หน้า: 1 2 [3] 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หนุ่มไอที ขอเอาดีทางเกษตร...ขอศึกษาจากที่นี่..เป็นหลักเลยนะครับ  (อ่าน 11220 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1829


« ตอบ #32 เมื่อ: มีนาคม 05, 2016, 06:19:06 AM »

ดีแล้วคับ คิดถูกแล้ว ที่จะกลับไปทำงาน ซาลารี่แมน เหมือนเดิมแล้วทำเกษตรแค่เล่นๆ ... เพราะอาชีพนี้ไม่ใช่ของเล่นที่จะมานั่งฝันกันไปวันๆ

เอาง่ายๆเลยคับ น้องลองไล่อ่านกระทู้เก่าๆของเวบนี้ดูคับ แล้วลองดูหน้าค่าตาคนที่ยังอยู่ทุกวันนี้ ว่าเขาเหล่านั้นยังอยู่กันหรือเปล่า .... ใครที่อยู่ไกล้ๆบ้าน ก็ลองไปดูเขาถึงบ้านเลยคับ ไปถามเขาส่าเกิดอะไรขึ้นกะขาบ้าง

ส่วนคนพึ่งเข้ามาใหม่ในตอนนี้ ( ย่างเก่งก็แค่ ปี กว่าๆ ) อย่าพึ่งรีบใจร้อนแบ่งปันวิชาคับ  อย่าพึ่งรียชวนเขาตามตัวเองออกมาคัย  เพราะท่านเองอาจจะกระเด็นกลับเข้าเมืองเมื่อไหร่ไม่รู้ รอให้รากฐานท่านมั่นคง จนลงรากแก้วได้แล้วค่อยแนะนำคนอื่นจะดีกว่า  เด๋วเป็นงานชวนกันมาตายเปล่าๆ .... ผมนั่งดูคนที่เวบนี้มาก็หลายปีดีดักแล้ว  ก็พึ่งจะมาลงมือแสดงความเห็นจริงๆได้ซัก 2 - 3 ปีที่ผ่านมานี้เอง

แต่ช่วงเวลาร่วม 10 ปีที่ผมนั่งดูคนในเวบนี้ พูดได้เลยคับว่า มีไม่กี่คนที่ออกมาทำเกษตรกรรมแบบเต็มตัว แล้วไปรอดได้จากการทำเกษตรกรรมได้ .... เกือบทุกคนรอกได้เพราะอาชีพอื่นทั้งนั้น ( เกษตรกรรมเป็นแค่อาชีพเสริมเท่านั้น )

ทุกวันนี้ คนที่ยังอยู่ เกือบทุกคน ก็แค่ทำเกษตรกรรมเพียงแค่เล่นๆมั่ง  รายได้พิเศษมั่ง กันทั้งนั้น .... มีหลายคนเป็น ซาลารี่แมน ด้วย

ว่างๆ ซักพัก ถ้าผมว่างจากการลงมือขยายไร่นาของผม .... ผมจะเอาความรู้จากการทำเกษตรกรรมมาแบ่งปันให้ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่อยาก ลาออกจากงาน ซาลารี่แมน มาเป็นเกษตรกรแบบเต็มตัว ....

ว่าการทำเกษตรกรรม ทำแล้วรวย ทำแล้วรอด  เขาต้องทำอย่างไร เตรียมตัวอย่างไร ปรับวิธีคิดอย่างไร มองโลกอย่างไร  มีทัศนคติต่อการเป็นไแของสังคมอย่างไร .... มีกลยุทธในการวางแผนการทำเกษตรกรรมอย่างไร

..... ท่านจึงจะไปรอด และรุ่งเรือง ในเส้นทางนี้. ......
บันทึกการเข้า

markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1829


« ตอบ #33 เมื่อ: มีนาคม 05, 2016, 06:26:22 AM »

วันนี้เกษตรกร ไม่ใช่คนจน หรือ ชนชั้นล่างของสังคมแล้วนะคับ ..... เกษตรกรไม่ใช่อาชีพที่ต้องการความช่วยเหลือ อุดหนุน เห็นอกเห็นใจจากผู้อื่น หรือภาครัฐแล้วนะคับ

ถ้ามองส่วนของชนชั้นทางเศรษฐกิจ แล้ว .... วันนี้ เกษตรกรคือชนกลางทางเศรษฐกิจไปแล้ว เกษตรกร มีรายได้สูงกว่าคนที่เรียนจบ ป. ตรี ที่ทำงานรับจ้างเขาในเมืองเสียอีก  ..... เพียงแค่ว่าเราต้องมองโลกให้เป็น ปรับตัวเข้ากับโลกยุคใหม่ให้เป็น เท่านั้น


Liked By: sompol, muslin2557
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1829


« ตอบ #34 เมื่อ: มีนาคม 05, 2016, 06:42:05 AM »

ปล. ส่วนคนที่ยังแค่นั่งเป็นเกษตรกรบนหน้าเวบอยู่ ... อย่าซี้ซั๊ว เอาความรู้จากการอ่านที่ยังไม่เคยลงมือทำมาแบ่งปันคนอื่นนะคับ  เพราะท่านอาจจะเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำลายชีวิตคนอื่นโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ปล. 2  ใครที่ทำของตนเองแบบใหน ก็แนะนำเขาแบบนั้นดีกว่านะคับ ... แบบเป็นซาลารี่แมน แล้วทำเกษตรกรรมแค่เล่นๆ ก็บอกเขาว่าตนเองเป็น ซาลารี่แมน แล้วทุกวันนี้ทำอะไรบ้าง ใช้ชีวิตยังไง ( ไอ้ความรู้จากการอ่านมา / ไปดูคนอื่นมา ก็เก็บๆเอาไว้เถอะคับ .... สงสารคนเขาบ้าง เพราะชีวิตเขาทั้งชีวิต ) ....
บันทึกการเข้า
jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 167


« ตอบ #35 เมื่อ: มีนาคม 05, 2016, 03:01:27 PM »

 อันนี้เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่กับคุณ narkonikove นะ

งานเกษตรต้องสร้างทุนไว้ในสวน เพื่อสร้างรายได้ในอณาคต วางแผนทั้งระยะสั้น กลาง และยาว หลายอย่าง. เลี้ยง,ปลูก ไว้เพื่อเป็นทุนให้กับอีกสิ่ง หากเรามีทุนเหล่านี้เพียงพอ และจำกัดเงินลงทุนแต่เดือนได้ งานเกษตรก็ไม่ใช่เรื่องยากนะ


 สำศัญอย่าไปแคร์คำแนะนำคนอื่นมากนัก หาสไตล์ตัวเองให้เจอ ดูต้นทุนตัวเองเป็นหลัก แม้บางครั้งเราอาจจะใช้เวลามากกว่าเขาหน่อย แต่ต้นทุนเราต่ำยังไงก็มีกำไรนะ และพยายามมองช่องทางขายไว้เยอะๆ ศึกษาตลาดควบคู่ไป บ่อยครั้งเราต้องมองเป็นว่าเราอยู่ในสภาพอะไร ระหว่างผู้ผลิต คนกลาง หรือคนทำตลาด

 ส่วนตัวน่าจะมีอารมห์คล้ายๆน้องนะ ทำงานสายเดียวกัน แต่งานเกษตรผลที่ได้มันไม่เหมือนคู่มือ พืชหลายตัวสร้างรายได้ได้ดีโดยที่เราไม่ต้องดูแลมาก หลายตัวเป็นพืชนอกสายตา คนไม่สนใจปลูก หลายอย่างสามารถใช้เป็นต้นทุนอาหารสัตว์ เหล่านี้ต้องใช้เวลาศึกษาและให้เหมาะสภาพท้องถิ่น เลี้ยงไก่แม้จะพอสร้างกำไรได้ แต่ก็ไม่ดีเท่าอาหารที่ได้มาฟรีๆนะ นั้นทำให้เราขายได้ทุกราคา ผมเลี้ยงไก่ไข่ 40กว่าตัว ไก่พื้นเมืองมช.1 100 กว่า รวมถึงนกกระทา เกือบๆ 200 ตัวด้วยการใช้เงินไม่เกิน 600 บ/ด เฉพาะขายไข่ไก่ ก็ได้กำไรเกินว่าที่ต้องใช้ในแต่ละเดือน ส่วนไก่เนื้อทำเป็นรอบ่ๆส่งขายเดือนละ 20-30 ตัว ทุกตัวคือกำไร นี้ไม่นับไข่นกที่ยังไม่ขาย (แจก,ไว้ทำจุลลินทรีย์สังเคราะห์แสง) ส่วนมูลนกใช้เป็นทุนปลูกพืช ใบชะอม ใบแค ใบกระถิ่นใช้แทน รำ ส่วนยอดก็เอาไว้ขาย และนกกระทายังต่อยอดขายไข่(แม้ฟองจะเล็กกว่า แต่ขายถูกๆก็น่าจะขายได้) รวมถึงขายมูลนก แต่ทุกอย่างต้องเริ่มจากเริ่มฟักเองนะ


 แต่กว่าจะเดินถึงจุดนี้ได้ กว่าจะรู้แหล่งวัสถุดิบ ทั้งได้ฟรีและเสียเงิน ก็ต้องรู้จัก สืบค้น รวมถึงละความอายในบางอย่างทิ้ง ยิ่งเรามีคนรู้จักเยอะๆ พันธ์พืชต่างๆแทบได้มาฟรีๆ  กล้วยปลูกๆไปเหอะใช้ประโยชน์ได้เยอะ  เคยส่งแม่ค้าหวีละ 4-5 บาทยังทำเมินตอนนี้มาขอจองยันสวน ><"

 
 จะเลี้ยงอะไรก็ได้นะหากต้นทุนเราต่ำ เราจะปลูกอะไรก็ได้แต่อย่านึกประโยชน์เฉพาะคน ลองมองกว้างมากขึ้น แม้ขายไม่ได้ก็ใช้เลี้ยงสัตว์ได้


ย้ำนะ หาสไตล์ตัวเองให้เจอไม่ต้องบ้าตามเขา เขาตื่นตี 4 เราจะตื่นบ้าง เขารายได้เป็นหมื่นต่อวันก็จะเอาอย่างเขา มันไม่ยั่งยืนหรอก ผมตื่น 6 -7 โมง ทำธุระส่วนตัว ดูข่าว กินอาหารเช้า กว่าเข้าสวนเกือบ 9 โมง ให้อาหารไก่ นก ดูต้นไม้ ใส่ปุ๋ย (ให้น้ำ ตั้งเวลา) 11 โมงกว่า กลับบ้านกินข้าวเที่ยง เริ่มอีกที บ่าย 2-3 หากอากาศไม่ร้อนอาจจะออกเร็วกว่านี้หน่อย 1 ทุ่มกลับบ้าน ที่เล่ามานี้ ไม่ใช่ตัวเองเก่งนะ แต่ไม่เดือดอะไร  แม้รายได้ไม่มากแต่ก็มีความสุขกว่างาน office เป็นใหนๆ
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1829


« ตอบ #36 เมื่อ: มีนาคม 05, 2016, 03:20:02 PM »

เม้นท?ข้างบน นั่นแหละ คือสิ่งที่ผมกะลังเอาความรู้ของตนเองมาแชร์ หลังจากว่างๆแล้ว

เราอาจจะต่างกันบ้างเพราะต้นทุน ท้องถิ่น ทรัพยากร ไม่เท่ากัน ... แต่ก็เดินมาในรูปแบบที่คล้ายๆกัน



Liked By: nikomk, sompol, muslin2557
บันทึกการเข้า
soulful
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 101


« ตอบ #37 เมื่อ: มีนาคม 06, 2016, 06:24:20 PM »

นี่ผมโดนหรอกมาตลอดรึนี่..อ่านแล้วผมใจเสียเลยพี่..ที่จริงผมแค่อยากทำงานไกล้บ้าน ได้ไปมาหาสู่ดูแลท่านบ้าง
อาจจะแค่พักสมอง ไปทำเกษตร ปล่อยปลา เลี้ยงไก่ ปลูกผัก ไว้เป็นแนวทางไห้พ่อแม่ดูแลต่อไป
ผมยังไม่ทิ้งงานไอทีหรอก แต่อาจจะหางานไกล้บ้านหน่อย วันหยุดจะได้ไปดูสวน กินข้าวกับครอบครัวบ้างครับ
"พ่อแม่ผมก็เป็นชาวนา ปลูกข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ทำงานเกษตรส่งผมและน้องเรียนจนจบปริญญานะครับ ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่"
(ผมหมู่บ้านผมก็ทำไร่ทำสวนทั้งหมู่บ้าน เกษตรคงไม่แย่ขนาดนั้นหรอกครับ)

หัวใจสำคัญอยู่ที่ การตลาด
แยกออกเป็นหัวข้อย่อย
1. เน้นปริมาณการผลิต เพื่อได้ยอดขาย --> แบบเก่าอย่างที่เขาทำกัน ต้องมีที่เยอะปลูกเชิงเดี่ยว อย่างที่พ่อ แม่ เราทำกันมา --> พัฒนาด้วยองค์ความรู้ใหม่ๆ ทำแบบเดิมนี่แหละ อ้อย มัน ข้าว ทำให้มันได้ปริมาณมากขึ้นไปอีก โดยใช้ข้อ 3 ช่วย
2. เน้น เพิ่มคุณภาพสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่า -> แบบนี้เหมาะกับคนพื้นที่น้อย ผลิตน้อย แต่ขายราคาสูง มีเวลาเอาใจใส่ ไกล้เมือง เจาะตลาดกลุ่มมีอันจะกิน ตลาดเข้ายาก ต้องใช้เวลาเพื่อให้ลูกค้าไว้ใจ เน้นขายตรง มียริการส่ง ใช้ ข้อ3 ช่วยเหมือนกัน
3. ลดต้นทุนการผลิต ค่าอาหาร การจัดการ โดยใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี (อันนี้ arduino ที่พี่ makinokhov ตอบโจทย์ได้)

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ หัวใจคือ ขายให้ใคร ผมเชื่อว่า เราชาวเกษตรในเว็บนี้ ส่วนมากแล้ว น่าจะมีความสามารถที่จะผลิต สินค้าทางการเกษตรอะไรต่างๆนานา ที่ท่านชอบ อยากทำ อยากลอง ได้แน่ แต่ก็นั่นแหละ จะขายให้ใคร ใครจะซื้อเรา



Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
lema
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 419


« ตอบ #38 เมื่อ: มีนาคม 07, 2016, 10:17:23 AM »

  มีพื้นที่มีน้ำและไฟฟ้าที่เหลือคือแรงงานเราเองทำไปเรื่อยๆ ถ้าเราทำงานของตัวเองในวันหนึ่งๆเท่ากับทำงานให้กับนายจ้างผมเชื่อวา่ทำอะไรก็สำเร็จครับยิ่งพื้นฐานการทำของเกษตรของคนรุ่นใหม่ทุกวันนี้สามารถขนขวายหาความรู้ได้ทั่วไปมีแหล่งให้เราค้นคว้าเยอะแยะมากมายแล้วมาประยุกต์ใช้บวกกับความสามารถที่เรามีและเมื่อสำเร็จงานอะไรๆก็ไม่มีความสุขเท่านี้ครับผมเชื่อว่างั้น


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
Pinho
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1539


« ตอบ #39 เมื่อ: มีนาคม 07, 2016, 02:08:53 PM »

ถ้าคิดจริงจัง ยังไงก็ทำได้ลงมือทำเลย เพราะแรงเรามือเราสมองเรา  เพราะผมก็ทำ  อยู่มันคงไม่หรูหราฟู่ฟ่าเหมือนทำงานกินเงินเดือนนะครับ แต่ สิ่งที่ได้สุขภาพจิต สุขภาพ สุขภาพใจ  แน่ๆคือไม่อด แต่ถ้าคิดว่าทำปุ๊ปรวยคงอย่าหวัง ออกมาจบแน่นอนถ้าจะออกต้องทำอะไรๆให้มันเป็นรูปร่างพอสมควร ผมโตมากับเกษตรและเรียนจบเกษตร ผมก็ยังเชื่อว่าเกษตรดีที่สุดถ้าทำจริงๆ    ตัวผมไป บ้านเกษตรกรผมก็ไปฝึกงาน บ้านปราชก็ไปฝึก ไปบ้านคนที่ทำงานเอกชนเป็นหนี้ทำยังไง เขาถึงหมดหนี้  ถามให้หมดเขาก็ยินดีตอบ เพราะชีวิตจริงมันไม่ใช่นิยาย  ออกนอกรั้วเพื่อเพิ่มความรู้ ในรั่วก็ทำจริง และนี่ก็ผ่านมาหลายปีมากแล้ว   ผมเห็นเกษตรกรบางคน ที่ยังคิดผิดๆ หวังจะรวยและกอบโกยไร้คุณธรรม คิดแค่ตัวเองว่าทำยังไงก็ได้ให้ได้เงิน ไม่เอาใจเขาใส่ใจเราบ้าง จุดๆนี้ ทำให้ผมมาทำเกษตร  ผมไม่เดือดร้อนเพราะออกจากงานมา คือง่ายๆของที่บ้านมีกิน ไม่ใ่ชรวย คือมี ปลูกไว้ ผักปลูกไว้  มะเขือเปราะอยู่มาสามปี และผักนาๆ ไข่เพราะเลี้ยงไว้กินเหลือก็เก็บขาย  ถ้ามันเยอะมากๆ ข้าวทำเองไปสีไปฝากโรงสีถอนมากิน แค่นั้น เว็ปนี้ถ้านับเวลารวม ผมอยู่มาร่วม10ปีแล้ว ขอเหม็ด พันธ์ไปปลูกได้เป็น100โลแล้วนะครับต้องขอขอบคุณ คนไทยใจดีที่แบ่งบันพื้นที่สีเขียวกัน แบบจริงใจ มันเต็มไร่ไปหมดจะเรียกว่าเละก็ได้ เละแบบธรรมชาติมันสร้างสรรค์  หากแม้ว่าอยากรวยก็ทำธุรกิจเถอะ อย่าเรียกว่าทำเกษตร เพราะเกษตรไม่ทำนาบนหลังเพื่อนเกษตรด้วยกัน  เตรียมตัวให้ดีก็พอ ทำใจยอมรับว่าช่วงแรกอาจไม่มีรายได้กินแบบมนุษย์เงินเดือน ถ้าจับต้นชนปลายได้มันจะดีเอง ถ้าทำบริษัท ทำเกษตรไปด้วยได้ แต่ได้แค่ขำๆ ไม่ได้จริงจังอะไรมาก   ผมเริ่มเลี้ยงไก่ชนเมื่อ 5ปีก่อน ด้วยความว่าพื้นที่ไม่ดีก็ขาดทุนไป   พอมาจับต้นชนปลายดีๆ  คนต้องกิน และ ไข่กินเกือบทุกวัน ก็มาเลี้ยงไก่ไข่  ทำอะไรมันขายได้หมด ถ้าเราพูด     ผมเคยทำงานเคมีเกษตรมาก่อนสบายรายได้ดี รถยนต์ โทรศัพท์ โนตบุกสิ่งอำนวยความสะดวก เช้าลงแปลง เย็นร้านเหล้า ภาคกลาง หมดไปมาหมด คร็อปไหน  ในการเกษตรทำยังไงใช้อะไร  ทำให้ทราบว่าเขาปลูกอะไรกันยังไง บวกกับผมชอบถาม ถ้าไม่ถามก็ไม่รู้ทำตัวให้โง่ แบบน้ำไม่เต็มแก้ว แค่นั้น เกษตรกรบอกหมด เกษ๖รกรชอบให้คนชมว่าตัวเองเก่ง ทำเกษตรดี อย่างโน้นอย่างนี้  และบวกกับว่าผมอัธยาศัยดี เกษตรกรใจดีกับผมทุกบ้าน จนมองว่าทำอะไรอยู่จนมาทำเองมันผ่านมา5-6ปีแล้ว  กับเกษตร  ไม่ทุกข์   สุขมากมาย  ถ้าคิดแต่แง่ลบ คุณก็ไม่มีทางจะไปอีกฝั่งได้ ผมมาให้กำลังใจเพราะครั้งหนึ่งผมเคยยืนจุดๆ เดียวกับเจ้าของกระทู้ ถามว่ารวยก็ไม่รวย ถ้าอยากรวยก็มีหนทาง แต่ถามตัวผมว่ามีเงินเก็บไหมมี สุขภาพดีไหม ไม่ต้องไปทนในออฟฟิต ตีสองหน้า หลังขดหลังแข็ง งานกองเท่าภูเขา รถยนต์แออัด คนเดินแทบจะเหยียบกัน สุขภาพจิตเสื่อม ทำงานไปกินของดีๆมีสารพิษ อยู่บ้านอากาศก็ดี ของกินดี  ต่อให้คุณออกกำลังกาย มันก็ช่วยไม่ได้ ผมรู้สาเหตุนะว่าทำไม คนถึงอยากออกมาทำเกษตรเพราะเบื่อความวุ่นวาย ความเครียด ฯลฯร้อยเหตุผล คิดว่าเกษตรคือทางออกทำได้รวย รวยได้ต้องขยัน เพื่อนเกษตรหลังบ้าน ทำเกษตรตื่นตี4 ผมตื่น7โมง เขามาตี4ทำถึงเที่ยงยังไม่เข้าร่ม ผมทำ7โมง11โมงผมเข้าร่มแล้ว ผมรู้ไงว่าผมไม่ขยัน แต่ผมก้ทำจริง ไม่ต้อง  อ้าปากเยอะ   ตำราที่ผมเรียนมา ก็เก็บใส่ลังไว้ ปริญญาแปะฝาบ้าน   แต่ที่ทำจริงกับนอกห้องเท่านั้น   ที่ผมอยากบอกอยากแนะนำ  เพื่อให้เจ้าของกระทู้ถึงฝัน คนทำงานเอกชนยังไงมันก็ไม่ยั่งยืนสักวันทำงานไม่ได้ ป่วยบ่อย สายบ่อย ลาบ่อย  ใครจจะจ้าง ซองขาวมา  สู้ไปเดินตากแดด ในแปลงไร่นาสวนของเรา  มันจะยั่งยืนกว่า  ถ้าหากภาระครอบครัวไม่ต้องจ่ายหนี้สิน ต้องเลี้ยงลูกเยอะเมียน้อย ก็คงพอนะครับ   ฟรีดอม ไลฟ์
ลองให้ผมเข้าเมืองกรุงคนกรุงเทพคงมองบ้านนอกเพราะดำ มือไม่สวย เสื้อผ้าไม่เท่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ หรูหรา กล้าพูดนะว่าคุณทำได้บรรพบุรุษเลือดเกษตรทุกคน คนไทย ยังส่งเสียเลี้ยงลูกโตได้  ปลูกเองขายเอง รับรองรอด ญาติกัน1คนทำ10ไร่เขาจัดการง่ายๆ  หลักทำผัก3-5 ที่เหลืองลงพืชไม่ต้องดูแลเยอะอย่างกล้วยมะนาว เก็บเรื่อยๆ ปลูกผักมีแผงขายเอง เหนือยหน่อยสัปดาห์นึงมีเงินฝากเกิน 1.5หมื่นแต่เขาขยันมาก ผมทำไม่ได้ปลูกเรื่อยๆมีอะไรก้ขายทำขาย ไปเรื่อยไม่ฟุ้มเฟ้อพอละ  คนแถวบ้านมีแต่คนชอบพูด เป็นอีกสาเหตุที่ผมก็ทำ ให้เห็น แบบนี้ทำให้เห็น  อย่างแรกที่เจอช่วงตอนนั้นคือจะได้เรื่องเหรอ
สองขุดทำไมบ่อเสียที่ ไม่ได้เรื่องหรอก (เพราะแถวบ้านเจาะบาดาลได้) ปลูกอะไรเละเทะจะได้เรื่องเหรอ(เพราะในไร่สวนผมมีพืชเยอะมากมายแบบผสมผสาน) ข้าวไม่ฉีดคุมเลนคุมฆ่าจะได้เรื่องเหรอ มันก็ขำมุงเกษตรเคมีปฎิวัฒน์เขียว http://www.bansuanporpeang.com/node/3435  เหยื่อนายทุน คนขายยารวยๆ เอายาปุ่ยออกมาให้ใช้ ขายได้คืนคิดไหมถ้าราคาไม่ดีจะเอาตังค์ไหนจ่ายค่ายาปุ๋ย กู้สิเป้นหนี้ คิดแบบดั้งเดิมไงก็ผิดเพราะยังไงก็ความคิดใครความคิดมัน จะให้เชื่อมันยาก พูดไปสามไพ่เบี้ย นิ่งเสียตำลึงทองผมเบื่อกับเกษตรแถวบ้านรวย มากทำจริง เกษตรเชิงเดี่ยวแบบ เคมี ปฎิวัฒน์เขียวนำสู่ความจนแท้ๆ ในตำราเยอะปฎิวัฒน์เขียวอ่านดูนะ นอกห้องในห้องมันควบคู่กัน อ่านให้เยอะทำให้จริง มองโลกแบบกว้างๆ แบบน้ำไม่เต็มแก้วไว้ใครพูดไรก็ฟังๆไปแต่ก็ยึดความคิดเดิมของคุณเลยเพราะไม่มีใครถูก100%   เกษตรแบบบรรพบุรษดีสุดทำไมคนไทยย้อนกลับมาทำแบบคนรุ่นเก่า อินทรีย์ ราคาดี สุขดี ขายง่าย  ในหลวงออกมาช่วย มองไม่เห็นรักในหลวงยังไง  ถ้าทำได้ขอรับรอง GMP Organnic thai  ได้ ผมเชื่อว่าเกษตรอาจเป็นอาชีพรองของคุณตอนนี้เป้นอาชีพหลักแน่นอน และยั่งยืนด้วย       ถ้าคุณไม่ล้มคุณก็ไม่รู้ว่าจะลุกยังไง เจ็บตอนแรกน้อยๆต่อไปก็มีภูมิ  ยังไงก็เชียร์ ผมรู้ขนาดปริญญาคุณยังทำได้งานบริษัทยังทำได้ แค่นี้ทำไม่ได้  ไม่อยากพิมพ์ต่อละ เบื่อครับ555+
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 16, 2016, 10:05:24 AM โดย phniyo13 » บันทึกการเข้า

เพชร เด็กน้อยผู้น่ารัก
lema
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 419


« ตอบ #40 เมื่อ: มีนาคม 07, 2016, 02:46:07 PM »

  ข้างบนผมนี่ขนาดไม่อยากพิมพ์ต่อน่ะนี่ ผมเองอยู่ที่นี่มาปีที่หกแล้วและเชื่อว่าเพื่อนๆเก่าๆก็ยังอยู่แต่อาจจะไม่ได้เข้ามาแสดงตัวกันมากนักส่วนตัวผมไม่ได้เข้ามาเม็นบ่อยๆแต่แอบดูอยู่เรื่อยๆผมเห็นเพื่อนๆทั้งเก่าและใหม่แลกเปลี่ยนทัศนะคติกันถูกบ้างบ้างเป็นเรื่องปกติแต่ถ้าเรารู้จริงในบางเรื่องบางอย่างเมื่อได้อ่านดูแล้วก็พอมองออกว่าใครผิดหรือถูกแต่เชื่อว่าส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่มีแนวคิดและทัศนะคติที่ดี ส่วนตัวผมถนัดที่สุดเรื่องการผสมอาหารเป็ดไก่เพื่อลดต้นทุนทำไดจริงครับแต่เคยแสดงความคิดความเห็นจนอิ่มตัวแล้ว ลองมาหมดครับเรื่องวัตถุดิบต่างๆเชื่อเถอะครับว่าวัตถุดิบไกล้ตัวเรานี่นำมาใช้ได้เยอะแยะมากมายแต่ท่านต้องศึกษาไปพร้อมๆกันด้วยทำให้ช่วยลดต้นทุนได้พอควรแม้ใครจะมองแต่ในในบางมิติเพื่อให้พุ่งเป้าไว้แต่ผลกำไร อันนี้ในความคิดผมว่าไม่ใช่การทำเกษตรแล้วครับ อยากแนะนำอย่างนี้ครับถ้ากายพร้อมใจพร้อมเมื่อใดก็ลงมือทำแล้วค่อยๆทำไปคับอย่าทุ่มสุดตัวเมื่อได้ลงมือทำแล้วความคิดริเริ่มในสิ่งใหม่ก็จะจะค่อยเข้ามาทั้งปัญหาและวิธีแก้ปัญหาพอสักระยะเราจะมองเห็นทางออกครับเพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวกันเมื่อคาดหวังกับสิ่งนั้นมากๆ
บันทึกการเข้า
suksit1412
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #41 เมื่อ: มีนาคม 14, 2016, 07:40:00 PM »

ทำโรงเรือนสำหรับเลี้ยงเป็ดเนื้อ...ร้อนมากครับ







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 14, 2016, 07:52:08 PM โดย suksit1412 » บันทึกการเข้า
suksit1412
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #42 เมื่อ: มีนาคม 14, 2016, 07:40:15 PM »

สูบน้ำออก เอาปลาออกไห้หมด จะปล่อยกุ้งก้ามแดงลง เหลือไว้ฝั่งนึ่งสำหรับเลี้ยงปลา




ปลา หอย กุ้งฝอยเยอะเลย กินข้าวด้วยกันครับ


บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1829


« ตอบ #43 เมื่อ: มีนาคม 17, 2016, 12:56:44 PM »

http://www.thairath.co.th/content/504438


Liked By: nikomk, muslin2557
บันทึกการเข้า
ชาวบ้านป่าบ้านดอย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104


« ตอบ #44 เมื่อ: มีนาคม 17, 2016, 02:40:35 PM »

เป็นกำลังใจให้ หนุ่มไอที ครับ

บันทึกการเข้า
BanraiSrithong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #45 เมื่อ: เมษายน 08, 2016, 01:18:39 PM »

ผมเองก็เช่นกันครับ ตอนนี้กำลังทำทีละเล็กละน้อย ผมอยู่ อ.วังสามหมอ จ.อุดรครับ จบ วิศวกรรม ซอฟต์แวร์ ทำงานออฟฟิต มา 5 ปีแล้วครับ มันคงถึงเวลาเหมือนกันครับ ที่ต้องกลับไปทำเกษตรที่บ้านดีกว่าทำงานออฟฟิต ตอนนี้ผมเองก็กำลังศึกษาการทำระบบในการเกตร ให้เป็นแบบอัตโนมัติ เหมือนกันครับ นำความรู้ที่ทำงานมาช่วยในการพัฒนาระบบ แต่ตอนนี้พึ่งเริ่มค่อยๆ ทำครับ รอทุกอย่างเรียบร้อย ก็คงต้องลาออกจากงาน แต่ตอนนี้เป็นเกษตรกรวันหยุดไปก่อนครับ เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้และทุกๆคนนะครับ เรามีในหลวงนำทาง เดินตามพระองค์ในหลักพอเพียง ชีวิตที่เรียบง่าย สู้ๆ ครับ


Liked By: teppatut
บันทึกการเข้า
suksit1412
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #46 เมื่อ: เมษายน 08, 2016, 02:35:33 PM »

ที่หายไปนานเพราะทำใจครับ
แฟนผมจากไปแล้ว คงกลัวลำบากเพราะคิดทำเกษตร ตอนนี้ก็เลยทำงานประจำอยู่ ยังไม่ลาออกแต่ก็ทำเกษตรเป็นอาชีพเสริม
ยังโชคดีที่มีพอแม่ช่วยเป็นทั้งแรงใจและแรงกายช่วยผมตลอดมา ยังสู้ไหวครับ  ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้


Liked By: muslin2557
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1829


« ตอบ #47 เมื่อ: เมษายน 08, 2016, 07:37:04 PM »

จะเล่าไรให้ฟัง .... เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ผมกลับบ้านมา ปิ๊งคุณครูคนนึง

แรกๆ เขาก็ยอมรับเรานะ เพราะพ่อ คุยกะเพื่อนๆในแวดวงคนทำงานพัฒนาชุมชน ไว้ว่าเรียนจบ ป. 3 มา .... แต่พอมี ครูหนุ่มมาจีบ ก็เกิดอาการไม่อยากใส่ใจเรา ตีตัวออกห่างเราไป ... เริ่มบนว่า แมงกะไซค์ มันร้อน  มันอันตราย ( นัยว่า จะให้เราไปดาน์รถมาขับว่างั้นเถอะ ... หรือไม่ก็อยากจะไปขึ้นรถเก๋งของคนอื่น ) .... สุดท้ายผมมองว่า วิธีคิดเราต่างกันเกินไป เธอชอบความหรูหรา ฟุ่มเฟือย  การใช้ชีวิตแบบจับจ่ายใช้สอย มีเงินเต็มมือ นึกอยากซื้ออะไร ควักจ่ายได้เลย

ในขณะที่ การลงทุนทำมาหากิน ... เราต้องพิจารณาตนเอง ให้ได้ว่า เราบริหารต้นทุนไหวแค่ใหน ... ประเภท ออกรถดีๆ ตั้งแต่ยังไม่มีเงินหมุนเวียนเพียงพอ - ปัญหาแน่ๆ ( แถมคน เกือบทั้งหมดที่ไปไม่รอด ก็ติดกับตรงนี้กันทั้งนั้น )

วันนี้ผ่านไป 6 ปี .... คู่นั้นเเต่งงานกันไปแล้ว และมีลูกแล้ว

รถเก๋งคันนั้นไม่เท่ห์พอ อยากได้รถดีกว่านี้ เลยเอาไปเทิร์นแล้วออกใหม่ .... เศรษฐกิจเดี้ยง  ต้องเอารถไปขึ้นไฟแนนซ์ทั้งที่ยังส่งไม่หลุด ... เป็นหนี้ร่วมกันอยู่ก็หลายล้าน  เฉพาะดอกเบี้ย กับเงินเดือน 2 คนรวมกัน  เกือบๆเท่ากัน ( เงินต้นไม่ต้องฝัน ) .... ติดป้ายหน้าบ้านว่าขายบ้าน ... ที่ดินมรดก จากพ่อแม่ ก็ได้ข่าวว่า จะขายเช่นกัน

ชีวิตคนเราแต่ละคน มีชะตากรรมที่เราต้องเลือกเอาคับ ....
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: