หน้า: 1 2 [3]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกกล้วยแล้วรวย เขาทำกันอย่างนี้เอง(ลุงแจ่ม อารมณ์ดี)  (อ่าน 32425 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #32 เมื่อ: เมษายน 21, 2018, 07:16:27 AM »



ทำได้แบบนี้พอละ
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช

แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #33 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2018, 03:03:16 PM »

ทำไมต้อง..วัดพีเอช(เพราะทุกอาการของพืช มัมควบคุมไว้หมดนะซิ)
อาการพืชขาด เหล็ก แมงกานิส สังกะสี ทองแดง

ค่าพีเอชต่ำเหล็ก แมงกานิส สังกะสี ทองแดง ละลายมากจนอาจจะเป็นพิษกับพืช
พิเอชของดินลดลง แมงกานิสจะละลายออกมาได้ดีกว่าเหล็กและสังกะสีจนอาจเป็นพิษได้
อาการขาดธาตุเหล็กจะพบในดินที่เป็นด่าง
ถ้าเกิดอาการแมงกานิสเป็นพิษ จะทำไห้ขาดเหล็ก
อาการที่ต้นไม้ขาดแคลเซียดินเป็นกรด ดินเนื้อหยาบเช่นทรายมันไม่เก็บธาตุอาหาร
นี่ยังไม่รวมถึงการขาดฟอสฟอรัสเพราะดินเป้นกรด ที่มีผลกระทบไปถึงการติดดอก ออกผล
เชื้อโรค เชื้อรา ที่เกิดจากดินเป็นกรด
มันเป็นห่วงโซ่ ที่กระทบไปทั้งระบบ ทั้งการส่งอาหารจากรากไปสู้ ส่วนต่างๆทางท่ออาหาร
และการส่งแคลเซี่ยม ไปทางท่อน้ำของพืช(ทันคนละท่อกัน) ไปสู่ปากใบและผล
.
ถ้าพืชไมาสามารถส่งแคลเซียมไปได้ นั่นคือ ผลที่ได้ ลูกเล็ก น้ำหนักไม่ดี ผลบิดเบี้ยว เน่าที่ก้นผล เนื้อเละๆไม่แน่น (ลองดูมะม่วงดองที่กรอบเพราะแคลเซียมคลอไลด์) ปัญหาเน่าเสียง่าย ทุกอย่างล้วนมาจากแคลเซี่ยมทั้งนั้น...แล้วเจ้าแคลเซี่ยมนี่ มันก็เคลื่อนที่เองไม่ได้ในพืช ต้องอาสัยน้ำพาไป ไปทิ้งไว้ที่ปากใบ และผล เท่านั้น...แล้วถ้ารากมีปัญหา จากดินเป็นกรด จะเกิดอะไรขึ้น ในเมื่อการเจริญเติบโตทั้งหมด ถูกดินตรึงอาหารไว้ ด้วยดินที่เป็นกรด
.
แน่นอน ธาคุอาหารที่เป็นประจุลบ มันสามารถเคลื่อนที่ได้ เช่น ไนโตรเจน แต่ถ้าดินเป็นกรด  ก็จบเห่ เพราะดินจะปล่อย อลูมืนั่ม ออกมา จนเป็นพิษต่อต้นไม้
.
มันเลยเหมือน งูกินหาง แก้ปัญหากันไม่จบ จนกว่าเราจะจัดการสภาพดินให้เหมาะสมกับพืชเสียก่อน
.
ส่วนปริมาณธาตุอาหาร เราคงต้องมานั่ง บริหาร จัดสรร ให้มันพอดีต่อความต้องการของพืชให้ครบ 16 ชนิด ทีหลัง
.
เพราะถ้า พีเอชของดินไม่ดี ยังไงก็จัดการเรื่อง ปุ๋ย ไม่ได้อยู่แล้ว สั้นๆ ถ้าว่ากันยาวๆ ก็จบ ป.ตรี กันเลย ถ้าจะเอาแบบนั้น ต้องถามมา เล่าไม่ไหว เพราะทุกธาตุ เกี่ยวข้องกันหมด
.
นี่ยังไม่รวม ปรมาณแสง ความชื้นในดิน ความชื้นในอากาศ ความชื้นสัมพัฒน์ ว่า ต้องเท่าไร พืชถึงจะคายนี้ได้ดีที่สุด
.
ทิ้งคำถามไว้.....พืชใช้น้ำดูดน้ำ เวลาไหน มากที่สุด....ปากใบเปิดได้นานที่สุด ที่ความเข้มของแสงเท่าไร แล้ว ทำอย่างไรถึงจะกระตุ้นการสังเคราะห์แสงได้มากที่สุด(ถามเล่นๆ)


Liked By: krading, saksidht
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #34 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2018, 03:03:51 PM »

เกษตรไทย นับวันเดินถอยหลังเพราะขาดตวามเข้าใจทางวิชาการ
ทุกวันนี้แค่เราย่ำอยู่กับที่ ก็เหมือนเราเดินถอยหลัง เพราะประเทศอื่นเขาก้าวไปข้างหน้า
.
 มันไม่ใช่ความผิดของเกษตรกรทั้งหมด ที่ไม่เรียนรู้
.
เจ้าหน้าที่เกษตร    ในหน่วยงานนี้  เป็นหน้าที่โดยตรง ของหน่วยงานนี้ ที่จะต้องนำ ความกว้าหน้าทางวิชาการ มากรอกหูชาวบ้าน
.
ความหวังทั้งหมด จึงอยู่ที่เกษตรยุกใหม่ ที่ใส่ใจเพื่อพัฒนาอาชีพตัวเอง
.
แล้วอย่าตกเป็นเหยื่อ บริษัทปุ๋ย ยา
ก่อนควักเงินซื้อ ให้นึกถึงความจำเป็นก่อนว่า มันต้องใช้จริงๆ หรือใช้เพราะเรารู้สึกว่าต้องใช้
ตรงนี้ สำคัญที่สุด
.
1.ต้องรู้จักดินของท่านก่อน รุ้ให้มากรู้ให้ลึก เดินย่ำ กำมาบี้บ่อยๆ เอามาตุ้ย เอามาเขี่ย ขุดดูหลายระดับความลึก นั่งสังเกตุมันบ่อยๆ จนจำลักษณะดินของท่านได้ ดูว่า ดิน 1 กำมือนของท่าน มันมี อะไรบ้าง ดูอย่างละเอียด มีเศษไม้เท่าไร เศษหญ้าเท่าไร มีทราย มีหิน มีดิน มีใบไม่ มีถ่าน มีอะไรบ้างที่มาประกอบกันเป็นดิน 1 กำมือ

2.ใบไม้นี้เดินไปเด็ดมานั่งดูเลย หรือนอนดูมันทั้งวัน มันเหลืองยังไง ดูแบบส่องพระ จะเห็นความแตกต่างเลย ว่ามันน่าจะขาดอะไร เพราะเราไม่มีเครื่องตรวจราคาแพงไง ต้องเอาตาเรานี่ละเป็นเครื่องตรวจเบื้องต้น มันบอกเราทุกอย่างนั่นละ ใบไม้ ถ้าเราดูมันดีๆ
.
2.เรียนรู้เรื่อง ธาตุอาหารครับ อ่านๆๆๆๆ จนขึ้นใจ  มันมีอะไรบ้าง 13+3 ชนิด มันทำงานอย่างไร มันเคลื่อนที่อย่างไร ธาตุไหน ทำหน้าที่อะไร อย่างไร
3.เรียนรู้เรื่องสภาพอากาศ ความชื้น ความกัดอากาศ ความชื้นสัมพัด ปริมาณน้ำฝน ความเร็วลม ณ.พื้นที่ตรงนั้น ที่ทำการเกษตร
.........
รู้เรื่อง ธาตุอาหาร
อันไหนประจุบวก อันไหนประจุลบ ต้องเรียนรู้ เพราะมันเกี่ยวพันไปถึง การวางตำแหน่งการไห้ปุ๋ย

อย่างคุณวางสูตร 15-15-15 ห่างจากต้นไม้ 1-1.5เมตร ยูเรียมันไปได้ โพแทสเซียม พอจะกระดึ๊บไปได้ ช้าหน่อย แต่มันไม่สลายงาย พืชยังมีโอกาสยื่นรากมากิน ฟอสฟอรัส มันไปหาต้นไม้ไม่ได้
ตกตรงไหนมันตกตะกอนอยู่ในดินตรงนั้น เพราะมันไม่สามารถ เคลื่อนที่ได้ในดิน

ต่างกับพวก NO3 S CI B เคลื่อนที่ได้ ไนเตรท ซัลเฟส ครอไลน์ โบร่อน พวกนี้ประจุลบ เคลื่อนที่ในดินได้เร็ว แต่อัตตราการสูญเสียสูง ใส่ปุ๊บฝนตกตูม ไหลไปกับน้ำหมด

พวกK Ca Mg NH4 เคลื่อนที่ได้น้อยในดิน เพราะมันเป็น ประจุบวกตกลงดิน มันก็ยังถูกจับไว้ได้

แต่พวก P Mo Mn Fe Cu Zn ไม่เคลื่อนที่ จึงต้องทำการ ต้องใส่ไกล้ๆ ราก เพื่อให้ราก เดินมาหาได้
.
สิ่งเหล่านี้ ผมถามว่า มีใครเคยออกมาบอกเกษตรกร ตามบ้านนอกมั่งไหม
ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน เขารู้ใหม...มันเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต้อง ออกมาให้ความรู้
.
แล้ว ธาตอาหารบางอย่างที่เครื่อนที่ได้ในดิน มันก็ดันเคลื่อนที่ไม่ได้ในต้นไม้
คุณต้องออกมาบอกเราว่าต้องทำยังไง ต้องใส่ยังไงให้มันถูกวิธี ไม่ใช่ มีอะไรก็หว่านๆไป
.
บ้านเรา ใช้ปุ๋ยมาก แต่ ได้ผลน้อย เพราะใช้กันตามมีตามเกิด
.
ยูเรียใส่แต่น้อย ใส่บ่อย เพราะมันมันไม่อยู่คงทน สูญเสียง่าน
ฟอสฟอรัส ใส่กันจนล้นเหลือ เกินความจำเป็น แล้วมันก็ไปกด ธาตุตัวอื่น ให้น้อยผลผลิตก็ตกต่ำ เพราะมันตกตะกอนอนู่ในดิน
..
ในพืช
ธาตุอะไร ที่เคลื่อนที่ได้  ไปทุกเวปเจอหมด ไปทั้งประเทศเจอหมด คำถามเดิมๆซ้ำซาก ตั้งแต่ทำเกษตร พิชใบเหลือง ต้นไม้ผมเป็นอะไร
.
เราต้องสอนให้เขาสังเกตุ มันเหลืองแบบไหน เหลืองอย่างไร เหลืองจากบนลงล่าง หรือเหลืองจากล่างขึ้นบน เหลืองจากโคนมาปลายใบ หรือเปลืองจากปลายใบมาโคนใบ.ใบเล็กใหม ใบบิดเบี้ยวไหม ใบหยิดไหม.ลงไปสอนครับ ไปสอนให้ถึงสวน เขาจะจำไปจนตายยันลูกหลานปปล่อยให้เขาไปถามร้านยา ก็ได้เสียตังทุกครั้ง ทั้งที่มันไม่จำเป็นต้องเสียเงินเลย
.
บางครั้งมันแค่การเคลื่อนย้ายอาหารของ N P K Mg C1(S) เมื่อใช้จนหมดสภาพก็จะเครื่องย้ายไปที่ใบอ่อน ที่ยอดที่มันแตกใหม่ ใบล่างมันก้เหลือง กับอีกหลายๆอาการ เอายามาฉีดไม่ได้ ต้องมาเช็คที่ดินและธาตุอาหารในดินว่าตัวไหน มากเกิน ตัวไหนน้อยเกิน มันจะไปกดทับกันเอง
.
แล้วธาตุอะไรไม่เคลื่อนที่ในพืช
แล้วอะไรไม่เคลื่อนที่ในพืช..แคลเซี่ยมในดินเป็นล้าน ไม่ได้รับประกันว่า ที่ใบที่ผล จะไม่ขาดแคลเซียม เพราะพวกนี้ มันเคลื่อนที่เองไม่ได้ มันต้องอาสัยไปกับท่อน้ำ(ไม่ใช่ท่ออาหารนะ) พวกที่เอาแคลเซียมไปฉีดโครมๆๆๆๆ มันจึงไร้ค่า เพราะปริมาณ มันไม่พอกับความต้องการ ฉีดเพื่อให้ได้ฉีด ยังไม่รู้เลยว่าทำไม ต้องฉีด..ถ้าเรารู้ระบบการทำงาน การเคลื้อนที่ และปัจจัยที่จะทำให้มันเคลื่อนที่ เราคงต้องตบกะบาลตัวเอง ว่าโง่มาตั้งนาน มันทำงานอย่างนี้เรอะ...วิชาการแบบนี้ที่ต้องส่งเจ้าหน้าที่ออกไปปล่าวประกาศให้ชาวบ้านรู้
(โบร่อน ก็เคลื่อนที่ในต้นไม้ไม่ได้  พืชใช้น้อย แต่ต้องมี แค่ฉีดก็ยังพอ)
.
มันก้เหมือนน้ำเต็มแก้ว เอาหินใส่ไป น้ำมันต้องล้นออก เหลือน้อยลง 13+3ธาตุก้เหมือนกัน ตัวไหมมาก ย่อมไปกดให้ตัวอื่นน้อยลง..พอมันไม่สมดุลย์ นั่นคือ อาหารเป็นพิษ
.
ปัจจัยที่มีผลต่อธาตุอาหารคือค่า พิเอชในดิน 6.5 คือค่าที่ดีที่สุด ที่ความลูก 20-50 ซม อยู่ที่ว่าคุณปลูกอะไร รากความลึกระดับไหน ปลูกผัก10-20ซม คงพอ แต่ไม้ผล คงไม่ใช่
.
สภาพอากาศ แบบไหน ตอนไหน เวลาไหน ความชื้นสัมพัดเท่าไร ความกดอากาศขนาดไหน เหมาะสมที่จะให้ปุ๋ย และพืชคายน้ำได้ดีที่สุด ต้องออกมาบอกครับ....นี่ปล่อยกันตามมีตามเกิด
.
ที่จริงใส่ปุ๋ยไร่ละ 3กิโลได้ ก็ใส่กันเป็นไร่ละ กระสอบ เพราะรู้สึกว่าต้องใส่ ไม่ได้ใส่เพราะต้องใส่ เพราะไม่มี อะไรมากำหนด ว่าสมควรหรือไม่สมควร ใส่ไว้ก่อนเพราะเคยใส่ .. วิทยาการตรงนี้ ต้องออกไปบอก ไปกรอกหูชาวบ้าน...เจ้าหน้าที่ทั้งประเทศ มีสักคนไหม ที่ออกมาพูดเรื่องนี้ ไม่มีแล้วชาวบ้านจะรู้ยังไง ขนาดท่านเรียนมา ยังไม่รู้ ยังไม่บอกมันเป็นหน้าที่ของท่าน ที่เข้ามาตรงนี้
.
คุณลองไปดูแปลงสัปรด คุณว่าปากใบ มันเปิดตอนไหน..กับอีกหลายๆพืช ปากใบมันเปิดตอนกลางคืน กลุ่มไม้อวบน้ำ
.
การกระตุ้นให้เกิดการสังเคราะห์แสง ต้องเข้าใจว่า กลาวงวัน มันเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ถ้ากระตุ้นให้พืชคายน้ำไม่ได้ พืชมันก็ไม่โต เพราะการที่พืชคายน้ำ มันจะต้องดูดน้ำมาจากราก นั่นคือมันจะพาเอาอาหาร มาด้วยโดยอัตโนมัติ  ถ้าปากใบไม่เปิด มันก็ไม่เกิดการคายน้ำ
.
มันก็จะไปเกี่ยวกับ กา๊ซ คาบอนไดออกไซด์ ซึ่งในตอนกลางวันมันลดฮวบลงมา แค่พืชต้องการมาก
.
ผมถึงได้บอกว่า มันเกี่ยวกันเป็นลูกโซ่ทั้งระบบ
ทั้งหมดทั้งปวง
ดินต้องมี พีเอช6.5 เพื่อให้ ธาตุอาหารทุกตัว เริ่มกระบวนการทำงานที่ถูกต้อง มันต้องเริ่มที่ดิน กับ อากาศเท่านั้นในการทำงาน โดยใช้ ต้นไม้เป็นตัวกลางในการ ถ่ายเท ซึ่งกันและกัน


เกษตรกรทุกคนเขารอพวกท่านอยู่....ที่แปลงนา แปลงสวน เพราะนั่นคือออฟฟิตของพวกเขา


Liked By: krading, kmo4111, saksidht
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #35 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2018, 03:04:54 PM »

กล้วยเป็นอะไรครับ




ถามเสร็จ พี่แกก้ให้รูปกล้วยมา 1 ต้น ส่วนมาก ก็จะนั่งรอ คำตอบ
.
มันเป็นอย่างนี้ทุกคน ทุกที่ ทุกเวป..มันก็เทวดา อาจจะยังเดากันไม่ถูกเลย
.
คำตอยที่ได้ 100 คนก็100คำตอบ  หรือ...
ถ้าคนแรก ตายพลาย 2-3-4-5..99 มันก้ตายพรายไปหมด ตามคนแรก
.
ถ้าคุณไม่สังเกตุแล้วเล่าอาการ อย่างถี่ถ้วน มันก็หลงทิศทาง
แก้ปัีญหาผิดทาง มันก้บานปลาย
.
ป่วยเพราะเชื้อโรค ป่วยเพราะดิน ป่วยเพราะอาหาร ป่วยเพราะอากาศ ทุกอย่างมันมีรูปแบบ เอกลักษณ์เฉพาะตัว
.
รูปใบเดียวกับข้อความไม่กี่คำ ไม่มีทางที่คุณจะได้รู้ความจริง บางกระทู้ถึงไม่มีคนตอบ หรือตอบแบบไปเรื่อยๆ หาข้อสรุปไม่ได้
.
อาการของใบ เป็นยังไง เริ่มยังไง จบยังไง ดินเป็นยังไง ใส่อะไร ลงไปบ้าง น้ำละ เอามาจากแหล่งไหน น้ำบาดาล น้ำสระ น้ำคลอง มันคือสาเหตุ ทั้งนั้น เล่ามาให้เยอะๆ กรอบของการวินิจฉัย มันจะได้แคบลง

.
พืชอื่นๆก็เช่นกัน แค่ใบเหลือง หยิกกับไม่หยิก ใบใหญ่กับใบเล็ก แค่นี้ก็คนละเรื่องแล้ว
.
ฉนั้น ถ้าไม่บอก อะไรมาก ก็จะไม่ได้คำตอบที่ถูกต้อง แล้วก็จะถูกมอง เลื่อนผ่านตาไปเฉยๆเท่านั้นเอง
.
ผมยังขยันพิมพ์ ซะขนาดนี้ ขอความช่วยเหลือ ก็พิมพ์ให้มันเยอะๆหน่อย
.
โทรศัพท์ก็อัดเสียงได้ ก็ถ่ายวีดีโอได้ ถ่ายแล้วอัดเสียงมาด็ได้เด้อ...
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #36 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2018, 03:05:49 PM »

อากาศแบบน่ละ พืชโตดี


อากาศแบบนี้ วันนี้พืชจะโตได้เยอะที่สุด
1.อุณหูมิน่าจะไม่เกิน 30
2.ฉนั้นอุณหูมิที่ปากใบ ยังเหมาะสม ที่จะเปิดอยู่ เพือคายน้ำ
3.ความชื้นสัมพัท จะยังดี เพราะเมื่อคือ ฝนตก ในดินมีควาชื้น
4.พีเอช ของดินถูกต้อง
5.เมื่อวานเย็น เอาโปรตีน ราดลงที่ดินเตรียมไว้ให้แล้ว
6.เช้ามาทุกอย่างเหมาะสม วันนี้กระบวนการคายน้ำ จึงเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์
.
7.เมื่อกระบวนการสมบูรณ์ ดินมีความชื้น รากดูดน้ำเต็มที่ สิ่งที่ติดไปคือ อาหาร ไปตามท่ออาหาร แคลเซี่ยม ไปตามท่อน้ำ ปริมาณมาก นั่นคือวันนี้ โต้ไม้โตได้เยอะ
.
ผลที่กำลังโต วันนี้ได้รับแคลเซียมเยอะ ก็จะเนื้อแน่น ผิวสวย
เรียกว่า วันนี้ถือว่าเป็นวันืั้ดีของต้นไม้อีกวันนึงเลยละ
.
แล้วคุณละ เรียนรู้ รู้ใจต้นไม้ ของคุณมากแค่ไหน ว่าแต่ละวันเขาเป็นยังไง
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #37 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2018, 03:07:00 PM »

อัพเดท กล้วยน้ำว้าซุปเปอร์ยักษ์ ที่ลงปลูกใหม่ 5-5-61



กล้วยน้ำว้า แปลงที่เริ่มใหม่หลังโดนน้ำท่วมตายหมด
ขุดถม แล้วปลูกใหม่ทันที เลยมีปัญหาเรื่องคุณภาพดิน
เพราะเป็นดินชั้นล่าง ที่ขุดเอาขึ้นมาถม ไม่มีสารอาหารใดๆ
ปลูกหน้าแล้งด้วย เล่นเอาเหนี่อย รดน้ำ
ก็เช่นเดิมครับ 2 ตัวที่ รถ สปีดฯกับM Pro+2 เม่านั้น
เพียวๆเลย ไม่มีอย่างอื่นปนระยะการปลูก ประมาณ 1.5-1.8 เมตร ประมาณนี้ละ
.
ไม่มีปุ๋ย อะไรทั้งนั้น ก้งามดี ตามที่ตั้งใจ
แตกใบอ่อน ออกมา ไม่มีเหลือง ที่โคนใบ เป็นสีเขียวตองอ่อน ทุกต้นทุกใบ
.
นั่นคือ ไม่มีปัญหาเรื่องธาตุอาหารที่ให้ แม้ในดินจะมีน้อย
พีเอช ยังทำได้ ที่6.5 ทุกระดับความลึกของดิน
.
มีการเอาหญ้า จากภายนอกเข้ามาในแปลง เพราะ ในแปลงเอง หญ้ามันน้อย เพราะดินถมใหม่
.
วันนี้ก็คง ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว เพียงรอวันที่ให้เขา ออกลูก ติดผล เท่านั้น
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #38 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2018, 09:14:11 PM »

ผลงานของการทุ่มเท
ปลูก ดูแล อย่างทุ่มเท วิเคราะห์ดิน เรียนรู้ดินของเราว่ามันขาด อะไร มันเกินอะไร



น้ำเราเป็นอย่างไร ปรับปรุงมันก่อนน้ำไปใช้
ใช้ปุ๋ยคอก ที่หมักได้ที่แล้ว ใช้หญ้าสดคลุมดิน
ดูเรื่องความชื้น ดูเรื่องความเข็มของแสง ให้น้ำที่ปริมาณที่พอเพียง
.
หัดเดาเรื่องการขาดธาตุอาหารรอง แลุจุลธาตุ
.
เรียนรู้เรื่อง ความชื้นสัมพัทธ์ ความกดอากาศ ของพวกนี้ตามอง ร่างกายรับู้ได้ (เครื่องมือวัดก็มี) เรี่ยนรู้เรื่อง ทางเดินของธาตุอาการในดิน และในต้นไม้
.
วันนี้สิ่งที่คืนกลับมาให้เรา คือ การปลูก การดูแล ต้นไม้ของเรา อย่างถูกต้อง ตรงตามความต้องการ ส่งผลให้ มีการเจริญเติบโตของต้นไม่ อย่างสมบูรณ์...ในต้นทุนที่ ต่ำที่สุด นั้นคือ เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเรา อย่างมากมายมหาศาล...เพิ่มผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุน ต่ำมากที่สุด






Liked By: saksidht
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #39 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2018, 10:32:20 PM »

วันที่  16-6-61....14
7-61...................31
8-61...................31
กำหนดตัด.....................ประมาณวันที่ 15-20 สิงหาคม 61
9-61...................30



Liked By: kakkak
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #40 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2018, 07:49:52 AM »


<a href="http://www.youtube.com/v/jmnWBhAwR5A" target="_blank">http://www.youtube.com/v/jmnWBhAwR5A</a>












Liked By: saksidht
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 14, 2018, 07:23:30 PM โดย แจ่ม อารมณ์ดี » บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #41 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2018, 07:17:29 PM »

มันคือการเล่าเรื่องราว

.
ตลาดมันอยู่ที่เราสร้าง
มันอนู่ที่เราลังทุน ลงเงินลงสมองสร้างขึ้นมาเอง
มันไม่ได้อยู่ในรั้วบ้าน
.
#มันต้องเดินทางเป็นพันเป็นหมื่นโลถึงจะได้
.
มันคือเงินที่เราลงทุนไปก่อนเพื่อสร้างตลาดของเราเอง
เดินทางแต่ละเที่ยว ใช้เงิน 4-5 พันบาท
แล้วคิดดู เดินทางไป100-200เที่ยว ทั่วประเทศมันหมดไปเท่าไหร่
.
ระยอง จัน ชลบุรี ีโรงงานอะไรบ้าง ที่เกี่ยวข้องกับเรา
บึงกาฬ กาฬสินะ์ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม มาอะไรที่เราจะทำการค้าได้บ้าง
.
เหนือ มีโรงงานอะไรบ้างที่เราจะส่ง สินค้าให้เขาได้บ้าง เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ พะเยา น่าน มันต้องไป ลำปาง ไปให้หมด
.
ก่อนไปหาข้อมูลเก็บในมือ ว่าเราจะไปตรงไหน พบใคร
.
วันนี้ คำถามเวลาโพสอะไร..ขายที่ไหน ราคาเท่าไร...มันง่ายไปไหม ..เชื่อเหอะ คนที่ถาม ไม่เคยได้ขาย คนจริงนี่ค้าวโทรศัพท์ กดปั๊บเลย นั่นละ ถึงบอกว่า
.
ถามแบบไม่เอาสาระ
.
เงินทำงาน การตลาดมีต้นทุน
ทำน้อยขายไม่ได้ คืดจะทำ ต้องคำนวน ว่า จุกคุ้มทุนมันอยู่ตรงไหน บริหารผลผลิตยังไง
.
ทุกวันนี้มันก็เป็นแบบนี้ละ ค้าขายกันในกลุ่ม ในเครือ เพื่อให้เงินมันหมุนวน อยู่ในนั้น ลองมองรอบๆตัว
.
มันไม่ใช่การเอาเปรียบ แต่มันคือความมั่นคง ความแข็งแกร่งทางธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ สินค้าต้องคุมปริมาณ มีพอที่จะป้อนตลาด
.
มีการคำนวนล่วงหน้า ว่าในกลุ่มมีเท่าไร พอไหม ต้องเพิ่ม ต้องลด หรือไม่
.
คนที่อยู่นอกกลุ่ม ไม่เคยได้แชร์ค่าการตลาดกัน ถึงเวลา มันก็เคว้งคว้าง...มันก้เรื่องธรรมดา
.
วันนี้ลองมองย้อยไป จากที่ 2 งาน จนวันนี้ ลุงดันยอดขาย ทำตลาด ค้าขาย จนสามารถมีตลาดรองรับ ได้วันละเกือบ 10ตัน ต่อวัน แล้วยังลุก ยังขยายไป ไม่ยอมหยุด ในเรื่องกล้วยน้ำว้า เพื่อรุงตลาดในส่วนที่ยังไปไม่ถึง
.
แต่นั่นหมายความว่า ลูกไร่ ก้จะต้องมีพอ ที่จะผลิตสินค้าหรือผลผลิต ให้เพียงพอกับ ออเดอร์ ที่เข้ามา
.
วันนี้ มองว่า กลางๆ ปี อาจต้องเพิ่มรถ อีกคัน....เพื่อกระจายสินค้ากล้วย ไปยังทุกภาค ทุกที่ของประเทศ
.
วันนี้กล้วยยังไม่พอขาย จริงๆ วันละ 5 ตัน 7 -8 ตัน ทุกวัน กับรถ 3-4 คัน ถ้าเสียขึ้นมา ทั้งคนทั้งรถ ที่เหลือก็จะทำงานหนักขึ้นทันที
.
สำหรับใครที่กำลังมองหา ปลูกกล้วย ก้ลองโทร มา ติดต่อกันดูครับ เน้นโทร อย่างเดียว ไม่ค่อยได้ตอบเท่าไร 0809898770
.
หรือโรงงาน แผง หรือคนที่ใช้กล้วย ในการประกอบอาชีพ ต้องการกล้วย ให้เราจัดส่ง ก็ติดต่อโดยตรงเลยครับ 0809898770 ลูกสาวผมเอง
.
เรามีกลุ่มกล้วยเยอะ นั่นหมายความว่า ท่านจะได้รับกล้วยทันที ที่ต้องการ ของไม่มีขาด จัดส่งไว ไม่ต้องรอครับ
.
#แจ่มอารมณ์ดีสวนราชินีกำแพงเพชร
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1699


« ตอบ #42 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2018, 07:21:50 PM »

อัพเดทกล้วยหอมกันหน่อย กับต้นทุน ศูนย์บาท
ต้นทุนยัง ศูนย์บาทอยู่
มีค่าแรงตัวเองกับ น้ำมันรถสามล้อนี้ละ 200 นี่ได้เป็น 10วัน

.
ดีอย่างนึงที่ทะยอย ปลูกทีละ 5 ต้น 10 ต้น
ทำให้มันทะยอย กันออก ไปเรื่อยๆ ไม่พร้อมกัน ในปริมาณที่มาก จนขายไม่ทัน


ไม่มียา อะไรทั้งนั้น ไม่มีจิ๊บ ไม่มีสกอร์ ไม่มีปุ๋ย คือไม่ใส่ ไม่ฉีด อะไรเลย
แต่ห่อ อย่างเดียว แล้วใช้ ขี้เค๊ด+ขี้เถ้าเก่า เท่านั้น เคล้าๆกัน
สาดที่หน้าดิน ใส่ในวง เท่านั้นก็เพียงพอต่อการเจริญเติบโต
.
เพราะเราขายเอง ยังไงก็ขายได้ ื แบบนี้ละมั๊ง ที่เรียกว่าอยู่ได้สะบาย
พวกขายปุ๋ย ยา จะมองค้อนเอา 5555



คือถ้าเราทำดิน ดูแลดินมาดี มันก็ไม่ต้องใส่ ไม่ต้องฉีดอะไร ปัจจัยมันอยู่ตรงนี้เท่านั้นเอง
พีเอลได้ 6.5 ทั้งหน้าดิน และที่ล฿ก 30 ซม ก็พอ  ิความชื้นก็ดูจากดิน แสงบ้าเรา ยังไงก็พอ
.
หน้าฝนเชื้อรากินใบ ลุงก็ไม่ฉีดอะไร เพราะมันเป็นทั่วไป ฉีด ยังไงก็ไม่อยู่ ตัดๆใบที่เป็นออก เท่านั้น
หมดฝนก็บำรุงหนักๆเท่านั้น
.
หวีละ 50-80 บาทโดยเฉลี่ย 6-8หวี ก็ถือว่าเป็นรายได้ที่พอใช้ได้ต่อวัน
แต่บางที่มันก็ไม่มีขาย เท่านั้นเอง แก่ไม่ทัน ก็ไปนั่งโม้กันที่ตลาด 555







บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
หน้า: 1 2 [3]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: