หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วางแผนปลูก กล้วยแบบมือ อาชีพ 1 ไร่ ได้ 2 แสน บาท  (อ่าน 29605 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
rerk.com
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 157



« ตอบ #48 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 10:08:37 AM »

ผมชอบนะวิธีนี้
เราวางเป้าหมายไว้ก่อนว่าต้องการเท่าไหร่
หลังจากนั้นมาศึกษาข้อดี ข้อเสีย ต้นทุน ความเป็นไปได้

นี่มันวิชา Project feasibility study ของภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการหรือการจัดการเลยนะครับ

ส่วนใหญ่ (ผมย้ำว่า ส่วนใหญ่) ของเกษตรกรทั่วๆ ไป จะมองถึงปัญหาและท้อไว้ก่อนจนไม่ต้องทำอะไรใหม่ๆ เลย
ได้แต่ปลูกตามๆ กันไป (เจ๊งก็เจ๊งด้วยกัน)

พอมีคนทำได้แล้วค่อยตาม
บันทึกการเข้า

จะทำอะไรก็ทำ     อย่าให้ลูกหลานจดจำเราแค่หนึ่งชั่วอายุคน
ปลูกผลไม้ ต้นไม้ ปลูกป่า ไว้สักต้น   ทิ้งให้คนและโลกจดจำ

ruok191
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 306



« ตอบ #49 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 10:22:54 AM »

เพือนๆ สมาชิก  ดูรายการ เพือนคู่คิด ของ  ท่านนี้

นี้คือ vision ของคน เกษตรกร รุ่น  4.0 

อยากให้ ทุกท่าน ดูแล้ว เป็ฯ แรง บันดานใจ คับ


บันทึกการเข้า
ืnopsee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 435


« ตอบ #50 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 10:32:50 AM »

เพือนๆ สมาชิก  ดูรายการ เพือนคู่คิด ของ  ท่านนี้

นี้คือ vision ของคน เกษตรกร รุ่น  4.0 

อยากให้ ทุกท่าน ดูแล้ว เป็ฯ แรง บันดานใจ คับ


http://youtu.be/ZV9qdWgUzEQ


วีดีโอสั้นมากขอฉบับเต็มหน่อยครับขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
ruok191
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 306



« ตอบ #51 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 10:38:17 AM »


เพือนๆ สมาชิก  ดูรายการ เพือนคู่คิด ของ  ท่านนี้

นี้คือ vision ของคน เกษตรกร รุ่น  4.0  

อยากให้ ทุกท่าน ดูแล้ว เป็ฯ แรง บันดานใจ คับ


http://youtu.be/ZV9qdWgUzEQ


วีดีโอสั้นมากขอฉบับเต็มหน่อยครับขอบคุณครับ

ทางรายการ ยังไม่ได้ up น่าจะพรุ่งนี้ ผมต้อง ขอโทษ เพือนสมาชิก ไว้ก่อน


Liked By: ืnopsee
บันทึกการเข้า
Steve_Jeab
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 194


« ตอบ #52 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 11:38:57 AM »


- นี่แหละคนไทย ทำไม่ได้ ใครๆเขาก็ไม่ทำกัน ไม่มีทาง และอื่นๆ  โกรธ  โกรธ  โกรธ

- ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าของกะทู้ในการนำเสนอแนวคิด นวัตกรรม เสร็จแล้วเราก็ค่อยๆหากรรมวิธีในทางปฎิบัตเพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ตามทฤษฏีที่เราตั้งธงเอาไว้ในบางครั้งอาจต้องปรับเปลี่ยนบางอย่างเพื่อให้ถูกต้อง  อายจัง

- บัว 4 เหล่า  ยิ้มกว้างๆ  ยิ้มกว้างๆ  ยิ้มกว้างๆ
บัว 4 เหล่า-หมายถึง บุคคล 4 ประเภท หรือ 4 กลุ่ม แยกตามระดับในทางธรรม ดังนี้....

1.บัวก้นบึง-คือ บุคคลที่เปรียบเสมือนบัวก้นบึง ยังคงเป็นเหง้า เป็นหัว จมอยู่ในโคลนตม รอคอยเวลาที่จะแตกเหง้า แตกหัว แตกหน่อเป็นต้นบัวอีกนานมาก และมีโอกาสที่จะเป็นอาหารแก่เต่าปลา ยากที่จะเติบโตเป็นต้นบัวต่อไปได้....

บัวก้นบึง-เปรียบเหมือนบุคคล ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ มีความเห็นผิด ไม่ถูกต้อง ขัดกับความเป็นจริงอย่างมาก คือ ไม่เชื่อว่าบาป-บุญมีจริง นรก-สวรรค์มีจริง เทพ-พรหม-ผี-ปีศาจ-สัตว์นรก-เปรต-อสุรกายมีจริง ไม่เชื่อว่ากฎแห่งกรรมมีจริงแต่กลับไปเชื่อว่าตายแล้วสูญ บาปกรรมไม่มี มีชีวิตก็แสวงหาแต่ความสุขจอมปลอมไปวันๆ สามารถทำความชั่วได้ง่ายๆ บุคคลเหล่านี้ยากแก่การกลับใจเป็นคนดี ยากแก่การสั่งสอนอบรมบ่มนิสัย จนมีผู้เรียกว่า "โมฆะบุรุษ" คือ เป็นบุรุษ(บุคคล)ที่เกิดมาสูญเปล่า ชีวิตไร้ค่า เสียชาติที่เกิดมาเป็นคน ไม่ได้มีโอกาสพัฒนาชีวิตจิตใจของตนเองให้สูงขึ้น หรือทำประโยชน์แก่ตน ผู้อื่น หรือแก่โลกเลย เป็นชีวิตที่น่าสงสารมาก คนพวกนี้ แทบว่าไม่มีศีลธรรมอยู่ในจิตใจเลย เป็นอันตรายทั้งกับตนเองและผู้อื่นด้วย....

2.บัวใต้นำ-หมายถึง บุคคลที่ยังดี ค่อยยังชั่วกว่าประเภทบัวก้นบึงอยู่บ้าง จมอยู่ใต้น้ำ รอวันเวลาเติบโต โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำในโอกาสต่อไป พวกนี้ยังพอมีศีลอยู่บ้าง เป็นบางข้อ ดีบ้างชั่วบ้างปะปนสลับกันไป ถ้าพวกนี้มีโอกาสพบครูบาอาจารย์ หรือกัลยาณมิตรที่ดี แนะนำให้คำปรึกษา เขาก็มีโอกาสพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้ต่อไป....

3.บัวปริ่มน้ำ-หมายถึง บุคคลที่มีศีลธรรมประจำใจพอสมควรแล้ว ศีล 5 อาจจะครบบ้างไม่ครบบ้าง มีโอกาสทำบุญทำทาน กุศลต่างๆบ่อยๆ แต่อาจจะยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรม สมาธิภาวนา พวกนี้ถ้าได้พบผู้แนะนำที่ดี เขาก็สามารถพัฒนาจิตใจขึ้นไปเป็นกัลยาณชน-ผู้เจริญแล้วได้ไม่ยากเลย.....

4.บัวพ้นน้ำ-หมายถึง บุคคลที่มีศีลธรรมประจำใจครบถ้วนสมบูรณ์ อย่างน้อยก็มีศีล 5 ครบทุกข้อ มีความบริสุทธิ์ในจิตใจพอสมควร ปฏิบัติทั้งทาน-ศีล-ภาวนา หรือ ศีล-สมาธิ-ปัญญาครบถ้วนในองค์ 3 มีโอกาสบรรลุธรรม ถึงมรรค-ผล-นิพพานได้ไม่ยาก ถ้ามีความเพียรพยายามปฏิบัติต่อเนื่อง สม่ำเสมอไม่ท้อถอย.....

คนประเภท 2 คบได้แต่ต้องระวังตัวพอสมควร ประเภท 3-4 คบหาสมาคมได้ค่อนข้างสนิทใจ เพราะไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร เพราะพื้นฐานจิตใจดี มีศีลธรรมประจำใจ.....
บันทึกการเข้า

ประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนาแต่ ... ประเทศไทยพัฒนาได้แค่นี้ ...
weekra73
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 349



« ตอบ #53 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 11:41:37 AM »

เป็นแนวทางการทำเกษตรที่ผมเคยคิดไว้เลย แต่ตัวเลขไม่ได้เป๊ะแบบนี้ครับ เป็นการทำเกษตรแบบปราณีต เน้นทำเองมากที่สุด ใช้พท.ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำแบบนี้ทำเยอะไม่ได้ครับ ดูแลไม่ทั่วถึง
ขอศึกษาด้วยคนครับ


Liked By: ruok191
บันทึกการเข้า

เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด
🌸สวนพุทธมาลี🌸
pre-seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 466



« ตอบ #54 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 12:37:44 PM »

เพือนๆ สมาชิก  ดูรายการ เพือนคู่คิด ของ  ท่านนี้

นี้คือ vision ของคน เกษตรกร รุ่น  4.0 

อยากให้ ทุกท่าน ดูแล้ว เป็ฯ แรง บันดานใจ คับ


http://youtu.be/ZV9qdWgUzEQ

ระบบของสวนเขาดีมาก ถือว่าเป็นsmart farmer ทีเดียว อยากได้เงินล้านแบบเขา แต่คงต้องมีที่สัก100ไร่แบบเขา ที่100ไร่จัดการระบบได้ขนาดนี้สุดยอดครับ


Liked By: ruok191
บันทึกการเข้า

👍👍👍ฝากติดตามครับ FB สวนพุทธมาลี👈👈👈
ruok191
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 306



« ตอบ #55 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 02:09:48 PM »

ขอบคุณ ทุกท่านที่ มีมุมมอง เชิง บวก ทุกท่าน ครับ

แต่ ขณะเดียวกัน สำหรับ ผู้ที่มีมุมมองต่าง ออกไป  ก็ดีครับ ผมจะได้ ระวังมากยิ่งขึ้น

ทุก กระทู้ ผม กราบขอบคุณ ทุกท่าน


ผมได้ไป ปรึกษา  สำนัก นวตกรรมแห่งชาติ   nstda 

เขาให้ผมเขียน ต้นแบบ ออกมา ว่า

1. ชื่อโครงการ
2. วัตถุประสงค์ของโครงการ
3. เป้าหมายและผู้นำไปใช้ประโยชน์
4. ประโยชน์ที่จะได้รับ
5. รายละเอียดโครงการ


มีความคีบหน้าอย่างไร จะมา เล่าให้ฟังคับ

https://www.nstda.or.th/scholarship
บันทึกการเข้า
024477niti26
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 768


« ตอบ #56 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 02:30:28 PM »

ตอนเขียนโครงการ

อย่าไปบอกเค้าว่า  em  แทนปุ๋ยได้นะ


Liked By: ruok191
บันทึกการเข้า
ruok191
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 306



« ตอบ #57 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 02:54:29 PM »


- นี่แหละคนไทย ทำไม่ได้ ใครๆเขาก็ไม่ทำกัน ไม่มีทาง และอื่นๆ  โกรธ  โกรธ  โกรธ

- ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าของกะทู้ในการนำเสนอแนวคิด นวัตกรรม เสร็จแล้วเราก็ค่อยๆหากรรมวิธีในทางปฎิบัตเพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ตามทฤษฏีที่เราตั้งธงเอาไว้ในบางครั้งอาจต้องปรับเปลี่ยนบางอย่างเพื่อให้ถูกต้อง  อายจัง

- บัว 4 เหล่า  ยิ้มกว้างๆ  ยิ้มกว้างๆ  ยิ้มกว้างๆ
บัว 4 เหล่า-หมายถึง บุคคล 4 ประเภท หรือ 4 กลุ่ม แยกตามระดับในทางธรรม ดังนี้....

1.บัวก้นบึง-คือ บุคคลที่เปรียบเสมือนบัวก้นบึง ยังคงเป็นเหง้า เป็นหัว จมอยู่ในโคลนตม รอคอยเวลาที่จะแตกเหง้า แตกหัว แตกหน่อเป็นต้นบัวอีกนานมาก และมีโอกาสที่จะเป็นอาหารแก่เต่าปลา ยากที่จะเติบโตเป็นต้นบัวต่อไปได้....

บัวก้นบึง-เปรียบเหมือนบุคคล ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ มีความเห็นผิด ไม่ถูกต้อง ขัดกับความเป็นจริงอย่างมาก คือ ไม่เชื่อว่าบาป-บุญมีจริง นรก-สวรรค์มีจริง เทพ-พรหม-ผี-ปีศาจ-สัตว์นรก-เปรต-อสุรกายมีจริง ไม่เชื่อว่ากฎแห่งกรรมมีจริงแต่กลับไปเชื่อว่าตายแล้วสูญ บาปกรรมไม่มี มีชีวิตก็แสวงหาแต่ความสุขจอมปลอมไปวันๆ สามารถทำความชั่วได้ง่ายๆ บุคคลเหล่านี้ยากแก่การกลับใจเป็นคนดี ยากแก่การสั่งสอนอบรมบ่มนิสัย จนมีผู้เรียกว่า "โมฆะบุรุษ" คือ เป็นบุรุษ(บุคคล)ที่เกิดมาสูญเปล่า ชีวิตไร้ค่า เสียชาติที่เกิดมาเป็นคน ไม่ได้มีโอกาสพัฒนาชีวิตจิตใจของตนเองให้สูงขึ้น หรือทำประโยชน์แก่ตน ผู้อื่น หรือแก่โลกเลย เป็นชีวิตที่น่าสงสารมาก คนพวกนี้ แทบว่าไม่มีศีลธรรมอยู่ในจิตใจเลย เป็นอันตรายทั้งกับตนเองและผู้อื่นด้วย....

2.บัวใต้นำ-หมายถึง บุคคลที่ยังดี ค่อยยังชั่วกว่าประเภทบัวก้นบึงอยู่บ้าง จมอยู่ใต้น้ำ รอวันเวลาเติบโต โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำในโอกาสต่อไป พวกนี้ยังพอมีศีลอยู่บ้าง เป็นบางข้อ ดีบ้างชั่วบ้างปะปนสลับกันไป ถ้าพวกนี้มีโอกาสพบครูบาอาจารย์ หรือกัลยาณมิตรที่ดี แนะนำให้คำปรึกษา เขาก็มีโอกาสพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้ต่อไป....

3.บัวปริ่มน้ำ-หมายถึง บุคคลที่มีศีลธรรมประจำใจพอสมควรแล้ว ศีล 5 อาจจะครบบ้างไม่ครบบ้าง มีโอกาสทำบุญทำทาน กุศลต่างๆบ่อยๆ แต่อาจจะยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรม สมาธิภาวนา พวกนี้ถ้าได้พบผู้แนะนำที่ดี เขาก็สามารถพัฒนาจิตใจขึ้นไปเป็นกัลยาณชน-ผู้เจริญแล้วได้ไม่ยากเลย.....

4.บัวพ้นน้ำ-หมายถึง บุคคลที่มีศีลธรรมประจำใจครบถ้วนสมบูรณ์ อย่างน้อยก็มีศีล 5 ครบทุกข้อ มีความบริสุทธิ์ในจิตใจพอสมควร ปฏิบัติทั้งทาน-ศีล-ภาวนา หรือ ศีล-สมาธิ-ปัญญาครบถ้วนในองค์ 3 มีโอกาสบรรลุธรรม ถึงมรรค-ผล-นิพพานได้ไม่ยาก ถ้ามีความเพียรพยายามปฏิบัติต่อเนื่อง สม่ำเสมอไม่ท้อถอย.....

คนประเภท 2 คบได้แต่ต้องระวังตัวพอสมควร ประเภท 3-4 คบหาสมาคมได้ค่อนข้างสนิทใจ เพราะไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร เพราะพื้นฐานจิตใจดี มีศีลธรรมประจำใจ.....

 พูดเรื่อง แนวนี้ ผมขอแชร์ ประสบการณ์ ที่ปฏิบัติอยู่

 สิ่งที่ พุทธเจ้า  สอน และ ให้ปฏิบัติคือ

1. ทาน
2. ศีล
3. ภาวนา

ในฐานะที่ เรายัง เลือก ฝ่าย โลกียะ อยู่
เพื่อที่ให้เรา สามารถ ปฏิบัติได้ ทั้ง   3 ข้อ แบบยังยืน หรือ เป็ฯนิจศิล
ผมเลือกทำดังนี้

1. หากระปุกออมสิน หรือบาตรพลาสติกเล็กๆ  ( บาตรแบบนี้ที่ร้านสังฆทานต่างๆ ก็จะมีขาย ) หรือภาชนะที่สะดวกในการหยอดเงิน
    ให้นำเงินที่ตั้งใจจะใส่บาตร (แต่ไม่มีเวลาจะไป) เตรียมเอาไว้
     **   ทานสูงสุด ในหมวดนี้คือ   อภัยทาน ***  เนื้อนาบุญ

2.  จากนั้นก็เริ่มสวดมนต์ ขอให้สวดบูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล อาราธนาศีล 5หรือ 8 เสียก่อน เพื่อให้ตนบริสุทธิ์ ไปตามจริตตนชอบบทไหนก็สวดบทนั้น
      จบด้วยบทสวด  การ แผ่ ส่วนกุศล  (ให้อโหสิกรรมกับเจ้ากรรมนายเวร)

     เมื่อสวดมนต์เสร็จ จากนั้นให้ เอาเงินที่จบไว้ในมือ ใส่เงินลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้

    *** เมื่อมีเวลาว่างให้เอาเงินนั้นไปทำบุญที่วัด  แล้วแต่โอกาสอำนวย  *****


3.  ควรทำสมาธิ และ วิปัสนา   ในหัวข้อที่ 3  นี้ ก็แล้วแต่ เพือนสมาชิก ฝึกปฏิบัติหรือไม่
        

ผมเน้น  ทำได้จริง และ แบบยังยืน หรือ เป็ฯนิจศิล


Liked By: kasedt50
บันทึกการเข้า
Pinho
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1539


« ตอบ #58 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 04:53:16 PM »

คิดตอนกล้วยราคา ลงบ้างนะครับ   ขอให้ท่านโชคดี มีทุนเสริม  ก็ไม่เดือด   สำหรับ ท่านที่จนอยู่แล้วแนวคิดแปลก ทำแต่พองามครับ 
บันทึกการเข้า

เพชร เด็กน้อยผู้น่ารัก
Boss4524
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 87


« ตอบ #59 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 08:43:06 PM »

ไม่อยากใช้น้ำลายราคาถูกไปดูถูกความฝันราคาแพง. ใว้ใบกล้วย3ใบรวมใบยอดให้เลี้ยงกล้วย1เคลือจำนวน10หวี. มันก็น่าคิดนะครับว่าคุณภาพที่จะออกมาแค่ไหน. ขอให้ประสพความสำเร็จครับ
บันทึกการเข้า
Service
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 733


« ตอบ #60 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 09:42:57 PM »

มันชิดมากแบบนี้จะทำงานยังไงครับ  ขนส่งแบบไหน    เวลาล้มต้นจะทำอย่างไร  คนไม่แบกขี้แตกหรอครับ   ชิดแบบนี้ ต้องอัดปุ๋ยมากๆเรยหรือป่าว  ระบบน้ำทำอย่างไรครับ


Liked By: ruok191
บันทึกการเข้า
ruok191
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 306



« ตอบ #61 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 11:01:29 PM »

มันชิดมากแบบนี้จะทำงานยังไงครับ  ขนส่งแบบไหน    เวลาล้มต้นจะทำอย่างไร  คนไม่แบกขี้แตกหรอครับ   ชิดแบบนี้ ต้องอัดปุ๋ยมากๆเรยหรือป่าว  ระบบน้ำทำอย่างไรครับ

 จะตอบยังไงดี ละ  มันมีอยู่ 2 ทาง

1ไม่มีทางหรอก
 ทำไม่ได้หรอก
 เพ้อเจ้อ
 นี้ใช้อะไรคิด


2 อุปสรรคมีไว พุ่งชน


เลือกเองเลยครับ

คติพจน์ สำหรับผม   อะไรที่ง่ายๆๆๆ คน ฉลาดจองไปหมดแล้ว
บันทึกการเข้า
dood
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


« ตอบ #62 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 11:39:08 PM »

เอกสารตีพิมพ์งานวิจัยอันนี้น่าสนใจครับ
http://www.kiran.nic.in/pdf/ijhf/vol23_2/7studies_on_planting_density_in_banana_cv.pdf

เป็นงานวิจัยของ Department   of   Horticulture, Assam  Agricultural  University
เขาได้ศึกษาความหนาแน่นในการปลูกต้นกล้วยโดยวิธีต่างๆ
1. ปลูก2ต้นต่อหลุม ระยะปลูก 2*3m  533 ต้น/ไร่
2. ปลูก3ต้นต่อหลุม ระยะปลูก 2*3m  800 ต้น/ไร่
3. ปลูก2ต้นต่อหลุม ระยะปลูก 1.8*3.6m  493 ต้น/ไร่
4. ปลูก3ต้นต่อหลุม ระยะปลูก 1.8*3.6m  740 ต้น/ไร่
5. ปลูก1ต้นต่อหลุม ระยะปลูก 1.5*1.5m  711 ต้น/ไร่

ผลการทดลองเขาสรุปว่า วิธีที่2 ปลูก3ต้นต่อหลุม ระยะปลูก 2*3m เหมาะสม
วิธีที่2ให้ผลิตผลิตมากที่สุด

ฝากไว้ให้เจ้าของกระทู้นำไปศึกษาต่อไปครับ
บันทึกการเข้า
somman
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 133


« ตอบ #63 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2016, 12:39:46 PM »

ขออาสาเป็นหัวหมู่ กล้าตาย

 การคิดที่แตกต่างไม่ได้เป็นสิ่งผิด และไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ มีมานมนานแล้วตั้งแต่มีมนุษย์ มึการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ นวรรตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับรุงคุณภาพ ต้นทุน  ฯลฯ

 หลายๆคนที่ท้วงติงก็เพื่อเตือนสติให้คิดอย่างรอบคอบ เพราะการทำเกษตรไม่ควรคิดทกอย่าง แบบสมมุติขึ้นมาลอยๆ ต้องตรวจสอบสมมุติฐาน ความจริง ความเป็นไปได้ เพราะมืฉะนั้น อาจทำให้ประสบความล้มเหลวเป็นส่วนใหญ่ ถามว่ามีโอกาสความสำเร็จหรือไม่ ตอบได้ว่ามี แต่ต้องใส่ตัวแปรอย่างอื่นเพิ่มอีก ซึ่งไม่ไเ้เตรียม ไว้แต่แรก ทำให้ไม่อยากเดินซ้ำรอยเดิมที่หลายๆคนพลาดพลั้งไป
 
 แนะนำให้ค้นคว้า หาความรู้ที่รู้จริง มีการนำไปปฏิบัติให้ได้ผลเห็นจริง ก่อนจะเผยแพร่สู่สาธารณะ ครับ

การที่จะได้ข้าวพันธุ์ใหม่ สักพันธุ์นั้น เริ่มจาก
 1.ความคาดหวัง(เป้าหมาย) เช่น ต้านทานโรคราน้ำค้าง ต้นสูงเพื่อปลูกในที่ลุ่ม ฯลฯ
 2.หลังจากนั้นก็จะเก็บรวบรวมข้อมูลพันธุ์ข้าวที่มรว่า มีลักษณะ เด่น ด้อย อย่างไร
 3.เมื่อเลือกได้คู่ที่คาดว่าจะให้ผลตามที่ต้องการ ก็ทำการปลูกในห้องทดลอง (แปลงเล็กๆ) ในถัง ในวงท่อซีเมนต์
 4.มีการผสมเกสรต้นแม่พันธุ์
 5.มีการติดตาม จัดเก็บข้อมูลต่างๆ
 6. เมื่อได้เมล็ดข้าวลูกผสม จะนำไปปลูกทดสอบ ในห้องทดลอง หรือแปลงควบคุม
 7.มีการทดสอบการต้านทาน โรค หรือแมลง ตามระยะเวลา เช่น ระยะงอก ระยะ ต้นกล้า ระยะ สาว ระยะออกดอก ระยะข้าวน้ำนม ระยะแก่ ระระเก็บเกี่ยว ระยะเก็บรักษา
 8.มีการจัดเก็บ ข้อมูลต่างๆ เรื่องน้ำ อุณหภูมิ ความชื้น
 9. มีการทดลอง ซ้ำๆๆหลายๆ ครั้ง บางครั้งมีการผสมกับอีสายพันธุ์
 10. มีการสรุปผล ระดับห้องทดลอง
11. มีการทำแปลงขนาดเล็ก
12. ทำการทดแลงกัแปลงเกษตรกร
13. มีการส่งเสริม การขยายพื้นที่ปลูก

 จะเห็นว่าการเษตร กว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ๆต้องมีการทดลอง ทำให้สำเร็จ อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ ทุกส่ิงทุกอย่าง มีที่มาทีไปครับ 


ไม่ต้องกระแนะกระแหนผมครับ ผมไม่ได้ทำงานด้านการเกษตร หรือกรมการข้าว ส่ิงที่ผมยกมามีการตเผยแพร่

 ผมเป็นบัวใต้น้ำบัวใค้โคลนตม  ถามหน่อยครับ ดอกบัวที่สวยงมาที่ท่ายเห็นนั้น ท่านทราบฐานเบื้องลึกหรือไม่ว่า มาจาดโคลนตม หลังจากที่เบ่งบาน ออกเมล็ดแล้ว ก้านใบ ฝักบัวนั้น ก็กลับสู่โคลนตมครับ
   
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: