หน้า: 1 2 [3] 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โจอี้บอยถาม "เมล็ดพันธุ์ไม้เบิกนำที่เหมาะสมกับจังหวัดน่านคือเมล็ดอะไรบ้างครับ?"  (อ่าน 8203 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
4336245
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 42


« ตอบ #32 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2016, 12:05:26 AM »

กำหนดคลอดวัน "ปลูกเลย" แล้วครับ 9-10 กรกฎาคม 2016 น่ะครับทุกท่าน รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรม จะมีกิจกรรมเตรียมตัวก่อนหน้ากันที่กรุงเทพ และวันปลูกจริงที่น่านครับ



รายละเอียดกิจกรรมจะแจ้งให้ทราบเร็วๆ นี้ครับ ทีมงานจำเป็นต้องลงรายละเอียดในทุกเรื่องเพื่อให้ทุกอย่างถูกต้องและลงตัวที่สุดครับ.....

โปรดติดตามhttps://www.facebook.com/plookloei/photos/a.1226868870658458.1073741828.1226802960665049/1230153943663284/?type=3
บันทึกการเข้า

kasetbasic
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59


« ตอบ #33 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2016, 11:38:56 AM »

อ่านดูรายละเอียดก็เป็นจริง เป็นจังครับ ก็รอดูแผนการอยู่ นับจากวันนี้ไป เหลือ 8+30+8 วันเท่ากับ 46 วัน ขอให้อับเดทข้อมูลโครงการให้ทราบตลอดครับ
แต่มีคำถามอยู่ว่า
1.วันที่ 9-10 ก.ค. 59 เกิดว่ามีฝนตกหนัก มีแผนสำรองอย่างไร?
2.ถ้าตอนนี้กำหนดพื้นที่ปลูกได้แล้ว โครงการแบ่งพื้นที่บางส่วนทยอยปลูกไปก่อนได้หรือไม่ ผมเพิ่งกลับมาจากป่าทางเหนือ ฝนตกหญ้าเขียว เดี๋ยวพอปลูกจะใช้งบตัดหญ้าหรือเคลียร์พื้นที่อีก?(พื้นที่ 400-500 ไร่กว้างมากเหมือนกัน ปลูกภายในวันเดียว หรือ 2 วันคงไม่เสร็จครับ)
3.ผมเคยทำงานปลูกป่า มีคนในพื้นที่เป็น ผู้คุมงานและคนปลูก โครงการนี้ใช้งบเยอะเพราะ มีคนงานเยอะ แต่มีการกินค่าหัวคิว ค่าจ้างแรงงาน ประมาณอาการเหมือน รับจ้างเปิดบัญชี การปลูก ดูแล ตัดหญ้า ทำแนวกันไฟ ดับไฟป่า ตรวจสอบเลยใช้งบเยอะ แต่ผลดำเนินงานไม่เต็มที่ สรุปโครงการนี้ไม่ใช่แบบนี้หรือเปล่าครับ?
4.ตอนนี้นายก อบต. ถ้าสมัยต่อไปมองในแง่ลบ ถ้าท่านไม่ได้เป็นนายกอีก มีผุ้นำตัวตายตัวแทนไหมครับ?
5.ถ้าเปิดรับบริจาคเมล็ด ควรเริ่มได้แล้วครับ เพราะฝนมาเมล็ดงอกแล้วครับ ควรนำมาปลูกหรือเพาะต้นกล้าแล้วครับ อีก 46วันต้นกล้าพร้อมลงหลุมพอดี
6.พื้นที่ปลูกต้องเคลียร์กับคนในพื้นที่ให้เรียบร้อย มิฉะนั้นโครงการอาจไม่สำเร็จ

เมื่อเริ่มทำก็ต้องดำเนินงานไปครับ ลุยเลยครับ แม่น้ำน่านคือส่วนหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันต้องอาศัยน้ำน่านจากเขื่อนกั้นน้ำน่านปล่อยน้ำมาให้คนภาคกลางวันละ 10 ล้าน ลบ.เมตร นั่นคือความสำคัญระดับประเทศที่เราทุกท่านขอร่วมมือร่วมใจกันรับ

 
บันทึกการเข้า
nongparei
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 583


« ตอบ #34 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2016, 08:52:51 PM »

ขึ้นไปน่านแวะคุยกับผมด้วยความยินดี ก่อนจะลงมือปลูก
 ผมอยู่ในสวนไปไหนไม่สดวก
บันทึกการเข้า
4336245
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 42


« ตอบ #35 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2016, 08:32:11 PM »

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่ สวนครับ ผมอยู่สวนทุกวัน


หากจะรบกวนเรื่องที่พัก ได้ไหม๊ครับ (ไม่ทราบว่าจะพักที่ไหนได้บ้างครับ !)
บันทึกการเข้า
nongparei
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 583


« ตอบ #36 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2016, 09:21:35 PM »

ผมอยู่ในสวน ที่อื่นไม่คุ้นครับ แาะเยี่ยมเยือน คุยกันได้ เรื่องที่พักค่อยว่ากันทีหลัง
บันทึกการเข้า
up2uloveu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1800


« ตอบ #37 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2016, 04:37:08 PM »

คุณสามารถ ขอรับกล้าไม้ได้ฟรี ตามสถานที่ดังต่อไปนี้  มีหลายจังหวัดลองดูนะครับ ยิ้มเท่ห์

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=7561.0;topicseen
บันทึกการเข้า

นานาพันธุ์กล้วย  โทร. 099-9532651
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=126750.0
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 995


« ตอบ #38 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2016, 05:35:31 PM »

 ยิ้ม  ขอถามว่า  จะเริ่มปลูกกันที่ไหนก่อนครับ...
บันทึกการเข้า
rat-nan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1802



« ตอบ #39 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2016, 09:01:57 PM »

ผมเป็นคนเมืองน่านครับ(ไม่เคยปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ครับ)
ตอนนี้ยินดีมากที่จะมีคนมาช่วยปลูกป่าที่จังหวัดน่านครับ...
แต่ถ้าต้องการให้ป่าที่ท่านช่วยกันปลูกเป็นป่าแบบถาวร
ไม่โดยที่ไม่โดนทำลายในภายหน้า ต้องหาอาชีพอื่นๆ
ให้ชาวบ้านแทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ก่อนครับ
ถ้าชาวบ้านยังไม่มีอาชีพอื่นเขาก็ต้องทำอาชีพนี้ครับ
บางท่านอาจจะบอกว่า ให้ชาวบ้านเปลี่ยนอาชีพเอง เลิกปลูกข้าวโพด

 ก็เปรียบเหมือนให้ท่านทั้งหลายลาออกจากงานประจำ หรือเลิกอาชีพที่ท่านทำอยู่ในทันใด โดยยังไม่มีงานอื่นที่แน่นอนรองรับ

ผมว่าหลายๆท่านรวมทั้งตัวผมเองคงไม่คิดเลิกอาชีพหลักของเราโดยทันที

บางท่านอาจบอกว่าอาชีพของผม และท่านไม่ได้ทำลายป่า ใช่ครับ
แต่คนเหล่านั้นเขาไม่มีโอกาสในการเลือกอาชีพนะครับ
เพราะอะไรก็คงทราบกันบ้าง อาชีพปลูกข้าวโพด สามารถหาปัจจัยการผลิตง่าย
มีคนเอามาให้ มีคนช่วยทำ(ลงแขก) มีความชำนาญ (ทำมานานแล้ว มีคนมาซื้อ)
ทำแล้วได้ตัง แต่เท่าที่ถาม แทบทุกครอบครัว ทำข้าวโพด4-5คน
มีเงินเหลือไม่ถึง 40,000 บาท(ต่อปี)ทำงานทั้งปี
ได้คนละไม่ถึง 10,000บาท เยอะมากนะครับ
ถามว่าเขาคิดไม่ออกหรือว่าทำอาชีพอื่น...
ได้เงินเยอะกว่าแน่นอน คิดออกครับ แต่ไม่รู้จะทำอะไร นี่คือคำตอบครับ

**มีหลายๆโครงการที่มาทำงานในพืชที่ในจังหวัดแล้วผมเห็นว่าได้ผลเป็นอย่างดี
เช่นโครงการปิดทองหลังพระ เขาเลือกชาวบ้านที่พร้อมสัมครใจในการเข้าร่วม
ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพที่ยังยืนได้ เช่นการส่งเสริมปลูก หาตลาด
พริก มะนาว ไผ่ ปลูกข้าวแบบขั่นบันได(เมื่อก่อนปลูกแบบข้าวไร่
ได้ผลผลิตน้อยต้องทำเยอะๆ ทำให้ต้องบุกรุกทำลายป่าเยอะ)
การหาแหล่งน้ำโดยไม่ใช้พลังงานสิ้นเปลือง(คือเอาน้ำจากที่สูงมาที่ต่ำ
ตามหลักการแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้ค่าใช้จ่ายต่ำ)
มีอาจารย์มีคอยแก้ปัญหา ด้านต่างๆ ตลอด
เมื่อมีหมู่บ้านหนึ่งทำสำเร็จ ก็จะมีหมู่บ้านอื่นอยากทำตาม
แบบนี้อาจจะช้า แต่แก้ปัญหาได้แบบยั่งยืนครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่จังหวัดน่าน ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2016, 09:06:52 PM โดย rat-nan » บันทึกการเข้า
nongparei
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 583


« ตอบ #40 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2016, 10:31:19 PM »

ผมอยากให้เวปของเราเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการทำการเกษตรที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม คนปลูกข้าวโพดไม่มีโอกาสได้เรียนรู้โลกมากมายนัก  เขามีข้อจำกัดในชีวิตของเขา  ผมเองทำการเกษตรเลี้ยงตนเองด้วยรายได้จากการเกษตร  อยากร่วมแลกเปลี่ยน แต่ติดที่ว่าต้องทำมาหากินตลอดเวลา  ไม่มีเวลาว่างมากนัก  ประสพการณ์การทำการเกษตรมีมากพอ  แต่อยู่ในเขตสวนผมเท่านั้นไม่มีคนในพื้นที่รับรู้ นี่เป็นข้อจำกัด  ผมไม่เห็นด้วนกับคนนอกพื้นที่มารณรงค์ให้ปลูกต้นไม้ ผมมองว่าเป็นกระแสแรงในตอนนี้  ต้องให้คนในพื้นที่มองเห็นปัญหาแล้วลุกขึ้นมาทำด้วยตนเอง  ถ้าอย่างนี้ผมยินดีช่วย แต่อาจต้องใช้เวลา  ผมไม่ถนัดพิมพ์ ถ้าสมช. ท่านใดที่เห็นปัญหาจะมาแลกเปลี่ยนยินดีครับ


Liked By: กัญจน์
บันทึกการเข้า
kasetbasic
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59


« ตอบ #41 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2016, 09:26:26 AM »

เห็นด้วยกับ คุณ rat nan ครับ(ผมเคยปลูกสมัยข้าวโพดกิโลกรัมละ 20 สตางค์ ถ้าไม่ปลูก ความรู้สมัยนู้นๆ ก็ไม่รู้จะทำ โปรเจกอันใดในขณะนั้น)

อย่างที่เคยบอก จขกท. ข้อที่ 6.พื้นที่ปลูกต้องเคลียร์กับคนในพื้นที่ให้เรียบร้อย มิฉะนั้นโครงการอาจไม่สำเร็จ

และขอเพิ่มอีกข้อ 7.ในรายละเอียด มีผู้ประสานงาน นักวิชาการ อาจารย์ นายก อบต. แต่อย่าลืมผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คณะคุณครู อาจารย์ ในพื้นที่นี้ ตลอดจน คณะนักเรียน เยาวชนรุ่นต่อไปผู้สืบทอดให้ยั่งยืน

เป็นข้อสำคัญมากๆ

ขอยกตัวอย่าง โครงการบางพื้นที่ มาด้วยครับ

http://program.thaipbs.or.th/watch/eODwbt
บันทึกการเข้า
กัญจน์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10161


« ตอบ #42 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2016, 09:42:46 AM »

เมื่อกาลครั้งหนึ่งเราได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวในจังหวัดน่านจากการเล่าขานตำนานเมืองน่านจากหลายคนกล่าวเป็นเมืองน่าอยู่ร่ำรวยวัฒนธรรมมั่งคั่งทางธรรมชาติ ทุกวันนี้ก็ยังอยากไปอีกถ้าถามความรู้สึกคิดยังงัยกับการไปสัมผัสสถานที่จริงเมืองน่าน,ท่าผา,ปัว,ทุ่งช้าง,ภูคา,บ่อเกลือ,ภูเพียง,สันติสุข,เวียงสา,นาน้อย เสียดายครับแต่ทุกอย่างมันไม่ได้เพิ่งเกิดมันเกิดมานานแล้วและไม่ใช่ที่น่านที่เดียวมันเป็นเหมือนกันทั่วประเทศไม่ว่าจะเหนือ-ใต้-ตก-ออก ขณะเราขับรถผ่านเส้นทางปัวภูคาบ่อเกลือสันติสุขเห็นพลังของมนุษย์แล้วมันช่างเหลือล้นจริงๆกว่าจะเป็นป่าต้องใช้เวลาเป็นร้อยปีแต่การทำให้ป่าสูญสิ้นใช้เวลาเพียงน้อยนิดคิดแล้วมันไม่คุ้มจริงๆเราปล่อยให้เวลามันผ่านเลยมานานมากเกินไปกับการป้องกันการบุกรุกป่าแล้วจะให้มันกลับคืนมาในทันทีคงยาก แต่สิ่งที่สามารถทำได้ทันทีคือขอพื้นที่คืนให้ธรรมชาติหยุดการขยาย สร้างความสมดุลระหว่างคนกับป่าในพื้นที่เดิมที่อยู่มาก่อนผมเคยเห็นโมเดลที่ตะเข็บชายแดนด้านตะวันตกจังหวัดราชบุรีรัฐเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ใหม่ให้คนกับป่าอยู่ด้วยกันได้ในพื้นที่ป่าต้นน้ำคนที่อยู่เดิมแล้วพิสูจน์ได้ว่าอยู่มานานมากกว่า10ปีหรือ15ปีไม่แน่ใจคุณจะถือครองอยู่เท่าไหร่ไม่สำคัญแต่รัฐจะจัดสรรให้ครอบครัว20ไร่เท่านั้นที่เหลือก็ให้ช่วยกันฟื้นฟูป่าขึ้นมาใหม่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยินดีให้ความร่วมมือเพราะรัฐไม่ให้ก็ได้เพราะทุกคนทำผิดกฏหมายอยู่แล้วแต่การทำแบบนี้ผมก็ว่าดีเพราะเขายังสามารถอยู่ที่เดิมได้ยังบริหารจัดการพื้นที่ตามที่เขาต้องการได้ส่วนจะยั่งยืนหรือไม่ก็ต้องอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายนี่ล่ะว่าเขาจะสามารถสร้างอาชีพให้พออยู่พอกินได้หรือเปล่า เมื่อเราได้พื้นที่คืนใครอยากปลูกก็ปลูกกันไปถ้าไม่มีคนปลูกธรรมชาติก็ฟื้นตัวของมันเองแต่อาจต้องใช้เวลาคนกับป่าก็สามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข ถ้ามีงบประมาณการปลูกก็จ้างชาวบ้านนั้นแหล่ะปลูกตอนปลูกอาจจะให้ถูกหน่อยแต่ถ้าดูแลรักษาไว้จนผ่านไปได้เป็นปีก็จ่ายเป็นค่าดูแลปีต่อปีเป็นระยะเวลาอย่างน้อย5ปีเขาก็จะมีรายได้ประจำในช่วงเปลี่ยนถ่ายตัวอย่างเช่นตอนปลูกให้ต้นล่ะ10บาทถ้าดูแลอยู่รอดผ่านไปหนึ่งปีก็จ่ายเป็นค่าดูแล50บาทต่อต้นก็จะสามารถสร้างแรงจูงใจในการสร้างป่าได้นะแค่เป็นหนึ่งความคิดเห็นนะครับ





Liked By: nongparei, maikhami
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 26, 2016, 10:54:12 AM โดย กัญจน์ » บันทึกการเข้า
song
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1078


« ตอบ #43 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2016, 11:44:18 AM »

Tes... ตอบผ่านคอมไม่ได้คล้ายบล๊อคไว้แสดงคงามคิดเห็นผ่านมือถือพิมพ์ไม่ถนัด ตามคุณ rat nan.


Liked By: rat-nan
บันทึกการเข้า
4336245
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 42


« ตอบ #44 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2016, 10:04:15 PM »

ที่จริงในเวลานี้ เพียงแค่การปลูกจากคนนอกพื้นที่ นั้นทำได้ยากครับ ที่จะให้ประสบผลสำเร็จ มันไม่ได้ง่ายเลย เพราะเนื้อที่เยอะ มาก ๆ
แต่ที่ทำแล้วได้ในตอนนี้ มีผลทางจิตวิทยาสร้างจิตสำนึกครับ

ในการลงพื้นที่ปลูกป่าในครั้งนี้ หลายคนมีคำถามว่า ทีมงานของเรามีแนวทางอย่างไร เราเลือกพันธ์ุไม้อย่างไร?
วันนี้เรามีคำตอบ… ตอนนี้เราอยู่ในขั้นตอนของการจัดสรรพรรณไม้ต่างๆ เพื่อใช้ในการปลูกในแปลงอยู่นะครับ
จากการเข้าไปสำรวจพื้นที่ป่าที่ยังหลงเหลืออยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่เราจะไปดำเนินการฟื้นฟูนั้น เราพบว่าในบริเวณดังกล่าวมีต้นประดู่ป่าหนาแน่นมาก ประมาณ 60 ต้น ต่อไร่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นพรรรณไม้โครงสร้างของป่าแถวนี้เลยทีเดียว
“ต้นประดู่ป่า” เป็นพรรณไม้ตระกูลถั่วที่มีคุณสมบัติในการตรึงธาตุไนโตรเจน ให้กับดินช่วยให้ต้นไม้ชนิดอื่นๆ เจริญเติบโตได้ดี และยังมีอายุขัยยืนยาว ถือว่าเป็นต้นไม้ที่จะช่วยบุกเบิกเงื่อนไขในการเจริญเติบโต ให้พรรณไม้อื่นๆที่จะเจริญเติบโตตามกันมา
นอกจากนั้นแล้ว “ไม้ประดู่ป่า” ถือได้ว่าเป็นไม้ชั้นดีมาก สำหรับการนำไปใช้สร้างบ้าน และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ อย่างมีดเดินป่า ไม้นวด ของอาจารย์จุลพรก็ทำเองจากไม้ประดู่ป่า "แต่" การนำว่าใช้ทำเครื่องมือต่างๆในที่นี้ เราหมายถึงการนำเอากิ่งก้านของประดู่ป่าไปใช้นะครับไม่ต้องโค่นทั้งต้น ปล่อยให้เค้าอยู่กับเรานานๆ เราแค่อาศัยเก็บกิ่งก้านมาใช้ประโยชน์ เหมือนอย่างช่างทำมีดชาวลำปาง คนหนึ่งที่มีกุศโลบายให้ชาวบ้านมีช่องทางทำกินและยังช่วยรักษาป่าไว้ได้ โดยให้ชาวบ้านเก็บเอากิ่งก้านประดู่ป่ามาขายให้แกทำด้ามมีด ชาวบ้านจะได้ไม่โค่นต้นประดู่ป่า เพราะสามารถเก็บกิ่งก้านมาขายแกได้เรื่อยๆ นอกจากในพื้นน่านแล้ว ที่บ้านอาจาย์จุลพร ที่ อ.แม่ทา จ.ลำพูน ก็ปลูกต้นประดู่ป่าไว้เยอะมากเป็นต้นไม้ที่ทนมากในแปลงปลูก และทนแล้งได้ดีมากอีกด้วย
เราจึงใช้ต้นประดู่ป่าเป็นพรรณไม้บุกเบิกในการปลูกป่าครั้งนี้ !
เพราะเรามุ่งเน้นให้เกิดการดูแลของคนในท้องถิ่น และชุมชนได้ประโยชน์ จากพันธุ์ไม้ต่างๆ
โปรดติดตาม…พรรณไม้กว่า 10 ชนิดที่เราจะช่วยกันปลูกเลย! เพื่อระบบนิเวศถูกต้องและชุมชนได้ประโยชน์จากการปลูกในครั้งนี้
ที่นี้เพจ ปลูกเลย!
ป่ากับคน เราอยู่ด้วยกันได้
ที่มาจากเฟจกลุ่ม "ปลูกเลย"
https://www.facebook.com/plookloei/?fref=ts

22 พฤษภาคม เวลา 23:11 น. ·
‪#‎ปางสาโมเดล‬..กิจกรรมสร้างป่าน่าน
บ้านปางสา หมู่ที่ 3 ต.จอมจันทร์ อ.เวียงสา จ,น่าน โดยคำนึงถึงผลกระทบกับชุมชน โดยการวิเคราะห์ปัญหาโดยชุมชนเอง พบว่า ตลอดระยะเวลา หลายสิบปีหลังจากเปลี่ยนแปลงการผลิตเพียงพอแค่พอบริโภคในครัวเรือนในอัตราครอบครัวละไม่เกิน 5 ไร่ เพื่อใช้ทำข้าวไร่อย่างเดียว ภายใต้แผนการพัฒนาประเทศหลายฉบับทำให้วัฒนธรรมการทำกินชาวบ้านเปลี่ยนแปลงจากเพียงเพื่อบริโภคมาเป็นเพื่อเศรษฐกิจตอบสนองความต้องการของรัฐบาลผลิตเพื่อส่งออกเพื่อเพิ่มมูลค่าGDP ของประเทศ แต่กับละเลยความรู้และเทคนิควิธีการที่ถูกต้อง ทำให้ประชาชนซึ่งไร้การศึกษา การศึกษาต่ำ ไม่สามารถทำงานอื่นได้นอกจากการใช้แรงงาน และการเกษตรต้นน้ำที่ใช้พื้นที่มากให้ผลผลิตต่ำ เช่นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น ..จากการเก็บข้อมูลของชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจน และปัญหาภูเขาหัวโล้น ของบ้านปางสา โดยทีมงานอาสาพัฒนาหมู่บ้าน (อสพ) พบว่า ปัจจุบันประชาชนบ้านปางสา มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ มีการถือครองที่ดินที่เป็นภูเขาหัวโล้นจำนวน มากกว่า 5000ไร่ ซึ่งแต่เดิมเป็นป่าต้นน้ำ ซึ่งอดีตที่ผ่านมาแม่น้ำสามารถให้ช้างอาบน้ำได้ทั้งฝูง ปัจจุบันเหลือแต่ความทรงจำ ...และทุกคนในหมู่บ้านต่างได้รับทราบปัญหาและพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา ถ้าสามารถมีอาชีพอื่นที่ทดแทนอาชีพการทำไร่ข้าวโพดได้ และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยสรุป การแก้ไขปัญหาภูเขาหัวโล้นได้ดังนี้
1.การจัดทำฝายชะลอน้ำทุกลำห้วย ปัจจุบันมีการสำรวจจุทำฝายแล้วกว่า 1000 ฝาย และมีความพร้อมในการสร้างปีนี้จำนวน 74ฝาย
2.การลดพื้นที่การปลูกข้าวโพดโดยการปลูกพืชผสมสาน หลากหลาย ในพื้นที่ คนละ2.5ไร่ ปัจจุบันมีจำนวน28 ราย จำนวน 68 ไร่ ต้นไม้กว่า 5000ต้น มีความพร้อมปลูกต้นไม้ไม่เกิน 15มิ.ย 2559
3.กรณีมีการคืนพื้นที่ ให้รัฐปล่อยให้ต้นไม้ขึ้นและจิตอาสาช่วยกันปลูก เจ้าของสวนเดิมอาสาจะดูแลให้ภายในสามปี โดยมีค่าดูแล เปรียบเทียบการปลูกข้าวโพด ที่มีค่าใช้จ่ายคงเหลือ ไร่ละ ไม่เกิน 1,000บาท จนต้นไม้โต 3-5ปี (ใช้วิธีนี้สามารถดูแลให้ต้นไม้รอดได้)
ที่มาจากเฟจรวมพลคนรักษ์ป่าน่าน
https://www.facebook.com/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99-1623880211166279/

ขอสรุปจากการตั้งคำถามในกระทู้นี้ว่า
สามารถส่งเมล็ดพันธุ์พืช ได้หมดทุกชนิด โดยพันธุ์ไม้ป่า ก็จะปลูกในพื้นที่ป่า ส่วนอื่น ๆ จะแจกจ่ายให้ชาวบ้านได้ปลูก สร้างรายได้กันครับ สรุป ส่งได้หมด

แล้วจะให้ส่งไปที่ไหน ?
ส่งให้กับ อ.ประสิทธิ์ ได้เลยครับ



https://www.facebook.com/prasit.tachati

สามารถติดตามเรื่องราว ความคืบหน้า และข้อมูลต่าง ได้ทางเฟสบุ๊คนะครับ

ขอปิดกระทู้นี้ครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
rat-nan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1802



« ตอบ #45 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2016, 02:20:56 PM »

โดยสรุป การแก้ไขปัญหาภูเขาหัวโล้นได้ดังนี้
1.การจัดทำฝายชะลอน้ำทุกลำห้วย ปัจจุบันมีการสำรวจจุทำฝายแล้วกว่า 1000 ฝาย และมีความพร้อมในการสร้างปีนี้จำนวน 74ฝาย
2.การลดพื้นที่การปลูกข้าวโพดโดยการปลูกพืชผสมสาน หลากหลาย ในพื้นที่ คนละ2.5ไร่ ปัจจุบันมีจำนวน28 ราย จำนวน 68 ไร่ ต้นไม้กว่า 5000ต้น มีความพร้อมปลูกต้นไม้ไม่เกิน 15มิ.ย 2559
3.กรณีมีการคืนพื้นที่ ให้รัฐปล่อยให้ต้นไม้ขึ้นและจิตอาสาช่วยกันปลูก เจ้าของสวนเดิมอาสาจะดูแลให้ภายในสามปี โดยมีค่าดูแล เปรียบเทียบการปลูกข้าวโพด ที่มีค่าใช้จ่ายคงเหลือ ไร่ละ ไม่เกิน 1,000บาท จนต้นไม้โต 3-5ปี (ใช้วิธีนี้สามารถดูแลให้ต้นไม้รอดได้)
ที่มาจากเฟจรวมพลคนรักษ์ป่าน่าน

++++++++++++++++++++++++++

ผมเห็นด้วยกับแนวทางนี้ครับ .....
สำหรับเมล็ดพันธุ์ หรือพันธุ์ไม้ที่จะปลูก ผมเห็นว่า ควรเป็น...
 ต้นไม้ไม่มีค่า(ทางเศรษฐกิจ)  เพราะถ้าต้นไม้พวกนี้โตมา
 การที่จะถูกตัดพันเพื่อนำไปขายจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายครับ
1. เช่นไม้เหียง เอาไปสร้างบ้านไม่ค่อยดีมอดชอบกินครับ
(แต่มีเห็ดเกิดได้ด้วย)ทำให้ชาวบ้านมีอาหารเพิ่มขึ้น
2. หวายขม(ไม่ใช่หวายทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ยอดเอามากินได้
การตัดพันอยากเพราะมีหนามเยอะมาก  
3. ไม้ไผ่ป่าหรือไผ่หนาม

 


Liked By: maikhami
บันทึกการเข้า
up2uloveu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1800


« ตอบ #46 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2016, 09:04:34 PM »

เผื่อไว้ศึกษาครับ

ไม้หวงห้ามประเภท ก   ไม้สัก ไม้ยาง

http://www.oknation.net/blog/sonorwut/2013/07/20/entry-1


Liked By: maikhami
บันทึกการเข้า

นานาพันธุ์กล้วย  โทร. 099-9532651
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=126750.0
zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 995


« ตอบ #47 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2016, 11:56:33 AM »

 ยิ้ม ฮึๆๆ ชนเผ่า ปกาเกอะญอ เขาสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ อยู่กันมาเป็นร้อยปี แต่คนพื้นราบเราอยู่ร่วมกับป่าไม่ได้ เผลอไม่ได้เป็นอันต้องตัดห้ามก้ไม่ฟังพูดก็ไม่สน แถวๆแพร่ก็เยอะน่ะ ช่วง อ.ร้องกวาง- อ.งาว จ.พะเยา อีกไม่นานคงไม่ต่างกับ น่าน หรอกคอยดูแระกัล
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: