หน้า: 1 [2] 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากใบมะรุมหมัก!  (อ่าน 4561 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #16 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2016, 04:02:48 PM »

วันที่ห้าของการต่อเชื้อจากน้ำหมักใบมะรุม

แถวยืนหน้า
-ซ้ายมือสุดเป็นน้ำหมักใบมะรุมที่เก็บรอบสอง ---ขอเรียกว่าน้ำหมัก 'ขวด a'
-ซ้ายมือขวดถัดมาเป็นขวดจากการขยายครั้งที่1 (ที่ตามอย่างในยูทูป อจ.กมล) ---ขอเรียกว่า 'ขวดA1'
-ขวดที่1-4 แต่ละขวด เอามา 1/5 จาก 'ขวด a' และ 'ขวดA1' โดยทั้งสี่ขวดเติมน้ำประปาด้วยจนเต็มขวด และเพิ่มด้วย
             ชวดที่1: เติมเกลือ
             ขวดที่2: เติมชูรสและเปลือกไข่
             ขวดที่3: เติมไข่ตีฟูพร้อมเปลือก,เกลือและชูรส
             ขวดที่4: ไม่เติมอะไรเลย (ยกเว้นน้ำประปาจนเต็มขวด)
             


Liked By: wee, kru mos, Pinho, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 04, 2016, 04:19:16 PM โดย likhit » บันทึกการเข้า

likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #17 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2016, 03:26:41 PM »

วันที่ห้าของการต่อเชื้อจากน้ำหมักใบมะรุม

แถวยืนหน้า
-ซ้ายมือสุดเป็นน้ำหมักใบมะรุมที่เก็บรอบสอง ---ขอเรียกว่าน้ำหมัก 'ขวด a'
-ซ้ายมือขวดถัดมาเป็นขวดจากการขยายครั้งที่1 (ที่ตามอย่างในยูทูป อจ.กมล) ---ขอเรียกว่า 'ขวดA1'
-ขวดที่1-4 แต่ละขวด เอามา 1/5 จาก 'ขวด a' และ 'ขวดA1' โดยทั้งสี่ขวดเติมน้ำประปาด้วยจนเต็มขวด และเพิ่มด้วย
             ชวดที่1: เติมเกลือ
             ขวดที่2: เติมชูรสและเปลือกไข่
             ขวดที่3: เติมไข่ตีฟูพร้อมเปลือก,เกลือและชูรส
             ขวดที่4: ไม่เติมอะไรเลย (ยกเว้นน้ำประปาจนเต็มขวด)
             

วันที่เก้า

สีแดงขึ้นมากทั้งสี่ขวด
ขวดที่2 ที่เติมชูรสและเปลือกไข่มีสีใกล้เคียงกับขวดที่สามที่เติมครบตามสูตรการขยายเชื้อ(เว้นแต่ดัดแปลงจากน้ำปลาเป็นเกลือ)
ขวดที่4 แดงค่อนไปทางน้ำตาล (ที่ไม่เติมไข่เลยเพราะทราบมาว่าในใบมะรุมมีโปรตีนหรือกรดอมิโนอยู่ด้วย คิดว่าน่าจะทดแทนโปรตีนไข่ไก่ได้เพียงแต่สีไม่แดงอย่างไข่ไก่)



Liked By: wee, kru mos, a_bkk
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #18 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2016, 03:24:28 PM »

เช้าวานตัดกิ่งมะรุมห้ากิ่ง ได้ใบมะรุมฝากเพื่อนบ้านสามบ้าน
วันนี้เอาใบมะรุมที่เหลือมาเตรียมหมักใส่ในกระสอบเก่าที่เริ่มเน่าเปื่อยจากที่สองเดือนก่อนอัดเต็มกระสอบ วันนี้ยุบเหลือหนึ่งส่วนสี่กระสอบ


ได้น้ำมะรุมหมักรุ่นที่สามมาสามขวดครึ่ง


หมักใบมะรุมรุ่นใหม่ใส่ไว้ในกระสอบมะรุมของเก่ามัดปากถุงแล้วเอาใส่กาละมังตั้งไว้ที่เดิม ถ่ายภาพไว้เมื่อใกล้เที่ยง


พุ่มมะรุมที่บ้าน ต้นสูงถึงจุดข้อมะรุมเยอะๆนี้ประมาณเกือบสามเมตร ไม่อยากให้สูงกว่านี้จะตัดยาก พอมีใบให้กิน แบ่งเพื่อนบ้าน และเหลือพอหมักทำปุ๋ยและจุลินทรีย์


Liked By: wee, kru mos, a_bkk
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #19 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2016, 10:57:07 AM »

วันที่ห้าของการต่อเชื้อจากน้ำหมักใบมะรุม

แถวยืนหน้า
-ซ้ายมือสุดเป็นน้ำหมักใบมะรุมที่เก็บรอบสอง ---ขอเรียกว่าน้ำหมัก 'ขวด a'
-ซ้ายมือขวดถัดมาเป็นขวดจากการขยายครั้งที่1 (ที่ตามอย่างในยูทูป อจ.กมล) ---ขอเรียกว่า 'ขวดA1'
-ขวดที่1-4 แต่ละขวด เอามา 1/5 จาก 'ขวด a' และ 'ขวดA1' โดยทั้งสี่ขวดเติมน้ำประปาด้วยจนเต็มขวด และเพิ่มด้วย
             ชวดที่1: เติมเกลือ
             ขวดที่2: เติมชูรสและเปลือกไข่
             ขวดที่3: เติมไข่ตีฟูพร้อมเปลือก,เกลือและชูรส
             ขวดที่4: ไม่เติมอะไรเลย (ยกเว้นน้ำประปาจนเต็มขวด)
            

วันที่เก้า

สีแดงขึ้นมากทั้งสี่ขวด
ขวดที่2 ที่เติมชูรสและเปลือกไข่มีสีใกล้เคียงกับขวดที่สามที่เติมครบตามสูตรการขยายเชื้อ(เว้นแต่ดัดแปลงจากน้ำปลาเป็นเกลือ)
ขวดที่4 แดงค่อนไปทางน้ำตาล (ที่ไม่เติมไข่เลยเพราะทราบมาว่าในใบมะรุมมีโปรตีนหรือกรดอมิโนอยู่ด้วย คิดว่าน่าจะทดแทนโปรตีนไข่ไก่ได้เพียงแต่สีไม่แดงอย่างไข่ไก่)



แถวยืนด้านหลังเป็นผลตามมาของน้ำหมักมะรุมที่ขยายได้

ส่วนขวดจากภาพบนที่วางนอนแถวหน้าสุดขยายจากน้ำหมักพรมมิ
ขวด 1:
         โดยใช้น้ำมะรุมหมักชุดหลังที่เก็บได้แทนไข่ไก่ ใช้น้ำหมักพรมมิที่กลายเป็นสีแดงเอามาเป็นหัวเชื้อ
 
ขวด 2,3,4
         ทำแบบขวดที่หนึ่งแต่เติมเกลือ ชูรสและไข่ตีฟูพร้อมเปลือก
 

ผลที่ได้เมื่อผ่านไปประมาณสิบกว่าวัน

จากภาพขวดที่นอนเรียงแถวหน้าสุด
ขวด 1:
         โดยใช้น้ำมะรุมหมักชุดหลังที่เก็บได้แทนไข่ไก่ ใช้น้ำหมักพรมมิที่กลายเป็นสีแดงเอามาเป็นหัวเชื้อ
         (เมื่อผ่านไปสิบกว่าวัน น้ำที่ได้เป็นสีเขียวแต่ไม่เกาะขวดแบบเดียวกับตะไคร่น้ำ คิดว่าน่าจะเป็นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงชนิดสีเขียว)
ขวด 2,3,4
         ทำแบบขวดที่หนึ่งแต่เติมเกลือ ชูรสและไข่ตีฟูพร้อมเปลือก (ค่อยๆเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มขึ้นในวันที่ห้า)




Liked By: kru mos, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 20, 2016, 11:05:09 AM โดย likhit » บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #20 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2016, 12:38:15 PM »

ขวดน้ำจุลินทรีย์ที่ได้จากการขยายด้วยน้ำหมักพรมมิ(รื้อฟื้นความจำเพิ่มเติมว่าได้ผสมใบเตยลงไปด้วยตอนเติมอากาศด้วยปั้มลมตู้ปลา แล้วหมักปิดขวดไว้จนน้ำเปลี่ยนสีเป็นออกแดงใส)

--ขวดขวามือ(ขวด1) เป็นน้ำหมักพรมมิที่ว่านี้ผสมกับน้ำหมักมะรุมอย่างละ1/5ของขวด ส่วนที่เหลือของขวด1.5 ลิตรเป็นน้ำประปา
ทิ้งตากแดดไว้สิบกว่าวันได้ออกมาเป็นน้ำสีเขียว และมีตะกอนนอนก้นเมื่อตั้งทิ้งไว้
--ขวดซ้ายมือ(ขวด2) ทำแบบเดียวกับขวดหนึ่งแต่เติมเกลือ ชูรส และไข่ไก่ตีฟูพร้อมเปลือก


Liked By: kru mos, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 20, 2016, 12:41:55 PM โดย likhit » บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #21 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2016, 01:11:46 PM »

ขวดน้ำจุลินทรีย์ที่ได้จากการขยายด้วยน้ำหมักพรมมิ(รื้อฟื้นความจำเพิ่มเติมว่าได้ผสมใบเตยลงไปด้วยตอนเติมอากาศด้วยปั้มลมตู้ปลา แล้วหมักปิดขวดไว้จนน้ำเปลี่ยนสีเป็นออกแดงใส)

--ขวดขวามือ(ขวด1) เป็นน้ำหมักพรมมิที่ว่านี้ผสมกับน้ำหมักมะรุมอย่างละ1/5ของขวด ส่วนที่เหลือของขวด1.5 ลิตรเป็นน้ำประปา
ทิ้งตากแดดไว้สิบกว่าวันได้ออกมาเป็นน้ำสีเขียว และมีตะกอนนอนก้นเมื่อตั้งทิ้งไว้
--ขวดซ้ายมือ(ขวด2) ทำแบบเดียวกับขวดหนึ่งแต่เติมเกลือ ชูรส และไข่ไก่ตีฟูพร้อมเปลือก


จุลินทรีย์จากพรมมิ(ผสมใบเตย)ปละมะรุม ชุดนี้ที่ว่าทำไว้สี่ขวด
         ขวด1 ไม่ได้ผสมอื่นยกเว้นเติมน้ำเปล่า ผลคือได้ออกมาเป็นสีเขียว
         ขวด2,3,4 ทำด้วยส่วนผสมเดียวกัน ผลคือได้ออกมาเป็นสีแดง

ขวดที่3และ4 ---ทดลองแบ่งไปเป็นส่วนผสมในน้ำใช้ปลูกผักไร้ดิน (ที่เห็นตะกร้าข้างหลังขวดตามภาพข้างล่าง)
              ---และนำไปขยายต่ออีกสี่ขวดโดยใช้เกลือ ชูรส เปลือกไข่และแบ่งน้ำมะรุมที่เก็บมาจากกาละมังตากแดดตากฝน



สี่ขวดทางขวามือของภาพจุลินทรีย์จากน้ำหมักพรมมิ(ผสมใบเตย)และมะรุุมที่เริ่มขยายเมื่อวันที่ 11ตุลาคม2559 รวมถึงวันนี้เป็นเวลา9วันเต็ม


(ทราบมาว่ามะรุมมีโปรตีนมาก จึงคิดนำมาแทนโปรตีนในไข่ แม้ว่าจะแทนกันไม่ได้ทั้งหมด แต่ถ้าทำได้จะลดต้นทุนไข่อีกหลายบาท ...และขอนอกเรื่องอีกนิดว่าถ้าทำได้โดยไม่ต้องใช้ไข่ เอาแต่เปลือกไข่ที่ร้านเบเกอรี่่เหลือทิ้ง จะได้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ต้นทุนต่ำ ถ้ามีมากน่าจะเอาไปบำบัดน้ำเสียคลองใน กทม วันละขวดก็นับว่าดีมาก)






Liked By: kru mos, a_bkk
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #22 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2016, 01:29:26 PM »

เบี้ยเล็กๆในตะกร้านี้ อายุได้10วัน


เคยปลูกอย่างนี้มาก่อนแต่ไม่สำเร็จ เช่นปลูกน้ำมูลไส้เดือนที่หมักเติมอากาศ ปัญหาที่เจอคือรากเป็นเมือกและเน่า เป็นเหตุให้เรียนรู้และได้รู้จักจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงตลอดจนทำน้ำมันจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากมะรุมหมักตามหัวข้อกระทู้นี้


เบี้ยในตะกร้ารูปข้างล่างเป็นดาวเรืองฝรั่งเศสกับผักสลัดปลูกในน้ำที่มีส่วนผสมของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากที่ขยายได้ ดีใจที่รอบนี้ปัญหาเมือกที่รากหรือจากรากเน่ายังไม่แสดงให้เห็น 
เบี้ยสลัดในตะกร้า ปลูกเปรียบเทียบกับในดิน



ภาพถัดไปขยายให้เห็นชัดขึ้น


อีกภาพเป็นเบี้ยสลัด


สุดท้ายเป็นตัวอย่างสีน้ำในตะกร้า ที่มีส่วนผสมเติมน้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงลงไปด้วย 



วัดค่า EC โดยใช้TDS meter ค่าอยู่ที่ 140-170 ค่าPH เฉลี่ยประมาณ 6


Liked By: kru mos, a_bkk
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #23 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2016, 02:23:57 PM »



ขยายครั้งที่สอง: น้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากใบมะรุมหมักและเติมอาหารให้แตกต่างกัน สีออกมาแตกต่าง



น้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจาก'พรมมิหมัก:-
ต่อเชื้อขยายครั้งแรก: น้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจาก'พรมมิหมักผสมใบเตย (ขวดที่หนึ่ง และสอง ให้สีต่างกันจากวัตถุดิบที่ให้เป็นอาหารต่างกัน)

นำขวดที่ขยายครั้งที่หนึ่งซึ่งได้สีแดงมาต่อเชื้อขยายครั้งที่สอง: น้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจาก'พรมมิหมักผสมใบเตย และใช้มะรุมหมักแทนไข่ ผสมเปลือกไข่ เกลือและชูรส (ขวดที่สาม)
นำขวดที่ขยายครั้งที่สองต่อเชื้อขยายครั้งที่สาม: น้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจาก'พรมมิหมักผสมใบเตย และใช้มะรุมหมักแทนไข่ ผสมเปลือกไข่ เกลือและชูรส (ขวดที่สี่)

ภาพข้างล่างเป็นการต่อเชื้อขยายครั้งที่สาม โดยการนำขวดที่ขยายครั้งที่สองต่อเชื้อขยายครั้งที่สาม(ครั้งนี้ขยายเป็นสิบขวด)

ได้ข้อสรุปว่าในการขยายครั้งหลังๆสามารถใช้เกลือ ชูรส เปลือกไข่ และใช้น้ำหมักใบมะรุมมาเป็นโปรตีนแทนไข่ได้ขณะเดียวกันก็เป็นการเสริมเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงให้น้ำหมักพรมมิได้

สุดท้าย:  นำไปใช้งานชำต้นพรมมิ และปลูกผักในน้ำ โดยเติมน้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ได้จากหัวเชื้อที่เป็นน้ำพรมมิหมัก(5 ช้อนโต๊ะ). ต่อน้ำใบมะรุมหมัก(10ช้อนโต๊ะ) ต่อน้ำฝนแปดถึงสิบลิตร และเติมเกลือดำอีกสองปลายช้อนโต๊ะ (ประมาณ 0.5-1.0 กรัม/น้ำ8-10ลิตร)

น้ำหนักเกลือดำหนึ่งปลายช้อนโต๊ะ (ตักโดยประมาณเอา ครั้งนี้นำมาลองชั่งน้ำหนัก) หรือประมาณหนึ่งช้อนเล็กๆที่ใช้ตวงโสม






ภาพถัดไปเป็นพรมมิชุดใหม่ ชำเมื่อสามวันก่อน


เบี้ยผักสลัด 




Liked By: kru mos, a_bkk
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #24 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2016, 06:23:11 PM »

ต่อยอด...จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากใบมะรุมหมัก โดยการนำไปใช้ปลูกผักไร้ดิน
ผักสลัดอายุ 23 วัน  (บางถ้วยใบจริง 4 ใบ)

ย้ายลงขวดปลูกด้วยน้ำหมักมะรุม น้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง และเติมเกลือดำนิดหน่อย (ปลูกแบบไร้ดิน ไม่ใช้ปุ๋ยเอบี และไม่ใช้ปุ๋ยเคมีใดๆ

 


Liked By: kru mos, a_bkk
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #25 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2016, 11:08:47 AM »

ต้นดาวเรืองฝรั่งเศสกับผักสลัดที่ปลูกในน้ำปุ๋ยมะรุมกับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง(จากที่ทำได้)


ราก...ที่แช่ในน้ำ รากต้นดาวเรืองฝรั่งเศสเยอะมาก


Liked By: kru mos
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #26 เมื่อ: มกราคม 16, 2017, 12:25:13 PM »

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: kru mos
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 22, 2017, 03:24:39 PM โดย likhit » บันทึกการเข้า
kru mos
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 710


« ตอบ #27 เมื่อ: มกราคม 25, 2017, 03:54:06 PM »

เข้ามาติดตามรับความรู้ด้วยคนค่ะ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์


Liked By: likhit
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 01:23:33 PM »

เข้ามาติดตามรับความรู้ด้วยคนค่ะ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

ขอขอบคุณคุณ kru mos ที่สนใจกระทู้นี้ค่ะ  ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทดลอง กะให้เป็นพืชผักจากที่หมุนเวียนจากผลิตผลและเศษกิ่งไม้ใบหญ้าที่มี ช่วงนี้มะรุมแตกยอดช้าไม่เหมือนหน้าฝนแต่ก็พอให้น้ำมะรุมมาบ้าง แต่ว่าช่วงนี้เว้นการขยายจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงไปนานเลย

แต่น้ำหมักจากใบมะรุมนั้นตอนนี้พัฒนามานิดนึง คือเอาใบมะรุมสดใส่ถุงตาข่ายแล้วหมักในถัง ที่ใช้จุกฝ่น้ำอัดลมทำเป็นที่เปิดปิดแทนก็อกน้ำ พอกะว่าเริ่มน่าจากการย่อยใบมะรุมแล้วก็เปิดฝาเกลียวรินออกมาใช้งาน


รอบนี้ท่าจะเพราะไม่ได้ตากแดดโดยตรงน้ำที่ได้เป็นสีออกดำคล้ำและชอบใจมากไม่มีกลิ่นใบมะรุมหมักเลย


ยังไม่ได้ลองเอาเอข้าสูตรการหมักจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงว่าจะให้น้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากใบมะรุมด้วยหรือเปล่า ซึ่งจะได้คำตอบมาคือไม่พ้นต้องลงมือทำนนะคะ

ยิ้มยิ้มเท่ห์ยิ้มยิ้มเท่ห์


Liked By: kru mos, a_bkk
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #29 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 01:44:39 PM »

ช่วงสองเดือนนี้ทดลองปลูกจำพวกต้นไม้ลงในน้ำบ้าง แต่ดูแลให้น้ำปุ๋ยใบมะรุมหมักกับน้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากใบมะรุมหมักได้ไม่สม่ำเสมอ เกือบๆเรียกว่าถูกทิ้งๆขว้างๆ เสียดายแรงที่ลงไว้แต่แรก แต่สุดวิสัยเพราะว่ามีภารกิจหลักที่ต้องทำก่อน เลยต้องเว้นช่วงการลงความคืบหน้าไปพร้อมๆกับที่ผักแลต้นไม้บางต้นก็ตายไปด้วย
___ความคืบหน้า
ต้นแคกระถาง ปลูกในน้ำผสมจุลินทรีย์สังเคราะห์


ราก: ในน้ำหลังปลูกประมาณสองเดือน


รดด้วยน้ำผสมจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ติดสองฝัก(น้องเล่าว่าคนขายบอกพันธ์ุนี้ให้ดอกดกตั้งแต่ต้นยังเตี้ยแต่จะติดฝักได้น้อยมาก)


ไผ่ในกระถาง แทงหน่อ (น่าจะเป็นหน่อที่แทงออกมาจากง่ามกิ่งไผ่ในกระถาง)ครบสองสัปดาห์วันนี้พบว่ายาวฟุตกว่า (ขออภัยที่ภาพตะแคง พอปรับให้เป็นภาพตรงกลับเห็นแต่ยอด แก้ไขหลายรอบมากไม่ดีขึ้น เลยต้องขอเป็นภาพตะแคงไปก่อน)


รากต้นไผ่ในน้ำผสมน้ำหมักใบมะรุมและน้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง


ที่ผ่านมาต้นพรมมิเริ่มโทรมไปหลายกระถางและหลายแปลง(แปลงเล็กๆ)ต้องรีบกู้และตัดยอดมาปักชำกันใหม่ก่อนที่จะสูญไปจากสวน
ยังดีที่พรมมิปลูกโดยใช้กาบมะพร้าวเป็นวัสดุปลูกในตะกร้่าชั้นบน ส่วนตะกร้้าล่างเป็นน้ำผสมน้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงและน้ำหมักใบมะรุมชุดนี้รอดให้เห็นยอดที่ทอดในตะกร้า


ไว้จังหวะเหมาะๆคงได้มาบอกเล่ากันต่อ ยิ้มเท่ห์ยิ้มเท่ห์ยิ้มเท่ห์ยิ้มเท่ห์


Liked By: kru mos, laihan, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 02:06:14 PM โดย likhit » บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


« ตอบ #30 เมื่อ: มีนาคม 07, 2017, 07:43:24 PM »

ใบมะรุมสดหมักในถังจนกลายเป็นน้ำหมัก 


ใช้เวลาเดือนกว่าถึงสองเดือน


 ใส่ขวดและเตรียมขยายเชื้อจุลินมรีย์สังเคราะห์แสง


1 มีนาคม 2560

แถวหลัง_ห้าขวดซ้ายมือ เป็นน้ำใบมะรุมหมัก ไข่ตีฟู เกลือ ชูรส และเติมน้ำจนเต็มขวด
         _ห้าขวดขวามือ ทำแบบเดียวกับห้าขวดซ้ายมือ แต่เพิ่มหัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงประมาณ 100 ซีซี

(2 มีนาคม 2560 แบ่งขวดขวามือมาหนึ่งขวดนำไปเจือจางน้ำและขยายเพิ่มจากหนึ่งขวดเป็นห้าขวดและเติมจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเป็น 300 ซีซี/ขวด)

7 มีนาคม 2560

_ก. สามขวดซ้ายมือ (เป็นน้ำใบมะรุมหมัก ไข่ตีฟู เกลือ ชูรส และเติมน้ำจนเต็มขวด) 
  เริ่มเป็นสีค่อนไปโทนเขียว 
_ข. สามขวดกลาง (ที่เติมจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 100 ซีซี) เริ่มมีสีน้ำตาลแดง
_ค. สี่ขวดขวามือแถวหน้า (ที่นำขวด ข. ไปขยายและเติมจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 300 ซีซี) เริ่มมีสีน้ำตาลแดงที่เข้มขึ้นกว่า ข.


Liked By: a_bkk
บันทึกการเข้า
a_bkk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 86


« ตอบ #31 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 06:45:48 AM »

แวะมาขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม...ว่าแต่ ทำไมมันต้องใช้ปริมาณมากจังครับ มีสูตรแบบปริมาณน้อยหน่อยมัยครับ..ผมอยู่ กทม หาใบมะรุมไม่ได้..แถวบ้านก็ไม่มีใครปลูก (ไม่งั้นจะไปขโมยตัดมาหมักสะหน่อย 55) แล้วน้ำหมักที่ได้ เคยลองเอาไปใช้ในครัวเรือนมัยครับ ? ส่วนใหญ่จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงหลาย ๆ สูตร เอามาใช้กับต้นไม้ และเหมือนจะเวิร์คทุกสูตร แต่ไม่ค่อยเห็นใครลองเอามาใช้ในครัวเรือน เหมือนพวกจุลินทรีย์ปกติ


Liked By: tum789
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: