หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกตามกระแส...ข้าวไรซ์เบอรี่..+ กข.6 เตี้ย  (อ่าน 50596 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
rueng2000
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 223


« ตอบ #192 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2016, 08:22:56 AM »

ยิ้ม  กลับมาแล้วพี่น้องชาวนาที่รักทุกๆท่าน หากว่าราคาข้าวยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ผมก้คงจะลดการทำนาลงให้เหลือ5ไร่ก็พอเอาข้าวไว้บริโภคในครัวเรือนก็พอโรงสีมันอยากจะซื้อ กก.ละเท่าไหร่มันก็กำหนดเอาตามใจชอบ เริ่มเบื่ออีกแล้วกับอาชีพการทำนา..พูดไปก็ไม่มีใครช่วยเราได้หรอก  มาดูนาต้นทุนต่ำผมนิไม่เกิน15พย. คงจะไดเกี่ยวแระ...

   

   

   ภาพด้านล่างเป็นข้าวเหนียวแดง จากประเทศเพื่อนบ้าน รวงใหญ๋ยาว ส่งคอรวงดี หน่วยก้านดี อีกอึดใจก็จะได้เกี่ยวแร่ว ผมมีความสุขกับได้ทดลองปลูกข้าวสายพันธ์ใหม่ เขาไม่เป็นโรคอะไรเลย แม่ผมชอบใจมากเลย อีกนิดเดวก็จะรู้แล้วว่า นึ้งสุกแล้วแข้งไหม/หอมไหม เท่านี้เอง


สนใจพันธ์ข้าวเหนียวแดง  จองเม็ดพันธ์ไว้หน่อยได้บ่ครับ  จะเอามาลองทางอิสาน


 

 
บันทึกการเข้า

rueng2000
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 223


« ตอบ #193 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2016, 08:25:33 AM »

สนใจพันธ์ข้าวเหนียวแดง ครับคุณซ้ดดัม


Liked By: laihan, deemeechai
บันทึกการเข้า
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1019


« ตอบ #194 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2016, 10:48:06 AM »

 ยิ้ม



 

  






  


 



  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 28, 2017, 10:01:52 AM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
kon_khubua
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 422


« ตอบ #195 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2016, 12:38:49 PM »

  สวัสดีครับท่านพี่ซัดดัม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยังรอฟังผลข้าวเหนียวแดงอยู่นะ หากอร่อยจะขอปันมาปลูกสักสิบห้าโลครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: laihan
บันทึกการเข้า

ณ.ทุ่งข้าวถี นาอินทรีย์เคมีเสริม
เติมสีสันให้ท้องทุ่ง มุ่งหาความสงบ
จบที่ความพอเพียง
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1019


« ตอบ #196 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2016, 01:03:56 PM »

 ยิ้ม
  
    

  

 
  

  


    จากนั้นก็เอาไปสีเพื่อที่จะดูว่าข้าวสารงามไหม. ลองดูตามรูป ผมว่าเม็ดข้าวมันก็โอเคน่ะ เม็ดมันจะสั้นกว่า กข6สูงนิดนึง
  :)แล้วก็เอาไปสี ได้ข้าวสารมา ดูหน่อยก้านแล้วก็ใช้ได้เลยทีเดว เม็ดข้าวสวยไม่ยาวมาก ลองดูเอาเองเด้อ
    
  

  
    

  แล้วก็นำมานึ่งดู  ป๊ะนิ่มดีแฮะ อ่อนนุ่มไม่แข็งมีกลิ่นหอมข้าวใหม่ แต่หอมน้อยกว่า กข6สูง นึ่ง6โมงเช้า จนถึง1ทุ่มก็ยังอ่อนอยู่ อ่อนกว่า กข10
  

  สรุป
  ข้อดี 1.การแตกกอดีมาก 2.ต้นสูงกำลังพอดีไม่มีล้มให้เห็น สามารถเอาเครื่องตัดหญ้ามาเกี่ยวได้ 3. ไม่เป็นโรค เพลี้ยอันนี้ผมชอบมากๆ  ไม่ต้องไปพ่นสารเคมีให้เขา

  ข้อเสีย
   1. ความหอม หอมน้อยกว่า กข6แบบสูง นิดนึ่ง 2. ได้ข้าวน้อยกว่า กข6สูงนิดนึ่ง  3.เม็ดข้าวจะสั้นกว่านิหนึ่ง   4.


  ปล. ผมไม่มีเวลาจุดตะเกียงจ้าวพายุ ให้มันเข้ากับบรรยากาศเลย  มีเวลาแค่เอามาตั้งแล้วก็ถ่ายรูป พอจะจุด ...อ้าวน้ำมันก๊าส ไม่มีอีกขี้ข้านไปซื้อที่ตัวอำเภอไกล...เสียเวลาทำงาน....ดูรูปไปแระกัล...
  
  
 
  

    

  
  



  


  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 18, 2017, 09:09:51 AM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1019


« ตอบ #197 เมื่อ: มกราคม 01, 2017, 12:29:36 AM »

 

    

    

   เรามาลุ้นกันว่า ตอนกิ่งละมุดแบบผมทำมันจะออกรากหรือเปล่า มันเป็นพันธ์อะไรไม่รู้ เวลาสุก มันหอม หวาน อร่อยมาก ต้นนี้ผมตอนมาจากบ้านเดิมย้ายมันมาปลูกที่บ้านใหม่ เมื่อ20กว่าปีที่แล้ว มันก็ไม่ตายแฮะและก็ไม่โตด้วย ผมตอนได้มาแค่1กิ่ง ผมก็จำไม่ได้ว่าตอนยังไงมันถึงออกราก(มันนานมากลืม)




    เคยดูรายการทีวี มีลุงอยู่คนนึง แกอธิบายว่า พอเราควั่นกิ่งแล้วปล่อยให้ยางมันแห้งสักเก้ามื้อสิบวัน แล้วก็เอากาบมะพร้าวแห้งมาหุ้มไว้แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้4เดือน แล้วถึงจะรดน้ำ ....

  
เคยออกซักกิ่ง....เป็นอะไรที่หินมากๆๆๆ


 

  

 
 


  

    
     สองวันก่อนฝนตกลงมา2ห่า ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็พอช่วยต่อลมหายใจให้ต้นลำใยผมไปได้อีกหน่อยนึง แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย เพาะว่าช่อมันร่วงไปหมดแล้ว มีติดลูดนิดหน่อย มันเป็นการเสียโอกาสโดยใช่เหตุ เมื่อวานลุกชายส่งรูปมาให้ดูก็เสียดายมากๆเลย ถ้าลูกติดไม่มากผลที่ได้ค์อลูกจะใหญ่แต่ถ้าติดดกมากลูกก็จะเล็ก....เออ
  


  
    

  

  

  

 

 
  

  


  และแล้วก็สานเสร็จ...ฮ่าๆๆ เป็นไงฝีมือสานสุ่มไก่อันแรก โอ้ย..เจ็บมือ สุ่มไก่ลายตาสี่เหลี่ยมธรรมดา อันต่อไปจะสานลายตามะกอก (น่าจะเรียกลายขนมเปียกปูนมากกว่า) มันจะใช้ตอกมากกว่า3เท่าใช้เวลานาน แต่ก็ต้องลองดู ใช่ไหมพี่น้อง


 

 
 
   ณ ที่ตียสุ่มต้องเวียนสัก3-5รอบ เพี่อความแข็งแรงของตัวสุ่ม จากก็ทำไม้เป็นตะขอเกี่ยวรั้งตอกที่เราเวียนไม่ให้หลุดออกมา ใส่ประมาณ5-8 จุดแล้วแต่สะดวก .... พูดถึงไผ่ น่ะผมไม่มีความรู้เรื่องนี้เยอะหรอกเพราะว่าที่บ้านมีอยู่ไม่กี่อย่าง นึกขึ้นได้ข้างบ้านเขามีสวนไผกิมซุง เดวจะลองไปขอมาสัด2เล่ม ลองเอามาสานดูไม่รู้ว่าเนื้อไม้มันจะเหนียวรึเปล่าเล่มเท่าน่องนิ มอดชอบกินรึเปล่าก็ไม่รู้ เวลาจะตัดไม้มาทำตอกโครงน่ะอย่าให้ข้อมันอยู่กึ่งตรงน่ะ เวลาเราเวียนหัวสุ่ม มันจะไม่สวยน่ะครับ
  
 
 
  
 

  หลังปีใหม่ 19เมษา ผมก็โทร.หาเพื่อนให้มาไถนาเพื่อที่จะตากดิน ประมาณเดือนกว่าๆ เพื่อเป็นการฆ่าเชื่อโรคเชื่อรา ประมาณต้นเดือน มิย.ก็จะทำการหว่านข้าว ข้าวจะถูกจะแพงก็เรื่องของมันช่างหัวมัน แต่ที่ทำก็เพื่อจะได้มีข้าวกินโดยไม่ต้องไปซื้อ เผื่อหมูหมากาไก่นก เป็นการเอื้อเฟื้อเพื่อนร่วมโลกครับ
ลงมือไถแปดโมงกว่าๆ ก่อนเที่ยงเสร้จเรียบร้อย+ขึ้นคันนาใหม่

  

 
  
  
  


   มีเวลาว่าครึ่งวันผมไปเที่ยวสวน ลำไย มะม่วง กระท้อน ของน้าซึ่งอยู่อีกหมู่บ้านนึง ถ่ายรูปมาให้ดู ระบบน้ำของแก ก็ง่ายๆคือ แกทำแท๊งปูน6แท่ง1จุด  2แท่ง1จุด เอาไว้ที่บนเขา แล้วก้ใช้ปั้มชัก2น้ิว+เครื่องยนต์8แรงม้า  ระยะทางจากปั้มถึงแท๊งมากกว่า200เมตร แต่ก็สูบขึ้นไปได้น่ะ
  แกบอกว่าปั้มยี่ห้อนี้สุดยอดเลย ใช้มา10กว่าปีไม่เคยเสียเลย...ในหน้าเพจ1 เขากำลังปรึกษาเรื่องสูบน้ำกันยุ๊  เข้ามาดูข้างในนิ...ของจริงน่ะ กระท้อนแกติดดกมาก ลำไยก็ติดเยอะมาก ระบบน้ำแกดีไง แกโม้กับผมไว้ว่า ปีนี้ขายกระท้อนจะได้ประมาณ1ล้าน ลำไย5-6แสน
  

  


  
  

   หลังจากที่ อีส้มมาปั่นไป1รอบ ก็หว่านๆๆๆๆ ใช้พันธ์ข้าวไป3ถุงปุ๋ย แล้วก็ปั่นกลบอีกรอบเป็นอันว่าเรียบร้อย....กับนาต้นทุนต่ำของผม ข้าวมะลิ กข15 เด้อพี่น่อง
  

   เมื่อวานตอนเที่ยง ฝนเทกระหน่ำลงมาแล้วครับพี่น้อง โอ้ยดีใจจังเลย หวังว่าข้าวหว่าผมคงงอกน่ะ สายข่าวรายงานมาว่าตกแรงมักๆๆๆ

   หลังจากที่ฝนเทกระหน่ำลงมาผ่านไปอีกสองคื่นสองวัน  เมื่อเช้าสายข่าวไทลัดประจำบ้าน วิ่งไปดูให้แล้วก้บอกว่า สบายมากแล้วพี่ข้าวมันงอกแล้ว นองส่งรูปมาให้ด&#


   โอ้โห้  โดนฝนกระหน่ำลงมาเล่นเอาน้ำท่วมเลยทีนิ  นาผมที่ปล่อยให้มันงอกเองเลียนแบบ ดร.แสวง ปีนี้เป็นปีที่4ตอนข้าวจมเลยปล่อยมันดูสิว่ามันจะเป็นยังไง...

  

  


  

  เป็นไง ข้าวผม เริ่มงามขึ้นมาอีกนิดนึง หลังจากที่ฝนกระหน่ำลงมา ต่อจากนี้ก็ปล่อยมันยาวไปเลย รอให้สูกสักหัวเข่าค่อยซ่อมแซมที่มันโบ๋ๆ ห่างๆ
  

  

    ส่วน นาดอน 1งานผมก็ปลูกข้าวโพดข้าวเหนียว ดูว่ามันจะงามหรือเปล่า ปรกติผมจะปล่อยทิ้งไว้หญ้าขึ้นเต็มเรย คาดว่าต้องได้กินข้าวโพดต้มแน่ๆ ซื้อเมล็ดพันธ์มา200บาท ร้านค้าแบ่งขายให้ ตราศรแดง


    มาต่อกันเรื่อง ข้าวๆ นาๆ อีก ผมได้พันธ์มามาใหม่อีกแล้ว ตอนแรกผมคิดว่ามันคงสูญพันธ์ไปจาก จว.เชียงราย ไปแล้ว ไปควานหาอยู่ตั้งนาน ได้มา5กก./ 200 บาท ( ผมกำลังจะตั้งชื่อใหม่ให้ แต่ต้องรอให้ได้เห็นรูปร่าง หน้าตาซะก่อน) ตื่นเต้นอีกแล้วที่จะได้ทดลองข้าวสายพันธ์ใหม่อีกแร่ว....
  
    

   ข้าวพันธ์นี้น่ะ ตอนผมเป็นเด็กๆ ป3ป4 แถวๆบ้านเขาปลูกกันเยอะปลูกเอาไว้กินในครัวเรือนเวลานึ่งมันจะหอมมากๆ เวลาข้าวออกรวงผมก็จะแอบไปเด็ดของเขามาแกะกิน แถวๆบ้านเขาเรียกว่า ข้าวหอมพม่า  เขาก็เล่าให้ฟังว่าเขาปลูกมาตั้งนานแล้วปลูกไว้กินในครัวเรือนปลุก2ไร่นอกนั้นเขาก็ปลูกข้าว กข6เอาไว้ขาย เขาบอกว่ามันได้ข้าวไม่เยอะน่ะ ผมจำไม่ได้หรอกว่าต้นมันสูงต่ำดำขาวยังไง มันนานมาก ตามมาลุ้นกันว่า ข้าวหอมพม่า...มันเป็นจังได๋
   นั่งคุยกับเจ้าของเมล็ดพันธ์เขาบอกว่าข้าวพันธ์นี้เวลานึ่งแล้ว มันหอม+นิ่ม กินอร่อยมาก ก็เลยเก็บรักษาพันธ์ปลูกไว้กินทุกๆปี ผมแอบดีใจขอให้เป็นอย่างที่เขาพูด ส่วน ข้าวเขี้ยวงู เริ่มมีวางจำหน่ายมากขึ้นแล้วครับแถวๆเชียงแสนเริ่มปลุกกันเยอะ มีการซื้อขายกันข้ามปีเลยน่ะราคาแพงเอาเรื่องเลย ปีนี้ผมยังไม่ปลูก ปีนี้ขอปลุกแค่ หมอพม่า + หอมเสงี่ยม จากอุบล ก็พอ....

   ปีนี้ เป็นปีทองของคนที่มีสวนทุเรียน ราคาดีพอสมคาร หมอนทอง 120บาท/1กก. ก้านยาว150/1กก.  ที่โซนผมพักอยู่น่ะ ราคาหน้าสวนคงจะอยู่ที่ครึ่งนึง เดวนี้เขาบังคับให้มันออกนอกฤดูได้ด้วย ราคาหน้าสวน60บาท/1กก.  เท่ากับราคาข้าวเปลือก10กก. ; 1ปี ทำนา3หน ก็เท่ากับว่า ต้องทำนา2ปีหรือ3ปี... ล้งจากจีนเขารับซื้อหมด เหลือแต่ลูกเล็กๆมาขายให้พวกเรากิน ผมเห็นด้วยกับการที่มีล้งมารับซื้อถึงสวนจะได้ไม่ต้องมาบ่นเรื่องผลไม้ราคาตกต่ำปีนึงผมก็ไปซื้อมากินแค่1ลูก... ยางพาราล้งมันไม้เอาน่ะไม่ต้องไปปลุกกันให้มากมายหรอก หรือใครจะปลูกก็ไม่ว่าอย่างน้อยก็เป็นการสร้างโอโซนให้กับโลก...ลิ้นจี่ไม่มีราคาครับ แถวๆ อ.แม่สรวย อ.จัน  ขายโลละ5บาท  เขาซื้อไปทำน้ำหมัก ถา้เป็นพันธ์จักรพรรดิ ถึงจะมาราคา....


  

   ข้าวโพดหวานผมมันก็โผล่ลืมตามาดูโลกแล้วบางหลุมก็ยังไม่งอก...ผ่านไป10วัน  ช่วงนี้ฝนส่งดีมากมันคงโตไปตามสถาพของมัน ไม่ต้องเอาโน้นนี่นั่นไปใส่ พอเขาเริ่มมีหัวค่อยใส่ปุ๋ยหวานให้เขา เอาไว้ต้วกินก็พอใจแร่ว

   ผมไปโหลด คลิบการปลูกน้อยหน่า เพชรปากช่องมาศึกษาดู เป็นพืชที่น่าปลูกเหมือนกันแฮะ สามารถบังคับให้ออกนอกฤดูได้ด้วย คือต้องการเก็บเกี่ยวผลผลิตเดือนไหน ก็นับถอยหลังมา สี่เดือนครึ่ง แล้วก็ตัดแต่งกิ่ง ไม่ได้ใช้สารเคมีบังคับน่ะ อ.เริงศักดิ์แกก็อธิบายต่างๆนาๆ ปีที่4จะให้ผลผลิตเต็มที่ ปลูก5ไร่ จะขายได้ประมาณ3แสน ก็ถือว่าไม่เลวน่ะ ใครมีที่ดอนน้ำท่วมขัง ทดลองปลูกดูน่ะ

   วันนี้มาอับเดท นาต้นทุนต่ำให้ดู หลังจากที่ฟ้าฝนตกลงมาเป็นระยะๆ ข้าวเขาก็โต ขึ้นมาเรื่อยๆ หญ้าก็โตแข่งกัน ปุ๋ยยังไม่ใส่ครับ ให้มันโตตามระบบของมัน จะใส่อีกทีตอนที่ต้นข้าวเริ่มกลมๆ




    รูปด้านล่างก้เป็น ต้นกล้าข้าวหอมพม่า หว่านลงแปลงไปได้สิบกว่าวัน เริ่มงามแระ สีเขาออกจะซีดๆ ทีแรกกะว่าจะทำงานด้านวิจัยไปด้วย กลัว อ.เดชา แซวก็เอาเป็นว่าผมทดลองปลูกพันธ์ข้าวแปลกๆใหม่ๆ ตามสไตล์ของผมเป็นการทดลองเล่นๆแต่ก็แฝงไปด้วยความชอบ ก็ตามมาดูมาเชียร์ว่าข้าวสายพันธ์พื้นเมือง เขามีจุดเด่นจุดด้อยอะไรบ้าง มีโรคภัยไข้เจ็บอะไรมารุมเร้าบ้าง เพลี้ยเชื้อราต่างๆนาๆไหม...ดูกันไปยาวๆจนถึงสิ้นปีโน้น...


  

   ข้าวโพดหวาน มันก็โตของมันเรื่อยๆ เกือบๆเดือนแร่ว ทางเหนือบ้านผม เขาเรียกว่าข้าวสาลี (ฝีกสีเหลืองๆบ้านผมเรียก ข้าวโพด ) อีก50วันก็ได้ต้มกิน หวานหรือไม่ แต่ถ้าใส่ปุ๋ยขี้ไก่มันจะหวานแน่นอน เมล็ดพันธ์ศรแดง งอกดีแฮะ ส่วนพันธ์พื้นเมืองผมก็ปลูกน่ะแต่งอกช้ากว่า เดวมันก็จะมีการผสมข้ามพันธ์
ได้ สายพันธ์ใหม่ขึ้นมา ต้องลองดู...


  สับปะรดที่เชียงราย โลละ2บาท .....  มีเพียบเลย ตาย...ตายอย่างเขียด เก็บไว่นานก็ไม่ได้ โรงงานกระป๋องก็อยู่ไหนก็ไม่รู้  ไปปลุกกาแฟกันดีกว่ามั่งตลาดรับไม่อั้น. ผมเคยไปเที่ยวดอยวาวี ที่ อ.แม่สรวย ชาวเขาเผ่าอาข่าเขาปลุกกันเพียบเลยเต็มไปหมด ไร่ชาก็มีเพียบ มีชาป่าแบบขึ้นเองด้วยเขาจะเก็บมาแล้วก็ส่งไต้หวัน หมดเลย ผมนอนเอามือก่ายหน้าผากคิดไปคิดมา พวกผลไม้ต่างๆมันเยอะเกินไปมันก็เลยขายไม่ได้ ต้องปลุกแล้วก้ส่งออกอย่างเดวแหละถึงจะไปรอด มะนาวเพียบ กล้วยก็เพียบ แล้วจะไปปลุกอะไรดินิ คือมันขายภานในประเทศไม่ได้แล้วไง มองไปที่ประเทศจีนอย่างเดว(2300 ล้านกว่าคน) ปลูกอะไรไปขายให้เขาดี...1ทุเรียน 2.ขนุน 3.มะม่วง  4. กล้วยหอม 5. คิดไม่ออก.......... นอนฟังเพลงดีกว่า

  

   รูปเป็นสับปะรด  พันธ์ภูแล เจ้าของสวนตัดทิ้ง ทิ้งจริงๆเลยน่ะน้องชายก็เลยจับโยนใสใส่หลังรถเอามาทำน้ำหมัก ก่อนสงกรานต์ก็กะหล่ำปลีถุงละสิบบาทถุงใหญ่ๆ ซื้อ1แถม1 คอยดูน่ะปีหน้า กล้วยน้ำว้ามันจะออกมาอีกเพียบเลยหวีละ3บาทแน่ๆ



  
  เป็นไงแปลงกล้าผม พร้อมที่จะปักดำแร่ว..อีกสักสี่ห้าวันคงจะดำล่ะ ต้นกล้าสมบูรณ์เต็มที่ค่อยปลูก แถวบ้านผมนาดำเขาจะถอนมาดำก็ต่อเมื่อกล้าครบ1เดือนขึ้นไป ข้าวมันจะเต็มรวง  ข้าวโพดข้าวเหนียวงอกบ้างไม่งอกบ้าง ปล่อยมัน..ทดลองเล่นๆ แต่ ข้าวหอมพม่ามันเป็นอะไรที่ต้องลุ้น...

  


  พท.1ไร่3งาน แปลงทดลอง ติดกับบ้านเลย ให้อีส้มข้างบ้านมาปั่นให้ เดวเอารถไถเดินตามเก็บงานอีกนิดหน่อย ปล่อยให้หญ้
มันเน่าก่อน






  กล้าข้าว กข.15  หว่านไว้ซ่อม ที่มันโบ๋ๆ งามยาวเชียว



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2017, 09:09:50 AM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1019


« ตอบ #198 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2017, 09:33:37 AM »

 ยิ้ม สวัสดีครับ สมาชิกทุกท่านถึงเวลาที่ผมต้องลงมือไปทำนาอีกแล้ว ข้าวสายพันธ์โบราณที่ปลูก กินกันในครัวเรือนมานานแสนนานแม้ว่าจะปลูกกันไม่มากแต่ผมก็ขอชื่นชมเพื่อนชาวนาที่มีใจอนุรักษ์ข้าวโบราณ สายพันธ์นี้ไม่ให้สูญหายไปกับกาลเวลา จากที่ผมได้ไปถามผู้เฒ่าหลายๆคนในหมู่บ้านที่เคยปลูกข้าวพันธ์นี้เขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามัน มีกลิ่นหอมมากๆอ่อนนุ่ม กินไปดมไป....อือ ผมก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะกลายพันธ์ไปมากไหมพวกเกสรข้าวพันธ์อื่นๆที่ออกพร้อมกัน...ผมขออนุญาตตั้งชี่อให้ใหม่คือ ข้าวพันธ์หอมเจ็ดบ้าน..
    อย่าไปคิดนาน หรือตั้งข้อสงสัยให้ปวดหัวทดลองปลูกเลย..... กล้างามมากครับ ใบมีสีเขียวอ่อนๆตั้งแหลม ที่โคนของกาบใบจะมีสีน้ำตาลและที่โคนต้นก็เป็นสีน้ำตาล  ที่ชอบอีกอย่างคือเขาไม่เป็นโรค ก็รอดูลุ้นกันไปเรื่อยๆ
  
  
  

  
  

     ถึงกรมการข้าว ห้ามมาแอบเก็บข้อมูลของผมน่ะ ห้ามคัดลอกข้อความด้วย ....

    สถานที่พร้อม ให้เพื่อนบ้านเอาอีส้มมาปั่นให้ตอนแรกจะเอารถไถเดินตามเก็บงานอีกทีแต่ก็ ขี้ข้านก็จัดการดำเลย
  





    ระยะการดำจะห่างประมาร40เซ็น ถ้าถี่ไปก็จะทำให้การระบายอากาศไม่ดี การแตกกอจะน้อย(ผมดำวันที่9-10/7/58)


  
   ผ่านไป5วัน พอวันที่16 ข้าวมันก็เขียวงามข้ึนมาเลยเป็นที่ถูกอกถูกใจผม นาดำผมชอบตรงนี้แหละหากว่าเราดำเสร็จ2อาทิตย์แรกถ้าน้ำไม่ท่วมน่ะ นอนตีพุงได้เลย มันเป็นอะไรที่ไม่จุกจิกวุ่นวาย เหมือนนาหว่านเอาน้ำขังไว้5-10cm เพื่อไม่ให้หญ้าขึ้น  ปีนี้นาแถวๆบ้านผมเขากลํบมาดำกันเยอะเลย ใช้วิธีลงแขกเอาแรงกัน คนรับจ้างไม่มี จ้างรถดำก็แพง
  
  
  

 
   นาต้นทุนต่ำผม ข้าวงอกดีมากปีนี้ ไม่ต้องได้ซ่อมเยอะ รู้สึกว่ามันจะถี่ไปด้วยซ้ำน่ะ




 โอ้โห้...ฝนตกอย่างหนักน้ำท่วมข้าวโพดผมเลย  กำลังจะได้ต้มกิน  ผักใหญ่เม็ดเต็มเลย 60วันเป๊ะ เลย รวดเร็วทันใจ ไม่รู้จะหวานรึปล่าว...
ผมว่าแล้วปลูกข้าวโพดหวาน ขายเองนี่แหละไม่ต้องวุ่นวาย ผมใส่ปุ๋ย1ครั้งเองน่ะ หาที่ดอนสัก2ไร่แล้วก็ทยอยปลูกทีละ1งาน สิบวันปลูกครั้งนึง หมุนวนไปเรื่อยๆ รอบต่อไปผมจะปลูกข้าวโพดสีม่วงให้ดูกัน ผมถามพี่สาวแฟนที่อยู่ อตลด.เขาปลูกทั้งสองอย่าง แกบอกว่าสีม่วงขายดีมาก...น่าสนจะไหมพี่น้อง...



  

  อ้๊ย ย่ะ.... และแล้วก็เก็บ ข้าวโพดข้าวเหนียวมานึ่งเพีื่อที่จะชิม ของที่เราปลูกเองกับมือ บ๊ะ หวานครับพี่น้อง คุ้มค่ากับลงทุนปลุกแฮะ ถ้าได้ใส่ปุ๋ยขี้ไก่มันจะหวานกว่านี้ครับ เหนียวนึบๆ นั่งดูทีวีกินไปดูไปเพลินเลย( ทางเหนือบ้านผมเขาจะไม่ต้มน่ะครับ ถ้าต้มมันจะจึดส่วยใหญ่เขาจะนึ่ง) ใครที่จะปลูกขายลองปลูก สีม่วงของเจียไต๋ดูเด้อ.... ถ้ามีวัวก็เอาลำต้นมันให้วัวกินคงจะดีมากเลยหรือถ้ามีเครื่องบดก็บดเอาไปทำปุ๋ยหมักคงจะเยี่ยมเรย...

  

 

  

   ข้าวหอมเจ็ดบ้านผม โดนหอยกินครับมันเป็นปัญหาโลกแตกของชาวนา ปีก่อนนกปากห่างมันมาช่วยกินแต่ปีนี้ไม่มาสักตัวเลย ทำให้น้องหอยกลับมาระบาดอีกแล้วครับ ข้าวกำลังแตกกอกำลังงาม ผมเก็บออก 7ถังเบอร์16 น่ะ ยังไม่หมดครับ มันเกิดในร่องน้ำข้างๆนั่นแหละ เก็บไปทำน้ำหมักสุดยอดครับ

  
  
  

 วันที่ 5-10/08/60 ก็เดินทางกลับบ้านไปตัดหญ้าตามคันนา ก็ไม่มีอะไรครับข้าวก็งามขึ้นมาเรื่อยๆ ดูแล้วน่าจะงามเกินไป มีหวังล้มครับ
  

  รูปด้านล่างเป็นนาดำ ของเพื่อนบ้าน งามมากครับ ค่าปักดำ+ถอนกล้า 1700 บาท/1ไร่ ผมไม่รู้ว่าถูกหรือแพง แต่ก็มีคนจ้างมาปักดำหลายจ้าวยุ ส่วนใหญ่คนในหมู่บ้านผมก็หันมาใช้ระบบเก่าคือลงแขกเอาแรง ปีที่แล้วใช้ระบบจ้างแรงงานเจ้งสิครับ ชาวบ้านเขาจะเอาเงินที่ไหนมาจ้างกันผมอธิบายให้เขาว่าข้าว กก8 บาท คุณยังจะจ้างกันอีกหรือทำไมไม่ลงแขกกันล่ะ  ... เออ ปีนี้เขาก็ลงแขกเอาแรงแฮะ  คือระบบเศรษฐกิจมันเจ้ง ล่มสลายการค้าการขายมันไม่ดี ระบบทุนนิยมมันเป็นยังงี้แหละ... แต่ว่าระบบห่วงโซ่อาหารมันไม่ได้พังนิ ข้าวปลาอาหารมีให้กินเหมือนเดิม แถมยังไม่พอเยอะกว่าเดิมอีกข้าวมีเพียบ มะนาวเพียบ สัปประรดเพียบ กล้วยก็เพียบ ลำไยเพียบ ไม่ต้องซื้อกินไง แจกๆๆๆๆ แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ ไม่ต้องเป็นกังวลเลย ข้าวปลาอาหารเพียบ ไม่มีคำว่าอดอยากหรอก  บ้านเรามันอุดมสมบูรณ์กุ้งหอยปูปลามีเพียบ ที่ไหนไม่มีกุ้งหอยปูปลาแสดงว่าใช้สารเคมีกันทั้งตำบลทั้งหมู่บ้านละสิ เลิกใช้มันซะสารเคมี...แล้วหลายๆสิ่งหลายๆอย่างมันจะกลับคืนมา
  

  

  

 
  
 
  
  มาดูข้าวหอม7บ้านกันต่อเรย...ผ่านไป47วัน ข้าวก็งามเขียวเชียว โตวันโตคืน ถูกใจครับ ยังไม่พบโรคมารบกวน

 
 

    เมื่อเช้าผมตื่นมาตี5 นั่งดูข่าวเกษตรกร ช่อง9 รัฐบาลก็กำลังรณรงค์ให้ปลูกข้าวอินทรีย์ ให้ได้หลายๆล้านไร่  ผมนินั่งขำ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไร แหมสมัยก่อนมีการส่งเสริมให้ปลุกข้าวที่ตอบสนองปุ๋ยและยา จนฝังรากลึกขุดไม่ออก ที่มากกว่านั้นคือสารเคมีตกค้างตรวจเมื่อไรที่ไหนก็เจอๆๆๆ และแล้วต่างประเทศเขาก้ไม่ซื้อ

  
   ข้าวหอม เขาก็โตเรื่อยๆ ใบเขาจะใหญ่ๆ เราก็ตามดูเขาไปเรื่อยๆ โซนแถวๆบ้านผมเขาจะไม่ใช้สารเคมีน่ะ ยกเว้นตอนต้นกล้าอยู่บนแปลงเวลามีเพลี้ยเขาก้พ่นกันนิดหน่อย แต่พอดำเสร็จข้าวตั้งตัวได้แตกกอเขาก็จะปล่อยยาวๆๆไป จะใส่ปุ๋ยตอนข้าวท้องแค่ครั้งเดวพอ...



 ข้าวหอมเจ้ดบ้านมันงามเกินไปมั่ง

 

  สวัสดีครับ  ก็มาอับเดท ข้าวให้ดูอีกแล้ว กลับบ้านนอกเพิ่งมาเมื่อเช้านิเอง.... นาต้นทุนต่ำของผมข้าวงามเกินไปครับ ผมเดินอยู่บนคันนาถ่ายรูปข้าวยังสูงเกือบท่วมหัว บางจุดก็ท่วมหัว บางจุดก็ล้มไปแล้ว มันเป็นข้อเสียของข้าวพันธ์ กข.15 เลยน่ะเนี่ย นี่ถ้าหากว่าลมหนาวมาน่ะรับประกันได้เลยว่า ล้มติดดินแน่นอน  ช่วงนี้ข้าวก็ออกดอกอยู่ในช่วงผสมเกสร หากท้องฟ้าปิดในช่วงเช้าก็จะไม่เป็นผลดีแน่ๆ  แต่ที่บ้านผมมีฝนตกด้วยละสิ...  

  


 

 

  ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยการ สานข้องใส่ปลาดีกว่า ข้องใส่ปลาเป็นอุปกรณ์ที่ยังต้องใช้กันอยู่ สำหรับคนที่ไม่ชอบความยุ่งยาก ก็ไปซื้อตามร้านค้าก็รวดเร็วทันใจดี แต่ผมขอลงมือทำเองดูก่อนว่าดีหรือไม่ดี สวยหรือไม่สวย ผมกลับบ้านนอกอุตส่าเหลาตอกมาจากบ้านนอกเพื่อที่จะซ้อมฝีมือ... ไปขอไม้ไผ่ที่ลุงเขยเขาตัดมาทำไซดักปลา เอามาเหลาๆๆๆๆตอก เอามาซ้อมฝีมือ ย้อนไปตอนที่พ่อผมยังไม่เสียแกจะเก่งมากเลย ฝีมือสวยด้วยน่ะ ข้องที่แกสานไว้เหลืออยู่2อัน  เมื่ออาทิตย์ก่อนพังไปอันนึง ผมก็เลยนึกขึ้นมาได้ อ้าวตายห่าละ ต้องหัดสานข้องใส่ปลาซะหน่อย ตัวแรกในชีวิตเลย...มาดูกัลเลย..





  แล้วก็ทำการสาน ตอนขึ้นต้นมันจะยากครับ ตอกจะต้องเหลาให้มีความแข็ง-อ่อน ให้เสมอกันน่ะครับ และถ้าจะให้ดีต้องเอาเฉพาะผิวส่วนนอกของไม้ มาทำเป็นตอกมันจะได้ความเหนียวกว่า นี่ผมก็เหลาเอาแบบธรรมดามันคอยจะหักครับ ไผ่ที่ควรจะเอามาสานต้องไผ่ชนิดข้อสั้นๆ ถ้าข้อยาวมันจะหักครับข้อสำคัญต้องเหนียวๆ ถึงจะดี ได้ประสบการณ์ตรงน่ะ
 


   สานไปเรื่อยๆคอยแต่งทรงให้งามๆ ผมมือใหม่หัดขับ สานผิดสานถุกลายสาม ลายสอง ยกสองข้ามสาม เขาทำยังไงยัง งงๆยุ๊ เอาเป็นว่าสานๆๆๆๆ
 




 เมื่อสานมาความยาวประมาณ15เซ็น ทำคอมันกิ่วๆคอดเล็กลงพองามๆ เราก็ไปหากะลามะพร้าวหรือถ้วยตราไก่มาสวมลงตรงกลางปากข้องแล้วก็หาวิธีมัดเชือกแล้วก็ดึงๆๆๆให้ส่วนของปากข้องบานออก




  จากนั้น ก็ทำการพับขอบ วุ่นวายมากเลย ผมไม่เข้าใจว่าเขาพับยังไง ดูจากที่เขาพับขอบตะกร้าก็ยัง งงๆยุ ก็เลยออกมาดังที่เห็นนี่แหละ พับไปหักไปเอาน้ำพ่นไปด้วย ตอกยืนมันต้องใช้ผิวไม้เท่าน้ันและก็สานตอนตอกยังไม่แห้งน่ะครับ ก็ถือว่าได้ประสบการณ์ตรงๆ




  อันนี้เป็นฝีมือ คุณพ่อผมท่านไว้ให้ลุกหลานใช้เหลือไว้ให้เป็นที่ระลึก1อันสุดท้าย แต่ผมไม่เอามาใช้หรอก ฝีมือสวยใช้ได้....
 


  เมื่อพับขอบเสร็จแล้วก็หาพลาสติกแบนๆที่เขาใช้รัดกล่อง มารึดที่ขอบให้แน่นๆ+สวยงามด้วยน่ะ
 

 


 สวัสดีครับ เพื่อนพี่น้องที่ทำนาและไม่ทำนา  วันนี้มาอับเดท นาต้นทุนต่ำของผมให้ดูกันหน่อย หลังจากที่รอคอยมาหลายเดือน ก็ถึงเวลาที่ข้าวเขาออกรวงมาให้เห็นแล้วก็แก่ได้ที่แล้ว ถึงเวลาเก็บเกี่ยวกัน ไม่ต้องรอราคาเกี่ยวเลยไม่ต้องฟังเสียงใครๆทั้งสิ้น ข้าวมะลิ กข15 ความหอมมีไม่มากเท่า กข105 เกี่ยวขายให้ โรงสี เก็บไว้สีกินเองอีกนิดหน่อย+หมูหมากาไก่เป็ดหนุ เผื่อแผ่ให้สัตย์เล็กสัตย์น้อยให้เขาได้กินกันมั่งที่เขาได้เกิดมาบนโลกใบนี้...แม่นบ่

  

  บ่ายๆวันนี้จะเกี่ยวเลย นัดรถเกี่ยวไว้แล้ว เกี่ยวเสดก็ให้เขาขนไปท่าข้าว ไม่ต้องไปตากมันหรอก เมื่อย หนัก เหนื่อย เป็นอะไรที่ผมไม่ค่อยจะชอบสัก
เท่าไร
  
  
  
  

  ราคาข้าว ก็เป็นไปตามที่เห็นละครับ มะลิ กข150/15  ที่ อ.พาน จ.เชียงราย  แบ่งไว้กินอีกนิดนึง คงจะประมาณ 15-20 กระสอบปุ๋ย กับการทำนาแบบ ลดต้นทุนตามแบบฉบับของผม ไม่ได้ดูแลอะไรมากมายขี้ข้านอีกต่างหาก  เลียนแบบ ดร.แสวง  

  

  

  มาดูข้าวหอม7บ้านกันดีกว่า มันงามเก้นพี่น้อง สูงท่วมหัวเลย แล้วมันก็ล้มสิครับ มันสุกช้าครับสมกับเป็นข้าวนาปีจริงๆ ก็ต้องรอดูครับ

  

  


     มาดูข้องกัลต่อเรย...หลังจากที่มัดขอบปากข้องเสดแล้ว งามมั่งไม่งามมั่ง ชั่งมันขอให้แน่นๆก็พอ  แล้วก็ทำตีนข้อง(ไม่ใช่คำไม่สุภาพน่ะ) ตามรูปแล้วก็เสียบลงไปที่มุมล่างทั้งสี่มุมเวลาวางจะได้ไม่ล้ม

    


    
   จัดการพ่นสีซะเรย





    ต่อไปก็ สานงาข้อง อันนี้ไม่ยากครับผมเคยทำหลายอัยยุ๊ พ่อสอนไว้ จริงๆอยากได้ตอกมาสานมากกว่าแต่ใน กทม.ไม่มีตอกก็เลยลองเอาพลาสติคที่รัดกล่องมาลองทำดู เอามันก็ใช้ได้น่ะ แต่ว่ามันไม่เข้ากับบรรยากาศ ไม่คลาสสิกสักเท่าไหร่ ....
  

 


  เสด แล้วงาข้อง มันต้องใช้ตอกทำถึงจะได้อารมณ์น่ะ
  
  

  เรียบร้อยครับทั่นผู้ชม กันโปรเจ็ค สานข้องใส่ปลา งามมั่งไม่งามมั่ง ก็เป็นการอนุรักษ์งานฝีมือแบบโบราณ หากว่าเราไปซื้อเอา ผมว่ามันง่ายเกินไป หากว่ามันไม่มีขายหรือไม่มีเงินซื้อแล้วคุณจะทำยังไง?
  

  โอ้..โห้.. ข้าวหอม7บ้านผม งามเกินไปล้มไม่เป็นท่า เสียหายรวงข้าวไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร แม่แอบเกี่ยวให้นิดนึง เด่ววันเสาร์เกี่ยวจริงตาก4แดด สี่เป็นข้าวสาร แล้วก็จะได้รู้กันว่า ข้าวหอม7บ้าน มันหอมจริงสมคำร่ำลือ อะป่าว ใกล้
  
  
  

หลังจากที่ลงไปเก็บเกี่ยวยุหลายวัน กับข้าวหอม7บ้าน ที่ผมทดลองปลูกก็จบลงโดยดีแต่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ....  1.ข้าวงามเกินไป ต้นข้าวล้มซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปรกติ สูงร่วม2เมตร   2.เรื่องของธรรมชาติฟ้าฝนตกมากเกิน   3.ส่งผลให้เม็ดข้าวไม่เต็มร้อย  เด๋วผมมีภาพบรรยากาศมาให้ดู.....





   เวทีพร้อม ข้าวตากไว้3แดด ก็ได้เวลาฟาดข้าว ภาษาบ้านผมเรียกว่าตี๋ข้าว สิ่งที่ได้จากการฟาดข้าวคือเม็ดข้าวจะไม่แตกหักเหมือนใช้รถเกี่ยว
  

  

   อันนี้เป็นอุปกรณ์ในการช่ายขนมัดข้าวใช้แรงในการหาบ ขนได้10-12มัด หากแข็งแรงก็ใส่เยอะๆก็ได้ บ้านผมเรียกว่า หลาวหาบข้าว เอาไม้ไผ่ที่แก่ๆมาทำเหลาปลายทั้งสองด้านให้เรียวแหลมแล้วก็ทำขาตั้งให้สูงพอประมาณ แค่นี้แหละตรงไหนรถลงไม่ได้หลาวเขาก็เป็นพระเอกเลย ภูมิปัญญาของคนโบราณใช้ได้เสมอครับ
  


  บ่ายๆก็เสดตักใส่กระสอบปุ๋ยเรย....(แอบใช้แรงงานแม่อีกแล้ว)
  

  อีกวันนึงก็ตื่นตีห้า ลุยเลยอากาศกำลังเย็นสบาย16องศาไม่ค่อยเหนื่อยเหมือนทำงานตอนกลางวัน พอถึง7โมงก็ได้งานอีกตั้งเยอะ



   พอสายๆก็ฟาดข้าวเสด ปล่อยให้แดดเผาให้เศษใบข้าวให้แห้ง จากนั้นก็ทำความสะอาด ใช้เครื่องตัดหญ้าติดใบพัดลมเป่าๆๆๆ แป๊บเดวเสด


 


  ตักใส่กระสอบปุ๋ย ค่ำพอดี หน้าหนาวทางบ้านผมนิ 5โมงเย็นตะวันลับเขาหายไปเลย บางทีทำงานกำลังมันมึดอีกแระเออ....กลางวันสั้นกว่ากลางคืน

  
   สรุป ข้าวหอม7บ้าน ปลูก 1.3ไร่ ได้ข้าว 21 ถุงปุ๋ย(ประมาณ25-28 กก/1ถุง)  วันถัดมาก็เอาไปสีเลยอยากจะรู้ว่ามันหอมจริงรึป่าว.....
เออวะ เม้ดข้าวสารใหญ่ยาวกว่า กข6 แฮะ
  

   มันเป็นข้าวที่ผมพอใจระดับนึง เม็ดใหญ่และยาวกว่า กข.6 คล้ายๆกับ กข.10





   และแล้วก็เอามานึ่ง ชิมดู ป๊ะมันมีกลิ่นหอมแฮะหอมเหมือนข้าวเหนียว กข6  เนื้อข้าวจะนุ่มรู้สึกได้ว่าเคี้ยวหนึบๆหวานนิด....โอ้ไม่ผิดหวังครับหลังจากที่รอคอยมาตั้งหลายเดือน
  
  

   แล้วก็เอาไปทำเป็นข้าว นึ๊กงา(ภาษาคำเมือง)ก็คือข้าวผสมงาคือต้องใช้งา ขี้ม้อนใหม่ๆ มาโขกให้ละเอียดใส่เกลือไปนิดนึง จะได้กลิ่นหอมของงาแล้วก็
ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
 

   ได้ข้อสรุปว่า ข้าวหอม7บ้าน เอามานึ่งแล้วอร่อยกว่า ข้าว กข6 ; กข10 นุ่มกว่าเหนียวกว่า เม็ดใหญ่ยาวกว่า ปีหน้าปลูก4ไร่เอาไว้กินในครัวเรือน เดวจะลองเอามาทำข้าวแต๋น ทดลองดูก่อนว่าเวลาเอาไปทอดข้าวมันจะพองตัวดีไหม พูดถึงข้าวแต๋นผมซื้อตามศูนย์โอถอป1ถุง=20บาท(มี5ชิ้น) แม่ผมบอกว่าข้าว1ลิตรทำข้าวแต๋นได้ประมาณ50ชิ้น เออก็ไม่เลวน่ะผมก็ชวนแม่ทำแม่ก็ตอบว่า 1.น้ำอ้อยมันแพงน่ะถ้าไม่ใส่มันก็ไม่แซ๊บ2.ต้องใช้น้ำมันทอดเยอะน่ะ .....เออ มันเป็นเรื่องราวของต้นทุนสิน่ะ  งานแรกก็ทดลองดูว่าดีหรือไม่.....


    เงียบหายไปหลายวัน ไม่มีอะไรมาอัปเดท เดี๋ยวรอมีดอีโต้ กำลังเดินทางมา พ่ออุ้ย ท่านตีให้4เล่ม เหล็กแหนบ 2ชิ้น ไม่รู้ว่าจะสวยงามถูกใจผมไหม พ่ออุ้ยอายุ 82แล้ว แต่ยังแข็งแรง ตีมีดได้ เออ....รอๆๆๆๆๆ เตรียมไม้ทำด้ามไว้แล้ว มีดอีโต้

    มาแล้ว มีดอีโต้ เอาไว้ตัดไม้ไผ่ หรือตัดโน้นนี่นั้น สารพัดที่จะนำไปใช้งาน ปีก่อนเคยทำไว้1ด้าม แต่มันหนักอันใหญ่เกินไป  อันนี้พอดีเลยไม่ใหญ่ไม่เล็กเหมาะมือ เน้นจักตอกเป็นหลัก ด้ามที่ติดมาไม่สวยเลยไม่ถูกใจ ทำใหม่เอาให้ดูดีหน่อย

    

      

   เห็นไหม....ใช้เวลาไม่นาน ผลงานออกมาก็น่าพอใจ  ใส่ปอกเหล็ก ที่หัว-ท้านของด้าม ด้วยมันจะได้ทนๆ เวลาฟันไม้แข็งๆ ด้ามจะไม่แตก

  

  

  นั่งดูข่าวของคุณเปรม ตอนที่ตากล้องถ่ายให้ดู ผมก็ดูด้วยสนใจ ผมก็มองเห็นอุปกรณ์อันนึง บ๊ะสวยแฮะคุณเปรมเอาติดไปด้วย มันคือ ปอกใส่มีด ทำจากหวายมีเบ็ดที่ใช้ปักหาปลาด้วย  แล้วอุปกรณ์นี้ก็ จี๊ดเข้ามาในสมองผม  ม๊ะ มาทำปอกใส่มีดอีโต้ กัน  ขอออกตัวก่อนน่ะว่าเป็นครั้งแรกที่ลงมือทำ งามหรือไม่งามค่อยว่ากัน แล้วก็ไปขอพลาสติคที่เป็นเส้นแบนๆมาไปขอพี่ที่ทำรับเหมาก่อสร้าง มัดโถชักโคลก(โถขี้..555 )ก็มานั่งคิดว่ามันจะเริ่มต้นยังไง ก็เลยคิดต่อไปได้เศษไม้มาตัด กว้าง 1 * 3.5 นิ้ว
  

  

  
   พลาสติคที่มัดโถขี้ สีส้มมันแข็งวะ ถ้าสีดำมันจะอ่อน ก็เลยต้องใช้วิธิตอกตะปูติดไม้ไว้ จากนั้นก็เอาลวดสานไขว้ล๊อคไว้วนๆ2รอบ จัดช่องไฟให้พอดีๆ ถ้าเป็นหวายน่าจะทำได้ง่ายกว่าน่ะ....ปล ไม่มีใครถามเลยรึ?

   จากนั้นก็ทำการสาน วนๆไปเรื่อยๆจัดระเบียบเพื่อความสวยงามด้วย น่ะจร๊ะๆๆๆๆ

  


    พอสานได้ความยาวตามต้องการ จากนั้นก็สานตรงส่วนของปาก ต้องทำให้บานๆหน่อยนึงเวลาเอามีดเสียบลงไปจะได้ง่ายๆ แล้วก็พับส่วนที่เหลือ+ตัดให้พอดี แล้วก็หาไม้มาเหลาบางดัดให้โค้งงอ แต่ถ้าได้หวายจะดีมักๆ ทำการมัดตรงขอบให้มีความแข็งแรงเป็นวงกลมหรือวงรี ก็แล้วแต่ชอบแล้วแต่มัก..




  

  เมื่อทำขอบปากแล้วหน้าตาก็เป็นจังซี่เด้อพี่น่อง...เป็นอันเสด งามหรือบ่งามแล้วแต่ฝีมือ ของใครของมันเด้อพี่น่อง...
 

 

      อันนี้เป็น เวอร์ชั่นแก้ตัว อันนี้เล็กลงมาหน่อยนึง อันแรกกว้าง 3.5 นิ้ว  อันที่2 กว้าง3นิ้ว  น่าจะพอดีกับมีดด้ามเล็กของผม ก็ทำการสานๆๆๆ แต่การสานข้อนข้างจะยุ่งหน่อย พลาสติกมันรื่น ต้องคอยเอาพลาสติกเส้นเล้กๆลั้งไว้




    สานๆๆๆๆ ใช้เวลาไม่นานก็สานเสด ทำการดึงซ้ายดึงขวาให้รูปทรงมันงามๆ ผมก็สานมั่วๆลาย1ลาย2 ผสมปนเปมั่วๆกันไปเอาให้มันแน่นเข้าไว้ก่อน





    คนที่เขาอยู่ ตจว.เขาจำเป็นต้องใช้น่ะ เวลาปืนต้นไม้มันจะต้องเอามีดเสียบลงไปในฝักมือแล้วก้ใส่เข็มขัดให้เรียบร้อย จากนั้นก็ปืนๆๆๆขึ้นไป กิ่งเล็กกิ่งน้อยที่มันเกะกะ ก็จัดการตัดทิ้งไป ปืนขึ้นไปจนถึงปลายต้นไม้โน้น จากนั้นก็ต้ดๆๆๆๆ ตามใจชอบ เวลาเสียบมีใสฝักก็เอาให้ตรงรูมัน กองเชียร์ที่อยู่ข้างล่างก็ไปอยู่ไกลๆน่ะ หากว่าเสียบมีดไม่ตรงฝัก ตกใส่คนที่อยู่ข้างล่างยุ่งเลยน่ะ สิบอกห่าย.....ผมเห็นผู้เฒ่าผู้แก่บ้านนอกเขาใช้ฝักมีดกันทุกๆบ้านน่ะ  ทางภาคอื่นๆใช้กันบ้างไหม.
    มีดที่ใช้เดินป่าสวยๆก็ใช้แค่ตัดกิ่งไม้ที่มันเกะกะ ถ้าเอาไปตัดไม้ที่กิ่งใหญ่ๆมันไม่ค่อนดีน่ะตัดได้ไม่ดีเพราะว่าคมมันแอ่น(เข้าใจคำว่าแอ่นไหม?)มีดที่ใช้ล้มต้นไม้คมมันจะต้องโค้งเข้าด้านในนิดๆเวลาสับลงไปที่ท่อนไม้ มีดมันจะไม่ค่อยกะเด้งออกแต่ถ้ามีดที่คมมันแอ่นๆมันจะเด้งออก  เขาใจง่ายๆก็คือพท.สัมผัสเนื้อไม้มันต่างกัน เข้าใจบ่
      
     ช่วงนี้ชาวเกษตรเราเงียบเหงากันจัง!!!!! คงเป็นเพราะสถาวะเสดถะกิดไม่ดีมีหนี้สินอีรุ่งตุงนัง หากว่าใครไม่เป็นหนี้ก็อย่าริ!ไปกู้ยืมเขามา เงินทองเป็นสิ่งนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้ ผมว่าต้องใช้วิธีรับจ้างเอาดีกว่า จะได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่ที่ความสามารถ+ฝีมือ เรื่องที่จะไปกู้มาลงทุนทำโน้นนี่นั่น อย่าเลยครับเสี่ยงกับการเจ้งๆๆๆๆๆ ใช้วิธีเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆตอนเย็นเคยกินเบียร์2ขวด ก็ลดเหลือยาดอง2เป๊ก เวลามีปัญหาขึ้นมาเราหันหน้าไปยืมใครไม่ได้หรอกแม้แต่พี่น้องที่คลานตามกันมา จะไปยืม ธกส.เขาก็มีเงื่อนไง....เยอะไปหมด  จะหันไปกู้นอกระบบอันนี้ง่ายแต่โหด เพราะฉะนั้นเราต้องลดความสำคัญของเงินลงมา ให้ความสำคัญเรื่องข้าวปลาอาหาร ปลูกทุกอย่างที่กินได้ ให้มันมีกินทุกๆมื้อ ไปดูในยูทูบ คนไทยที่ไปทำงานในฟาร์ม อิสราเอล เขาก็ปลูกทุกอย่าง พืชผักผลไม้เขาสามารถส่งออกไปขายยุโรปได้โดยง่าย ประเทศเขาใกล้ไง แต่บ้านเราจะขายให้ใคร ค้าขนส่งก็แพงกำไรไม่เหลือเจ้งๆๆๆรัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องเงินๆทองๆมากเกินไป บังคับใช้ทั่วแผ่นดิน ผลที่ตามมาคือต่างคนต่างไม่จ้างคนที่เคยจ้าง5คนก็ลดลงเหลือ3คน จ้างตามความเหมาะสมของงานนั้นๆผู้ที่จะจ้างงานก็คิดแล้วคิดอีก ผลสุดท้ายไม่จ้างดีกว่าทำเองก็ได้ เจ้งๆๆๆๆคนที่ผลิตของมาขายก็ขายไม่ได้ขายไม่ออกเจ้งอีกเพราะคนที่มีอาชีพรับจ้างไม่มีใครจ้าง,,,,,,เป็นไง ผมไม่ได้เรียนด้านวิเคราะห์มาน่ะ แต่ผมมองเห็นตามที่ไปเห็นมา!!!!!! อ้าวๆๆว่ากันไปตามสถาวะภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่นั้นๆ ขี้เกียจบ่นแระ



   กลับบ้านเมื่อต้นเดือน มีค. ก็ทำภาระกิจคือ เข้าด้ามมีดตอนทำด้ามอยู่ กทม.พอมีเวลาก็ปิ๊กบ้าน ตามมาดูการเข้าด้ามมีด ถ้าเป็นแบบทันสมัยก็ใช้กาวอีพีอกชี่  แต่ผมจะเอาแบบโบราณคือใช้ขี้ครั่ง ย้ำขี้ครั่งจะต้องใช้ของปีนี้น่ะถ้าหากว่าใช้ของเมื่อ2-3ปีผ่านมามันจะไม่ค่อยดีน่ะคือมันจะไม่มีความเหนียว  แกะออกมาแล้วก็ใช้ไม่ทุบๆบดๆให้ละเอียด แล้วก็กรอกเข้าไปในรูด้ามมีดให้เต็มอัดๆให้แน่นๆ จากนั้นก็เอาเศษผ้ามาพันตรงส่วนโคนมีดพอประมาณแล้วก็ชุบน้ำด้วย+ จากน้ันก็เอาส่วนโคนของมีดเผากับเตาแกสหรือเตาถ่านก็ได้

  

 

   แมลงครั่ง มันเป็นเพลี้ยชนิดนึ่ง มันดูดกินน้ำเลี้ยงกีืงอ่อนไม้ ฉำฉาเป็นอาหาร  สมัยเป็นเด็กไปช่วยพ่อเอาแม่พันธ์ไปปล่อย ที่ต้นฉำฉา ช่วงเกี่ยวข้างเสด
 ต้นฉำฉาบางต้นมันก็ไม่กินน่ะ สงสัยไม่อร่อยมั่ง
  
   ต่อไปก็จะมาพูดถึง กะลามะพร้าว กะลามะพร้าวที่แก่สีน้ำตาล(แก่กะโหลกกลาก็ไม่ได้เรื่องเด้อ)เราก็นำมาใช้ประโยดได้เหลายอย่างน่ะแล้วแต่ว่าใครจะเอาไปแปลเปลี่ยนเป็นเงินเป็นทองได้มากน้อยสักเพียงใด คนที่ไม่มีฝีมือหรือขี้ข้านก็เอาไปทำฟืนน่ึงข้าวเหนียวก็ยังดี  กะลามะพร้าวสมัยก่อนเขาจะเอาทำกะบวยตักน้ำไว้ดื่ม แถวทางเหนือบ้านผมนิยมใช้กันมากๆ ปัจจุบันก็ยังใช้กันอยู่น่ะเวลาไปไร่ไปนาเขาก็จะเอากะบวยไปด้วย แล้วแก้วพลาสติกไม่ใช้บ้างรึ..ก็มีบ้างเป็นบางครั้งบางคราว ทำไมร่ะ เพราะว่าแก้วพลาสติกหูมันสั้นเวลาตักต้ำในกระติกมือก็อาจจะจุ่มลงไปในน้ำด้วยถ้าหากไม่ระวัง บางคนก็ไปฉี่มามือจับไอ้จู๋มาล้างก็ไม่ล้าง ยังมาจับแก้วน้ำตักดื่มอีก โอ้ยๆๆๆแซบหลาย .... แก้วพลาสติกพอตักน้ำตื่มหลายๆคนเข้ามันก็จะมีกลิ่นคาวบางคนก็สูบบุหรี่มาก็เหม็นมักๆ จะอ้วก ใครเคยมั่งเคยมีประสบการณ์เหมือนผมป่าว .... ทีนี้กะบวยล่ะมันมีด้ามยาวๆนิ โอกาสมือจะมุดน้ำในกระติกแทบจะไม่มีเลย กลิ่นของกะบวย เขาจะมีกลิ่นหอม ยิ่งเวลาเอาไปย่างรมควันไฟไว้ยิ่งจะมีกลิ่นหอมเวลาเอาไปใช้ตักน้ำตื่มหลายๆคร้งมันก็จะมีกลิ่นคาวปากเหมือนกัน แต่ว่าเราก็เอามาย่างไฟกลิ่นคาวก็จะหายไป ... เห็นไหมข้อดีของ กะบวยที่ทำจากกะลามะพร้าวๆๆๆๆ   ตามมาดูผมจะทำ กะบวยให้ดู ตามมาเรยๆๆๆๆๆๆๆ
 

   เสา-อิทิด ไม่ได้เฮ็ดงาน นั่งขูดกะลา มะพร้าว ย้ำก่อนที่จะลงมือต้องเอาไปแช่น้ำก่อนน่ะไม่งั้นมันจะแตกได้ง่ายแช่น้ำไว้1คืน ค่อยๆแทะเล็มขัดๆถูๆ ใช้ความใจเย็นเป็นที่ตั้ง ไม่งั้นแตก

  
  

   จากนั้นก็มองหาเหลี่ยมหามุมว่าจะใส่ด้ามตรงไหนดีให้มีความสวยงามด้วย เมื่อได้มุมแล้วก็เอาสว่านมาเจาะรูเล็กๆ สี่ซ้าห้ารู แล้วก็เอาสว่านดอกใหญ่เจาะตรงกลางให้มันเป็นรูโบ๋  หากว่าใช้สว่านดอกใหญ่เจาะครั้งเดวเกรงว่ามันจะแตก ต้องใจเย็นๆ
    
    
    
    
    จากนั้นก็ท่องนะโม3จบ อย่าแตกน่ะๆๆๆ ค่อยๆใช้ปลายมีดเหลาตอกอันแหลมคมเเทะออกทีละนิดๆ จนได้รูสี่เหลี่ยม หรือจะเป็นสามเหลี่ยมก็ม่ายว่ากัล..
 ไม่ต้องรูใหญ่มากน่ะ 1/2 นิ้วก็พอ
  
  

   หาไม้เนื้อแข็งมาทำด้ามไม่ได้ ก็เอาไม้สนนี่แหละเอามีดเหลาๆๆสองสามทีก็ได้แล้ว ไม่มีความแข็งเอาซะเลย ก็แล้วแต่ว่าจะทำด้ามให้สวยหรือสวย จะเอาแต่ตักน้ำได้ก็แล้วแต่น่ะครับ แล้วก็บากไม้เป็นเดือยสี่เหลี่ยม ให้พอดีกับรูสี่เหลี่ยมตัวกะลา







   หลังจากที่เหลาด้ามเสด ก็ลองเสียบเข้าดูอย่าให้มันหลวมน่ะ เอาให้ฟิตๆเลย จากนั้นก็ทำตัวล๊อคแกน เอาไม้ชิ้นเล๊กๆมาเจาะรูสี่เหลี่ยม (มันมีชื่อเรียกอยู่น่ะแต่ผมลืมว่ามันชื่ออิหยัง)

  
  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 09, 2018, 11:45:43 AM โดย zuddum » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: