หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รู้หรือไม่ ... สารสีเหลืองที่แต้มขั้วผลทุเรียนให้สุกเร็วขึ้นมีชื่อเรียกว่า...?  (อ่าน 13296 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11574


เกษตรพอเพียง


« เมื่อ: กันยายน 29, 2017, 04:09:43 PM »

เพื่อนๆ เคยสงสัยหรือไม่ว่า... สารเคมีเหลืองที่แต้มขั้วผลทุเรียน ให้สุกเร็ว  มีชื่อเรียกว่าอย่างไร?

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 01, 2018, 08:19:35 PM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า

ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11574


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 29, 2017, 04:12:54 PM »



อีทีฟอน 52% (Ethephon)
ชื่อสามัญ : อีทีฟอน 52% (Ethephon)
1.ใช้เร่งการออกดอกของสับปะรด
2.ใช้เร่งการสุกหลังการเก็บเกี่ยวมะม่วง
3.ใช้เร่งการสุกหลังการเก็บเกี่ยวกล้วยหอม
4.ใช้เร่งการสุกหลังการเก็บเกี่ยวทุเรียนพันธุ์หมอนทอง
5.ใช่เร่งการสุกแก่ขององุ่น


เห็นไหมครับ  พวกกล้วยหอม  มะม่วง  องุ่น  ยังใช้สารชนิดนี้ช่วยเพื่อให้สุกเร็วขึ้น


Liked By: likhit, somjit_nong, FUJI
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2018, 08:54:26 PM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11574


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 29, 2017, 04:16:55 PM »

ข่าวเกี่ยวกับการใช้อีทีฟอน
https://www.thairath.co.th/content/633040


บันทึกการเข้า
คมสัญ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 78


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 29, 2017, 04:27:50 PM »

น่าจะเป็นการบ่มผลไม้ให้สุกด้วยก๊าชที่ระเหยออกมาในอากาศ แต่ถ้าผลไม้ไม่แก่ ก็คงไม่ได้ผล...
บันทึกการเข้า
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 29, 2017, 06:38:07 PM »

อันตรายแต่กฏหมายอ่อน ส่งออกยังห้ามกล้วยหอม
.
ที่จริงพออนุโลให้พวกผลไม้เปลือกหนา ที่ไม่ต้องใช้ฟัน ขบกันโดยตรง
.
แต่ก้นั่นละ....กมหมาย กฏหมา.
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
วลี
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 91


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 29, 2017, 07:33:26 PM »

บอกหน่อยสิคะ มีอันตรายต่อคนแค่ไหนหรือไม่
บันทึกการเข้า
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2017, 09:34:50 AM »

บอกหน่อยสิคะ มีอันตรายต่อคนแค่ไหนหรือไม่

ดูข้อห้าม
ห้ามดื่มน้ำ กินอาหารระหว่างใช้
ห้ามน้ำสัตวืเลี้ยงเข้าไป อย่างน้อง 48 ชั่วโมง
ห้ามเมน้ำที่ล้างถังลงในแม่น้ำ
ห้ามใช้ไฟเผาขวดหรือภาชนะบรรจุ
ห้ามเด็กและผู้ไม่เกี่ยวของเข้าไปในบริเวณที่กำลังฉีดพ่น
ต้องสวนถุงมือ หน้ากาก เพื่อป้องกันสารเข้าผิวหนัง ตา
การผสมต้องอยู่เหนือลม
อาบน้ำหลังใช้ทุกครั้ง
เป็นสารมีฤิทธิฺกัดกร่อนโลหะ เหล็ก
....
เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฤิทธิ์ กัดกร่อนผิวหนังและดวงตา
....
เราใช้ในกล้วยหอมได้หรือจริงๆ แบบนี้
.
ที่สวนจึงใช้เอธิลีน ในการบ่มผลไม้ทั้งหมดของสวน
คนอื่นไม่เห็น ใจเราเห็น
ถ้าใจไม่ดำ ทำไม่ได้หรอกครับ พวกชุบแล้วแขวน สุกพรึบพร้อมกัน นั่ละใช่เลย
.
ความเห็นแก่ตัวผู้ค้าตลาดใหญ่ๆ ทั้งนั้น
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11574


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2018, 08:23:37 PM »

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1593377664243185&id=1590229027891382



อันตรายจากทุเรียนป้ายยาสีเหลืองที่ขั้วทุเรียน

ใช้อย่างระมัดระวัง นะครับมันมีผลต่อร่างกายอย่างแน่นอน พอดีไปเจอข้อมูลเรื่องนี้มาเลยขอตัดบางส่วนมาลงให้ดูครับ ส่วนก็ไม่เห็นด้วยกับยาเร่งตัวนีอยู่แล้ว ลองพิจารณาดูข้อมูลนะครับ แต่สำหรับผมหลีกเลี่ยงทันทีถ้าเจอทุเรียนป้ายน้ำยา
------------------------------
ข้อมูลทางวิชาการมีประโยชน์ต่อเกษตรกรมาก ถ้านำมาใช้อย่างถูกวิธี การใช้สารละลายเอทีฟอนในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มคุณภาพฃองผลผลิตก่อนการเก็บเกี่ยวนั้น จากการสอบถามการทำสวนทุเรียนของพ่อและเกษตรกรคนอื่นๆ วิธีการนี้ไม่มีใครเคยปฏิบัติ แต่ที่ปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย จนเกิดเป็นผลกระทบด้านลบ คือ การใช้สารละลายเอทีฟอน เร่งสุกทุเรียนหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ด้วยการปาดขั้วทุเรียนให้ชิดปริงมากที่สุด แล้วใช้สารละลายเอทีฟอนทา ที่ขั้วทุเรียนที่ปาดเสร็จใหม่ๆ สารละลายเอทีฟอนจะซึมลงไปที่ไส้ทุเรียน จะทำให้เนื้อทุเรียนนิ่ม เหมือนทุเรียนสุกทั้งๆที่เป็นทุเรียนอ่อน วิธีการนี้ได้รับความนิยมในวงการ ทั้งเกษตรกรและแม่ค้า โดยเฉพาะแม่ค้า ที่ต้องการให้ทุเรียนสุกพร้อมๆกันเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำหนักของทุเรียนที่จะสูญเสียไป ถ้าปล่อยให้ทุเรียนสุกตามธรรมชาติ ส่วนเกษตรกรก็ขาดจิตสำนึก ตัดทุเรียนอ่อนขายเพราะต้องการขายให้ได้ราคาสูงๆ

โดยปรกติทั่วไป ทุเรียนที่มีคุณภาพควรจะสุกในวันที่ 2, 3 หรือ 4 หลังจากที่ตัดลงมาจากต้น แต่การใช้สารละลายเอทีฟอน เนื้อทุเรียนจะนิ่มภายในวันเดียว

ผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นคือ เมื่อลูกค้าบริโภคทุเรียนที่เร่งสุกด้วยสารละลายเอทีฟอนแล้ว เกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย บางคนถึงขั้นต้องหามส่งโรงพยาบาล ทำให้ลูกค้ากลัวไม่กล้าทานทุเรียนอีกเลย ลูกค้าจะบ่นให้ฟังเสมอว่า ทำไมเวลาซื้อ ทุเรียน ตอนอยู่ที่ร้านเนื้อทุเรียนห่ามมาก แต่พอกลับถึงบ้านเนื้อเละจนกินไม่ได้ บางคนฝืนกินเพราะเสียดายเงิน สุดท้าย ทุเรียนก็ไม่หวาน แถมยังมีอาการท้องเสียอีก การเร่งสุกทุเรียนโดยการใช้สารละลายเอทีฟอนโดยขาดความ ระมัดระวัง อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาทุเรียนไม่สูงอย่างที่คาดการณ์ไว้
-----------------------------------------------------
"อันตรายจากทุเรียนป้ายยาสีเหลืองที่ขั้วทุเรียน

ในบรรดาทุเรียนที่วางขาย เร่ และปอกขาย ต้องเตือนกันหน่อยว่า โปรดระวังการบริโภค!!!

ข้อสำคัญที่สุด โปรดจงเลี่ยงทุเรียนที่ใช้สารเคมีป้ายที่ขั้วก้าน ส่วนใหญ่เห็นเป็นสีเหลือง ถามไถ่คนขายมักบอกว่า เป็นขมิ้น จริงๆขมิ้นเป็นเพียงส่วนเสี้ยว ของจริงเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งผสมกับสารเคมีอีกหลายตัว ปกติฮอร์โมนชนิดนี้ใช้บ่มผลไม้ให้สุกเร็ว แต่มีการพัฒนาการไปใช้ป้ายหน้ายางสำหรับเร่งให้น้ำยางออกมามาก แล้วผสมกับสารเคมีอีกหลายตัวเพื่อป้ายขั้วก้านทุเรียน สารตัวนี้ก็จะลำเลียงผ่านก้านทุเรียนไปยังไส้กระจายไปทั่วถึงพู และถึงเนื้อทุเรียนในที่สุด เหตุผลคือต้องการให้สุกเร็ว สุกทั้งกอง ปอกขายได้ทันที โดยไม่ต้องรอ ไม่ต้องใช้ไม้เคาะความโปร่งของผลทุเรียน เป็นกระบวนการแดกด่วนชนิดหนึ่ง อาศัยความมักง่ายของพ่อค้าแม่ค้า แต่ผลร้ายตกที่คนกินที่มีอาการแพ้ แสบคอ คันคอ หรือสะสมไว้ในร่างกาย รอวันประทุในอนาคต

ผมเมินทุเรียนป้ายสารเคมีที่ขั้วทุเรียนมานาน เจอทีไรต้องเบือนหน้าหนี ถามคนขายมีทั้งไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้ที่บอกว่า เป็นขมิ้นไม่เป็นอันตรายประเภทนั้น
ดังนั้น คำเตือนข้อแรก อย่าซื้อทุเรียนประเภทนี้เป็นอันขาด"


Liked By: somjit_nong, FUJI
บันทึกการเข้า
somjit_nong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2018, 09:28:52 PM »

ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย ต้องระมัดระวังแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
PSD55
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12



« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2018, 11:18:26 AM »

https://www.facebook.com/kehakaset/posts/1408213592555603
https://www.kehakaset.com/newsactivities_details.php?view_item=283
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: