หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกกล้วยรวยเป็นล้าน ภาค2 (กล้วยหอมคาเวนดิช)  (อ่าน 32606 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1634


« ตอบ #32 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2016, 05:15:32 AM »

! No longer available



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 18, 2016, 07:30:26 AM โดย แจ่ม อารมณ์ดี » บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช

แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1634


« ตอบ #33 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2016, 07:19:53 AM »



1 ไร่ 1 แสน กับกล้วยหอมคาเวนดิชอ้างอิงจากตัวเลข จากการขายจิง

1 ไร่ ปลูก 300-400 ต้น
จะได้กล้วยน้ำหนัก 6-8 ตัน (แล้วแต่คนดูแลสวน)
ราคาเฉลี่ย ตันละ 15000 บาท
รายได้ ขั้นต่ำ (15000x6-90000)  ถึง  (15000x8-120000)

ดูจากบิลการขายแต่ละเที่ยวด้านล่าง นี่คือยอดโอนเงินแค่ละเที่ยว 1คันรถปิ๊กอัพ

 



****************************

ทำไม ลุงถึงหันมาเล่นกล้วยหอมคาเวนดิช
แทนที่จะเป็นกล้วยหอมทอง
.
คำตอบมันอยู่ตรงที่ มันให้ผลผลิตเฉลี่ยเครือละ200ผล ไร่ละประมาณ6-8ตัน สูงกว่าหอมทองเกือบ3เท่า
.
ตรงนะละคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

**********************

การปลูกกล้วย ก็เหมือนการปลูกพืชทั่วไป
ต้องมีการไถ พรวนดิน เพื่อกลับหน้าดิน
การกลับหน้าดินก็คือเหมือนกับการพลิกเอาดินดีไปไว้ข้างล่าง
เอาเศษหญ้า ไว้ใต้ดิน เน่าเปื่อยไป ก็คืออาหารของพืช
.
สังเกตุดีๆ ดินหลังน้ำท่วม จะเป็นดินที่ดีมี เพราะ มันพัดพาเอาทุกอย่าง มาวางไว้ที่หน้าดิน

พรวนดินให้ร่วนซุย มีปุ๋ยคอก อินทรีย์วัตถุ อะไร ก็ ใส่พรวน ไปตอนนี้เลย ปูนขาว ก็ใส่ได้ เตรียมดินดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะปลูกไปแล้ว ทำลำบากกว่า มาก

*******************

อยากให้ลองศึกษา ระเบียบใหม่ของจีน
ที่ผ่อนปรนให้ประเทศที่สามสามารถส่งสินค้าเข้าไปในจีน
ทางด่านชายแดนจีน ผ่านเวียดนาม
.
ตรงนี้น่าจะส่งผลดีเพราะ สามารถส่งผลไม้เข้าจีนได้
อีกอย่าง แนวทางการใช้เขตเศรษฐกิจพิเศษที่ผิงเสียงเป็นฐานกระจายสินค้า
.
ตรงนี้ มีการขนส่งจากไทยไปอยู่แล้วโดยรถกะบะ
แต่เส้นทางลำบากนะ ตกเหวกันบ่อย
.
ใครที่พอมีความรู้ ความชำนาน ในวันข้างหน้า เวลานั้น กลุ่มอาจจะมีความสามารถก็ได้
ลองๆหัด ศึกษา เรียนรู้ แนวทาง เส้นทาง

ไม่มีอะไนเกินเรียนรู้ อย่างน้อยลุงก็พอมีที่ปรึกษาอยู่บ้าง

******************

ที่ ครบุรีนี่
ซีพี ลุย ครบวงจร ทั้งโรงบ่ม
และ โรงแพค
แล้วเราจะอยู่เฉยทำไม
ผมถึงบอกวันนี้ใครเร็ว คนนั้นมีสิทธิรวย
ช้าไป..ตลาดมันเต็ม
ตอนนี้ปริมาณของเข้าตลาดยังขาดแคลน อีกมาก
จนกว่าจะถูกกระพือ โหมข่าวจนแตกตื่น
วันนั้น
อาจไม่ใช่วันของเรา

*********************

หลายปีท่ีปลูกกล้วยมา
เทียบรายได้ จากพื้นที่ และการขาย
บอกได้เลยว่า
.
.
รายได้กล้วยหอม 1 ไร่นี่
เท่ากับเราปลูกกล้วยน้ำว้า ถึง 3 ไร่
.
.
แต่กล้วยห้อมก็เหนื่อยกว่า ตรงที่ต้องก่อ ต้องค้ำ
กลัวลม
.
แต่ข้อดีของคาเวนดิชคือ ปลูกแล้วไดหลายปี อย่างกล้วยน้ำหว้านะ
อันนี้ผู้เชี่ยวชาญ ประจำตัวบอกมา

*******************
พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล
.
ลุงเชื่อว่า เรายังใช้งานด้านนี้ไม่ถึง 20% ด้วยซ้ำไป

เกษตรกร ยังไม่มีโอกาสเข้าถึง

ทำให้ขาดการเชื่อมโยงข้อมูล อย่างครบถ้วย

โลก ความต้องการแนวโน้ม
ฉนั้นสิ่งที่เราต้องจับตามอง ติดตาม คือ เจ้าใหญ่ๆ อย่างซีพี
ช้าง พวกนี้ ขยับไปเราก็ตามไป เพราะเขาวิจัยเรียบร้อยแล้ว

**************************

เส้นทางนี้ละครับ ที่ควรเรียนรู้
เส้นทาง R3A

.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ถนนสายเศรษฐกิจใหม่ "R3A" หรือเส้นทาง "คุนมั่น กงลู่" (คุนหมิง-กรุงเทพฯ) ซึ่งเปิดใช้มานานกว่า 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีนที่ส่งเสริมให้ภาคเอกชนจีนเข้ามาใช้ประโยชน์บนเส้นทางสายนี้ เพื่อมุ่งสู่ปลายทาง "อาเซียน"

ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา "ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสบุกสำรวจเชิงลึกเส้นทาง R3A พร้อมคณะกงสุลใหญ่จีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์ หากนับหลักไมล์ จากคุนหมิง-กรุงเทพฯ จะมีระยะทางประมาณ 1,887 กิโลเมตร โดยเป็นระยะทางในจีน 827 กิโลเมตร ผ่านเมืองยวี่ซี เมืองผูเอ่อร์ เมืองเชียงรุ่ง (สิบสองปันนา) มณฑลยูนนาน สปป.ลาว 247 กิโลเมตร และมาบรรจบที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เชื่อมไปถึงกรุงเทพฯ ระยะทาง 813 กิโลเมตร กลายเป็นเส้นทางสายไหมเส้นใหม่ระหว่างจีน-ลาว-ไทย

บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
morakot.k
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 137


« ตอบ #34 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2016, 07:55:14 AM »

วันศุกร์ลุยขุดหลุมรอกล้วยลุงพอเหนี่อยก็ไปล้อมตาข่ายกันห่านเป็ด วันเสาร์กล้วยมา
 ลุยจนถึงวันอาทิตย์ เหลือ 60 ต้นมั้งพักยกก่อน วันนี้ต้องเอากล้วยน้ำว้ามาขาย กทม.
เอาทุนรองรังหน่อยเย็นๆจะกลับไปลุยต่อให้เสร็จเพราะวันพุธต้องไปดูงานสี่จังหวัดภาคใต้กลับวันเสาร์
 ลุยทำอยู่คนเดียว เครื่องมือมีแค่เสียมกับกระบวยรดน้ำขุดหลุมกว้างยาวคืบ ลึกคืบกว่าๆ
 ตักขี้โคลนก้นท้องร่องหยอดลงไปแล้วเสียบกล้วยลงตามเหมือนปักดำนาเรย เห็นแต่ยอดกล้วยโผล่ปากหลุม
 เอาแบบนี้ก่อน กลับจากใต้ค่อยมากลบหลุมเพิ่มคงพอได้นะครับลุง แค่นี้คนที่บ้านก็บ่นว่า บ้าพลังเกินไปแระ
 เคยเอาเครื่องสว่านขุดมันหนักและสะบัดดินมันติดสว่านเหนียวหนึบต้องมานั่งแคะ เสียเวลา
 เลยใช้เสียมยาวขุดง่ายกว่า สัปดาห์หน้าจะติดตั้งมอเตอร์รดน้ำทุ่นแรงครับเดิมใช้กระบวย แครงรดน้ำ
แต่ต้นไม้มันเยอะมากขึ้นคงไม่ไหวแระ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1634


« ตอบ #35 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2016, 08:11:34 AM »

https://landgreenday.blogspot.com/2016/12/blog-post_19.html

 การดูแลกล้วยหอม ตั้งแต่ปลูกจนตัด
การปลูกกล้วย ก็เหมือนการปลูกพืชทั่วไป
ต้องมีการไถ พรวนดิน เพื่อกลับหน้าดิน
การกลับหน้าดินก็คือเหมือนกับการพลิกเอาดินดีไปไว้ข้างล่าง
เอาเศษหญ้า ไว้ใต้ดิน เน่าเปื่อยไป ก็คืออาหารของพืช
.
สังเกตุดีๆ ดินหลังน้ำท่วม จะเป็นดินที่ดีมี เพราะ มันพัดพาเอาทุกอย่าง มาวางไว้ที่หน้าดิน
พรวนดินให้ร่วนซุย มีปุ๋ยคอก อินทรีย์วัตถุ อะไร ก็ ใส่พรวน ไปตอนนี้เลย ปูนขาว ก็ใส่ได้ เตรียมดินดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะปลูกไปแล้ว ทำลำบากกว่า มาก




เรื่อง ระยะห่างนี่ เอาตามพื้นที่ทำงานของแต่เละสวนครับ
1+1 เมตร แบบนี้ ต้องไว้ต้นเดียวโดด
1.2 เมตร
1.5 เมตร เลี้ยงหน่อได้ 1 หน่อ
1.8 อันนี้ น่าจะหมายถึง เอาไว้ตอ ได้อีก 1 ปี
.
แต่ที่คุยกันกับผู้รู้ ก็สามารถเอาไว้กอแบบน้ำว้าได้ แต่อย่าเยอะ 2-3 หน่อ
ถ้าน้ำ อาหาร การดูและค่อนข้างทั่วถึง
น่าจะประยุกค์ คิดเอา ตามสภาพพื้นที่ของแต่ละบุคคล มากกว่า
โลกนี้ไม่มีอะไรเป็นสูตรสำเร็จ


ต้นไม้เมื่อเล็ก ก็เหมือนเราเลี้ยงเด็ก
ความต้องการอาหารก็ต้องครบทุกหมวดหมู่
ต้นไม้ต้องการสร้างลำต้น+ใบ เป็นหลัก
เมื่อได้ 1 เดือน ถ้าเราไม่ได้ทำน้ำหมัก ก็ต้องใช้ปุ๋ยเคมีเข้าช่วย
ก็คงต้องใส้ที่สูตร ที่มีตัวหน้าสูงๆ ครับ ผสมกับยูเรียสัก กำมือต่อต้นสักเดือนละครั้ง
คงต้องหมั่นสังเกตุนะครับ ว่าการเจริญเติบโต เป็นยังไง
ก็มาสอบถามกันได้ครับ ขอให้มีรูปมั่งนะครับ มันจะได้เดากันได้ตรงประเด็น


การให้น้ำไม่มีกฏเกณฑ์ อะไร
มองดินอย่างเดียว ดินชื้น กล้วยโตเร็วแข็งแรง
ระบบไหนก็ได้ ขอให้กล้วยได้น้ำละกัน
ปล่อยน้ำท่วมแปลงก็อยู่ได้นาน
แต่ถ้าขาดน้ำนี่ ไม่ได้นะครับ ลำต้นจะอ่อนแอ หักง่าย เพราะน้ำไม่พอ
เรื่องกล้วย เน้นไปที่น้ำครับ เพราะ กล้วยทั้งต้น มีน้ำเป็นส่วนประกอบ 70% เลยละ
น้ำไม่มีจะประสบความสำเร็จยากครับ กับกล้วย
หาแหล่งน้ำสำรองให้ผ่านแล้งไปให้ได้

ที่นี้พอมาถึงเดือนที่ 4 เป็นต้นไป
ช้วงนี้ ความต้องการอาหารจะเปลี่ยนไปแล้ว
เหมือนกับว่า เขาโตแล้ว เตรียมตัวที่จะมีแฟน เริ่มแต่งตัว
.
สามารถให้ปุ๋ยสูตร เสมอได้+ยูเรีย เพราะยังต้องสร้างลำต้นและใบอยู่
.
แต่ตอนนี้เขาต้องการแคลเซี่ยมเพิ่ม เพื่อเตรียมตัว ที่จะสะสมอาหาร เตรียมความพร้อมที่จะ ออกปลี ออกลูก
.
จะดกไม่ดก อยู่ที่ช่วงนี้ละ
หลายๆครั้งลุงถึงบอกว่าต้องเติมกระดูกป่นลงไป ก็เพื่อ การนี้ละ
ช่วงนี้เริ่มใส่ได้แล้ว
ตรงนี้ละคือจุดเริ่มต้น ของความที่ว่า ดกหรือไม่ดก
 
 
 
มาต่อให้จบงาน
.
เมื่อกล้วยหอม อายุ 6 เดือน
มันจะออกปลี
.
ที่นี้พอมันสุดปลี ถ้าใส่ปุ๋ยเคมี
ก็จะใช้ สองถึง สามอย่าง รวมกัน
สูตรเสมอ 1
สูตร ที่มีตัวท้ายสุงสุด หรือK สูง นั่นละ
ที่นี้ ยูเรีย ใส่ในสัดส่วนที่น้อยที่สุด ในช่วงนี้
สมมุติ 15-15-15 หรือ 16-16-16ใส่ 3 กก
ปุ๋ยสูตร 13-13-21ใส่ 4 กก(ตัวท้ายสูง จะเร่งแป้ง น้ำตาลไปหาผล)
ยูเรีย 46-0-0 ใส่สักครึ่ง-1 กก อะไรประมาณนี้
ทั้งสามอย่าง ผสมกัน
แต่อย่าใช้ยูเรีย เยอะ ช่วงนี้ เดี๋ยวจำนวนหวี จะน้อยเลยละ ระวังกันนิดนึ่ง
.
ค่อยๆปรับสูตร ขยับตาม อายุ เครือกล้วย เพื่อตัว K ที่ละนิด ตามอายุ กล้วยจะน้ำหนักดี แล้วหวาน
.
อย่าลืมใช้ร่วมกับน้ำหมัก จะเห็นผมที่แตกต่าง กันเลยละ เพราะธาตุอาหารรองในน้ำหมักนั่นละ ที่เป็นส่วนที่ดี ที่ปุ๋ยเคมี ไม่มีหรือมีน้อย


เรื่องการไว้ใบ ก็หมั่นตัดแต่ง ให้โปร่ง ลมผ่านได้
ไว้ประมาณ 11 ใบ
.
เวลาออกเครือ ใบที่ถูกกับลูกกล้วย ให้ตัดออก เดี๋ยวลูกไม่สวย
จะขายไม่ได้ราคา
.
ถ้าไม่ได้ห่อ นะ ลุงแนะนำว่า ให้เอาน้ำหมัก ผสมน้ำจางๆ ฉีดล้างเครือกล้วยบ่อยๆ จะสวยมาก
เหลือนคนเราทาครีมบำรุงผิดนั่นละ

กล้วยเกรดเอ
คือ มี10ลูกต่อขึ้นไป จะได้ราคา
กล้วยตกเกรด
มีไม่ถึง 10ลูกต่อหวี
อันนีี ผิวต้องสยด้วยนะ
พวกผิวลายๆนี่ ตกเกรด ราคาไม่ดี 5-7 บาทต่อโล
.
ฉนั้น อยากได้ราคา ก็ต้องดูแล กันนิดนึง ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ
แต่ถ้าทกให้ดี มันก็ได้ตังเพิ่มขี้น
.
กล้วยใหญ่ คือมีน้ำหนัก 3 กกต่อหวีขึ้นไป
กล้วยกลาง คือ 2.5 กกต่อหวี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2016, 02:25:21 PM โดย แจ่ม อารมณ์ดี » บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
prayoon kongboon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 106


« ตอบ #36 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2016, 09:08:32 AM »


ผมเจอปัญหานี้บ่อยมาก เกิดจากอะไร และแก้ไขอย่างไรครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2016, 09:10:16 AM โดย prayoon kongboon » บันทึกการเข้า
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1634


« ตอบ #37 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2016, 04:49:34 PM »


ผมเจอปัญหานี้บ่อยมาก เกิดจากอะไร และแก้ไขอย่างไรครับ


https://landgreenday.blogspot.com/2016/11/blog-post_29.html
 อาการขาดธาตุไนโตรเจน
อาการขาดธาตุไนโตรเจน
.
ดูง่ายๆ ใบจะเหลือง จากใบล่างสุด ลามไปยอด
เพราะใบยอดใช้ ไนโตรเจน จากใบล่างไป ใบล่างเลยเหลือง
.
พวกลำต้น ผอมๆแกรนๆ ไม่ยอมโตนั้่นละ เพราะมันไม่มีอาหารไปสร้างใบ ลำต้น
.อันนี้ภาษาบ้านๆนะ น่าจะง่ายต่อการทำความเข้าใจ
สั้นๆโดยสังเขบ
******************
ไม่มีใครรู้ดีเท่าเจ้าของสวน ว่าเลี้ยงเขามายังไง
รายละเอียดมันน้อย


ถ้าให้เดา ขาดอาหาครับ
เพราะ มันเริ่มดึง ธาตุอาหาร จากใบล่างๆ ไปเลี้ยงใบอ่อน ด้านบน ใบล่างจึงเสื่อมสภาพเร็ว

อันนี้อย่าว่าขายของนะ
มันต้องร่ายยาว
ทำไม ลุงถึงทำ สปีด ออกมา
ปีแรกๆ ก็เจอปัญหานี้ ละ
ทำไม ทำใบไม่ได้ 14-15 ใบ

ใบล่างห้อยทุกที ลองผิดถูกอยู่นาน

จนสารถที่จะเดาๆได้ว่า มันขาดอาหาร
เพระถ้าโรค ใบยอด มันต้องไปด้วย พร้อมๆกัน
แบบว่า เน่าพร้อมๆกัน ไม่ใช่จากล่างขึ้นบน

โดยเฉพาะ ดินเหียว ดินที่ไม่มีอะไรคุมหน้าดิน
ดินที่อินทรีย์ วัตถุ มีน้อย
อาหารในดินมันเยอะ แต่บางครั้ง มันถูกตรึงไว้หมก พืชไม่สามารถ เอามาใช้ได้

ในระหว่างออกลูก นี่ยิ่งต้องการเยอะ
ถ้าไม่พอนี่ ลูกเล็กนิดเดียว

นั่นคือเหตุผม การทำ สปีดขึ้นมาแก้ปัญหา ของที่สวนลุง

.
เดาว่า ขาดธาต อาหารครับ
นอกจากมีรายละเอียดมากกว่านี้


Liked By: deemeechai
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
prayoon kongboon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 106


« ตอบ #38 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2016, 10:05:37 AM »


ผมเจอปัญหานี้บ่อยมาก เกิดจากอะไร และแก้ไขอย่างไรครับ


https://landgreenday.blogspot.com/2016/11/blog-post_29.html
 อาการขาดธาตุไนโตรเจน
อาการขาดธาตุไนโตรเจน
.
ดูง่ายๆ ใบจะเหลือง จากใบล่างสุด ลามไปยอด
เพราะใบยอดใช้ ไนโตรเจน จากใบล่างไป ใบล่างเลยเหลือง
.
พวกลำต้น ผอมๆแกรนๆ ไม่ยอมโตนั้่นละ เพราะมันไม่มีอาหารไปสร้างใบ ลำต้น
.อันนี้ภาษาบ้านๆนะ น่าจะง่ายต่อการทำความเข้าใจ
สั้นๆโดยสังเขบ
******************
ไม่มีใครรู้ดีเท่าเจ้าของสวน ว่าเลี้ยงเขามายังไง
รายละเอียดมันน้อย


ถ้าให้เดา ขาดอาหาครับ
เพราะ มันเริ่มดึง ธาตุอาหาร จากใบล่างๆ ไปเลี้ยงใบอ่อน ด้านบน ใบล่างจึงเสื่อมสภาพเร็ว

อันนี้อย่าว่าขายของนะ
มันต้องร่ายยาว
ทำไม ลุงถึงทำ สปีด ออกมา
ปีแรกๆ ก็เจอปัญหานี้ ละ
ทำไม ทำใบไม่ได้ 14-15 ใบ

ใบล่างห้อยทุกที ลองผิดถูกอยู่นาน

จนสารถที่จะเดาๆได้ว่า มันขาดอาหาร
เพระถ้าโรค ใบยอด มันต้องไปด้วย พร้อมๆกัน
แบบว่า เน่าพร้อมๆกัน ไม่ใช่จากล่างขึ้นบน

โดยเฉพาะ ดินเหียว ดินที่ไม่มีอะไรคุมหน้าดิน
ดินที่อินทรีย์ วัตถุ มีน้อย
อาหารในดินมันเยอะ แต่บางครั้ง มันถูกตรึงไว้หมก พืชไม่สามารถ เอามาใช้ได้

ในระหว่างออกลูก นี่ยิ่งต้องการเยอะ
ถ้าไม่พอนี่ ลูกเล็กนิดเดียว

นั่นคือเหตุผม การทำ สปีดขึ้นมาแก้ปัญหา ของที่สวนลุง

.
เดาว่า ขาดธาต อาหารครับ
นอกจากมีรายละเอียดมากกว่านี้

ขอบคุณครับ ยิ้มเท่ห์...คงเป็นเพราะสภาพพื้นที่เป็นดินค่อนข้างเหนียว การระบายน้ำไม่ดี และขาดธาตุอาหาร ที่เป็นต้นเหตุทำให้ใบเหลืองตามที่ลุงว่า...


Liked By: deemeechai
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 22, 2016, 10:07:52 AM โดย prayoon kongboon » บันทึกการเข้า
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1634


« ตอบ #39 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2016, 06:07:00 AM »

คนที่ปลูกกล้วยหอม คาเวนดิช อาจจะเริม ที่คนละ 1 ไร่ 400 ต้น
 9เดือน จะมีรายได้เฉลี่ย 1 แสน บวกลบ ตามสภาวะตลาด และการดูและ เอาใจใส่ ของเจ้าของสวน

ลูงคำนวนจริง ว่า ได้ไร่ละ 6-8 ตัน
 ตันละ 15000 บาท ราคากลางๆ มีขึ้นลง ประมาณนี้
1ไร น่าจะได้ 2 คันรถปิกอัพ คันละ 50000 บาท โดนประมาณ........ท่านใดพร้อมก็ลุยได้เลยครับ แบบนี้

****************************

ดินประเทศไทย ที่ไหนก็ปลูกได้
ปัญหาคือ หาทางกันลม กันพายุ ให้ได้ เท่านั้น
ใครผ่านจุดนี้ไปได้
ป้องกันได้ ถือว่ามีโอกาส
.
ไผ่นี่ลุงไม่รู้นะ แต่ถ้าอะไรไปอยู่ไกล้มัน
มันแย่งอาหารหมด แต่ถ้ามีที่เยอะ ปลูกเป็นแนวท่าจะดี
แต่เวลาสางนี่ละ 5555

******************************

เราจะเลื้ยงหน่อ หรือไว้หน่อ เมื่อไร
.
อายุ 6เดือน เราก็เอาไว้สักหน่อ สำหรับคนที่ 2ปี ปลูกที

หาหน่อที่สมบูรณ์ อวบอั้น แล้วก็ห่างๆ จากต้นแม่ เพราะนั่นคือ รากเขาจะอยู่ลึก พอสมควร

หาหน่อที่ตั้ง ตรงๆ เอนๆ อย่าเอา เดี๋ยวล้มง่าย

*******************************

ช่วง ตากแห

คนหาปลา จะยิ้มเมื่อน้ำมา
ถ้าหน้าแล้ง เขาจะตากแห แล้วไปทำอย่างอื่น
.
งานเกษตร ก็เหมือนกัน
.
มีขึ้นมีลง ลุงถึงบอกว่า ลงมือก่อน รีบก่อน จะได้เปรียบ

ถ้าตลาดวาย ก็คือช่วงตากแห ของคนหาปลา
.
วันนี้ ที่ลุงบอก คือ กล้วยยังไม่พอขาย
หน่อยังไม่พอขาย

คนที่ลงมือด้วยความรวดเร็ว จะมีรายได้ หลายทางมาก มีโอกาส
ที่จะทำเงิน กว่าคนที่ลังเล

ชาวเกษตร กำลังปรับตัว เรียกว่าอยู่ในช่วง ผลัดเปลี่ยน อาชีพ

จากการทำนา ทำอ้อย ข้าวโพด มาสู่ การผสมผสาน

กล้วย จะเป็นพืช อันดับด้นๆ ที่คนนึกถึง ในสวนผสมยุคใหม่

ทุกแปลง จะต้องมีกล้วย ฉนั้น ความต้องการยังสูงอยู่
.
น่าจะไปได้ อีก 2-4 ปี ระหวา่งผลัดเปลี่ยนนี้

จากนั้น เกษตร ยุค คนมีความรู้ มีการศึกษา จะกว้าเข้ามา
พร้อมเทคโนโลยี่
.
แม้กระทั่งวันนี้ ลุงยังคิด ขึงแสลน ทั้ง 5 ไร่ของลุง เพื่อลดความร้อนเลย

คิดถึงระบบน้ำ ที่ยิงขึ้นฟ้า(น้ำบ้านเราเยอะ ไม่ต้องประหยัด เหมือนเมืองนอก มากนัก)

คิดถึงโรงเรือนระบบปิด สำหรับปลูกผัก ใต้แสลนพรางแสง

ถ้าเราไม่พัฒนา ราคามันจะไม่ได้

ทุกวันนี้ผักกินแล้วตายทันที แทบทั้งนั้น ฉีดเย็นเก็บเช้า ทุกอย่าง

ต้องเริ่มหันมามองแบบนี้กันแล้วนะ คนกินก็ไม่ต้องการตาย

เราจะเพิ่มทางเลือกให้คนกินอย่างไร

อยู่ที่เราสื่อสารกับคนกิน

แต่เราต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน ทำให้ดูก่อน เท่านั้นละ

วันนี้ยังไม่ลงมือทำ แค่ลงมืคิด เราก็ถือว่า เราได้กว้า ไปอีกขั้นนึงแล้ว
ลองๆ คิด ลองทำกันดู

แต่ลุงนะ แอบๆ ทำแล้วละ

***************************

กล้วยทุกชนิด ต้อง ออกหน่อ กล้วยหอมก็เข่นกัน
ประมาณ อายุได้ 3 เดือน ถ้าเลี้ยงอย่างสมบูรณ์
มันจะแทงหน่อขึ้นมา

หน่อชุดแรกๆ อย่าไปขุดมันออก แต่ปาดทิ้งให้ติดดิน
.
ให้มันเหลือโคนเอาไว้ เป็นรากฐาน มันจะเพิ่งแรงยึดเหนี่ยว

กอยิ่งใหญ่ ความแข็งแรงของกอ จะมากขึ้น
นั่นจะทำให้ไม่ล้มง่าย เวลาลมแรง

แค่คอยปาดหน่อเอาไว้

นั่นคือ กล้วยหอมไม่นิยมขุดหน่อ จนกว่าจะตัดเครือ
ด้วยเหตุผลนี้ละ

แต่ถุามว่า ขุดได้ไหม+

รอให้อายุสัก 5-6 เดือน ให้หน่อรากฐาน มันเยอะๆก่อน

แล้วค่อยขุดแยกได้นิดหน่อย อย่าเยอะ มันกระเทือนราก มีผล ถึงจำนวนหวี

********************************

บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1634


« ตอบ #40 เมื่อ: มกราคม 11, 2017, 10:10:27 AM »



ไอ้เราก็ถอดรากเตรียมไปปลูก
ฝนก็ไม่หยุด
ลงกาลามัง เอาดินกลบเข้าไปอีก
กล้วยคาเวนดิช
กะว่าจะปิดงานสักที แปลงนอก จะได้ย้ายเครื่องมือเข้าบ้าน

***************************************

ล..ไม่ต้องมาดูที่สวนหรอกครับ
เอาเงิน ที่เดินทาง ทำทุนไปก่อนเลย
มีน้อย ทำน้อย เดี๋ยวก็มาก.....
ปลูกกไว้ตรงไหนก่อน ก็ได้ หลังห้องน้ำ หลังครัว คันนา คันที่
หน่อเยอะ แล้วขยายไปครับ

ยังไง ต้องลงมือก่อน อย่าให้เสียเวลาผ่านไป ปีแล้วปีเล่า
*************************

ตอบ ทีละคนไม่ไหว ตอบรวมๆละกัน
.
กล้วยหอม..อะไรมันก็ขายได้ ถ้ามันได้ขนาด แล้วห่อด้วย
.
ไม่งั้นมันจะได้กล้วยหอมลาย มันตกเกรด เหลือ 5 บาท/โล
ทำกล้วยหอม ต้องห่อ ต้องค้ำ
.
 


.
ขายแพง ตอนตัดก็ไม่กดราคา
หน่อถูกๆ เกิดขายไม่ได้ ทำไง เขาไม่ได้ช่วยกันแบบลุง ขายแล้วก็ไป ตัวใครตัวมัน
.
วันข้างหน้า ก็ยังมีสิ่งดีๆ ที่จะให้กัน ขอให้มันมีของก่อนเหอะ
.
ที่ไหนก็ปลูกได้ทั่วไทย นั่นละ มีน้ำ มีทางระบายน้ำ ทำคันล้อมกันน้ำท่วม ในพื้นที่เสี่ยง

.
ระยะห่างมันได้ตั้งแต่ 1.5-2 เมตรนั่นละ อยู่ที่การจัดการ เวลา เพราะกล้วยหอมใบมันน้อยกว้า น้ำว้า
.
ราคามันอยู่ที่ 12-17 บาสทต่อโล กลางๆ ก็คำนวนจาก 14-15 บาท เฉลี่ย(แล้วแต่ความต้องการของตลาด มีขึ้นมีลง ต้องยอมรับตรงนี้)
.
อันนี้ความชอบส่วนตัว
ลุงชอบปลูก คาเวนดิช เพราะน้ำหนักต่อเครือ มันสูงกว่า หอมทอง
รายได้ต่อไร่ มันสูงกว่า
.
แต่ๆๆๆ...ถ้าจะขายเอง มันต้องทำตู้บ่มเสียหน่อย แจ๋วเลย มันจะเหลือแบบหอมททอง เพราะมันต้องคุม ความเย็น เวลาที่ใช้บ่ม
.
เอาแกสก้อน บ่มไม่เหลืองนะ อันนี้ละข้อจำกัด ของชาวสวนทั่วไป(ไม่ใช่ลุงนะ ลุงทำในสิ่งที่ต้องทำ)

.
ถ้าจะขายเองให้ไปปลูก กล้วยหอมทอง จะง่ายกว่า

ไร่นึง 400 ต้น คาเวนดิช จะได้ 6-8 ตัน หอมทองจะน้อยกว่า โดยเฉลี่ย.........คือ สองคันรถปิ๊กอัพ รายได้ไม่หักค่าใช้จ่าย 1 แสนบาท โดยประมาณ บวก ลบ แล้วแต่ความสนใจ ของเจ้าของสวน
.
การตัด จะมีรถไปถึงสวน ราคาว่ากัน นะวัน นั้นๆ ขึ้นลง ตามตลาด

สวนจร ก็กดราคานิดนึง สวนประจำก็ราคา ปกติ 5555

พอละ ...จบ

*******************************************



จะปลูก จะเพิ่มเท่าไร ก้ล้วยก็ยังไม่พอส่งสักที
สถานการณ์ มันเป็บแบบนี้มาตลอด

เพราะทั้งส่งออก ส่งห้าง มันเพิ่มขึ้นทุกปี
มันมีอนาคต เป็นเดิมพันที่น่าลงทุน ในช่วงขาขึ้น

บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1634


« ตอบ #41 เมื่อ: มกราคม 17, 2017, 01:50:01 PM »











นี่ละที่บอกว่า ข้อดีของ คาเวนดิช
มันดกมาก ปลูกแล้วได้หลายปี
ดีกว่าหอมทองทั่วไป ตรงนี้ละ
.
คนอื่นเขาโกยเงินกันทุกวัน

ถ้าเรามองดูกล้วยหอมทอง
เราจะเห็นว่ามันได่ไม่กี่หวี

.
ในขณะที่เราใช้เวลาเท่ากัน
ราคาขายเท่ากัน

ตรงนี้ละคือ ความน่าปลูกของกล้วยหอมคาเวนดิช

เพราะรายได้ต่อไร่คือ 1 แสนบาท
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #42 เมื่อ: มกราคม 17, 2017, 02:58:07 PM »

นี่แหละของจริง
ทำเรื่องกล้วย ให้เป็นเรื่องกล้วยๆ อายจัง อายจัง ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1634


« ตอบ #43 เมื่อ: มกราคม 17, 2017, 08:34:13 PM »

นี่แหละของจริง
ทำเรื่องกล้วย ให้เป็นเรื่องกล้วยๆ อายจัง อายจัง ยิ้มเท่ห์

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


ปี่ใหม่จัดไป 12 ตัน
3 คันรถ

บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1634


« ตอบ #44 เมื่อ: มกราคม 18, 2017, 09:52:43 PM »

! No longer available


! No longer available


(งานจริง เป็นแบบนี้ ปกติก็ไม่ค่อยโพสแบบนี้หรอก)
ดูชัดๆกันเลย

ขั้นตอนการตัดกล้วยหอมคาเวนดิช

การเก็บผลผลิต แบบปกติ

ตัด แบบไม่ให้ช้ำ ตามมาตรฐานกล้วยหอม เนื่องจากกล้วยคาเวนดิช จะปลูกเพื่อการค้า

กล้วย เมื่อออกจากสวน เข้าสู่ระบบการค้า ผู้ซื้อ จะนำเก็บรักษาในห้องควบคุมอุณหภูมิ

เมื่อต้องการบ่ม จะนำเข้าห้องอุณหภูมิ ตามกำหนด เพื่อบ่ม แล้วส่งลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ 90% เป็นห้างใหญ่

การตัดจึงต้องระมัดระวังไม่ให้ช้ำ

การชำแหละ ทำแบบประณีต

แล้วเอาลงน้ำในบ่อ ซึ่งเป็นปกติของการเก็บผลผลิตกล้วยหอมทอง ทั่วไป

เพื่อล้างสิ่งสกปรก

แล้ว นำมาชั่งน้ำหนัก แพคลงกล่อง 10-14 กก

ปัจฉิมลิขิต
สังเกตตอนตัด หาบมา แล้ววาง งวงด้านล่าง
แต่บ้านเราชอบเอาหวีตีนเต่าลงล่าง
จะไม่เอามากอง
ต้องเข้าคิวตัด ชำแหละ ทีละคน
งานจึงเสร็จเร็ว


Liked By: Santiburi, deemeechai
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 18, 2017, 10:00:42 PM โดย แจ่ม อารมณ์ดี » บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1634


« ตอบ #45 เมื่อ: มกราคม 19, 2017, 10:10:22 AM »

ผมพยายาม จะให้ความรู้ไปเรื่อยๆนะครับ อย่ารำคาญ ยิ้มกว้างๆ



 




บางทีมันก็พิมพ์ ไม่ไหว ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
amsuthon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 478


« ตอบ #46 เมื่อ: มกราคม 19, 2017, 03:05:02 PM »

สนใจอยากจะปลูกสัก 1 ไร่ก่อน แต่ไม่รู้แหล่งขายพันธุ์
รบกวนแนะนำหน่อยครับ ราคาด้วย
บันทึกการเข้า
แจ่ม อารมณ์ดี
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1634


« ตอบ #47 เมื่อ: มกราคม 19, 2017, 03:58:55 PM »

สนใจอยากจะปลูกสัก 1 ไร่ก่อน แต่ไม่รู้แหล่งขายพันธุ์
รบกวนแนะนำหน่อยครับ ราคาด้วย


เรามีกลุ่ม    ผู้ปลูกกล้วยหอมคาเวนดิช อยู่ครับ

ถ้ามีเฟส ลองคนหาจากเฟสครับ เป็นกลุ่มปิด
 


Liked By: amsuthon
บันทึกการเข้า

ปี่ที่แล้ว ได้ล้านสอง ปีนี้ขอสองล้าน กับกล้วยหอมคาเวนดิช
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: