หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อยากได้ ข้อมูลวิธีการในการฟื้นฟู แบตเตอรี่เก่าครับ อยากทำเอง รบกวนขอขั้นตอนการทำ  (อ่าน 1107 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
monomusic
สองผัวเมียวิศวกร จะไปเป็นเกษตรกร ภายใน 5 ปี
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 486


พัฒนาปัญญา พอเพียง ไม่เบียดเบียน


« เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2017, 08:32:29 PM »

อยากได้ ข้อมูลวิธีการในการฟื้นฟู แบตเตอรี่เก่าครับ อยากทำเอง รบกวนขอขั้นตอนการทำด้วยครับ พอดีมีแบตที่ใช้กับ Solar Cell  130a ,160a ที่ประสิทธิ ภาพเริ่มลด  รบกวนขอ ขั้นตอนที่ อ่านแล้ว นำไปปฏิบัติได้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

บันทึกการเข้า

อย่าลืมว่าเราต้องตาย อย่าเบียดเบียนกันเลย

nia2077
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2017, 08:42:14 PM »

ผมเคยทำแล้ว  ไม่ได้ผล  เสียเวลา

จขกท ลองดูก็ได้ แล้วมาบอกผลด้วย
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10591



« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2017, 01:23:15 AM »

เราเคยทำ

แบตเตอรี่ของไฟฉายที่ฃาร์จไฟได้  และของไม้ตียุง   (เกือบจะทิ้งลงถังขยะไปแล้ว)
จะมีแผ่นปิด(หาให้เจอ)  แล้วใช้เข็มสะกิดให้เปิดออก  แล้วใช้หลอดฉีดยา ดูดน้ำกลั่นมาหยอดใส่
ปิดฝาไว้อย่างเดิมแบ้วนำไปชาร์จ
3 เดือนแล้ว ยังใช้ได้อยู่เลย

แบตเตอรีรถยนค์ชนิดไม่ต้องเติมน้ำกลั่น  แกะสติ๊กเก้อออกจะพบช่องเติมน้ำกลั่น แล้วก็เติมลงไป
แล้วนำไปชาร์จไฟ 
แตรดัง  ไฟสว่าง  สตาร์ทเครื่อง  ติด 
ขับออกไปตลาด หาที่จอดแล้ว เข้าไปซื้อของ 
กลับมา  สตาร์ทไม่ติด
โชคดีที่ร้านขายแบตเตอรี่อยู่ใกล้ จึงซื้อมาเปลี่ยน

โชคดีที่ไม่ได้ไปจอดกลางป่า แล้วเข้าไปถ่ายข้างทางในเวลาใกล้ค่ำ
บันทึกการเข้า
viras2
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1113


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2017, 08:33:23 AM »

วิธีป้องกันแบตเสื่อมเร็วพอมีวิธี แต่ถ้าแบตเสื่อมแล้วมันยากครับ เรามาดูกันว่าแบตทำงานยังไงเสื่อมเพราะอะไร เอาแบบย่อๆ นะครับ

1. ตอนแบตคายประจุออกจะมีผลึกซัลเฟตไปเกาะและเคลื่อบผิวแผ่นธาตุทีละเล็กทีละน้อย (คล้ายกับการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า)

2. ตอนชาร์จประจุเข้าแบต ผลึกซัลเฟตจะถูกผลักให้หลุดออกจากแผ่นธาตุทีละเล็กทีละน้อยเช่นกัน แต่หลุดออกไม่หมด (สัดส่วนที่เกาะมากกว่าที่หลุดออก) ดังนั้นผลึกซัลเฟตจึงค่อยๆสะสมบนแผ่นธาตุแบบค่อยเป็นค่อยไปและกลายเป็นของแข็งเคลือบอยู่บนพื้นผิวแผ่นธาตุ ประมาณซัก 2 ปี มันก็เกาะแผ่นธาตุโดยสมบูรณ์ กระแสไฟฟ้าก็ไหลผ่านเข้าหรือออกแผ่นธาตุไม่ได้ แบตก็หมดอายุการใช้งาน

3. หากจะให้แบบกลับมาใช้งานได้มีวิธีเดียวคือต้องกระเทาะผลึกซัลเฟตให้หลุดออกจากแผ่นธาตุ (ทำให้ผิวหน้าแผ่นธาตุสะอาด) ในทางปฏิบัติคงจะทำยาก จะล้างมันออกยังไง สมมุติว่าถ้าล้างออกได้ แผ่นธาตุก็คงถูกผลึกซัลเฟตกัดกร่อนจนไม่เหลือความสมบูรณ์แล้ว (พื้นที่ผิวหายไป/ลดลง) หรือบางทีแผ่นธาตุอาจบิดงอมาชนกันเกิดการลัดวงจร สรุปว่าถ้าแบตเสื่อมแล้วไม่คุ้มที่จะฟื้นฟู

4. วิธีป้องกันไม่ให้แบตเสื่อมเร็ว (ยืดอายุแบตให้ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น) ต้องทำก่อนที่แบตจะหมดอายุการใช้งานหรือทำตั้งแต่แรกเลย คือต้องป้องกันไม่ให้ผลึกซัลเฟตเกาะที่แผ่นธาตุ ไอ้ที่มันเกาะแล้วก็ต้องสลายหรือผลักมันให้หลุดออกไป แล้วจะทำอย่างไร

 4.1 บางท่านก็ว่า ให้เติมน้ำยา (กรดเข้มข้น) เพื่อไปกัดสลายซัลเฟตให้หลุดออก ความเห็นส่วนตัวผมว่ามันคงหลุดออกไม่หมด และกรดมันสามารถเจือจางได้ ซัลเฟตก็กลับไปเกาะใหม่อยู่ดี หากต้องเติมบ่อยๆ คงไม่สะดวกและเสียค่าใช้จ่ายบ่อยอยู่บ่อยๆ ไม่รู้จะคุ้มหรือเปล่า

 4.2 มีอีกวิธี ใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์สร้างความถี่ขึ้นมา (Pulse) ที่มี Amplitude สูงๆ และความถี่สูง แล้วยิงเข้าไปในแบต (ป้อนกลับ) เพื่อสลายผลึกซัลเฟตออกจากแผ่นธาตุตลอดเวลา (ติดตายกับขั้วแบตเลย) มันจะทำงานตลอดเวลาทั้งที่แบตถูกใช้งานหรือไม่ใช้งาน (โดยตัววงจรจะกินกระแสน้อยมาก) ผลึกที่เกาะอยู่แล้วก็จะค่อยๆหลุดออก ส่วนผลึกที่จะมาเกาะใหม่ก็จะถูกผลักออกไม่ให้มาเกาะเพิ่ม

ตัวอย่างวงจรแบบง่ายๆ
 

ท่านคงต้องไปศึกษาเพิ่มเติม เพราะว่ามันมีตัวแปรและข้อจำกัดอีกมาก อย่างเช่น ขนาดพิกีดของแบต ขาดของกระแสและความถี่ของ Pulse ที่พอเหมาะที่จะทำให้เกิด Resonance เพื่อให้ผลึกมันหลุดออก ปริมาณพลังงานที่พอเหมาะ (J:จูล , W/sec) ที่จะป้อนเข้าตัวแบต เป็นต้น

โดยมากวงจรพวกนี้หรือที่เขาเผยแพร่สู่สาธารณะ เขาจะบอกข้อมูลไม่หมด แต่ก็ถือว่าพอเป็นตัวตั้งต้นให้เราได้เป็นอย่างดี ที่เหลือก็ต้องใช้ความสามารถของเราแล้ว

ขอให้โชคดีครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 04, 2017, 09:30:05 AM โดย viras2 » บันทึกการเข้า
ghostdevil
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 315


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2017, 09:20:07 AM »

หมายถึงทำสาวแบตเตอรี่เหรอครับ ค้นใน google ได้เลย แต่ ***แต่*** แผ่นธาตุต้องไม่แตกร้าว หรือเสียหายผิดรูป
ย้ำอีกครั้ง แผ่นธาตุต้องไม่แตกร้าว หรือเสียหายผิดรูป ถึงจะได้ผลครับ ก่อนจะทำสาวต้องส่องดูแผ่นธาตุก่อนว่ายังดีอยู่หรือเปล่า
บันทึกการเข้า
Piak-357m19
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 90


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2017, 02:26:53 PM »

ที่ผมทำอยู่นะครับ
1.ชาร์จให้เต็ม ด้วยเครื่องชาร์จที่มีอยู่ (ผมใช้ CTEK-MXS 5.0)
2.วัด ถ.พ ของน้ำกรดทุกช่อง เติมน้ำกลั่น ปรับให้ได้ 1.250 หรือ เท่ากันทุกช่อง
3.ชาร์จให้เต็มอีกครั้ง
4.ทำซ้ำ 2-3
5.ใช้เครื่องสลายซัลเฟต(ถ้ามี ไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ) 7 วัน
6.ทำซ้ำ 1 2 3
7.วัดค่า CCA / Internal Resistance(ถ้ามีเครื่องวัด ไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ)
8.ปรับปริมาณน้ำกรดให้เท่าๆกันทุกช่อง ชาร์จซ้ำอีกครั้ง
ทำประมาณนี้ก็น่าจะใช้ได้อีกซักปีละครับ
วิธีแบบนี้ ผมใช้กับแบตรถกระบะ 105D31 ทำเสร็จแล้วจะได้ค่า CCA 400 Ri 5-8 mOhm แรงดัน 12.9-13.2 V
ประมาณนี้ครับ


Liked By: vigo74
บันทึกการเข้า
Piak-357m19
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 90


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2017, 01:32:45 PM »

มีเวลา ผมมาเพิ่มเติมให้อีกนิด  ยิ้มเท่ห์

หลายๆท่าน ท้อใจไปกับ การฟื้นฟูสภาพแบตเตอรี่ ผมมองว่าแบตเตอรี่ เป็นหัวใจสำคัญของระบบโซลาร์เซลล์แบบ ออฟกริด
เพราะมันแพง หนัก อายุการใช้งานสั้น
ผมถึงได้พยายามมากๆ กับการบำรุงรักษา ยืดอายุ ฟื้นฟูสภาพแบตฯ
ผมเองใช้แบตรถกระบะเก่าอยู่ 15 ลูก ซื้อจากอู่ซ่อมรถมาในราคา 600-900 บาทสำหรับแบต 95D31/105D31
ซึ่งเป็นแบตที่นิยมใช้มาก มีให้หาได้เรื่อยๆ แต่บางทีก็ไม่มีเอาซะเลยก็มี โกรธ
เอามาฟื้นฟู ใช้กับระบบแสงสว่าง CCTV PABX Internet Router
ซื้อมาที ใช้เวลาฟื้นฟูประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก็ใช้งานไปได้เรื่อยๆ(โดยดูแลน้ำกลั่น สลายซัลเฟต สม่ำเสมอนะครับ)อีกประมาณ 1 ปี
หมดสภาพแล้ว ก็เอาไปขายได้ราวๆ 400-500 บาท/ลูก
นั่นคือค่าใช้จ่ายสำหรับแบตเตอรี่ของผม(ไม่รวมค่าแรง+สารเคมี+ค่าไฟชาร์จ)ประมาณ200-400 บาท/ลูก/ปี

เครื่องมือที่ผมต้องมีก็คือ
1.เครื่องชาร์จ อันนี้ใครที่ใช้แบตเตอรี่ ต้องมีแน่ๆอยู่แล้วครับ
2.หลอดแก้ววัด ถ.พ น้ำกรด ซื้อได้ตามร้านแบตฯทั่วไปครับ 3-400 บาท
3.เครื่องสลายซัลเฟต มีแบบใช้ซัพพลายภายนอก กับแบบไม่ใช้ซัพพลาย หาซื้อได้จากเวบทั่วไป หรือ ebay ครับ
4.เครื่องวัดสภาพแบตเตอรี่ ผมซื้อจากหน้าซื้อขายเวบนี้แหละครับ ตัวเหลืองๆ ใช้ดีทีเดียวแหละ

อุปกรณ์ที่ต้องมีก็คือ
1.น้ำกลั่น ซื้อขวดละ 1.2 ลิตร 30 ลิตร หรือกลั่นเองก็ตามสะดวกครับ ผมกลั่นเองด้วยแสงอาทิตย์
2.กรดซัลฟุริคเข้มข้น ซื้อได้ที่ รวมเคมีครับ ใช้ไม่เยอะครับ นานๆที
3.EDTA di sodium เป็นผงๆสีขาว ซื้อได้ที่ รวมเคมีเหมือนกันครับ
   เอาไว้ผสมน้ำกลั่น 1% w/w เติมเวลาที่ซัลเฟตมันเกาะแผ่นเยอะๆ

มีเครื่องมือ อุปกรณ์ครบๆ รับรองว่าไม่พลาดครับ ซื้อแบตฯเก่ามา ยังไงก็ทำขึ้นได้ครับ
หรือ ยืดอายุ แบตเตอรี่ที่ใช้อยู่ได้นานไปอีกครับ


Liked By: vigo74
บันทึกการเข้า
pitpat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 42


« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2017, 08:30:56 PM »

1 ดูยูทูปทำสาวแบตเตอรี่ให้เข้าใจ
2 หาสถานที่ที่ห่างชุมชนเพื่อดำเนินการ
3 ถอดแบตออกจากตัวรถ
4 โยกแบตด้านขวางกลับไปกลับมา
5 คว่ำแบตให้ของเหลวในแบตออกทอดเวลาสัก20นาที ขั้นตอนนี้จะส่งกลิ่นเหม็นไกลมากถึงแนะให้ทำห่างจากชุมชน
6 หงายแบตขึ้นเติมน้ำร้อนให้ครบทุกช่องให้เหนือแผ่นธาตุ
7 เขย่าแบตท่าเดิมด้วยความระมัดระวังไม่ให้กระแทกแล้วควั่าแบตให้ของเหลวออกจากแบตทอดเวลา20นาที
8 นำน้ำกรดที่ซื้อจากร้านขายแบต7ขวด(จำถ.พไม่ได้)(เน้นเน้น น้ำกรดสำเร็จ ไม่ใช่น้ำกลั่น เน้นเน้น)เติมลงไปในช่องแบตให้ครบทุกช่อง ให้ได้ระดับที่กำหนด
9 นำแบตไปชาร์จที่ร้าน3ถึง4ชั่วโมง
10วัดถ.พ ให้อยู่ในระดับสีเขียว
11ตรวจดูระดับน้ำกรดทุก3เดือน6เดือน ใช้ได้อีกเป็นปี(ทำมาตลอดตั้งแต่รู้เรื่องนี้มา)
หมายเหตุ:การเติมน้ำกลั่นจะทำให้ระดับถ.พของแบตลดต่ำลงไวเกินกว่าที่จะใช้งาน ขอว่าให้ลืมเรื่องน้ำกลั่นไปเลย
            รถที่บ้านอายุแบตเกินกว่า5ปีทุกคัน
  ป.ล.ต้องสรวมแว่นและถุงมือเซพตี้ขณะปฏิบัติงานและเตรียมเศษผ้าไว้ใช้เช็ดมือเช็ดแบตด้วย
       ถ.พ.ของน้ำกรดบริสุทธิ์จะประมาณ1.8XXแล้วเขาจะนำมาทำเจือจางให้อยู่ประมาณ1.2XXเพื่อใช้เติมแบตโดยเฉพาะ          
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 20, 2017, 08:37:26 AM โดย pitpat » บันทึกการเข้า
โจ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 77



« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2017, 09:25:40 AM »

ขอบคุณมากมาย สำหรับทุกคำตอบและคำแนะนำ
กระทู้ดีๆ อย่างนี้ ขออนุญาตปักหมุดไว้ก่อนนะครับ
 จุมพิต
บันทึกการเข้า

เงินทองของมายา ข้าวปลาสิ...ของจริง
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: