ข่าว
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13] 14 15 16 17   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ  (อ่าน 34070 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #192 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 06:54:26 AM »

งัวเราจะมีความหลากหลายของเกรดมากๆ จนมือใหม่เป็นเหยื่อของพ่อค้าแน่ๆ

อาศัยประสบการณ์ล้วนๆ ถึงจะตีราคาได้ไกล้เคียง ... เราคงต้องไปเดินตลาด แล้วเอาไม้ที่มี สเกลวัดความสูงไป ไปสำรวจราคาตลาด ว่าเขาซื้อขายกันในราคาเท่าไหร่ จากนั้นก็เอาไม้ ไปวัดขนาดของงัวเพื่อเอามาเทียบกะในฝูงของเรา .... น่าจะได้ตัวเลขไกล้เคียงอยู่บ้าง

เข้าไปในตลาด ไม่ต้องไปกลัวเขาว่า บอกเขาตรงๆว่าเรามือใหม่กะลังจะขายงัว ( ดีไม่ดี พ่อค้าจะเข้ามารุมถามซื้องัวเราอีก ) แต่เขาจะไม่บอกราคาจริงกะเราเท่านั้น ก่อนอื่นก็ไปเดินดูเขาซื้อขายให้ทั่วๆ ดูเขาว่าเจาต่อรองกันแบบใหน ให้ราคาเท่าไหร่ เมื่อเขาตกลงซื้อขายกันแล้ว จึงเข้าไปเดินวนดูไกล้ๆ เอาไม้ไปวัดขนาด

การขายงัว อำนาจจะอยู่ในมือเกษตรกร เพราะงัวหายาก ( เป็นอาชีพเดียวที่เกษตรคือ พระเจ้า ) แต่ต้องขายงัวแบบใจเย็นๆ ไม่ต้องไปรีบร้อน เพราะงัวไม่บูด ไม่เน่า ยิ่งเก็บนาน ยิ่งได้มูลค่าเพิ่ม

หรือไม่ถ้าใจเย็นจริงๆ ใช้วิธี ตั้งราคารอเวลานานๆไปเลย ... แบบเราตั้งเป้ามูลค่าผลผลิตเราไว้แค่เนี๊ยะ ถ้ามันโตจนได้ราคาเมื่อไหร่ พ่อค้าก็เอาเงินมาจ่ายแล้วจับไปได้เลย .... อันนี้เราไม่ต้องเดือดร้อนอะไร แค่เราต้องตั้งราคาลูกงัวเราล่วงหน้าหลายๆเดือน ด
บันทึกการเข้า

markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #193 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 06:57:00 AM »

ปล. ไปเดินวนดูงัวไกล้ๆในคอกตามตลาด ระวังงัวเตะ ด้วยนะ เพราะงัวมันถูกจับมามันจะตื่นตัว และระวังภัย


Liked By: sompol
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 08, 2016, 06:59:26 AM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
jarungkit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164


« ตอบ #194 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 10:07:08 AM »

"การขายงัว อำนาจจะอยู่ในมือเกษตรกร เพราะงัวหายาก ( เป็นอาชีพเดียวที่เกษตรคือ พระเจ้า ) แต่ต้องขายงัวแบบใจเย็นๆ ไม่ต้องไปรีบร้อน เพราะงัวไม่บูด ไม่เน่า ยิ่งเก็บนาน ยิ่งได้มูลค่าเพิ่ม"

 แถวบ้านส่วนใหญ่ใช้วิธีนี้นะ .... ตั้งราคาไว้บาทเดียวก็ไม่ลด(โหดมากกก) ><"
  ถ้าราคายังห่างเกินก็จะไม่มีคนสนใจ ....แต่พอวัวเริ่มได้ขนาดพ่อค้าจะเริ่มเวียนมาต่อรองและเริ่มถี่มากขึ้น แต่ต้องใจเย็นอย่างที่คุณมาโคแนะนำ ^^


Liked By: sompol, WildCobra
บันทึกการเข้า
Chesterfield
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #195 เมื่อ: มกราคม 08, 2017, 12:24:58 AM »

ผมอยู่น่านครับ ได้ความรู้เยอะมาก ๆ เข้ามาเก็บประสบการณ์ครับกำลังจะเลี้ยงงัวพรุ่งนี้จะไปเดินตลาดครับ


Liked By: sompol, aphisakn
บันทึกการเข้า
11lee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #196 เมื่อ: มกราคม 10, 2017, 09:35:14 AM »

ขอบคุณครับสำหรับคำตอบเรื่องการขายวัวครับ แต่โดยความรู้สึกส่วนตัวอยากขายชั่งกก.ครับคิดว่ามันแฟร์สำหรับทั้งสองฝ่าย
แต่พ่อค้าที่จ้องเอาเปรียบเราคงไม่ชอบครับ ที่อยากจะถามเพิ่มเติมคือ วิธีดูวัวไม่สบายครับ วัวเป็นอะไรฉีดอะไรครับ
เพราะทุกวันนี้มโนเองฉีดเองไปเรื่อยครับ ยาที่ผมมีที่คอกคือ ไอโวเม็ก,ยาถ่ายพยาธิแบบกรอก,เพ็นสเต๊ป,วิตามินบีรวม
ทิงเจอร์,ยาม่วง,แอลกอฮอล์ล้างแผล,คาโตซาล แค่นี้ครับไม่รู้ว่าควรมีอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ เพราะเป็นอะไรก็ฉีดแต่เพ็นสเต็ป
ช่วยแนะนำที่ครับ....



Liked By: aphisakn, sompol, muslin2557
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #197 เมื่อ: มกราคม 10, 2017, 10:54:18 AM »

ชั่งกิโล มันมีมาตรฐานหลากหลายมากๆจนทำให้เราไม่สามารถกำหนดราคากลางได้ ( นอกจากราคาเข้าเขียง ) ... ลูกงัวตัวผู้  เขาจะคัดเกรดแยกออกไปขุนกันตามแต่งัวนั้นจะไปได้ ซึ่งมีตั้งแต่ ... เกรดจุน นน. 500 กก. ไปจนขายเข้าโรงเชือดเด๋วนั้นเลย ซึ่งแต่ละตลาดตะให้ราคาที่ต่างกันออกไป

การจะสร้างตลาดงัวให้มีมาตรฐานแน่นอนนั้น เราต้องสร้างงัวในฝูงให้มีสายพันธุ์ที่นิ่ง และ คงตัวให้ได้ก่อน  เพื่อสามารถขายงัวเข้าตลาดที่เราตั้งเป้าไว้ได้ทุกตัว จึงจะสามารถชั่งกิโล เพื่อเข้าตลาดของเราไปเลย

.....

ยาสัตว์

1. ยาปฏิชีวนะ ( antibiotic ) ... เป็นยาสำหรับฆ่าเชื้อโรค ที่ทำให้งัวเราป่วย ซึ่งหลักๆก็จะเป็นเชื้อแบคทีเรีย ( นานๆจะเจอ มายโคพลาสม่า ซักที ) มีความหลากหลายในการใช้งาน และ การได้ผลต่อเชื้อโรค

A . แบ่งตามระยะเวลาออกฤทธิ์ เพราะอยู่ในตัวทำละลายที่ต่างกัน ทำให้การขับยา หรือ การเคลื่อนที่ของยา ต่างกัน

1.1 A )  ยาในกลุ่มออกฤทธิ์หลายวัน (  Long acting ) พวกนี้จะมีตัวย่อ L.A. ต่อท้ายชื่อยี่ห้อ เสมอ จึงไม่จำเป็นต้องฉีดทุกวัน (  ไม่ต้องเสียเวลาจับงัวทุกวัน หรือ ทำงัวเจ็บตัวทุกวัน ) ปรกติจะฉีดกัน วันเว้น 2 วัน หรือ เว้นวัน ก็ได้ ( ข้างขวด มักจะเขียนให้ ฉีดทุก 3 วัน ) .... ตัวอย่างเช่น ยี่ห้อ โชตาเพน / อ๊อกซี่ แอลเอ / เพนไดสเตรป แอลเอ / แอมม๊อกซี่ แอลเอ

1.2 A ) ออกฤทธิ์แค่วันเดียว ... คือ ต้องฉีดทุกวัน เพราะมันจะออกฤทธิ์วันต่อวัน ... ยาราคาไม่แพง ส่วนใหญ่ นั่นแหละ

B. แบ่งตามชนิดของสารเคมี ( ผมจำได้ไม่หมดนะ เพราะขี้เกียจเปิดตำรา เลยเอาแค่ที่ใช้บ่อยๆ )

1.1 B ) เตทตร้าไซคลิน ... สารเคมีกลุ่มนี้จะจับกับ ไรโบโซม ( เครื่องสร้างโปรตีน ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ) ของเซลล์เชื้อโรค มันจะจำเพาะต่อ ไรโบโซมของ จุลินทรีย์เท่านั้น ( ไม่จับกับของสัตว์ ... แต่จะทำให้สัตว์แพ้ ถ้าได้รับยาเยอะๆ )  ... เมื่อจุลลินทรีย์ สร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อการดำรงค์ชีวิตไม่ได้ มันก็จะตาย / อ่อนแอ หรือ หยุดขยายพันธุ์ ( ซึ่งจะถูกร่างกายกำจัดออกมา ) .... ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่  Oxytettracyclin ( ยาอ๊อกซี่ มาตรฐาน สำหรับคอกปศุสัตว์ ... แนะนำ ยี่ห้อ โอลัน ขวดสีเขียว - ขาว เพราะสามารถเก็บได้ทนที่สุด ไม่ค่อยเสีย )  clotettracyclin  มีอีกหลายตัวนะ แต่จำชื่อมะได้ล่ะ

ข้อควรระวัง ยาอ๊อกซี่  จะมีผลต่อต่อมใต้สมองของแม่งัว ระยะให้นม ซึ่งจะมีผลให้น้ำนมลด หรือ แห้ง อาจจะกระทบต่อลูกงัว ( ถ้าแรงๆหน่อย ถึงกับทำให้ลูกงัวหย่านมก่อนกำหนด ... ลูกงัวผอม และ ไม่โต )


Liked By: aphisakn, sompol, muslin2557
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2017, 11:24:19 AM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #198 เมื่อ: มกราคม 10, 2017, 11:21:18 AM »

1.2 B ) สารในกลุ่ม เพนนิซิลลิน และ อณุพันธ์  ... เป็นยาเก่าแก่ที่ค้นพบในยุค สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนำมาสู่การชนะสงครามของฝ่าย สัมพันธมิตร เพราะทำให้ทหาร รอดพ้นจากการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อ และ แผล ที่หายได้เร็วขึ้น .... ค้นพบโดย อเล็กซานเดอร์ เฟรมมิ่ง เป็นสารเคมีที่สกัดจาก เชื้อราเพนนิซิเลี่ยม ... สารเคมีในกลุ่มนี้ มีอนุพันธ์หลายตัวที่สำคัญได้แก่

เพนนิซิลิน จี ( penicilin G ) เป็นยามาตรฐานที่ได้รับความนิยมใช้มาจนเกือบเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว จึงค่อยลดความนิยมลง เพราะเชื้อโรคดื้อต่อยาตัวนี้ มนุษย์จึงหันไปใช้ อนุพันธ์ตัวอื่นของ เพนนิซิลิน แทน คือ แอมม๊อกซิลิน และ ไดคลอกซ่าซิลิน ... ทุกวันนี้ก็ยังใช้เป็นยาสัตว์กันอยู่ โปรเคนเพนนิซิลิน ที่เรารู้จักกันในชื่อของ โปรเคนผง และ โปรเคนน้ำ ก็ยังคงถูกนำมาใช้งานกับสัตว์กันอยู่

แอมม๊อกซิลิน  และ ไดคล๊อกซ่าซิลิน และ อนุพันธ์บางตัว ( สังเกตุง่าย พวกนี้จะใช้ชื่อว่า ซิลิน ) เป็นการหลีกเลี่ยง เพนริซิลิน จี เพราะเชื้อโรคดื้อยา เฉยๆ ( ก่อให้เกิดการแพ้ที่ต่ำลงด้วย ) .... แอมม๊อกซี่ สำหรับสัตว์ จะเป็นสารละลายในน้ำมัน ใช้ยากหน่อย

กลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ดีที่ผิวหนัง จึงนิยมนำมาใช้รักษาแผล ( โดยเฉพาะแผลจากโรคปากเท้าเปื่อย ) แผลมดลูกอักเสบ ก็ใช้ได้ผลดี รวมไปถึงแผลในช่องคลอดที่ช้ำเพราะคลอดลูก

1.3 B ) สารในกลุ่ม ไกลโคไซด์ ... พวกนี้ จะจับกับ ไรโบโซม ... สามารถจัดการกับเชื้อโรคได้หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมสูง (  เป็นสารที่ออกฤทธิ์ได้เหนือกว่า เตรทต้าไซคลิน   จึงนิยมใช้กับการรักษาในระดับที่สูงกว่า อ๊อกซี่  ( คือ อ๊อกซี่ เอาไม่อยู่แล้วค่อยใช้ตัวนี้  ) .... สารเคมีในกลุ่มนี้ได้แก่

กาน่ามายซิน / นีโอมายซิน / เจนต้ามายซิน / สเตรปโตมายซิน  ... โดยเฉพาะ สเตรป ที่ถูกนิยมใช้สูงมากๆ

ข้ออควรระวัง สารเคมีกลุ่มนี้ จะก่อให้เกิดการแพ้ที่รุนแรงมาก ซึ่งจะทำให้เกิดอาการ ช๊อค หัวใจหยุดเต้น ได้ง่าย ทางที่ดี อย่าพยายามใช้ยาในกลุ่มนี้จะดีที่สุด .... โดยเฉพาะ เสตรปโตมายซิน 


Liked By: aphisakn, sompol, muslin2557
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #199 เมื่อ: มกราคม 10, 2017, 11:42:03 AM »

1.4 B ) มาโคไลด์ ... เป็นยาที่จับกับ ไรโบโซม เช่นกัน .... ให้ผลดีต่อเนื้อเยื่ออ่อนภายในร่างกาย ( smoot muscle - กล้ามเนื้อเรียบ  )  ไม่ว่าจะเป็น ระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบปัสาวะ ระบบหายใจ ระบบสืบพันธุ์ เยื่อบุภายในร่างกาย เยื่อยุนัยตา .... จึงนิยมใช้รักษาโรคเกี่ยวกับระบบภายในร่างกาย  ไม่ว่าจะเป็นหวัด ( ไก่ )  / ติดเชื้อในลำใส้ / ติดเชื้อในมดลูก และ ระบบสืบพันธุ์  มดลูกอักเสบ ...... ( ผมเคยเสี่ยงดวงรักษาโรค แท้งติดต่อ และ พาราทิวเบอร์คูโรซิส มาแล้ว ซึ่งหายด้วย ) .....

ยาในกลุ่มนี้ได้แก่  คลอแรมเฟนิคัล / อีริโทรมายซิน / เอนโรฟ๊อกซาซิน / นอร์ฟ๊อกซาซิน

ยากลุ่มนี้ ให้ผลต่อ มายโครพลาสม่า ได้สูงจึงนิยมนำมาใช้กับโรคเฉพาะบางอย่างได้ดี

1.5 B ) สารเคมีในกลุ่ม ซัลฟา ... กลุ่มนี้ก็ยังพอใช้กันได้อยู่ แต่ไม่ถึงกับเป็นที่นิยมแล้ว .... การใช้งานแบบเดียวกะ อ๊อกซี่ ( เขานิยม อ๊อกซี่ มากกว่า )

1.6 B ) สารในกลุ่ม ควิโนน ... เป็นสารที่มีผลข้างเคียงรุนแรงมาก อีกทั้งราคาสูง จึงไม่นิยมนำมาใช้กับโรคทั่วๆไป ... โดยปรกติ จะนิยมนำมาใช้รักษาโรคติดเชื้อ มายโครพลาสม่า และ เชื้อโปรโตซัว เป็นหลัก .... มายโครพลาสม่า ที่ไม่โหดเท่าไหร่ ใช้ เอนโรฟ๊อกซ่า ก็ได้


Liked By: aphisakn, muslin2557
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2017, 08:16:04 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #200 เมื่อ: มกราคม 10, 2017, 11:51:08 AM »

C. แบ่งตามสูตรผสม ก็มี 2 อย่างคือ เป็นยาตัวเดียวโดดๆ กับ ยาที่ผสมกัน ... อย่าง เพนสเตร็ป ก็เป็นสูตรผสม เพนนิซิลิน  จี กับ สเตรปโตมายซิน  

การผสมยาก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของยาให้ดีขึ้น ....แต่หากว่าเราใช้ยาเป็น เราใช้สารเคมีเดี่ยวๆ จะได้ต้นทุนค่ายาที่ถูกกว่า

ยามาตรฐาน ควรใช้ อ๊อกซี่ จะดีกว่า เพ็นสเตร็ป  เพราะผลข้างเคียงน้อยกว่า การใช้งานที่กว้างขวางมากๆ ทำให้โรคพื้นๆ ก็เอาอยู่แล้ว .... แถมราคาก็ถูกที่สุดแล้วด้วย

เพ็นสเตรป ควรเป็นยาระดับหลังๆ ที่เกินกว่า อ๊อกซี่ จะเอาอยู่แล้ว หรือ เป็นโรคเฉพาะ ในระดับสูงๆแล้ว จะดีกว่า .... ที่สำคัญที่สุด สเตร็ปโตมายซิน  อันตรายหากมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้ยาสูง อีกทั้งอาการแพ้ยารุนแรงมากๆ

ผมใช้ยี่ห้อ โซต้าเพน ( sotapen ) ในลำดับความแรง ต่อจาก อ๊อกซี่ เพราะ สเตร๊ปโตมายซิน มีความเสี่ยงเรื่องการแพ้ยาสูง


Liked By: aphisakn, sompol, muslin2557
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2017, 12:25:50 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #201 เมื่อ: มกราคม 10, 2017, 12:13:06 PM »

2. ยาแก้ไข้ แก้ปวด .... เป็นตาต้าน พรอสตาแกลนดิน ที่ระบบประสาท เพื่อช่วยลดอาการไข้ อาการปวด - บวม ต่างๆ ... สารแต่ละตัวจะออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนต่างๆ ที่แตกต่างกันไป ทำให้รักษาอาการได้ต่างกัน

ยากลุ่มนี้ ไม่ใช่ยารักษาโรค แต่เป็นยารักษาอาการ ... เพื่อให้สัตว์มีอาการดีขึ้น แล้วลุกมาทำกิจกรรม กินอาหาร เพื่อไม่ให้อาการป่วยทรุดหนักลงไปจากการนอนซม ไม่ลุกขึ้นมากินอาหาร ..... แต่จะไม่สามารถรักษาเขื้อโรคได้ หากเป็นการป่วยจากการติดเชื้อ เราต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ร่วมด้วย

2.1 ) สารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง .... พวกนี้จะช่วยลดไข้ แก้ตัวร้อน แก้ปวดหัว แก้ปวดตามร่างกาย ... ได้แก่  พาราเซทตาม่อล / ไดพายโรน / เมตาไมโซล / ฟีนิลบิวทาโซล / ซัลพายริน / แอสไพริน  ( ซาลิไซลิล อซิเตท ) ..... บอกคนขายยาว่า ยาแก้ไข้ แค่นั้นจบ เพราะใช้แทนกันได้

2.2 ) สารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ร่วมกับส่วนปลาย ... พวกนี้จะสามารถแก้ได้ทั้ง การปวดบวมอักเสบ และ ช่วยลดไข .... ได้แก่ แอสไพริน / ฟินิวบิวทาโซน / ไอบูโปรเฟน ยากลุ่มนี้จะแก้ไข้ได้ไม่ถึงกะดีนัก

2.3 ) สารที่ออกฤทธิ์ดีที่ระบบประสาทส่วนนอก และ ปลายประสาท ... พวกนี้จะได้ผลดีต่ออาการ ปวด บวม อักเสบ ข้อขาอักเสบ ขาเจ็บ ไข้ข้อ / ไข้ขา .... ได้แก่  เด๊กซ่าเมธาโซน  ไดโคลฟีแนกซ์ .... บอกคนขายยาว่า ยาแก้ไข้ข้อ / ไข้ขา จบ

[ ข้อควรระวัง /color] เด๊กซ่าเมธาโซน ( Dexamethazone ) มีผลข้างเคียงในการไปสลาย ซีแอล ( CL - Corpuslutium ) ของรังไข่ ซึ่งจะทำให้ แท้งลูก ในทันที (  ถ้าช่วงเป็นสัด จะผสมไม่ติด ) หากเป็นงัวท้อง ต้อง เลี่ยงมาใช้ ไดโคลฟีแนกซ์ แทน


Liked By: aphisakn, sompol, muslin2557
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #202 เมื่อ: มกราคม 10, 2017, 12:16:23 PM »

ปรกติ ยาผมก็มีแค่นี้คับ ... ที่เหลือ ก็แค่ยาพยาธิ ยาบำรุง เกลือแร่ ก็สุดแล้วแต่เราจะใช้

อ้อ ..... ลืมไปอย่าง  ธาติเหล็ก อันนี้สำคัญนะ เพราะลูกงัวเล็กๆ จะมีปัญหาโลหิตจาง ฉีดธาตุเหล็กบ่อยๆ ลูกงัวจะเเข็งแรง ไม่ค่อยป่วย


Liked By: aphisakn, sompol, muslin2557
บันทึกการเข้า
11lee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #203 เมื่อ: มกราคม 12, 2017, 02:45:37 PM »

ขอบคุณครับท่านmarkonikove หลังจากที่ผมอ่านวนไปวนมาหลายรอบ ผมก็งงเองครับและคิดว่ามือใหม่หลายท่านก็คงงง
หากผมเข้าใจไม่ผิดคือ..1.ยาปฏิชีวนะที่ควรใช้หากเป็นน้อยใช้อ๊อกซี่ก่อน อีกระดับใช้โซตาเพรน อีกระดับใช้เพนเสต๊ป ผมเข้าใจถูกต้องไหมครับ
ขอถามต่อนะครับ แบบไหนเรียกเป็นน้อยแบบไหนเรียกเป็นมากครับ ผมวัวคลอดลูกฉีดเพนเสต๊ป มองดูขาเจ็บฉีดเพนเสต๊ป เป็นแผลมองน่าจะอักเสบ
ฉีดเพนเสต๊ป..55 มั่วเลยครับยาตัวเดียว ที่ไม่ได้ฉีดยาคือมีน้ำมูกใสไหล เห็นเป็น 2-3 วันก็หาย
  2.ยาแก้ไข้ แก้ปวดที่ว่าเป็นยาต้านชื่อยาอะไรครับ ควรฉีดตอนไหน ฉีดพร้อมกับยาข้อ1.ใช้ไหมครับ
ที่ไม่ไปถามร้านขายยาเพราะบางทีเวลาไปหมอไม่อยู่ครับ อยู่แต่ลูกจ้างพอถามดันถามเรากลับเบอร์โทร.หมอติดอยู่โทรไปก็ไม่รับกลับก็เสียเที่ยว..เซ็ง
  ขอบคุณครับ....






Liked By: muslin2557, sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #204 เมื่อ: มกราคม 12, 2017, 04:05:28 PM »

โซตาเพน กะ เพนสเตร็ป ระดับเดียวกัน แค่ว่าเราจะเลือกใช้ตัวใหน ( แต่ผมจะเลี่ยง สเตร๊ปโตมายซิน เพราะการแพ้รุนแรง )

ที่เล่ามาใช้ยาถูกตามโรคแล้วคับ แค่ว่าเลือกใช้ยาแรงตั้งแต่แรกไปเลยเท่านั้น ซึ่งผลทางลบก็ไม่มีอะไรมาก แค่ .... เปลืองตังเท่านั้น ....

เพนสเตร๊ป ขวดละ 10 ซีๆ ซื้อยกกล่อง 10 ขวด ตกขวดละ 30 - 40 บาท ( ต้นทุนเข็มละ 30 - 40 บาท ) ( โซตาเพน ก็ราคาไกล้ๆกันนี่แหละ ) .... อ๊อกซี่ ขวดละ 70 - 90 บาท ( 100 ซีซี ) ตกต้นทุนเข็มละ 7 - 9 บาท

กับอีกปัญหานึงที่เราต้องตระหนักเอาไว้ ( แต่ยังไม่เคยเจอ ) คือ การดื้อยาของโรค เนื่องจากเราใช้ยาปฏิชีวนะบ่อยๆ  ซึ่ง เพนสเตร๊ป และ โซตาเพน มันคือยาระดับเกือบๆจะอยู่ปลายยอดแล้ว ถ้ามันดื้อยาตัวนี้ขึ้นมา นั่นหมายความว่าเราต้องใช้ยาที่สูงกว่านี้ไปอีก ( หายากมากๆแล้วล่ะ ที่จะมียาระดับสูงกว่านี้ ) ( แถมราคาต้องแพงยิ่งๆไปกว่านี้แน่ๆ

ที่เล่ามาว่า ใช้ เพนสเตร๊ป นั้น ผมใช้ อ๊อกซี่ เกือบทั้งหมดเลยคับ .... ยกเว้น งัวคลอดลูก เพราะ น้ำนมจะแห้ง เลยใช้ โซตาเพน


Liked By: muslin2557, sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #205 เมื่อ: มกราคม 12, 2017, 04:15:33 PM »

ชื่อยาแก้ไข้ ผมไม่เคยจำชื่อยี่ห้อ ซักที ... ปรกติไปซื้อยา ผมก็ถามหาตัวยาไปเลย ทุกที ( ไม่เคยดูข้างกล่องว่า ยี่ห้ออะไร .... ดูแต่ ส่วนผสม ว่าเป็นตัวสารเคมีชื้ออะไร กี่ % หรือ กี่ mg. )

ซึ่งยาแก้ไข้ แก้ปวด ทุกตัวใช้แทนกันได้หมด ( ยกเว้น dexamethazone )

ยาแก้ไข้ ผมจะใช้ในกรณีงัวมีอาการไข้ ขนหยอง ใบหูเย็น ตัวร้อน ยืนซึมไม่กินหญ้า  .... ฉีดซักไม่เกิน ชั่วโมง ไข้ก็จะลด งัวจะกลับมากินหญ้าต่อ (  แต่พอ ยาหมดฤทธิ์ มันก็จะกลับมาซึมเพราะพิษไข้ต่อ )

ยาแก้ปวดบวม ส่วนใหญ่จะใช้กรณี เดินขากะเผลก  ข้อเท้าบวม ขาบวม เพราะอุบัติเหตุ ทะเลาะกัน หรือป่วยเป็นไข้ขา / ไข้ข้อ

การใช้งานยาพวกนี้ จะใชัก็ต่อเมื่อมีอาการเท่านั้น โดยจะฉีดกันคนละฝั่งกับยาปฏิชีวนะ ....  อย่างเป็นไข้ขา ( ถ้าคนก็คือ ไข้หวัด ธรรมดา ) จะฉีด 2 - 3 เข็ม โดยใช้ อ๊อกซี่ แน่นอน ส่วนดูอาการ ถ้ามีไข้ ก็ฉีดยาแก้ไข้ ถ้าข้อเท้าบวม - เดินลำบาก ก็เพิ่มยาแก้ปวดบวม ไปอีกเข็ม


Liked By: muslin2557, sompol
บันทึกการเข้า
11lee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #206 เมื่อ: มกราคม 13, 2017, 11:46:26 AM »

ขอบคุณครับ..เดี๋ยวต้องไปหาแก้ไข้ แก้ปวด มาติดคอกไว้มั่งละครับและถ้าเพนเสต๊ปหมดก็เปลี่ยนเป็นโซตาเพนแทน



Liked By: muslin2557, sompol
บันทึกการเข้า
jew007
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 71


« ตอบ #207 เมื่อ: มกราคม 16, 2017, 04:31:42 PM »

ผมตามอ่านกระทู้งัวในเว็ป กพพ และเว็ปอื่นๆอยู่นาน ขอขอบคุณพี่ marko ที่ให้ความรู้ ในทุกมิติ เรื่องงัว ครับ
อนาคต ผมจะเอาข้อมูลที่พี่บอกเล่าไปใช้ให้เกิดประโยชน์ครับ


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13] 14 15 16 17   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: