ข่าว
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การใช้หญ้าเนเปียร์ ทดแทนอาหารเป็ด ไก่ ต้องระวัง  (อ่าน 1079 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
farmer by finger
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2645


« เมื่อ: เมษายน 15, 2017, 06:27:41 PM »


เห็นว่า ลดต้นทุนได้บ้าง(น้อยมาก) แต่ทดแทนอาหารแท้ๆของมัน ไม่ได้นะครับ
และถ้าอ่านละเอียด ดูไส้ใน ผลการทดลองจะไม่อยากใช้เลยละ เพราะแนวโน้มจะทำให้โตช้า อัตราแลกเนื้อแย่ไปอีก
มันไม่ใช่หญ้าวิเศษสำหรับคนรักเป็ด ไก่ ครับ เอาให้พวกคอ สัตว์ใหญ่ เขาใช้ไปเถอะ

http://www.stou.ac.th/thai/grad_stdy/Masters/%E0%B8%9D%E0%B8%AA%E0%B8%AA/research/5nd/FullPaper/ST/Poster/P-ST%20026%20%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B4%E0%B8%93%E0%B8%B2%20%20%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C.pdf


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า

jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164


« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 15, 2017, 09:12:03 PM »

เท่าที่อ่านไม่เห็นแย่อะไรนะ แถมการทดลองถูกจำกัดการใช้อยู่ที่ 5%-10% เท่านั้น ความต่างของหญ้าหมักคือใช้แค่เกลือ1% จึงทำให้ค่าโปรตีนที่ได้ต่ำลงกว่าครึ่งหนึ่งของหญ้าสดด้วยซ้ำไป
 แต่อัตรารอดกลับสูงกว่าการใช้อาหารสำเร็จรูปด้วยซ้ำไป

สำหรับหญ้าสดที่ 10%ให้ค่านัยยะที่ไม่ได้ต่างจาก T1 สักเท่าไร เกือบๆจะเป็นคำแนะที่ให้ใช้

การทดลองเรื่องหมักนั้นเป็นลักษณะถนอมอาหารเสียมากกว่า แต่ทางกลับหากทำเพื่อเพิ่มโปรตีนให้สูงขึ้น น่าจะพอวัดอะไรได้มากขึ้น

แต่ที่ชอบจริงๆคือค่าพลังงานของหญ้าเนเปียร์ที่ให้ระดับ 3,400+ ซึ่งเป็นค่าเหมาะที่ใช้เลี้ยงไก่เลย

ปล.เดี๋ยวจะลองหมักยีส หรือใช้สูตรหมักหยวกกล้วยที่ดันโปรตีนให้สูงขึ้น น่าจะดี ^^


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 15, 2017, 09:58:57 PM »

เท่าที่อ่านไม่เห็นแย่อะไรนะ แถมการทดลองถูกจำกัดการใช้อยู่ที่ 5%-10% เท่านั้น ความต่างของหญ้าหมักคือใช้แค่เกลือ1% จึงทำให้ค่าโปรตีนที่ได้ต่ำลงกว่าครึ่งหนึ่งของหญ้าสดด้วยซ้ำไป
 แต่อัตรารอดกลับสูงกว่าการใช้อาหารสำเร็จรูปด้วยซ้ำไป

สำหรับหญ้าสดที่ 10%ให้ค่านัยยะที่ไม่ได้ต่างจาก T1 สักเท่าไร เกือบๆจะเป็นคำแนะที่ให้ใช้

การทดลองเรื่องหมักนั้นเป็นลักษณะถนอมอาหารเสียมากกว่า แต่ทางกลับหากทำเพื่อเพิ่มโปรตีนให้สูงขึ้น น่าจะพอวัดอะไรได้มากขึ้น

แต่ที่ชอบจริงๆคือค่าพลังงานของหญ้าเนเปียร์ที่ให้ระดับ 3,400+ ซึ่งเป็นค่าเหมาะที่ใช้เลี้ยงไก่เลย

ปล.เดี๋ยวจะลองหมักยีส หรือใช้สูตรหมักหยวกกล้วยที่ดันโปรตีนให้สูงขึ้น น่าจะดี ^^

ตัวเลข totle energy ไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัวเลขอ้างอิงพลังงานได้ครับ ต้องใช้ค่า NFE นำมาคูณด้วย 38.9 จึงจะพอไกล้เคียงกัน

แต่ก็นั่นแหละ ตัวเลข NFE ก็ไม่ใช่ตัวเลขที่แท้จริงอยู่ดี เพราะสัตว์แต่ละชนิดสามารถย่อยอาหารไปเป็นพลังานได้ไม่เท่ากัน ( วัตถุดิบอาหารหนึ่งชนิด จะให้ค่าพลังงานในแต่ละสัตว์ไม่เท่ากัน เวลาผสมอาหารสัตว์เราต้องเปิดข้อมูลของวัตถุดิบเป็นรายชนิดของสัตว์ )

ค่าพลังงานรวม จะเป็นการเอาอาหารสัตว์ไปเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟ เพื่อเอาพลังงานที่ได้จากการจุดไฟนี้ไปต้มน้ำแล้วคำนวณพลังงานออกมา ซึ่งมันเป็นพลังงานที่ได้จากกระบวนกาเผาไหม้ ไม่ใช่กระบวนการย่อยอาหารของสัตว์


Liked By: sompol
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 15, 2017, 10:07:19 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 15, 2017, 10:04:21 PM »

ข้อมูลอ้างอิงของงานวิจัยนี้ ได้ค้า NFE ของหญ้าสดที่ 43.7 % และหญ้าหมักอยู่ที่ 38.17 % นั่นหมายความว่า หญ้าจะสามารถถูกย่อยออกมาเป็นพบังงานอย่างเก่งก็แค่ 40 % ของ นน. สด หญ้า 1 กก. จะได้คาร์โบฮายเดรทอยู่ 4 ขีด คิดเป็นพลังงาน 1586.7 Kcal / kg ( เป็นตัวเลขผ่านๆ ที่ยังไม่สามารถอ้างอิงในสัตว์ไดๆ เพราะสัตว์แต่ละชนิดสามารถย่อยอาหารไม่เท่ากัน )
ปล. หญ้าสับ ทั้งเป็ด และ ไก่ ไม่กินครับ มันแข็ง ต้องเอาไปบดละเอียดแล้วมาผสมกับอาหารสัตว์ เอาเข้าจริงๆ มันใช้งานไม่ได้หรอกครับ เพราะต้นทุนค่าบดละเอียด มันจะไม่คุ้มกับค่าลดต้นทุนอาหารสัตว์เอา

ถ้าจะสับแล้วเอามาต้มให้เละ ไก่ก็ไม่กิน ส่วนเป็ดแม้จะกินบ้าง แต่ค่าเชื้อเพลิงก็ไม่ใช่ถูกๆ เนื่องจากหญ้านี้ต้มให้เละยากมากๆ ใช้เวลานาน เปลืองเชื้อเพลิงเยอะ

หญ้าเนเปียร์ ถ้าจะให้ไก่กิน ได้ดีที่สุดคือ ปลูกเป็นกอๆ เอาไว้ให้ สัตว์ได้พักร่ม และจิกกินยอดอ่อน กาบใบอ่อนของหน่อ อันนี้ไก่ชอบมากๆ .. ส่วนเป็ด ไม่ถึงกะชอบกินหน่ออ่อน แต่จะกินใบอ่อนๆ เสียมากกว่า

.............

สำหรับงานวิจัยนี้ ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกเพื่อลดต้นทุนซึ่งช้ได้จริงๆหรือไม่นั้น ไม่ทราบได้เพราะเมืองไทย นักวิชาการชอบทำงานวิจัยออกมาเพื่อเอาขั้น ตำแหน่ง เงินเดือน ผลประโยชน์ มากกว่าคิดจะพัฒนาประเทศชาติ ส่งผลให้งานวิจัยพวกนี้ ไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และ มีปัญหาติดขัดสารพัดมากมาย ...

ในขณะที่ มีเกษตรกรแกนนำท้องถิ่นจำนวนนึง อยากได้งบประมาณช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ และ โอกาสในการเข้าถึงแหล่งของการพัฒนาตนเองจากการได้คำรับรองสนับสนุน จากหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมของรัฐ ( อาจจะเอาคำรับรองนี้ไปเป็นหลักประกันกู้เงินจากาถาบันการเงิน ) ... จึงชอบ แสร้งทำตัวเป็นเกษตรกรคุณภาพ ที่นำงานพวกนี้ องค์ความรู้พวกนี้ ไปต่อยอดพัฒนา ได้ผลเป็นอย่างดี   .... ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาเอาไปทำล้มเหลว แต่โกหกว่าทำสำเร็จ .... ในขณะที่นักวิชาการพวกนี้ ก็ดีอกดีใจ ที่งานวิจัยของตนเองประสบความสำเร็จ  สามารถนำไปพัฒนาประเทศชาติได้เป็นอย่างดี แล้วไม่ยอมรับอะไรทั้งสิ้นเมื่อมีข้อทักติงมาจากเกษตรกร ที่เขาเอาไปลองทำแล้วเกิดปัญหา คนพวกนี้จะอ้างเกษตรกรที่โน่น ที่นั่น ว่าเขายังทำสำเร็จเลย ..... ที่มีปัญหานั่น เกิดจากตัวเกษตรกรด้อยคุณภาพเองเสียมากกว่า  เกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจในานชิ้นนี้เสียมากกว่า

ว่าไปโน่นนนนนนน .....





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 15, 2017, 10:22:50 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164


« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 15, 2017, 10:20:10 PM »

คุณมาโค ลองดูอีกตารางครับเรื่องค่าโภชนะของอาหาร ซึ่งมีระบุแยกแต่ละชนิดครับ ซึ่งค่าพลังที่ให้ ระหว่างหญ้าสด หญ้าหมัก และอาหารสำเร็จรูป
 ซึ่งระบุว่าหญ้าสด 3,500+ ส่วนหญ้าหมักก็เกือบ 3,400


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 15, 2017, 10:23:35 PM »

รนั่นแหละคับ มันคือ โทเทิลเอนเนอร์จี้ ( GE )


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 15, 2017, 10:25:27 PM »

ค่า GE ไม่สามารถนำมาใช้อ้าอิงพลังงานของอาหารสัตว์ได้ครับ .... ใช้ได้ก็ต่อเมื่อเราจะเอาอาหารสัตว์ไปทำฟืน ทำเชื้อเพลิงก่อไฟ


Liked By: somman, sompol, teppatut
บันทึกการเข้า
jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164


« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 15, 2017, 10:51:50 PM »

เดี๋ยวจะลองอีกที แต่เป็ดไก่ห่านที่บ้านโยนลงไปเนี้ยหายเรียบนะ แย่งกันหัวทิ่มเลย555

พอดีมีเครื่องสับอยู่แล้ว จะลองหมักกับยีสอีกทีน่าจะทำให้นิ่มขึ้น ^^ ได้ผลอย่างไรจะแจ้งอีกที อิอิ

อาจต่างกันนิดหน่อยตรงหญ้าเนเปียร์เป็นพันธุ์จักรพรรดิ์ ซึ่งค่าโปรตีนอาจแตกต่างกัน


Liked By: sompol
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 15, 2017, 10:57:16 PM โดย jarungkit » บันทึกการเข้า
mitrkaset
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 205


« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 15, 2017, 11:00:11 PM »

งานวิจัยใช้หญ้าเนเปียร์หมักของบัณฑิตกลุ่มนี้มีความเป็นไปได้สูง คล้ายงานวิจัยการใช้ไผ่ผงหมักเป็นอาหารสัตว์
ของม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ร่วมกับบริษัทเอกชนของญี่ปุ่น
http://www.thongthailand.com/index.php?lite=article&qid=42104301


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 15, 2017, 11:06:40 PM »

เนเปียร์จีน กะ ไต้หวัน เอาเข้าจริงๆ มันไม่ต่างกันครับ ( บางคนยังแยกไม่ออกเลยว่าเป็นคนละพันธุ์กัน )

เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่ว่า มันกินเรียบ เว้นแต่ท่านตัดยอดอ่อนๆ และ ใบ เอาไปให้มันกิน เท่านั้น

หญ้าเนเปียร์ องค์ประกอบหลักที่ทำให้มันได้ผลผลิต คือ ลำต้นครับ ( ยอด และ ใบ แทบไม่มีค่าต่อปริมาณกรผลิตเลย ) ซึ่งลำต้นมันจะแข็งมากๆ เป็ดไก่ กินไม่ได้หรอกครับ .... ส่วนถ้าจะคิดแค่ผลิตแต่ยอด ใบ เท่านั้น ไม่เก็บเกี่ยวลำต้น ..... ท่านปลูกหญ้าขน ให้เป็ดไก่ กินเถอะครับ ( เสียเวลาปลูกหญ้า โดยไม่ได้ผลผลิต )

...........

คุณค่าอาหารในลำต้น เนเปียร์จีน จะสู้ เนเปียร์ไต้หวัน ไม่ได้หรอกครับ เพราะตัวนี้พัฒนามาจากหญ้าไข่มุก ในขณะที่ เนเปียร์จีน พัฒนามาจากหญ้าเนเปียร์ยักษ์


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164


« ตอบ #10 เมื่อ: เมษายน 15, 2017, 11:27:53 PM »

ต้นนิ่มๆอมน้ำหน่อย อันนี้ไม่เหลือซาก แต่ถ้าเป็นแข็งๆอันนี้ไม่หมด 555

๋ส่วนเรื่องโปรตีน หลายแหล่งส่วนใหญ่จักรพรรดิ์จะให้ค่าโปรตีนสูงกว่าปากช่อง อันนี้ลองดูจากหลายแห่งที่ใช้อ้างอิงกันอยู่

แต่เนเปียร์ปากช่องในงานวิจัยนี่แค่ 7% เอง


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
farmer by finger
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2645


« ตอบ #11 เมื่อ: เมษายน 16, 2017, 12:07:52 AM »

ผมไม่ค่อยเน้นค่าทางเคมีหรอกครับ ตัวชี้วัดที่เอามาให้ดูคือ ผลการเลี้ยง ดูน้ำหนักสุดท้าย กับอัตราแลกเนื้อซิครับ
เขาว่า ไม่แตกต่างกันทางสถิติ. แต่แนวโน้มมัน แย่ลง ครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่เอามาโพส เพราะ มีเกษตรกรใหม่จำนวนมาก เอาหญ้าสับไปผสมจำนวนมาก 20/30% กับอีกพวกนึง เอาอาหารสำเร็จ1ส่วน ผสมรำ1ส่วน ปลายข้าว1ส่วน และหญ้าสับ1ส่วน ให้เป็ดกำลังไข่กิน ไม่นานก็หยุดไข่ ผลัดขน

ลองคิดดูเถอะครับ โปรตีน พลังงาน ที่ได้รับมันจะเหลือเท่าไร แต่ในเน็ตกลับเผยแพร่ข้อมูลพวกนี้มากมาย
เลยเอามาเตือนไว้ครับ


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164


« ตอบ #12 เมื่อ: เมษายน 16, 2017, 09:42:21 AM »

เท่าที่อ่านไม่ได้แย่อะไร ลองเปรียบเทียบ T2 และ T3 โดยใช้หญ้าสดทดแทนในระดับ 5% กับ 10% ซึ่งผลที่ได้ใช้ 10%กลับให้ผลดีกว่า 5% เกือบทุกกรณี

ซึ่งงานวิจัยเขาไม่วัดที่ 20%-50% จึงยังหาข้อสรุปไม่ได้  และค่าโปรตีนของหญ้าหมักค่อนข้างต่ำ จะส่งผลทำให้ค่าโปรตีนต่ำกว่าหรือพอๆกับค่ามาตราฐานโปรตีนที่ไก่ควรได้รับต่อวัน

อ่านหลายงานวิจัยหญ้าเนเปียร์ปากช่องส่วนใหญ่อยู่ระดับ 7-8% เท่านั้น จึงอาจทำให้เกษตรกรบ้างส่วนหลงเข้าใจผิด คิดว่าโปรตีนอยู่ระดับ 14-18% จึงใช้เป็นอาหารหลักทดแทน แน่นอนมันส่งผลเสียทำให้ขาดโปรตีนที่ควรจะได้ ส่งผลกระทบอื่นๆตามมา

การใช้อาหารทดแทนควรคำนึงถึงค่าโปรตีนและค่าพลังงานที่สัตว์เลี้ยงควรได้รับต่อวัน

ใจจริงอยากเห็นงานวิจัยหมักยีสกับหญ้าเนเปียร์ เพราะส่วนหนึ่งเขาใช้น้ำตาลทำให้ค่าอื่นๆสูงขึ้น แทนที่จะใช้เกลืออย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์อะไรเลย

ก่อนใช้ลองศึกษาแต่ละชนิดของอาหารทดแทน เพื่อคำนวณให้สัตว์ให้ได้ครบทั้งค่าพลังงานและโปรตีน

ปล.พึ่งอ่านเจอ น้ำตาลทรายแดงละลายน้ำ 4 ลิตรมีความหวานมากกว่ากากน้ำตาล และมีประโยชน์มากกว่าแถมเป็นพิษน้อยกว่าการใช้กากน้ำตาล แถมประหยัดกว่าด้วย


Liked By: sompol
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2017, 09:54:43 AM โดย jarungkit » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #13 เมื่อ: เมษายน 16, 2017, 11:04:43 AM »

เนเปียร์จีน มีงานวิจัยที่อื่นนอกจากที่จีนด้วยเหรอคับ ... ผมไม่เคยเห็นนะ นอกจากราคาคุยของไอ้พวกขายหญ้า ที่โม้ไปเรื่อยเปื่อยว่าของตนเองมีโปรตีน 16 %

ซึ่งหญ้าเนเปียร์ทุกชนิดมันจะอยู่ที่ 7 - 10 % ของ นน. สดกันทั้งนั้น ( เนเปียร์จีน เองก็มีตัวเลขเท่านี้ ) ( 10 % เป็นของเนเปียร์แคระ ซึ่งสูงที่สุด )


Liked By: sompol
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2017, 11:57:11 AM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #14 เมื่อ: เมษายน 16, 2017, 11:07:51 AM »

ตอนขายของครั้งแรกเมื่อปี 51 - 52 มันเอางานวิจัยของเนเปียร์ใต้หวันมามั่วนิ่มเสียด้วยซ้ำ ( เพราะมันอ่านภาษาจีนไม่ออก ) ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นตัวเลขของ เนเปียร์ไต้หวัน ที่เขาเอามาเปลี่ยนชื่อเป็น เนเปียร์ปากช่อง ทุกวันนี้นี่แหละ ... ส่วนตัวเลข 16 % เป็นตัวเลขโปรตีนโดย นน. แห้ง  มันเอามามั่วนิ่มว่าเป็น % โดย นน. สด


Liked By: sompol
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2017, 11:57:52 AM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164


« ตอบ #15 เมื่อ: เมษายน 16, 2017, 12:51:28 PM »

สรุปมันพอๆกัน จบครับและไม่มีความต่างสักเท่าไรในด้านองค์ประกอบ

อาจเป็นเพราะเนเปียร์ปากช่อง ได้รับการส่งเสริมจากรัฐ เราจึงเห็นข้อมูลมากกว่าเท่านั้นเอง หุหุ



Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: