ข่าว
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากใบมะรุมหมัก!  (อ่าน 3482 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« เมื่อ: กันยายน 24, 2016, 05:29:29 AM »

เพื่อนสมาชิกท่านใดเคยหมักใบมะรุมบ้าง ได้ผลและมีการนำไปใช้อื่นๆอย่างไร
...เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ เอามะรุมที่ตัดจากต้น ริดใบที่ติดกิ่งก้านเล็กๆ อัดใส่ถุงกระสอบข้าวห้าสิบโล เชือกมัดปากถุงแน่นๆ ทิ้งไว้ที่แดดรำไรจนเน่า ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ เปิดถุงออกมาร้อนมากและกลิ่นแรงมาก รีบมัดปากถุงกลับเหมือนเดิมแล้วเอาทั้งถุงใส่กาละมังตากแดดตากฝน กะเอาน้ำที่ได้มาทำปุ๋ยหมัก ทิ้งไว้อีกสองสัปดาห์แล้วกรองกรอกใส่ขวดลิตรครึ่ง ได้มาสามขวด ตั้งไว้ในที่แดดรำไรต่อ

มีขวดหนึ่งที่ทดลองว่าตำเมล็ดมะรุมแห้งๆละลายน้ำแล้วเทลง หวังจะลองทำให้นำ้มะรุมหมักตกตะกอน  ท้ิงไว้อีกประมาณหนึ่งเดือน ไม่ยักจะตกตะกอนแต่เจอว่าสีเข้มจนเกือบเป็นน้ำตาล เมื่อหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเจอว่าก้นขวดนำ้หมักมะรุมขวดนี้ มีตะกอนสีม่วงๆปนกับสีน้ำตาลเปลือกมังคุดเลยแบ่งน้ำใบมะรุมหมักนั้นมา ทำตามลิงค์นี้
https://m.youtube.com/watch?v=9gyPkViyWNE
ผลคือวันที่สามที่ตากแดดไว้ เริ่มออกส้มแดง วันที่สี่ห้าเริ่มแดง พอครบสัปดาห์แดงและข้นมากขึ้น

กลับไปค้นอ่านข้อมูลในกูเกิ้ลเจอว่าในน้ำมะรุมที่หมักมีจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสองกลุ่มทั้งสีม่วงและสีเขียว

"...There are many photosynthetic bacteria, but two main groups are important in ponds: the purple sulphur bacteria belonging to the family of Chromatiaceae and the green sulphur bacteria belonging to the family Chlorobiaceae. It would seem that Moringa facilitated the build up of these bacteria...."
http://www.waternetonline.ihe.nl/symposium/9/full%20papers/wfp/Moyo,%20C.doc

พอลงมือทำ ได้ผลและมีข้อมูลเพิ่มอย่างนี้

เห็นว่าน่าจะนำมาเล่าสู่กันฟัง จะได้มีหัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ทำได้เองอย่างง่ายๆใช้เอง ดีแล้วบอกต่อ หรือได้ผลอื่นๆยังไงมาเล่าให้ฟังกัน...

และอยากถามเพื่อนสมาชิกท่านใดเคยหมักใบมะรุมบ้าง ได้ผลและมีการรนำเอาไปใช้อื่นๆอย่างไรบ้าง
และสมาชิกท่านใดเคยหมักใบมะรุมให้เกิดจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง...ทำหัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากใบมะรุม...ได้บาง
ขอขอบคุณมากๆในทุกๆความเห็น  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

หมายเหตุ ขออภัยอย่างมากที่ไม่มีรูปภาพ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2017, 04:03:58 PM โดย likhit » บันทึกการเข้า

laduvoir
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 67


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 24, 2016, 06:18:55 PM »

ตามมาสังเกตุการณ์เพิ่มความรู้และประสบการณ์ด้วยคนครับ


Liked By: KAI-KU.36, likhit, kru mos
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 27, 2016, 10:55:39 PM »


ขวดเดียวโดดๆแถวหน้าเป็นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากใบมะรุม
แถวหลัง-สี่ขวดแรกจากซ้ายไปขวาได้จากน้ำหมักเศษอาหารทำครัว
        -สามขวดถัดไปจากใบมะรุม


Liked By: a_bkk
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 27, 2016, 11:15:36 PM »



ขวดนี้เป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ได้จากการเอาใบมะรุมอัดเต็มกระสอบ มัดปากถุง ตั้งไว้ที่แดดรำไรหนึ่งสัปดาห์ แล้วเอาทั้งถุงใส่กาละมังตากแดดตากฝนอีกสองสัปดาห์(ช่วงนั้นฝนยังตกไม่มาก) ครบสองสัปดาห์กรองเอาน้ำที่ได้ใส่ขวดลิตรครึ่งได้สามขวด

ขวดนี้เป็นขวดที่สอง บดเมล็ดมะรุมแห้งห้าเมล็ดเติมน้ำนิดหน่อยแล้วกรอกทั้งน้ำทั้งเนื้อเมล็ดมะรุมลงไปในขวด ไม่เขย่าขวด ปิดฝาให้แน่น ตั้งไว้ใต้ต้นมะม่วงเจอแดดเช้าๆเที่ยงๆ ตั้งวางไว้เกือบๆเดือน เปลี่ยนจากสีเขียวขี้ม้าเป็นสีน้ำตาลคล้ายๆเปลือกมังคุด

จากนั้นแบ่งน้ำในขวดนี้ไปขยายตามสูตร จนได้เป็นน้ำสีแดงๆ รูปก่อนหน้านี้


Liked By: kru mos, a_bkk
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 27, 2016, 11:37:55 PM »


ขวดที่หนึ่งของน้ำมะรุมที่ได้เอาไปผสมน้ำที่เติมน้ำตาลทรายแดงแล้วใช้ปั๊มอากาศตู้ปลากลางวัน ปิดกลางคืน วันรุ่งขึ้นเปิดปั๊มไม่ถึงครึ่งชั่วโมงฟองอากาศล้นตามภาพ
(ลองวิธีนี้จากที่อ่านเจอข้อมูลเกี่ยวกับน้ำหมักที่ให้อากาศเพิ่มเพื่อช่วยจุลินทรีย์กลุ่มที่ต้องการอากาศเติบโตเร็ว เหตุการทำขวดสองนี้เพราะอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไร)


Liked By: kru mos, somjade, a_bkk
บันทึกการเข้า
krasin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 28, 2016, 03:22:33 PM »

เคยดูในคลิปเขาเอาน้ำหมักมูลใส้เดือนใส่ขวดแล้วตากแดดมันจะกลายพันธุ์เป็น จลส.ไม่ทราบว่าท่านใดเคยทำหรือยังครับ


Liked By: kru mos, likhit, somjade
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 28, 2016, 06:22:16 PM »

เคยดูในคลิปเขาเอาน้ำหมักมูลใส้เดือนใส่ขวดแล้วตากแดดมันจะกลายพันธุ์เป็น จลส.ไม่ทราบว่าท่านใดเคยทำหรือยังครับ


ขวดจุกสีน้ำเงินเป็นขวดน้ำมูลไส้เดือนที่ใช้เครื่องปั๊มอากาศตู้ปลาหมักขยายเชื้อ(เพื่อย่นเวลาในการหมักน้ำมูลไส้เดือน) ตากแดดแล้วเอามาเป็นหัวเชื้อให้กับจุกเขียว
ขวดจุกสีเขียวกลางภาพเป็นขวดที่แบ่งเอาน้ำหมักมูลไส้เดือนที่ตากแดดประมาณหนึ่งเดือน(ขวดจุกสีน้ำเงิน)มาขยายตามสูตรอาหารจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ประมาณสิบกว่าวันเปลี่ยนเป็นสีแดงตามภาพ
ส่วนขวดอื่นๆเป็นน้ำหมักอื่นๆหลายอย่างที่ทำไว้...ขอขอบคุณมากที่สนใจ   ยิ้ม ยิ้มเท่ห์


Liked By: somjade, kru mos, a_bkk
บันทึกการเข้า
krasin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 29, 2016, 03:19:30 PM »



ขวดจุกสีน้ำเงินเป็นขวดน้ำมูลไส้เดือนที่ใช้เครื่องปั๊มอากาศตู้ปลาหมักขยายเชื้อ(เพื่อย่นเวลาในการหมักน้ำมูลไส้เดือน) ตากแดดแล้วเอามาเป็นหัวเชื้อให้กับจุกเขียว
ขวดจุกสีเขียวกลางภาพเป็นขวดที่แบ่งเอาน้ำหมักมูลไส้เดือนที่ตากแดดประมาณหนึ่งเดือน(ขวดจุกสีน้ำเงิน)มาขยายตามสูตรอาหารจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ประมาณสิบกว่าวันเปลี่ยนเป็นสีแดงตามภาพ
ส่วนขวดอื่นๆเป็นน้ำหมักอื่นๆหลายอย่างที่ทำไว้...ขอขอบคุณมากที่สนใจ   ยิ้ม ยิ้มเท่ห์


น้ำมูลไส้เดือนที่ใช้เครื่องปั๊มอากาศตู้ปลาหมักขยายเชื้อ(เพื่อย่นเวลาในการหมักน้ำมูลไส้เดือน) = กี่วันครับ


Liked By: likhit, somjade, kru mos, a_bkk
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 29, 2016, 06:06:50 PM »

ขอตอบคุณ Krasin  ยิ้ม ยิ้มเท่ห์
น่าจะอยู่ที่สามวันไม่เกินห้าวัน (เท่าที่อ่านข้อมูลในเน็ตถ้าใช้วิธีนี้ทั่วไปจะสองวันสองคืน แต่เนื่องจากไม่ได้เดินเครื่องปั๊มอากาศตลอดเวลา บางครั้งก็ปิดกลางคืนเพราะเกรงว่าเปิดนานเครื่องจะไหม้ เลยชดเชยเวลาให้  ยิงฟันยิ้ม)
ขอเล่าวิธีที่ปรับทำเอาเอง คือใช้มูลไส้เดือนสักสิบทัพพีพูนๆ ห่อด้วยผ้าขาวบางมัดให้แน่น ปลายเชือกมัดกับหูถังขนาดยี่สิบลิตรที่จะใช้
แล้วแช่ห่อมูลไส้เดือนลงในถังมีน้ำที่ละลายน้ำตาลทรายแดง(โอวทึ้ง)อยู่ประมาณ200-300กรัม ไว้แล้ว
แล้วก็เดินเครื่องปั๊มอากาศ สังเกตว่าพอเข้าวันที่สองหรือปั๊มต่อเนื่องหนึ่งวันหนึ่งคืนจะมีฟองน้ำหมักเกาะผิว ถ้าเดินเครื่องต่อเนื่องสองวันน่าจะใช้ได้ ที่สังเกตคือเมื่อสิ้นสุดการหมักแบบเติมอากศนี้แล้ว พอกรองและกรอกลงขวดแล้ว ผ่านไปหลายๆชั่วโมงขวดไม่บวม หรือไม่เกิดแกสจากการย่อยหรือถ้าเกิดก็น้อย

หมายเหตุ
1. ชอบวิธีการห่อผ้ามูลไส้เดือนเพราะเวลากรองแยกเอาน้ำหมักมาใช้ง่ายกว่า
และเมื่อสิ้นสุดการหมักก็เอากากมูลไส้เดือนนี้ไปเป็นปุ๋ยต้นไม้ได้
2. หากน้ำละลายโอวทึ้งที่ใช้ในการหมักเกือบเสมอขอบถัง ฟองที่เกิดจะล้นมานอกถังได้
3. ที่ไม่ใช้กากน้ำตาลเพราะอาจย่อยได้ไม่หมดเท่าโอวทึ้ง และในกากน้ำตาลจะมีส่วนผสมของปูนขาว
ถ้าใช้รดต้นไม้ นานๆไปอาจทำให้ดินแข็งได้ จากการย่อยสลายกากน้ำตาลที่ไม่สมบูรณ์แล้วนำไปใช้

ที่หมักมูลไส้เดือนแบบเติมอากาศนี้ทำแค่ครั้งเดียว ยังไม่ได้ทำซ้ำอีก

หวังว่าประสบการณ์นี้อาจพอเป็นประโยชน์บ้าง ขออภัยที่ตอบยาวและถ้าทราบเรื่องนี้มาก่อน ขยิบตา


Liked By: somjade, kru mos, a_bkk
บันทึกการเข้า
krasin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 29, 2016, 06:18:03 PM »

ขอตอบคุณ Krasin  ยิ้ม ยิ้มเท่ห์
น่าจะอยู่ที่สามวันไม่เกินห้าวัน (เท่าที่อ่านข้อมูลในเน็ตถ้าใช้วิธีนี้ทั่วไปจะสองวันสองคืน แต่เนื่องจากไม่ได้เดินเครื่องปั๊มอากาศตลอดเวลา บางครั้งก็ปิดกลางคืนเพราะเกรงว่าเปิดนานเครื่องจะไหม้ เลยชดเชยเวลาให้  ยิงฟันยิ้ม)
ขอเล่าวิธีที่ปรับทำเอาเอง คือใช้มูลไส้เดือนสักสิบทัพพีพูนๆ ห่อด้วยผ้าขาวบางมัดให้แน่น ปลายเชือกมัดกับหูถังขนาดยี่สิบลิตรที่จะใช้
แล้วแช่ห่อมูลไส้เดือนลงในถังมีน้ำที่ละลายน้ำตาลทรายแดง(โอวทึ้ง)อยู่ประมาณ200-300กรัม ไว้แล้ว
แล้วก็เดินเครื่องปั๊มอากาศ สังเกตว่าพอเข้าวันที่สองหรือปั๊มต่อเนื่องหนึ่งวันหนึ่งคืนจะมีฟองน้ำหมักเกาะผิว ถ้าเดินเครื่องต่อเนื่องสองวันน่าจะใช้ได้ ที่สังเกตคือเมื่อสิ้นสุดการหมักแบบเติมอากศนี้แล้ว พอกรองและกรอกลงขวดแล้ว ผ่านไปหลายๆชั่วโมงขวดไม่บวม หรือไม่เกิดแกสจากการย่อยหรือถ้าเกิดก็น้อย

หมายเหตุ
1. ชอบวิธีการห่อผ้ามูลไส้เดือนเพราะเวลากรองแยกเอาน้ำหมักมาใช้ง่ายกว่า
และเมื่อสิ้นสุดการหมักก็เอากากมูลไส้เดือนนี้ไปเป็นปุ๋ยต้นไม้ได้
2. หากน้ำละลายโอวทึ้งที่ใช้ในการหมักเกือบเสมอขอบถัง ฟองที่เกิดจะล้นมานอกถังได้
3. ที่ไม่ใช้กากน้ำตาลเพราะอาจย่อยได้ไม่หมดเท่าโอวทึ้ง และในกากน้ำตาลจะมีส่วนผสมของปูนขาว
ถ้าใช้รดต้นไม้ นานๆไปอาจทำให้ดินแข็งได้ จากการย่อยสลายกากน้ำตาลที่ไม่สมบูรณ์แล้วนำไปใช้

ที่หมักมูลไส้เดือนแบบเติมอากาศนี้ทำแค่ครั้งเดียว ยังไม่ได้ทำซ้ำอีก

หวังว่าประสบการณ์นี้อาจพอเป็นประโยชน์บ้าง ขออภัยที่ตอบยาวและถ้าทราบเรื่องนี้มาก่อน ขยิบตา

มีประโยชน์มากเลยครับสำหรับคนที่ไม่รู้อย่างผม และท่านอื่นๆเผื่อเอาไปต่อยอดใช้กันครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ


Liked By: somjade, kru mos, pakinees
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 29, 2016, 06:32:43 PM »



ก่อนเที่ยงวันนี้:-

กรองน้ำที่แช่ใบมะรุมที่ใส่ถุงตากแดดตากฝนอยู่ในกาละมังได้มาอีกสองขวด (ใบมะรุมชุดที่รุ่นแรกกรองได้น้ำข้นๆสามขวดแล้วเอาไปเป็นจุดตั้งต้นทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ตามภาพแถวแรกขวดที่สองที่มีน้ำแดงๆติดขวด)

จากภาพแถวหน้า -ขวดแรกซ้ายมือเป็นหนึ่งในสองขวดที่ได้วันนี้
         -ขวดที่สองจากซ้ายมือเป็นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงรุ่นแรกต่อเชื้อได้
         -สี่ขวดถัดไป เป็นการต่อเชื้อ โดยแต่ละขวดใช้น้ำประปาครึ่งขวดและใช้น้ำจากแถวหน้่าขวดแรกกับแถวหน้่าขวดที่สองประมาณอย่างละ1/5ของแต่ละขวดแล้วเติมน้ำประปาจนเต็มขวด ตั้งตากแดดไว้  ....


Liked By: somjade, kru mos, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2016, 06:56:29 PM โดย likhit » บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 29, 2016, 06:53:11 PM »

ขอตอบคุณ Krasin  ยิ้ม ยิ้มเท่ห์
น่าจะอยู่ที่สามวันไม่เกินห้าวัน (เท่าที่อ่านข้อมูลในเน็ตถ้าใช้วิธีนี้ทั่วไปจะสองวันสองคืน แต่เนื่องจากไม่ได้เดินเครื่องปั๊มอากาศตลอดเวลา บางครั้งก็ปิดกลางคืนเพราะเกรงว่าเปิดนานเครื่องจะไหม้ เลยชดเชยเวลาให้  ยิงฟันยิ้ม)
ขอเล่าวิธีที่ปรับทำเอาเอง คือใช้มูลไส้เดือนสักสิบทัพพีพูนๆ ห่อด้วยผ้าขาวบางมัดให้แน่น ปลายเชือกมัดกับหูถังขนาดยี่สิบลิตรที่จะใช้
แล้วแช่ห่อมูลไส้เดือนลงในถังมีน้ำที่ละลายน้ำตาลทรายแดง(โอวทึ้ง)อยู่ประมาณ200-300กรัม ไว้แล้ว
แล้วก็เดินเครื่องปั๊มอากาศ สังเกตว่าพอเข้าวันที่สองหรือปั๊มต่อเนื่องหนึ่งวันหนึ่งคืนจะมีฟองน้ำหมักเกาะผิว ถ้าเดินเครื่องต่อเนื่องสองวันน่าจะใช้ได้ ที่สังเกตคือเมื่อสิ้นสุดการหมักแบบเติมอากศนี้แล้ว พอกรองและกรอกลงขวดแล้ว ผ่านไปหลายๆชั่วโมงขวดไม่บวม หรือไม่เกิดแกสจากการย่อยหรือถ้าเกิดก็น้อย

หมายเหตุ
1. ชอบวิธีการห่อผ้ามูลไส้เดือนเพราะเวลากรองแยกเอาน้ำหมักมาใช้ง่ายกว่า
และเมื่อสิ้นสุดการหมักก็เอากากมูลไส้เดือนนี้ไปเป็นปุ๋ยต้นไม้ได้
2. หากน้ำละลายโอวทึ้งที่ใช้ในการหมักเกือบเสมอขอบถัง ฟองที่เกิดจะล้นมานอกถังได้
3. ที่ไม่ใช้กากน้ำตาลเพราะอาจย่อยได้ไม่หมดเท่าโอวทึ้ง และในกากน้ำตาลจะมีส่วนผสมของปูนขาว
ถ้าใช้รดต้นไม้ นานๆไปอาจทำให้ดินแข็งได้ จากการย่อยสลายกากน้ำตาลที่ไม่สมบูรณ์แล้วนำไปใช้

ที่หมักมูลไส้เดือนแบบเติมอากาศนี้ทำแค่ครั้งเดียว ยังไม่ได้ทำซ้ำอีก

หวังว่าประสบการณ์นี้อาจพอเป็นประโยชน์บ้าง ขออภัยที่ตอบยาวและถ้าทราบเรื่องนี้มาก่อน ขยิบตา

มีประโยชน์มากเลยครับสำหรับคนที่ไม่รู้อย่างผม และท่านอื่นๆเผื่อเอาไปต่อยอดใช้กันครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ
ยินดี&ดีใจมากที่มีประโยชน์ และขอขอบคุณมากๆที่ให้กำลังใจกัน เดิมทีก็ไม่รู้อะไรเลยเหมือนกันแต่มาหลังๆมีเวลาค้นอ่านทำในเรื่องที่สนใจอยู่บ้าง ข้อมูลนี้ขอถือเป็นการเล่าแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ส่วนตัวก็ไม่รู้อะไรเลย

ลืมบอกคุณ Krasin ไปว่าที่ว่า"ปรับทำเอง" นั้นปรับทำหลังจากการที่อ่านทำความเข้าใจจากเว็ปนี้และอ่านข้อมูลในเน็ตและดูจากยูทูป

หากข้อมูลที่บอกไปมีอะไรผิดพลาด ต้องขออภัยกันล่วงหน้าและขอบคุณมากหากท่านใดพบและช่วยแนะนำบ้าง  ยิ้ม ยิ้มเท่ห์



Liked By: somjade, kru mos, a_bkk
บันทึกการเข้า
SANEA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 88


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 08:29:01 AM »

น้ำใจท่านเหลือคณา ขอบคุณในความมีน้ำใจที่นำมาแบ่งปัน


Liked By: likhit, kru mos
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2016, 10:14:04 AM »

น้ำใจท่านเหลือคณา ขอบคุณในความมีน้ำใจที่นำมาแบ่งปัน
ขอขอบคุณมากๆในกำลังใจที่มอบมาให้... ยิ้ม ยิ้มเท่ห์


Liked By: kru mos
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2016, 10:26:58 AM »

ชุดที่ทำเมื่อสามวันก่อน:-

ขวด1,2,3 จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากมะรุมหมัก-น้ำมะรุมหมักและเติมน้ำประปา
จากนั้น:-
ขวด1: เติมแต่เกลือ
ขวด2: เติมเกลือและเปลือกไข่
ขวด3: เติมเกลือ ชูรส ไข่พร้อมเปลือกตามสูตร
ขวด4: มีแต่จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากมะรุมหมัก-น้ำมะรุมหมักและเติมน้ำประปา
ผลที่ได้วันนี้


[สีที่แสดงในภาพกับสีจริงต่างกันในภาพขวดที่เข้มมากจนเหมือนแดงในสี่ขวดนั้น ของจริงจะยังออกน้ำตาลค่อนไปทางแดงน้อยๆ]


Liked By: wee, kru mos, a_bkk, pakinees
บันทึกการเข้า
likhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2016, 10:42:39 AM »

แถมมมมม....ดีใจเมื่อวานเจอว่าน้ำใบพรมมิ(Bacopa monnieri สมุนไพรบำรุงสมองความจำ)ที่หมักแบบเติมอากาศ(ไม่เติมน้ำตาลโอวทึ้ง)โดยใช้ปั๊มอากาศตู้ปลา แล้วกรอกใส่ขวด ปิดฝาแน่นๆ ทิ้งไว้ในชายคาและบางวันแดดส่องถึง...
ที่ดีใจคือเหลือบตาไปเห็นว่าในขวดเริ่มแดงแบบคาดไม่ถึง

เลยขยายเชื้อด้วยความอยากรู้ผลว่าจะให้สีแบบเดียวกับที่ต่อเชื้อมะรุมหมักหรือเปล่า


ขวด1:ขยายเชื้อโดยการใส่น้ำมะรุม1/5ขวด น้ำพรมมิ1/5ขวด ที่เหลือเป็นน้ำประปา
ขวด2,3,4:ขยายเชื้อโดยดัดแปลงสูตรเป็นไข่เกลือและชูรส


วันนี้ได้สีที่ชวนใหนึกถึงน้ำผลไม้อะไรสักอย่าง


จากภาพพอจะสังเกตได้บ้างว่าสีเข้มกว่าเดิมหน่อย คงต้องรอเวลาอีกนิด ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร


Liked By: wee, kru mos, deemeechai, a_bkk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2016, 10:56:35 AM โดย likhit » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: