หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปี61เปิด fta ไทย ออสเตเลีย ราคาวัวไทยกระทบแน่นอน  (อ่าน 6327 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kigwas1408
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« เมื่อ: กันยายน 07, 2016, 08:31:02 PM »

การเลี้ยงวัวของออสเตเลียต้นทุนถูกกว่าไทยและเนื้อมีคุณภาพ ทำให้เนื้อวัวและคนเลี้ยงวัวของไทย น่าจะกระทบหนักราคาวัวตกต่ำแน่นอน รัฐบาลควรหาวิธีรับมือด้วย ร้องไห้


Liked By: sompol, gui_man
บันทึกการเข้า

markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 07, 2016, 08:46:44 PM »

คำว่าตกต่ำ ... ท่านนิยามแค่ใหนคับ

นิยามว่าต้องถูกจนขาดทุน แล้วเกษตรกรอยู่ไม่ได้ ... ว่างั้นเถอะ
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 07, 2016, 08:56:29 PM »

ถ้าเป็นเครื่องใน ผมไม่เถียงนะ ( ก็ดี จะได้กินก๋วยเตี๋ยวพุงงัว กะ ต้มแซบ ให้เต็มๆคำซะที ) ... ทุกวันนี้ผู้บริโภค เขาก็เดือดร้อนเรื่อง ไม่มีเนื้อให้บริโภค เพราะเราส่งออกหมดอยู่แล้ว

แต่เนื้องัว ... มันก็ไม่แน่

วันนี้เราส่งออกงัวไปต่างประเทศ ด้วยต้นทุนค่าขนส่ง แล้วไปแข่งขันกับ ออสเตรเลีย อยู่ ... เกษตรกรผู้เลี้ยงงัว เขาก็ยังมั่นคงอยู่ได้

ถ้าออสเตรเลียจะลงทุนส่งเข้ามาขายในไทย ในราคาที่เราไม่ต้องมีต้นทุนค่าขนส่ง ... ก็เอาเถอะ

ถ้าเนื้อออสเตรเลีย ราคาถูกกว่า เนื้อในประเทศ ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้ แกะถุงแพคออสเตรเลีย แล้วเอาถุงเราใส่ จากนั้นก็ส่งไปขายต่างประเทศ กินกำไรส่วนต่าง สบายๆ ไม่ต้องเลี้ยงเอง

.....

ถ้าเป็นงัวเกรดต่ำ ที่เขาปล่อยไล่ทุ่ง ... เขาต้องส่งเข้ามาแบบตัวงัวเป็นๆ

อยากรู้เหมือนกันว่า ต้นทุนค่าขนส่งงัวแบบตัวเป็นๆ จะถูกกว่า งัวจากประเทศพม่า - อินเดีย - บังคลาเทศ ได้ไหม

เพราะทุกวันนี้ เราก็นำเข้างัวจาก ชายแดนพม่า เะอเอามาบริโภคในประเทศ ... แล้วจากนั้นก็ เลี้ยงงัวเกรดกลางๆ เพื่อส่งออกไปแข่งขันกับออสเตรเลีย อยู่แล้ว
บันทึกการเข้า
weera66
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 78


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 07, 2016, 10:48:12 PM »

คราวก่อนก็มีปัญหาเรื่องนม เห็นออกข่าวบอกว่าอากาศดีกว่า นมคุณภาพดีกว่า ผลิตได้มากกว่าจึงราคาถูก
คราวนี้ตลาดเนื้อ คงจะโดนเหมือนกัน แต่ที่มันถูกเพราะเขาทุ่มตลาดมากกว่าครับ
เขาขายถูกกดราคาให้เกษตรกรเราเจ๊ง ยอมขายขาดทุนสองสามปี พอเกษตรกรเราเจ๊งหมดก็ดันราคาขึ้นมาเหมือนนมวัวตอนนี้
บันทึกการเข้า
teppatut
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 08, 2016, 01:47:31 PM »

ถ้านำเข้ามาเป็นพ่อแม่พันธุ์ ผมว่าคุ้มครับ แต่ถ้านำเข้ามาเชือดตัวเป็นๆ ราคาต้นทุนเท่าวัวขุนบ้านเราครับ จะแพงตรงค่าบริหารจัดการบนเรือ และที่พักวัวตอนลงจากเรือต้องมีพื้นที่ปล่อยเลี้ยงก่อนนำออกขาย
ผมกับเพื่อนที่เป็นปลัดอำเภอที่ระนองเคยคิดจะทำ แต่คำานวณดูแล้ว ตอนนี้ยังไม่คุ้ม แต่ถ้าวัว ตัว หนึ่งราคา เจ็ดถึงแปดหมื่นนี้กำไรงามครับ
ถ้านำเข้าแบบเนื้อสำเร็จรูป นี้มีโอกาศกระทบกับเนื้อบนเขียงบ้านเรา แน่ตอนนี้ผมซื้อเนื้อกิน ที่นครปฐม ราคา 220 บาท/Kg ราคาที่อีสาน ยังอยู่ที่ 320-350 บาทครับ เมื่อยุครัฐบาล ขิงแก่ผมได้กิน หมู 3 โลร้อย มาแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 08, 2016, 01:49:52 PM โดย teppatut » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 08, 2016, 08:02:01 PM »

แม่พันธุ์เคยนำเข้ามาแล้วครั้ง อีสานเขียว ... งัวบราห์มันพันธุ์แท้ เลี้ยงแบบไล่ทุ่งไม่คุ้ม เพราะสภาพแวดล้อมประเทศไทย มีขึ้นมีลง ไม่สามารถหาอาหารสมบูรณ์ได้ตลอดปี

เอามาเลี้ยงยืนโรง อยู่ได้สบาย ... ก็ดี เมืองไทยเราขาดแคลนแม่งัวดีๆ มาเกือบ 10 ปีแล้ว เพราะ คนเก่ง คนฉลาด คนพัฒนาแล้ว เขามากว้านซื้อแม่งัวดีๆของเกษตรกร ในราคาแพงๆ แล้วเอาไปขายทิ้งเข้าเขียงเนื้อจนหมด  .... งัวที่เราสูญเสียไปกับความฉลาดของคนเก่ง เหล่านั้น ... 15 ปีก็ยังสร้างขึ้นมาใหม่ไม่ได้เลย
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 08, 2016, 08:05:10 PM »

งัวไทย เราเลี้ยงแบบต้นทุนต่ำ ... ต้นทุนจะอยู่ที่ แรงงาน กับ ดอกเบี้ยธนาคาร ...

ไม่เหมือนงัวนม ที่มีค่าใช้จ่ายสารพัด โดยเฉพาะค่าอาหารสัตว์ ... การจะดั๊มราคาถึงขั้นเกษตรกร อยู่ไม่ได้กันนี่ ผมยังนึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่า ราคางัวในท้องตลาดจะลงไปแตะระดับใหน

แต่ที่แน่ๆ ถ้าต่ำกว่า 180  บาท ... เราได้เห็นคนไทย กลายเป็นผู้ส่งออกเนื้อแปรรูป ไปต่างประเทศ โดยที่ไม่มีโรงเชือดเป็นของตนเองแน่ๆ
บันทึกการเข้า
Kobird
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 08, 2016, 08:16:57 PM »

ผมเลี้ยงวัวพื้นเมืองอย่างเดียวให้ทานแต่หญ้า ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
ิboo23
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 09, 2016, 08:15:52 AM »

การลงทุนทุกเรื่องมีความเสี่ยง อยุ่ที่ใครจะบริหารจัดการได้ดีกว่าในภาวะสังคมแห่งการแข่งขันมากกว่าการแบ่งปัน ผมไม่กลัวหลอกคนต่างชาติ ที่ผมกลัวคือคนไทยด้วยกันเองมากกว่า ไทยต้มไทย
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 09, 2016, 10:46:53 PM »

การลงทุนทุกเรื่องมีความเสี่ยง อยุ่ที่ใครจะบริหารจัดการได้ดีกว่าในภาวะสังคมแห่งการแข่งขันมากกว่าการแบ่งปัน ผมไม่กลัวหลอกคนต่างชาติ ที่ผมกลัวคือคนไทยด้วยกันเองมากกว่า ไทยต้มไทย

คนไทย ด้วยกันเองน่ากลัวสุดๆเลยคับ

มีคนจำนวนมากต้องหมดเนื้อหมดตัว เพราะหลงเชื่อคนไทยด้วยกันเอง แล้วเลี้ยงงัว ในแบบที่เขาไม่เลี่ยงกัน ด้วยหลงเชื่อว่า มันคือการพัฒนา เจริญก้าวหน้า ... มาแล้ว

แถมคนที่หมดตัวนี่ ส่วนใหญ่ เรียนสูงๆ กันทั้งนั้น ...
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 09, 2016, 10:49:29 PM »

ผมเคยเห็น คนด้วยกัน กินกันเอง ในวงการคนเลี้ยงงัวมานับไม่ถ้วน

คนที่เจอดี งวดใหญ่ๆ คราวนึงนี่ หลักแสน คนเชียวนะ ( หลายแสนคนด้วย )
บันทึกการเข้า
teppatut
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 12, 2016, 02:24:14 PM »

การลงทุนทุกเรื่องมีความเสี่ยง อยุ่ที่ใครจะบริหารจัดการได้ดีกว่าในภาวะสังคมแห่งการแข่งขันมากกว่าการแบ่งปัน ผมไม่กลัวหลอกคนต่างชาติ ที่ผมกลัวคือคนไทยด้วยกันเองมากกว่า ไทยต้มไทย

คนไทย ด้วยกันเองน่ากลัวสุดๆเลยคับ

มีคนจำนวนมากต้องหมดเนื้อหมดตัว เพราะหลงเชื่อคนไทยด้วยกันเอง แล้วเลี้ยงงัว ในแบบที่เขาไม่เลี่ยงกัน ด้วยหลงเชื่อว่า มันคือการพัฒนา เจริญก้าวหน้า ... มาแล้ว

แถมคนที่หมดตัวนี่ ส่วนใหญ่ เรียนสูงๆ กันทั้งนั้น ...
หนึ่งในนั้นคงเป็นผม ครับลุง
บันทึกการเข้า
jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 175


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 25, 2016, 09:30:46 PM »

วัวออสซี่ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไร ยกเว้นเครื่องในกับกระดูกเข้ามาเยอะแน่ๆ โดยเฉพาะกระดูกที่จะเข้ามาทดแทนปลาป่นในเรื่องอาหารสัตว์ ประมงไทยถูกจับตามากขึ้นแถมแรงงานหดหาย

แต่น่าจะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น คือ พ่อแม่พันธ์ซึ่งราคาอย่างต่ำๆ 60,000 เหรียญUS ยังไม่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ คงดูไปอีกระยะ

AEC อันนี้น่าเป็นห่วงกว่า  คือวัวทางพม่าที่จะทะลักเข้ามา แถมขายได้ทุกราคาเพราะเขาเป็นช่องทางที่สามารถดึงวัว-ควาย ได้ไกลไล่ตั้งแต่ บังกลาเทศ ยันเอเชียกลางเลยทีเดียว เขามีต้นทุนค่าขนส่งที่ถูกกว่าแถมแหล่งพักนำเข้าได้ง่ายกว่า คือตลอดแนวชายแดน และน่าปวดหัวสุดคือการกั๊กกันโรคนี้แหละ

 ข่าวปีทีแล้วขนาดยังไม่เปิด AEC

http://m.posttoday.com/local/north/393735

ใช้ความระมัดระวังในการลงทุนด้วย แน่นอนเมื่อมีผู้เล่นมากขึ้น ไม่ว่าออสซี่ พม่า ราคามีแกว่งแน่ๆ ^^


Liked By: aphisakn, CoRoZaa
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 25, 2016, 09:35:29 PM โดย jarungkit » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 26, 2016, 11:48:56 AM »

ออสเตรเลีย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แต่ พม่า นี่แหละตัวจริง

ณ. วันนี้กระแสเรื่องอณาคตตลาดงัว มันจะมาจากคน 2 กลุ่มที่มีวิถีทางสังคมที่แตกต่างกัน และ ไม่นิยมคุยกัน เนื่องจากว่าต่างคนต่างก็มองว่าแนวทางของตนเองคือคำตอบที่เหมาะสม

กลุ่มคนมีตัง คนมีความรู้ พวกเศรษฐีเล่นงัว คนที่เลี้ยงงัวเพราะความรัก แล้วมักไม่สนใจผลตอบแทน ... จะพูดว่า ออสเตรเลีย เข้ามา งัวไทย จะต้องตาย เพราะงัวออสเตรเลีย ราคาถูกกว่าเมืองไทย เนื่องจาก งัวออสเตรเลียมีคุณภาพสายพันธุ์ของการเป็นงัวเนื้อที่ดีกว่า มีการพัฒนาสายพันธุ์ที่สูงกว่า   .... คือ ... คนพวกนี้พยายามจะอธิบายความเพื่อยกแนวทางของตนเอง ว่าสามารถพัฒนาได้ทัดเทียมกับออสเตรเลีย  มีเทคโนโลยีเท่าเทียมกัน จึงสามารถต่อกรกันได้  .... แต่คนพวกนี้ลืมไปอย่างนึง ... คือ ... อย่าว่าแต่ต่างประเทศเลย แค่ในประเทศ ตัวเองก็ยังไม่มีปัญญาแข่งขันกับใครได้เลยด้วยซ้ำ เพราะใช้ต้นทุนในการซื้อเทคโนโลยี ที่สูงมากๆ

อีกกลุ่มนึง จะเป็นพวกที่อยู่กับพ่อค้างัวตลาดนัด ( โดยเฉพาะพ่อค้างัวข้ามชายแดนพม่า ) พวกนี้จะพูดมานานแล้วว่า งัว - ควาย จากพม่าจะทำให้ตลาด คึกคัก แต่ราคาในท้องตลาดจะขยับลงเล็กน้อย .... ซึ่งก็จริงอย่างที่เขาพูด .... เพราะ 2 ปีมานี้ ราคางัวในท้องตลาดขยับลงไปเยอะมาก ซึ่งกระทบกับกลุ่มคนที่ใช้ต้นทุนการเลี้ยงงัวสูงๆ ( โดยเฉพาะพวกเศรษฐี ) ... ราคาเนื้อในท้องตลาดก็ทรงตัว ไม่มีทีท่าว่าจะพุ่งขึ้นอีกเลย ( แต่เนื้อก็ยังขาดแคลนอยู่ดี)


Liked By: aphisakn, CoRoZaa
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 26, 2016, 11:57:53 AM »

คือ ณ. วันนี้ งัว - ควายจากพม่าทะลักเข้ามาได้เกือบ 2 แแล้ว และ ราคางัวในตลาดก็ขยับลงไปได้ระดับนึงแล้วด้วย ( แต่จะขยับลงไปอีกแน่ๆ )

ซึ่งกลุ่มงัวต้นทุนสูง จำนวนมากเริ่มอุบอิบกันแล้วว่าราคางัวตก ( แต่ก็ยังพล่ามเรื่องงัวออสเตรเลียกันอยู่ )

ส่วนงัวต้นทุนต่ำ ก็ยังไปได้สวยแบบสบายๆ ไม่ติดปัญหาอะไร เพราะราคาเนื้อในท้องตลาดไม่ขยับลง เนื่องจากปัจจัยเรื่องราคาในต่างประเทศ ดึงเข้าไว้ไม่ให้ลง

ควาย จากพม่า ในวันนี้ ถ้าเป็นตัวเมีย จะส่งเหนือไปเข้าโรงเชือด ... ส่วนตัวผู้ เข้าคอกขุน แล้วส่งจีน กับ เวียดนาม

งัว ตัวเมียจะส่งอีสาน ส่วนตัวผู้ก็เข้าขุนแล้วส่งออกไป จีน กับ เวียดนาม

แต่วันนี้ ปริมาณการนำเขายังอยู่ในช่วงกำหนดโควต้า จึงยังไม่ทะลักแบบเต็มที่ ( เพื่อให้คนไทยปรับตัว ) ซึ่งเมื่อถึงวันที่เปิดเต็มกำลัง ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเป็นเช่นไร ....


Liked By: aphisakn
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 26, 2016, 12:05:47 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 26, 2016, 12:02:43 PM »

เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เราก็เคยเปิดเสรีการค้า งัว - ควาย ที่แม่สอดมาแล้วนะ

ราคางัวในตลาด กระทบอยู่ไม่ถึง ปี จากนั้นงัวต้นทุนต่ำก็ปรับตัวเข้ากับ ราคาตลาดระดับใหม่กันได้ ( ยอมรับกำไรทึ่น้อยลงไป ) .... แต่ยุคนั้น พวกคนเก่ง คนฉลาด ไม่สนใจงัว เลยไม่มีงัวต้นทุนสูง ให้เปรียบเทียบ


Liked By: aphisakn
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: