หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แนะนำสัตว์เลี้ยงที่สามารถสร้างเงินได้ เลี้ยงง่ายได้เงินเร็ว  (อ่าน 1256 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ufaforwork1
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« เมื่อ: มิถุนายน 29, 2017, 06:52:20 PM »

ทุกคนคงสงสัยแล้วใช่ไหมคับว่าคือตัวอะไรกันแน่ที่จะนำเงินมาได้เร็วและเลี้ยงง่ายด้วยแทงมวยออนไลน์คำตอบคือเม่นแคระคับ เม่นแคระเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ ราคาขายกันอยู่ประมาณ 300-600 บาทต่อตัวครับสมัครแทงมวยออนไลน์ซึ่งการดูแลก็ง่ายแสนง่าย เพียงคุณมีกะละมังสีเหลี่ยมหรือสถานที่ที่ไม่ใหญ่มากก็สามารถเลี้ยงเจ้าเม่นแคระได้เเล้ว อาหารสำหรับเม่นแคระนั้นคืออาหารแมวครับ เลี้ยงง่ายมากเลยคุณแทบจะไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย เพียงแค่รอเติมอาหารและนำเท่านั้นเอง เม่นต้องท้องได้เมื่ออายุ 3-4 เดือนครับ และท้องอีก 35 วันก็คลอดลูก ลูกเม่น 2 เดือนก็สามารถขายได้เเล้วครับ ผมเพียงมาแนะนำสัตว์เลี้ยงที่สามารถเลี้ยงง่ายและขายได้ในเวลาอันสั้น หวังว่าเพื่อนๆ คงชอบกันนะครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 167


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2017, 12:13:10 PM »

ยิ่งเลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ได้เร็ว ขายได้ในราคาดี แต่ตลาดคงวายเร็วเช่นกัน หึหึ

เมื่อตลาดถึงจุดอิ่มตัว วิธีหนึ่งคือขยายฐานผู้เลี้ยงให้กว้างขึ้น เพื่อให้ตลาดยังคงเดินหน้าได้ต่อ และสามารถลดปริมาณไปได้ในตัว เหอะๆ
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1826


« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2017, 12:12:21 PM »

ยิ่งเลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ได้เร็ว ขายได้ในราคาดี แต่ตลาดคงวายเร็วเช่นกัน หึหึ

เมื่อตลาดถึงจุดอิ่มตัว วิธีหนึ่งคือขยายฐานผู้เลี้ยงให้กว้างขึ้น เพื่อให้ตลาดยังคงเดินหน้าได้ต่อ และสามารถลดปริมาณไปได้ในตัว เหอะๆ

นี่แหละคือความชิบหายของวงการเกษตรกรรม ที่ทำให้เราสูญเสียส่วนสำคัญต่อการก้าวไปข้างหน้า

เมื่อคนรุ่นใหม่ๆ ที่พอมีกำลังสมอง  มีวิสัยทัศ  มีทุนทรัพย์ หลงติดกับการตลาดแบบไร้ความรับผิดชอบ  จนคนเหล่านั้นต้องวายวอด ล่มจม  ไม่มีอะไรเหลือ ( บางคนต้องสูญเงินเก็บที่ใช้เวลาหามาค่อนชีวิต ไปกับสิ่งเหล่านี้ )

สุดท้าย คนเหล่านี้ก็ต้องล้มหายไปจากภาคเกษตรกรรม  ......  เราสูญบุคลากรไปกับสิ่งเหล่านี้ เป็นจำนวนมาก ไม่รู้ต่อมากเท่าไหร่  ไม่ว่าจะต้องสูญไปกับ  เมล่อนโรงเรือน  นากหญ้า  กุ้งก้ามแดง  วัวหรูๆ

ปล.  ผมไม่ได้ว่าเม่นนะคับ อย่ามาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผมล่ะ  แค่ผมเสริมเม้นท์บน ให้เห็นภาพชัดๆขึ้น กับสิ่งที่เกษตรกรไทยต้องเผชิญกันมา
บันทึกการเข้า
tongtae
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2017, 08:45:25 PM »

โง่ จน เจ็บ ยังใช้ได้ตลอดในประเทศด้อยพัฒนา
บันทึกการเข้า
wichaii
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 584


« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2017, 11:22:22 AM »

เกษตรกรไทยเห่อตามแฟร์ชั่นครับไม่ลองไม่รู้เด๊๋ยวตายเอง
มะม่วงเอ่ย กล้วยน้ำว้าบ้าง มันสัมปะหลังคนขายพันธุ์ ปุ๋ย สารเคมีรวย เกษตรกรไทยตาย   ๆๆๆๆๆๆๆ


Liked By: teppatut, muslin2557
บันทึกการเข้า
kaew89
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2017, 05:36:24 PM »

เกษตรกรไทยเห่อตามแฟร์ชั่นครับไม่ลองไม่รู้เด๊๋ยวตายเอง
มะม่วงเอ่ย กล้วยน้ำว้าบ้าง มันสัมปะหลังคนขายพันธุ์ ปุ๋ย สารเคมีรวย เกษตรกรไทยตาย   ๆๆๆๆๆๆๆ
 จะไม่ให้เกษตรกรไทยตายได้อย่างไรครับ เวลามีปัญหาโรคพืช วัชพืช ก็มักจะไปร้านเคมีเกษตร เถ้าแก่ก็จะหยิบขวดสารเคมีให้แล้วบอกว่า "เอาหนี้ไป"เกษตรกรไทยก็เลยใช้ไม่หมดสักที"หนี้นะ"(มุกนี้มาจากอ.ธงชนะ พรมมิ)


Liked By: muslin2557
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 11, 2017, 06:00:17 PM โดย kaew89 » บันทึกการเข้า
คมสัญ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 30


« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2017, 08:59:01 AM »

เกษตรกรไทยเห่อตามแฟร์ชั่นครับไม่ลองไม่รู้เด๊๋ยวตายเอง
มะม่วงเอ่ย กล้วยน้ำว้าบ้าง มันสัมปะหลังคนขายพันธุ์ ปุ๋ย สารเคมีรวย เกษตรกรไทยตาย   ๆๆๆๆๆๆๆ
  จะไม่ให้เกษตรกรไทยตายได้อย่างไรครับ เวลามีปัญหาโรคพืช วัชพืช ก็มักจะไปร้านเคมีเกษตร เถ้าแก่ก็จะหยิบขวดสารเคมีให้แล้วบอกว่า "เอาหนี้ไป"เกษตรกรไทยก็เลยใช้ไม่หมดสักที"หนี้นะ"(มุกนี้มาจากอ.ธงชนะ พรมมิ) ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

อันแรก เกษตรกรเขาไม่ได้เห่อตามแฟร์ชขั่นหรอกครับ แค่เขาไม่รู้จะทำยังไง ไม่มีคนพาทำในวิธีที่ถูกต้อง พอเขามองเห็นโอกาส (แค่น้อยนิด) เขาก็ทำเพราะเขาคิดว่ามันน่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ เกษตรกรนะเขาไม่มีทางให้เลือกมากหรอกนะครับ ตอบตรงๆๆ ถ้าเขาฉลาดกันทุกคน(บางคนฉลาดมากครับ)เขาก็คงไม่เป็นเกษตรกรหรอกครับ เพราะมันลำบากมากๆๆนะ ถ้าเขาฉลาดเขาคงทำอย่างอื่นที่มันสบายและเงินดีกว่านี้ แต่เขาไม่มีทางเลือกขนาดนั้น อะไรผ่านเข้ามาให้เขาเห็นหรือมีคนแนะนำนิดหน่อย พอเขาคิดว่ามีความหวังเขาก็ทำแล้ว ดังนั้นน่าจะมีอะไรมีแนะนำ มาส่งเสริมในทางที่ถูกต้องน่าจะดีกว่า ไม่ใช่มาคอยว่าเขานะครับ...ผมก็เกษตรกรคนหนึ่งเช่นกัน


Liked By: tom_1993, muslin2557
บันทึกการเข้า
fullsolar
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2017, 11:41:23 AM »

้นไปได้ คะก่อนเลี้ยงต้องหาตลาดก่อนว่าบ้านเรามีแหล่งรับซื้ออะไรบ้าง ค่อยศึกษาความเป
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1826


« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2017, 05:11:23 PM »

สัตว์เลี้ยง ปล่อยมันไปเถอะ  เรามากินมาม่าเรื่อง " เกษตรกรไทยจน " กันดีกว่า

ผมขอ คู่ดีเบทเป็นกลุ่มๆ คนนะครับ ที่จะออกมาแสดงความคิดเห็น ซึ่งจะมีด้วยกัน 3 - 4 กลุ่ม  ( **** ย้ำนิดนึง ก่อนจะแสดงความคิดเห็นรบกวนแสดงตัวก่อนว่าตนเอง อยู่ในกลุ่มใหน *** )

**** การแสดงความเห็นเชิงดีเบท ไม่ได้มุ่งหวังเพื่อเอาชนะกันนะครับ รบกวนอย่ามุทะลุ หัวร้อน + การแสดงความเห็น ต้องมีการแสดงทัศนะคติของตนเอง ซึ่งอาจจะมีการคิดเห็นในเชิง วิจารย์ข้อด้อยของเกษตรกร ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องกระทบความรู้สึกของใครหลายๆคน แต่นั่นคือ แง่มุมของความจริงที่ตัวเกษตรกร และ ผู้ที่แสดงความคิดเห็นเองต้องยอมรับ เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลในการปรับตัวพัฒนาก้าวไปข้างหน้า ******

...........

ผมขอเปิดประเด็น " เกษตรกรจน " แบบแยกสเปคตรั้ม ( คือ ไม่เหมารวม โดยใช้ Sterio type ที่จะเอาคนกลุ่มหนึ่งที่ตนเองมีประสบการณ์สัมผัส มายัดเยียดว่าเป็นคนทั้งหมด  )

............

เกษตรกร บางกลุ่มที่ยากจน เพราะถูกระบบสังคมแบบ " ผู้ปกครอง กับ ผู้ถูกปกครอง " กดหัวเหยียบหลังเอาไว้ไม่ให้พัฒนาตนเองขึ้นมา ด้วยความคิดแบบ สเตียริโอไทป์ ของกลุ่มผู้กุมอำนาจทางปกครอง  ( หรือผู้มีอิทธิพลทางความคิด ต่อผู้กำหนดนโยบายรัฐ  ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ  ข้าราชการ และ นักวิชาการ )  ที่คิดว่า " เกษตรกรโง่ " ไม่รู้จักคิด หรือพัฒนาตนเอง มักจะถูกพ่อค้าเอาเปรียบ ไม่สามารถสู้รบปรบมือกะใครได้ จึงต้องใช้นโยบายรัฐ มากำหนด กะเกณฑ์ ให้เกษตรกรทำการเกษตรในแบบที่นักวิชาการรัฐ ชี้ให้ทำ ( ซึ่งหากไม่ยอมรับ และ ทำตาม ก็จะใช้อำนาจทางนโยบายรัฐในด้านต่างๆ  บีบบังคับ ปิดกั้น โอกาสในการพัฒนาตนเองในแบบที่เกษตรกรคิด และ ทำด้วยตนเองเสีย  )

จนสุดท้าย เกษตรกร ก็ถูกทำลายโดยนักวิชาการรัฐ นักวิชาการมหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่ส่งเสริมของรัฐ  ด้วยนโยบายรัฐ

ในขณะที่คนซึ่ง ยอมรับและทำตามนโยบายรัฐนั้น  จะเป็นเพียงแค่คนซึ่ง  ทำเกษตรกรรมแบบ แหกตาชาวบ้าน คือ การเกษตรไม่สามารถเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอดได้

 1. )   เพราะผลประกอบการณ์ไม่คุ้มค่าลงทุน  ไม่สามารถสร้างรายได้เป็นเงินเป็นทองหล่อเลี้ยงครอบครัวได้ ข้าวของที่ได้ก็แค่ทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่สามารถเอามาจำหน่ายได้. แต่กล่าวอ้างตัวเลขลอยๆ จากการประเมินมูลค่าของผลผลิต ตนเอง ( ทั้งที่ก็ไม่สามารถทำตัวเลขเป็นเงินรายได้ ได้ )

2. ) การเกษตรกรรมที่  ไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ แต่กล่าวอ้างว่าตนเองได้ผลผลิต ( หรือได้ผลผลิต แต่ไม่คุ้มค่าลงทุน )  ทั้งที่ ต้องเอารายได้จากข้างนอกมาหล่อเลี้ยง ส่วนที่ทำอยู่นั้นก็แค่ เรื่องโกหกพกลม ( ดีแต่ขี้โม้ไปวันๆ )

สุดท้ายเกษตรกรที่ไม่ยอมรับสิ่งเหล่านี้ จึงถูกทำลาย จากระบบรัฐของตนเอง  / นักวิชาการของตนเอง. /  เจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ส่งเสริม ข้าราชการ ของตนเอง
............

ที่ผมเลือกคนกลุ่มนี้  เพราะเขาคือ คนส่วนใหญ่ของเกษตรกร อีกทั้งยังเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพในการพัฒนา แต่ไม่สามารถพัฒนาได้
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1826


« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2017, 05:26:32 PM »

ปล. มุขตลกเสียดสี ที่ข้างบนเอามาเล่น ที่ว่า

เกษตรกรไปหาพ่อค้าถามถึงการจัดการ ไร่ - นา แล้วพ่อค้าหยิบสินค้ามาให้ จากนั้นพูดคำว่า  " เอาหนี้ไป " แล้วเกษตรกรก็ติดกับวังวนของหนี้สิน และ การลงทุน ไม่สิ้นสุด จนเกษตรกรยากจนนั้น

มันเป็นส่วนหนึ่งของความเลวร้าย  ในประเด็นที่ผมยกมาดีเบท นี่แหละ คือ เกษตรกรถูก นโยบายรัฐ เหยียบหัวเอาไว้จนต้องเป็นหนี้นอกระบบ 

เพราะหนึ่งในนโยบายรัฐยุคเก่า  ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาวมาจวบจนทุกวันนี้  ให้เกษตรกรต้องต่อสู้เผชิญหน้า  กันก็คือ. การดูถูกว่า เกษตรกรโง่ ไม่มีปัญญาบริหารจัดการการลงทุนของตนเองได้ จึงทำลายเกษตรกร ด้วยการปิดกั้น โอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ

เมื่อเกษตรกร ถูกระบบรัฐกดหัวเหยียบหลังเอาไว้. เกษตรกรจึงต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวเอง ด้วยการไปพึ่งแหล่งเงินทุนนอกระบบ จนสุดท้ายต้องเข้าสู่วังวนของความวายวอดจาก เงินกู้นอกระบบ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: