หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อยากให้ช่วยวิเคราะห์สูตรอาหารไก่ และ วิธีให้อาหารของผมครับ  (อ่าน 6561 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 175


« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2016, 12:40:32 PM »

กรณีพ่อค้าเร่หาไก่ชำแหลเองขายเองคงต้องแก้แบบคุณmarkonikove

 ส่วนพ่อค้าเร่ที่หาส่วนต่างราคา พวกนี้มักกดราคาอ้างโน้นอ้างนี้เพื่อให้ได้ราคาต่ำสุด สังเกตุง่ายๆ พ่อค้าเร่พวกนี้มักเวียนมาหาเราเรื่อยๆ หน้าเดิมๆ หากพ่อค้าพวกนี้เขามีแหล่งจับหลายที่อยู่แล้ว เขาจะยิ่งกดราคาหนักเข้าไปอีก หลายท้องที่เจอแบบนี้นะคนเลี้ยงเยอะๆแล้วไม่ได้หาช่องทางขายไว้ก่อน ก็ต้องยอมขายเพราะต้นทุนเพิ่มทุกวัน
 วิธีแก้คงต้องสืบให้รู้ถึงแหล่งรับซื้อโดยตรงในท้องถิ่นนั้นๆ ส่วนใหญ่เท่าที่เจอเขาเองต้องคอยง้อพวกพ่อค้าเร่ที่วิ่งหาไก่ให้เขาเพราะเขาไม่มีไก่สดส่งตลาด  ต้องลองลืบหลายๆเจ้าดูนะ แต่เท่าที่เจอหากเรามีไก่ทรงไก่บ้านน้อยเจ้านะที่เขาจะปฎิเสท สำหรับตลาดท้องถิ่น
 
   ... กรณีอยากทำไก่เนื้อปริมาณมากๆ ต้องหาแหล่งขายให้ได้ก่อน เพราะไก่มีอายุขายยิ่งปล่อยนานก็ยิ่งขาดทุน ซึ่งแตกต่างจากการเลี้ยงไก่ไข่ เพราะไข่ไก่เราสร้างตลาดได้ง่ายกว่า



Liked By: Tank, woody26
บันทึกการเข้า

markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2016, 12:31:00 PM »

ชำแหละออกมาวางแล้ว คนซื้อกินเขาไม่รู้หรอกว่าเป็นไก่พันธุ์อะไร ... แต่ถ้าคนพอมองออกซักหน่อย เขาก็จะมองดูว่ารูปร่างหน้าตาของโครงไก่ที่วางนั้นใช่ไก่บ้านหรือไม่  ซึ่ง  ไก่สามสายเลือด ปรกติแล้วไกล้เคียงกับไก่บ้านพอสมควร ตัวอาจจะสั้นกว่าเล็กน้อย ขาสั้นกว่านิดหน่อย  ( ยกเว้นไก่อู  ที่จะต่างออกไปเยอะ )

ปล. แม่ค้าไก่ที่บ้านผม เขาไปซื้อไก่ไข่ปลดมาชำแหละขายโลละ 100 บาท แล้วบอกว่าเป็นไก่บ้านแก่ๆ ที่เขาโละทิ้งยกเล้า .... ยังขายดิบขายดี คนเขาก็ซื้อกินกัน ไม่มีใครรู้เลยซักคนว่าเป็นไก่ไข่ปลด ( ไก่บ้านปรกติเขาขายกัน 130 - 140 บาท )

เรื่องตินู่น ตินี่ ... มันแค่เรื่องหลอกกดราคาของพวกพ่อค้าเร่ ที่ยกมาอ้างเฉยๆเท่านั้นแหละ


Liked By: woody26
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2016, 12:34:34 PM »

คนกินหน่ะ เขารับรู้แค่ว่าไก่อร่อยไหม คุ้มค่าราคาที่จ่ายให้เราไหม ... เท่านั้นแหละ

ถ้าไก่เรามีคุณภาพ ไม่ไปหลอกขายไก่ อายุอ่อนๆ เนือเละๆ ให้เขานะ สบายๆ  .... ( ไก่อ่อน เนื้อเละๆ  เลี้ยงด้วยอาหารถุง แค่ 2 เดือนนิดๆ ตัวนึงกะลังพอดีจับขายได้เลย )


Liked By: woody26
บันทึกการเข้า
weera66
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 78


« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2016, 11:01:35 PM »

การเลี้ยงไก่ให้ได้น้ำหนัก หลักๆจะอยู่ที่สายพันธ์ุกับอาหาร
1. สายพันธ์ุโตเร็วจะเป็นพวกสามสาย หรือประดู่หางดำเชียงใหม่ ประดู่ลูกผสม พวกนี้จะโตเร็ว สามเดือนน้ำหนัก 1.2-1.5 กิโลกรัม (ประดู่ลูกผสม มช 2 เดือนก็ได้ 1 กิโลแล้วครับ แต่ติดที่หัวโตไปหน่อย ลังเล)
2. อาหาร การให้ต้องถูกหลัก ถูกเวลา คือ ไก่เล็ก โปรตีนต้องได้ 20%  ไก่กลาง อายุประมาณ 1-2 เดือน โปรตีน18%  ไก่โต 14% การผสมอาหารบางครั้งโปรตีนไม่ถึงหรือเกินความต้องการของไก่จะเสียเปล่า (ขาดทุน)
3. ถ้าจะเลี้ยงให้ประสบผลสำเร็จ ต้องลดต้นทุนอาหารให้ได้มากที่สุด และทำให้มีโปรตีนตามที่ไก่ต้องการครับ
ปล. สุดท้าย ระวังตกม้าตายเพราะเรื่องตลาดครับ เพราะขายล็อดใหญ่กำไรจะได้น้อย เป็นกลไกลของตลาดครับ
บันทึกการเข้า
woody26
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2016, 09:15:13 AM »

กรณีพ่อค้าเร่หาไก่ชำแหลเองขายเองคงต้องแก้แบบคุณmarkonikove

 ส่วนพ่อค้าเร่ที่หาส่วนต่างราคา พวกนี้มักกดราคาอ้างโน้นอ้างนี้เพื่อให้ได้ราคาต่ำสุด สังเกตุง่ายๆ พ่อค้าเร่พวกนี้มักเวียนมาหาเราเรื่อยๆ หน้าเดิมๆ หากพ่อค้าพวกนี้เขามีแหล่งจับหลายที่อยู่แล้ว เขาจะยิ่งกดราคาหนักเข้าไปอีก หลายท้องที่เจอแบบนี้นะคนเลี้ยงเยอะๆแล้วไม่ได้หาช่องทางขายไว้ก่อน ก็ต้องยอมขายเพราะต้นทุนเพิ่มทุกวัน
 วิธีแก้คงต้องสืบให้รู้ถึงแหล่งรับซื้อโดยตรงในท้องถิ่นนั้นๆ ส่วนใหญ่เท่าที่เจอเขาเองต้องคอยง้อพวกพ่อค้าเร่ที่วิ่งหาไก่ให้เขาเพราะเขาไม่มีไก่สดส่งตลาด  ต้องลองลืบหลายๆเจ้าดูนะ แต่เท่าที่เจอหากเรามีไก่ทรงไก่บ้านน้อยเจ้านะที่เขาจะปฎิเสท สำหรับตลาดท้องถิ่น
 
   ... กรณีอยากทำไก่เนื้อปริมาณมากๆ ต้องหาแหล่งขายให้ได้ก่อน เพราะไก่มีอายุขายยิ่งปล่อยนานก็ยิ่งขาดทุน ซึ่งแตกต่างจากการเลี้ยงไก่ไข่ เพราะไข่ไก่เราสร้างตลาดได้ง่ายกว่า


ขอบคุณมากๆครับผม
บันทึกการเข้า
woody26
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2016, 09:18:15 AM »

คนกินหน่ะ เขารับรู้แค่ว่าไก่อร่อยไหม คุ้มค่าราคาที่จ่ายให้เราไหม ... เท่านั้นแหละ

ถ้าไก่เรามีคุณภาพ ไม่ไปหลอกขายไก่ อายุอ่อนๆ เนือเละๆ ให้เขานะ สบายๆ  .... ( ไก่อ่อน เนื้อเละๆ  เลี้ยงด้วยอาหารถุง แค่ 2 เดือนนิดๆ ตัวนึงกะลังพอดีจับขายได้เลย )
ครับ ที่ห่วงจริงๆคือ สูตรอาหารข้างต้นผมได้ลงไว้นั้น เนื้ออาจจะเละ ไม่เหมือนไก่บ้านเพราะเร่งโตจนเกินไป ผมเลยอยากรู้ว่า วิธีการให้แบบที่ลงไว้นั้นจะถูกต้อง และ พอดีหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
woody26
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2016, 10:14:43 AM »

การเลี้ยงไก่ให้ได้น้ำหนัก หลักๆจะอยู่ที่สายพันธ์ุกับอาหาร
1. สายพันธ์ุโตเร็วจะเป็นพวกสามสาย หรือประดู่หางดำเชียงใหม่ ประดู่ลูกผสม พวกนี้จะโตเร็ว สามเดือนน้ำหนัก 1.2-1.5 กิโลกรัม (ประดู่ลูกผสม มช 2 เดือนก็ได้ 1 กิโลแล้วครับ แต่ติดที่หัวโตไปหน่อย ลังเล)
2. อาหาร การให้ต้องถูกหลัก ถูกเวลา คือ ไก่เล็ก โปรตีนต้องได้ 20%  ไก่กลาง อายุประมาณ 1-2 เดือน โปรตีน18%  ไก่โต 14% การผสมอาหารบางครั้งโปรตีนไม่ถึงหรือเกินความต้องการของไก่จะเสียเปล่า (ขาดทุน)
3. ถ้าจะเลี้ยงให้ประสบผลสำเร็จ ต้องลดต้นทุนอาหารให้ได้มากที่สุด และทำให้มีโปรตีนตามที่ไก่ต้องการครับ
ปล. สุดท้าย ระวังตกม้าตายเพราะเรื่องตลาดครับ เพราะขายล็อดใหญ่กำไรจะได้น้อย เป็นกลไกลของตลาดครับ
คุณ weera66 พอจะบอกได่มั้ยครับว่า
1.สายพันธุ์ไหนที่จะขายได้ที่ราคา กก.ละ90-95บาท
2.สูตรที่ได้เขียนไว้ข้างต้นเนี่ย ถูกหลักหรือเปล่าครับ
3."ขายล็อดใหญ่กำไรจะได้น้อย" คืออะไรครับ ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
บันทึกการเข้า
jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 175


« ตอบ #23 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2016, 05:21:26 PM »

เลี้ยงไก่เพื่อขายตัวไก่ลองศึกษาค่า FCR (อัตราการเปลี่ยนอาหารต่อนำหนักไก่ต่อ 1 กิโล) ไว้บ้างนะ

 เราจะได้คำนวณค่าใช้จ่ายเบื้องต้นได้คราวๆ น่าเป็นประโยชน์พอสมควรเลย
 
 อันนี้ลองคำนวณเล่นๆดูนะ จากอาหารที่ให้อัตราส่วน 5:5:1(รำ:กากมัน:หัวอาหาร) รำ 8x5 + กากมัน 3x5 + หัวอาหาร 18x1 / 11 = 6.6 ต่อกิโล (คราวๆนะ)
  
 FCR ไก่ประดู่มช.1 ประมาณ 3.2 หากเราต้องการไก่ประมาณ 1.5 จึงใช้อาหาร 3.2x1.5=4.8 คิดค่าอาหาร 4.8x 6.6 = 31.68 ต่อตัว ส่วนอัตราเจริญเติบโตจนพอส่งขายได้ ก็ลองย้อนไปดูข้อมูลแรกๆนะ อันนี้ไม่รวมไก่กินทิ้งขว้างหรือไก่เลือกกินเฉพาะบางอย่างนะ ซึ่งอาจใช้อาหารมากกว่านี้
 หากใช้อาหารไก่อย่างเดียวก็ลองคูณค่าอาหารดูเองนะ ซึ่งไก่บ้านค่า FCR ย่อมสูงกว่าประดู่มช.1 อยู่แล้ว นั้นหมายถึงค่าใช้จ่ายย่อมสูงกว่า
 ส่วนสูตรอาหาร 5:5:1 ค่าโปรตีนประมาณ 12 กว่าๆ แต่มีอาหารเสริมคงพอใช้ได้อยู่นะ (คิดค่าโปรตีนกากมันที 12%)

 อย่างไรก็ลองสังเกตุดูไก่นะโตดีรึไหม อันใหนขาดค่อยๆเสริมไปครับ ไก่บ้านไก่เนื้อสังเกตุง่ายกว่าไก่ไข่เยอะ ดูขนดูอกไก่ไม่ยากกว่าไก่ไข่ ส่วนค่าพลังงานเกินอยู่แล้วเลยไม่ต้องคำนวณ

 ส่วนตัวใช้หลักนี้ในการคำนวณนะ ไก่เนื้อ โปรตีน 12-14% ส่วนไก่ไข่ 16-18% ... ต้องลองคำนวณต้นทุนรวมถึงระยะขาย จนถึงราคาขายต่อตัว ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรง ค่าสิ่งก่อสร้าง ระยะคืนทุน

สุดท้ายอย่าลืมคำนวณกำไรต่อวันดูบ้างนะ เช่น ไก่ 1.5x80 = 120 หักต้นทุน 32บ. =120-32 = 88บ. สมมุติไก่อายุขาย 4 เดือน = 88/120=0.73 หาก 5เดือน = 0.58 ต่อวัน  คิดขำๆนะเพราะมีอีกหลายปัจจัย พวกค่าใช้จ่ายอื่นๆรายทางอีก


 
 
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #24 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2016, 08:25:04 PM »

ในงานวิจัยค่า FCR เขาใช้อาหารไก่เนื้อโปรตีน 19 - 21 % ที่เขาเลี้ยงไก่ฟาร์มตัวสีขาวๆ นั่นแหละ แล้วประดูหางดำ มช. ที่เขาทดลองเลี้ยงจนได้ นน. 1.5 กก. เขาเลี้ยงแค่ 2 เท่นั้นเองคับ

แต่ในการเลี้ยงแบบขายตลาดชาวบ้าน เราต้องเลี้ยงไก่ให้ได้อายุ 4 - 6 เดือน จึงจะขายได้ ซึ่งจะทำให้ไก่กินอาหารเยอะมากๆ ซึ่งสูงกว่าค่า FCR เยอะมากๆ

ปล. ไก่ผม ลูกเจี๊ยบ กินอาหารถุง โปรตีน 19 - 21 % ( ต้องเป็นสูตรปลายข้าวเท่านั้น  )  เป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นเลี้ยงอาหารถุงสูตร ข้าวโพดบด โปรตีน 14 % ต่ออีก 1 เดือน ... แล้วหลังจากนั้นจึงเลี้ยงอาหารลดต้นทุน สุดแท้แต่จะหาได้ โปรตีน ไม่น่าจะซัก 8 - 12 % ต่อเนื่องอีก 2 - 4  เดือน นน. ตัวผู้จะได้ 2.2 - 2.7 กก. ตัวเมีย 1.7 - 2.3 กก. ... โดยให้กินเต็มอิ่ม ตอนกลางวันทุกวัน

ปล. 2 เราต้องเรียนรู้ และ ทดลองด้วยตัวเราเอง ว่าจะคุมอาหารไก่ระดับใหน ให้ได้ นน. พอดีจับ เมื่ออายุถึงกำหนดจับ. เพราะสูตรอาหารของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สายพันธุ์ไก่ ก็ไม่เหมือนกัน  ซึ่งทำให้ไก่ของเราแต่ละคนโตจนถึงอายุจับพอดี กับความต้องการของตลาดในท้องถิ่นเรา

.... เพราะไงเสีย ถ้าเราเลี้ยงไก่เนื้อพื้นเมืองสายพันธุ์เชิงพานิชย์ ที่มีอยู่ในท้องตลาดทุกวันนี้ เราต้องจับไก่ตอนอายุ 4 - 6 เดือนแน่ๆ .... ดังนั้นเราต้องคุมอาหารเราให้ได้พอดี ที่จะจับไก่ตอนอายุ 4 - 6 เดือน แล้วได้ นน. พอดีกับความต้องการของตลาด
บันทึกการเข้า
jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 175


« ตอบ #25 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2016, 10:36:36 PM »

ถ้าเราไม่ใช้หลักใดเลย ก็คงวิเคราะห์ยากหน่อยสำหรับมือใหม่ๆ ที่ต้องมั่วแต่ทดลอง ถูกมั้งผิดบ้าง ชีวิตติดหล่มเป็นปีกว่าจะเข้าใจ
 
 ค่า FCR แม้ไม่ได้ 100% แต่ก็ทำให้รู้แนวทาง ซึ่งไก่พื้นเมืองที่ใช้อาหารถุงระดับ 19-21% ค่อนข้างเกินความจำเป็นด้วยซ้ำไป แต่ถามว่าทำไมต้องใช้อาหารถุงขนาดนั้น ก็เพื่อได้เปรียบเทียบมาตราฐานไก่เนื้อ ครั้นจะมานั่งใช้อาหารถุง 14% ค่าที่ได้คงแกว่งและเป็นตัวแปรตัวหนึ่งที่ใช้ควบคุม เพื่อใช้เปรียบพันธ์ต่างๆในการพัฒนาต่อไป

 เอาล่ะที่นี้มาเรื่องอาหาร ค่าที่ใช้ส่วนใหญ่ก็มักวัดจากค่าพลังงานที่ให้ กับโปรตีน ต่อให้ใช้วัสถุดิบต่างกัน แต่เมื่อคำนวณค่าทั้งสอง เปรียบเทียบกับความต้องการของไก่ในแต่ละวัน ย่อมทำให้เราง่ายต่อการคำนวณ ซึ่งส่วนตัวมัก บวกลบไว้ประมาณ 20% ไม่ว่าไก่หรือนก(กระทา) ก็ใช้หลักการนี้นะ ทำให้เราสามารถใช้อาหารอื่นทดแทนได้
 
 พันธ์ไก่หากเปรียบเทียบระหว่างประดู่มช1. กับ ประดู่สายพันธ์ดังเดิม(อ.ประชุม) อายุใกล้เคียงกัน แถมพันธ์ดังเดิมข่มได้เลือกกินก่อน แต่ขนาดจะต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่เดือนแรกๆเลย มช.1 ครบ 4 เดือน เริ่มคัดขายได้บ้างแล้ว ส่วนพันธ์เดิมๆยังห่างไกล
   บางคนเขาก้าวข้ามจากผู้เลี้ยงทั่วๆไป กลายเป็นผู้ค้าไก่สด เราว่ามุมมองย่อมต่างไปแล้ว ซึ่งมูลค่าที่ได้ย่อมต่างออกไป แต่ถ้ามองในแง่ผู้บริโภคเสมือนถูกเอาเปรียบนะ คนส่วนใหญ่ที่หันมาบริโภคไก่บ้าน เขาเชื่อว่าไก่เหล่านั้น กินอาหารที่แตกต่างจากไก่ฟาร์มทั่วๆไป
  ไก่พื้นเมืองค่อนข้างดูแลง่าย บ่อยครั้งแทบไม่ต้องดูแลมากหนัก ใช้เศษอาหารมีเสริมอาหารบ้าง เท่านี้ไก่ก็มีให้จับขายไม่ขาดมือแล้ว หากมีกากปาล์มใส่น้ำพอแชะ ตั้งทิ้งไว้สัก 5-6 วันก็จะได้หนอนแมลงวันเยอะแยะ ใช้เป็นอาหารเสริมได้อย่างดี
บันทึกการเข้า
weera66
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 78


« ตอบ #26 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2016, 11:22:52 PM »

สายพันธ์ุราคา 90-95 บาท ถ้าว่าในเรื่องการขายแล้วเรากำหนดไม่ได้ครับ เพราะราคาจะอยู่ที่พ่อค้ารับซื้อ ราคาไก่ประดูหางดำ ที่เชียงใหม่ ไก่เป็นขายได้ 80-90 บาท ไก่เชือดตามตลาด 140-150บาท  ไก่ประดู่ มช สามสาย ไก่เป็น 75-80
    แล้วยิ่งเลี้ยงไก่ปริมาณมากการระบายไก่ออกจะยากขึ้น เพราะตลาดต้องใหญ่ตามไปด้วย ทำให้ต้องขายที่ราคาต่ำ
ไก่ถ้าได้น้ำหนักแล้วไม่ขาย พอน้ำหนักเกินจะถูกกดราคา
การคิดโปรตีนอย่างง่ายก็คือ (โปรตีน 1xปริมาณ 1)+(โปรตีน 2xปริมาณ 2)/(ปริมาณ 1+ปริมาณ 2)=?
ตัวอย่างของสูตรอาหารของคุณ คือ (5x5)+(10x5)+(40x1)/5+5+1=10.5%
ต้องเสริมโปรตีนเพิ่มในไก่โต สำหรับในไก่เล็กถ้าโปรตีนไม่ได้20%ลูกไก่จะโตช้ามากและมีผลต่อน้ำหนักไก่กลางและไก่โตทำให้เวลาในการเลี้ยงเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบวัน
ปล ...แกลบอ่อนจริงๆโปรตีน 10-12%
แกลบอ่อนผสมแกลบขายกัน 20กิโล 100-140บาท โปรตีน5-6%
กากมันหมักยีส ไม่แน่ใจ คงประมาณไม่เกิน10-12%
หัวอาหารน่าจะประมาณ 40%

ไก่แต่ละอายุจะมีการเจริญเติบโตที่จำกัดตามสายพันธ์ การได้กินอาหารที่มากเกินไปเหมือนเททิ้งโดยเสียประโยชน์
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: