ข่าว
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สอบถามว่า..ฝักของต้นอะไรครับ  (อ่าน 572 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
mion4you
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 377


« เมื่อ: เมษายน 19, 2016, 07:16:39 PM »




ไม่ทราบว่า..ฝักในภาพเป็นฝักของต้นอะไรครับ พอดี ญาติคุณsevencats ส่งมาให้ คุณKid_D
และคุณKid_D ต้องการนำมาแจก แต่เพราะไม่ทราบเลยสอบถามผู้รู้ เพื่อจะได้แจ้งชื่อในกระทู้แจก ได้ถูกต้อง


Liked By: Sae2519, Kid_D, phen, Bensir, visrin
บันทึกการเข้า

NumCha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2262


« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 19, 2016, 08:40:45 PM »

ไม่แน่ใจนะค่ะเพราะว่าข้อมูลน้อยไปหน่อยไม่ได้แกะเม็ดข้างในให้ดูแล้วก็ไม่ได้เทียบขนาดกับอะไรที่พอจะกะขนาดได้   แต่ขอเดาว่าส้มป่อย
บันทึกการเข้า
Sae2519
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 564


« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 19, 2016, 08:50:03 PM »

เป็นฝักของส้มป่อยครับ ยิงฟันยิ้ม
ส้มป่อย ชื่อสามัญ Soap Pod

ส้มป่อย ชื่อวิทยาศาสตร์ Acacia concinna (Willd.) DC. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Acacia rugata (Lam.) Merr., Mimosa concinna Willd.) จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยสีเสียด (MIMOSOIDEAE หรือ MIMOSACEAE)[1],[3],[4],[9]

สมุนไพรส้มป่อย มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ส้มพอดี (ภาคอีสาน), ส้มคอน (ไทใหญ่), ส้มขอน (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), พิจือสะ พิฉี่สะ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), ผ่อชิละ ผ่อชิบูทู (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), แผละป่อย เมี่ยงโกร๊ะ ไม้ส้มป่อย (ลั้วะ), เบล่หม่าฮั้น (ปะหล่อง) 4]
เปลือกต้นมีสรรพคุณเป็นยาแก้กระษัย (เปลือกต้น)[3]
ช่วยแก้ซางเด็ก (เปลือกฝัก)[1],[4]
ดอกมีสรรพคุณเป็นยาลดไขมัน ช่วยลดความอ้วนหรือลดน้ำหนัก โดยใช้ดอกประมาณ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำดื่ม เช้าและเย็น (ดอก)[3]
ใบใช้เป็นยาแก้โรคตา (ใบ)[1],[3],[4] ส่วนต้นใช้เป็นยาแก้โรคตาแดง (ต้น)[4]
ต้นมีรสเปรี้ยวฝาด มีสรรพคุณเป็นยาแก้น้ำตาพิการ (ต้น)[1],[3],[4]
รากมีรสขม ใช้เป็นยาแก้ไข้ (ราก)[1],[3],[4] หรือจะใช้ยอดส้มป่อยนำมาต้มกินข้าวต้มก็เป็นยาแก้ไข้ได้เช่นกัน (ยอดอ่อน)[12]
ฝักนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้จับสั่นหรือไข้มาลาเรีย (ฝัก)[1],[4]
ต้นและรากส้มป่อยนำมาต้มกับแก่นขนุน คนทา ชิงช้าชาลี น้ำนอง เปลือกมะเดื่อ เท้ายายม่อม หัวย่านนาง และหญ้าเข็ดมอน เป็นยาแก้ไข้ เจ็บยอกในอก หรือที่โบราณเรียกว่าไข้ยมบน (ต้น,ราก)[11]
ฝักและเปลือกฝักมีสรรพคุณเป็นยาแก้ไอ ด้วยการใช้ฝักนำมาปิ้งให้เหลืองแล้วชงกับน้ำจิบกินเป็นยา หรือจะใช้เปลือกนำมาแช่กับน้ำดื่มทำให้ชุ่มคอแก้ไอได้เช่นกัน (ฝัก,เปลือกฝัก)[1],[3],[4],[12]
ใบมีรสเปรี้ยวฝาดเล็กน้อย ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับเสมหะ ส่วนฝักก็มีสรรพคุณช่วยขับเสมหะเช่นกัน (ใบ,ฝัก)[1],[2]
ฝักมีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ แก้เสมหะ ด้วยการนำฝักมาปิ้งให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำจิบกินเป็นยา (ฝัก)[3],[4] เปลือกฝักมีสรรพคุณกัดเสมหะ (เปลือกฝัก)[1],[4] เปลือกต้นและใบมีสรรพคุณช่วยถ่ายเสมหะ โดยนำใบมาต้มกับน้ำดื่ม (เปลือกต้น,ใบ)[3],[4]
เมล็ดนำมาคั่วให้เกรียมแล้วบดให้ละเอียด ใช้เป่าจมูก ทำให้คันจมูกและทำให้จามได้ดี (เมล็ดคั่ว)[1],[4]
ฝักมีสรรพคุณช่วยแก้ริดสีดวงจมูก (ฝัก) (ไม่ระบุวิธีใช้)[11]
ช่วยทำให้อาเจียน (ฝัก)[1],[3]
ช่วยแก้น้ำลายเหนียว (ใบ,ฝัก)[1],[4]
รากมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ (ราก)[3]
ใบใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้บิด (ใบ)[1],[3],[4]
รากส้มป่อยนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้ท้องร่วง (ราก)[8],[10],[12]
ใบใช้ต้มกับน้ำดื่มจะช่วยชำระเมือกมันในลำไส้ (ใบ)[4]
ช่วยแก้อาการท้องอืด ด้วยการใช้ยอดอ่อนส้มป่อยนำมาต้มกินกับข้าวต้ม (ยอดอ่อน)[12]
ต้นและเปลือกต้นมีสรรพคุณเป็นยาระบาย (ต้น,เปลือกต้น)[3],[4]
ฝักมีรสเปรี้ยว ใช้ต้มหรือหรือบดกินเป็นยาถ่าย (ฝัก)[1],[3],[4]
ช่วยขับพยาธิในลำไส้ (ใบ)[3]
ยอดอ่อนหรือใบอ่อนนำมาต้มกับน้ำ และผสมกับน้ำผึ้งใช้ดื่มกินเป็นยาช่วยขับปัสสาวะ (ยอดอ่อน)[4],[5]
ใบใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับระดูขาวของสตรี ช่วยฟอกล้างโลหิตระดู (ใบ)[1],[4],[5]
เปลือกนำมาต้มกินเป็นยาแก้โรคตับ (เปลือก)[12]
ฝักใช้ตำพอกหรือชุบสำลีปิดแผล แก้โรคผิวหนัง ใช้ทำขี้ผึ้งปิดแผลแก้โรคผิวหนัง (ฝัก)[1],[2],[4]
ยอดอ่อนนำมาตำผสมกับขมิ้นอ้อย แล้วใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย หมกไฟพออุ่น แล้วนำไปพอกจะช่วยแก้ฝี แก้พิษฝี ทำให้ฝีแตกเร็วหรือยุบไป ส่วนอีกวิธีใช้รากส้มป่อยนำมาฝนใส่น้ำปูนใสทาบริเวณที่เป็นฝี (ราก,ยอดอ่อน)[4],[8],[10],[12]
ใบใช้ตำประคบหรือตำห่อผ้าประคบเส้นช่วยทำให้เส้นเอ็นอ่อน แก้เส้นเอ็นพิการ ขัดยอก ส่วนเปลือกต้นก็มีสรรพคุณทำให้เส้นเอ็นหย่อนเช่นกัน (เปลือกต้น,ใบ)[1],[3],[4],[5]
ดอกมีรสเปรี้ยวฝาดมัน มีสรรพคุณเป็นยาแก้เส้นเอ็นที่พิการให้สมบูรณ์ (ดอก)[1],[3],[4]
ช่วยทำให้สตรีมีครรภ์คลอดได้ง่าย ด้วยการใช้ฝักส้มป่อยประมาณ 3-7 ข้อ นำมาต้มกับน้ำอาบตอนเย็น โดยให้อาบก่อนกำหนดคลอด 2-3 วัน แต่ห้ามอาบมากเพราะจะทำให้รู้สึกร้อน (ฝัก)[8],[10]
นอกจากนี้ใบและฝักส้มป่อยยังปรากฏอยู่ในตำรับยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ซึ่งได้แก่ ตำรับ “ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง” โดยเป็นตำรับยาที่ประกอบไปด้วยสมุนไพรชนิดหลายชนิด ได้แก่ ใบส้มป่อย ฝักส้มป่อย ใบมะกา ใบมะขาม ใบไผ่ป่า ฝักคูน ขี้เหล็ก เถาวัลย์เปรียง รากขี้กาขาว รากขี้กาแดง รากตองแตก สมอไทย สมอดีงู หัวหอม และหญ้าไทร ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณแก้อาการท้องผูก มักนำมาใช้ในกรณีที่ใช้ยาอื่นแล้ว
บันทึกการเข้า
Sae2519
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 564


« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 19, 2016, 08:58:55 PM »

นอกจากนี้ทางเหนือนิยมนำยอดอ่อนมาประกอบอาหารเช่น แกงส้มต่างๆแต่จะเรียกว่า. ต้มส้มครับ
เช่นต้มส้มไก่ ต้มส้มปลาเป็นต้น นอกจากนี้แล้ว ยังนำฝักมาประกอบพิธีทางศาสนา มัดกับสายสิญจน์ และนำมาเป็นส่วนประกอบผสมนำ้ที่ใช้ดำหัวผู้ใหญ่ในเทศกาลสงกรานต์ด้วยครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
mion4you
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 377


« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 19, 2016, 10:26:47 PM »

 ยิ้มเท่ห์  ขอบคุณครับ คุณNumCha และ  คุณSae2519 ที่แจ้งให้ทราบ


Liked By: Kid_D, phen, Sae2519, Bensir, visrin
บันทึกการเข้า
Kid_D
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 528


« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 21, 2016, 08:50:47 AM »


ขอบคุณนะคะ คุณNumCha และคุณSae2519 ที่ให้ข้อมูล ขอบคุณ คุณmion4you ด้วยค่ะ
แล้วพี่คิดจะนำมาแบ่งปันนะคะ
บันทึกการเข้า
luckkapom
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 489


« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 21, 2016, 04:29:20 PM »

ถ้าพี่คิด เอามาแบ่งปัน ผมขอด้วยสักหน่อยนะคับ


Liked By: mion4you, Bensir
บันทึกการเข้า

พิรุฬห์วัฒน์ มะโนนันท์
36/5 ม.2 ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 50130
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: