ข่าว
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อยากทราบวิธีการปลูกและการดูแลรักษาต้นพลูกินหมาก  (อ่าน 18681 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nongking04
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 29

เดินตามรอยพ่อ


« เมื่อ: เมษายน 02, 2010, 12:47:22 PM »

 ขอความอนุเคราะห์ท่านผู้รู้ ช่วยแนะนำการปลูก การดุแลรักษาหน่อยค่ะเนื่องจาก ดูจากตลาดแล้ว คิดว่าพืชประเภทนี้เป็นที่ต้องการของตลาดค่ะ จึงอยากปลูกแต่ว่าเนื่องจากไม่มีประสบการณ์ในการทำการเกษตร จึงต้องการคำแนะนำเป็นอย่างมากค่ะ ถ้าท่านผู้ใดมีความรู้ในการปลูก และการดูแลรักษา ก็ช่วนแนะนำด้วยนะคะ  ขอบคุณค่ะ


บันทึกการเข้า

kamisama
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1762

Virus Alert!!!!!!!


« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 02, 2010, 01:00:28 PM »

พลูกินกับหมาก  ปลูกง่ายไม่ใช่เหรอครับ เห็นเค้าปลูกกันไม่ยากอะไร โรคก็น่าจะไม่มีค่อยมีมากนะ เมือ่ก่อนเคยปลูกทิ้งๆ ขว้าง ยังงามเอาๆ  เลยยย แค่หาน้ำให้มันกินเยอะ ๆๆๆ
บันทึกการเข้า
หนูพิม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12011


นกที่ออกหากินแต่เช้าจะได้หนอนตัวใหญ่&ไม่ต้องบินไกล


« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 02, 2010, 01:12:07 PM »

นำมาฝากคนชอบปลูกพลูค่ะ  จุมพิต

ชนิดของพลู

1. พลูเขียว หรือบางท้องที่จะนิยมเรียกว่าพลูใบใหญ่ ใบมีขนาดใหญ่ป้อมๆ แต่ใบบาง ลักษณะใบ
เหมือนใบโพธิ์ มีสีเขียวเข้มกว่าพันธุ์อื่น มีรสเผ็ดมาก พลูชนิดนี้นิยมทำเป็นพลูนาบ และนิยมนำไปใช้ใน
การประกอบพิธี
2. พลูขาวหรือพลูนวล ใบมีขนาดปานกลางเล็กกว่าพลูเขียว แต่ใบหนากว่าพลูเขียว ปลายใบเรียว
ลักษณะใบเหมือนใบพริกไทย มีสีเขียวออกนวล รสไม่เผ็ดมากนักเป็นที่นิยมของท้องตลาดและผู้บริโภค
3. พลูเหลืองหรือพลูทอง ใบมีขนาดเล็กกว่าพลูนวลเล็กน้อย ใบบางเหมือนพลูเขียว ปลายใบจะ
เรียวเหมือนพลูนวล ใบมีสีเหลืองออกสีทอง รสไม่เผ็ดมากนัก เป็นที่นิยมของท้องตลาดและผู้บริโภคมาก
การดูแลรักษายากกว่าพันธุ์อื่น

พลูขยายพันธุ์ด้วยการใช้เถา / การตอน / การปักชำยอด / การใช้ใบ /การทับกิ่ง

การปลูก
1. การเตรียมไม้ค้าง เนื่องจากพลูเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยที่ต้องอาศัยรากเจริญเกาะขึ้นไปกับค้าง
2. การเตรียมดิน การเตรียมดินทำได้โดยไถดินตากไว้อีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ยกร่องให้สูงเพื่อช่วยใน
การระบายน้ำ ตากดินทิ้งไว้ระยะหนึ่งประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้าบริเวณที่ปลูกเป็นดินเหนียวหรือดินร่วนปน
ทรายควรใส่ปุ๋ยคอก เพื่อให้ดินร่วนและทำให้การอุดมสมบูรณ์มีเพิ่มมากขึ้น หากดินเหนียวหรือดินแน่น
จะต้องพรวนดิน ย่อยดินให้ร่วนเสียก่อนและต้องระวังอย่าให้มีน้ำขังในแปลงปลูก แล้วทำการขุดหลุมปลูก
หลุมปลูกมีขนาดประมาณ 50 x 50 ซม. และลึกประมาณ 60 ซม. ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 1.5-2.0
เมตร และระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 1.50 เมตร
3. วิธีปลูก ก่อนที่จะปลูกพลูควรนำหญ้าแห้ง ใส่ลงในหลุมและจุดไฟเผา เพื่อฆ่าเชื้อโรคและ
ศัตรูพืชอื่นๆ ที่อาจจะอยู่ในหลุม จากนั้นก็ทำการลงไม้ค้างในดิน ส่วนดินที่จะใส่ลงหลุมควรเป็นดินผสมปุ๋ย

พลูจะชอบอากาศร้อน อุณหภูมิที่เหมาะสมไม่ชอบแสงแดดจัดหรืออุณหภูมิที่สูงเกินไป เพราะจะทำให้ต้นพลูอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
ดังนั้นจึงต้องพรางแสงแดดลดความร้อนด้วยการให้ร่มเงาหรือปลูกพืชอื่นให้ร่มเงามากขึ้น
นอกจากนี้สิ่งที่ให้ร่มเงายังมีประโยชน์ในการป้องกันลมอันอาจจะทำความเสียหายต่อก้านและใบพลู
พลูชอบดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง pH 7-7.5 และการระบายน้ำดี ถ้าเป็นดินเหนียวจะต้องทำการระบายน้ำ
พลูไม่ชอบที่ชื้นแฉะหรือมีน้ำขัง อันเป็นสาเหตุที่จะทำให้ชะงักการเจริญเติบโตและเกิดโรคได้ง่าย
พลูจะชอบความชื้นสูงเป็นบริเวณที่ใกล้แหล่งน้ำหรือบริเวณที่มีฝนตกชุกสม่ำเสมอ
บันทึกการเข้า

"If you try to do it's difficult to do.But if you want to do it's easy to do"
              บ้านสวนทวีกานต์..วิมานดินของหนูพิมเริ่มต้นขึ้นแล้ว...23454
saeree
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 98


« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 02, 2010, 01:22:42 PM »

ปลูกพลู ต้องตั้งเสา เหมือนพริกไทย รดน้ำเช้าเย็น
ที่ ตจว บางบ้าน เห็นปลูกกันตรง บรรไดขึนบ้าน
เนื่องจาก สมัยก่อน คน ตจว ไม่ใส่รองเท้า
เขาล้างเท้า ก่อนขึ้นบ้าน ได้ประโยชน์จากน้ำที่ว่า
ซึม ๆ ไป ทำให้พลูงาม โดยไม่ต้องดูแล

เดี๋ยวนี้ไม่เห็นค้างพลูแล้วนะ คนกินหมาก ตายไปเกือบหมดแล้ว
คนรุ่นใหม่ รุ่นแม่ รุ่นยาย ก็ไม่มีคนกิน ต้อ งรุ่นทวด เลย
บ้านแบบล้างเท้าขึ้นบ้าน ก็ไม่ค่อยมีแล้ว เพราะทุกคนใส่รองเท้า

อ้อ เห็นพวกพม่า แถวแม่สอด บางคนยังเคี้ยวหมาก ปากแดงอยู่
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: