสงค์จะขอรับการคุ้มครองพันธ์พืชใหม่ และแก้คำนิยามของพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทไม่จำเป็นต้องแบ่งปันผลประโยชน์เมื่อนำเอาพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปไปใช้ประโยชน์ โดยเพียงแต่บริษัทนำเอาพันธุ์พืชพื้นเมืองที่ต้องการมา ”ผ่านกระบวนการปรับปรุงพันธุ์” เสียก่อนเท่านั้น

- ตัดข้อกำหนดการต้องผ่านกระบวนการรับรองความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับพันธุ์พืชดัดแปลงพันธุกรรมที่ประสงค์จะขอรับการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ออก

- ตัดเงื่อนไขเกี่ยวกับการระงับสิทธิในพันธุ์พืชใหม่ที่เกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหารและการแทรกแซงของรัฐในกรณีที่มีการตั้งราคาเมล็ดพันธุ์แพงจนเกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงได้

- แก้ที่มาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกร นักวิชาการ องค์กรสาธารณประโยชน์ และภาคเอกชน จากการเลือกตั้งกันเอง เป็นการแต่งตั้งทั้งหมด

โดยสรุปแล้ว กฎหมายที่ร่างขึ้นใหม่นี้ เป็นการเปิดโอกาสให้บรรษัทยักษ์ใหญ่เข้ามาผูกขาดพันธุ์พืชอย่างเข้มข้น ลงโทษเกษตรกรที่เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และในท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของทุกๆคนในประเทศนี้

เมื่อครั้งที่ทราบว่าจะมีการแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ก่อนหน้านี้ ไบโอไทยได้ทำหนังสือคัดค้านและชี้แจงเหตุผลต่างๆ ต่อกรมวิชาการเกษตร นักวิชาการหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นคัดค้านแล้ว แต่ความเห็นดังกล่าวไม่เคยได้รับการพิจารณาเลย ดังจะเห็นได้จากร่างกฎหมายของกรมวิชาการเกษตรที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซท์ยังคงยืนยันร่างเดิมตามรูปแบบกฎหมายของUPOV1991 การเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นทางหน้าเว็บไซท์น่าจะเป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบของรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติเท่านั้น


.......ผมอ่านแล้ว ยังงงว่า พรบ.ถ้าผ่าน จะดีหรือไม่ดีกันแน่




Liked By: likhit
บันทึกการเข้า

อรรถพล  สามพราน นครปฐม

compact
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1283


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2017, 08:36:32 AM »

บอกเลยว่าเลวร้ายครับ

ประเทศเราไม่มีองค์ความรู้ระดับลึกขนาดนั้น ดั้งนั้นจะเอาอะไรของเค้ามาใช้ก็ต้องใช้เงินอย่างเดียว ต้นทุนสูงราคาพืชผลผลิตก็สูง  สุดท้ายก็จะตกแกคนกินทั้งประเทศ

กรณีเกิดการฟ้องร้องกันขึ้นมาเกษตรกร ยังไงก็เสียเปรียบ เรียกว่าปิดประตูชนะไปเลยดีกว่า จะเอาทุนไหนไปสู้พวกมันจะหากินกับยังชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินพวกมันรวมแล้วมีมูลค่ามากกว่างบประมาณประเทศเราทั้งปี

จะหวังการช่วยเหลือจากภาครัฐน่ะเหรอ  ตัวมันเองยังโกงกันสะบั้นหั่นแหลก เกษตรกรตาดำๆมีหรือมันจะมามอง  หมาแมวโดนทารุนยังเป็นข่าวใหญ่กว่าความเดือนร้อนของพี่น้องเกษตรกรเราเลย

กรณีการฟ้องร้องในต่างประเทศก็มีขึ้นมาแล้ว  เนื้อหามีว่า มีไร่ขายโพด สองแห่ง อยู่ใกล้กัน  ไร่หนึ่ง ใช้เมล็ดตัดแต่ง มีลิขสิทธิ์  อีกไร่หนึ่งปลูกข้าวโพดแบบพันธ์พื้นเมือง   อยู่มาวันหนึ่งเกสรข้าวโพดเกิดการผสมข้ามสายพันธุ์กันตามวิถีธรรมชาติ ไอ้บริษัทนรกที่มีลิขสิทธิ์ในข้าวโพดที่ตัดแต่งพันธุ์กรรมมา ก็มาเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์เอาดื้อ เนื้่องจากมีหน่วยพันธุ์กรรมที่ตนเองมีลิขสิทธิ์ติดมาด้วยจะเม็ดไหนไม่รู้ห่ามันหล่ะ  แล้วไอ้ศาลลิขสิทธิ์ตราชั่งทั้งชีวิตและจิตใจดูแต่เรื่องลิขสิทธิ์ก็ตัดสินให้ ไอ้บริษัทนรกที่มีลิขสิทธิ์ในข้าวโพดที่ตัดแต่งพันธุ์กรรมมาชนะ เจ้าของไร่ข้าวโพดที่สองต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์

พรบ. ตัวนี้ไม่ได้สร้างความเสมอภาคให้พี่น้องเกษตรกรเราเลย เราไม่มีปัญญาไปสู้ทุนใหญ่ได้เลย ทั้งองค์ความรู้ ทั้งกำลังทรัพย์ .... ร้องไห้ แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
กะลาแลนด์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32


« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2017, 04:10:56 PM »

แบะ แบะ.. เยสสเซ่ออ.. แบะ แบะ...
บันทึกการเข้า
sous2011
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2017, 01:24:02 PM »

ความน่ากลัวของระบบทุนนิยม แต่ก่อนผมไม่เข้าใจ แต่หลังจากผมได้ดูคลิบนี้ผมเข้าใจ
เข้าใจแม้กระทั่งชีวิตของผมเอง ที่แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจ ว่าต้องวางแผนอย่างไร
https://www.youtube.com/watch?v=kJXVftK-arI
บันทึกการเข้า
maw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2017, 01:53:17 PM »

thailand only
บันทึกการเข้า
หง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 440


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2017, 02:19:23 PM »

เมื่อเช้าอ่านไทยรัฐ เห็นคอลัมน์เขียนด่าไว้ ผมเองไม่สันทัดเรื่องนี้ แต่ก่อนไม่เคยสนใจ แต่ต่อไปคงไม่ได้แล้ว
บันทึกการเข้า

เกษตรกรชายขอบ
sous2011
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65


« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2017, 02:26:58 PM »

แก้เพื่อใคร..................
แก้เพื่อเกษตรกรหรือ...........
แล้วเกษตรกรบ้านเราได้ประโยชน์อะไร..............

********ผมหมดศรัทธากับระบบราชการบ้านเรามานานแล้วแหละ*********** โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ

บันทึกการเข้า
sous2011
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65


« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2017, 04:08:28 PM »

อัปเดทครับ
https://www.facebook.com/biothai.net/?hc_ref=ARR8X7OKOdNRu_TbYAtuo4XCAi_tLVT6ER02kpcWbC5AfjkNSWO0hJZfz9tm3mp76I0&fref=nf
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 09, 2017, 04:11:15 PM โดย sous2011 » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: