หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ... 18   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ  (อ่าน 80557 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #48 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2015, 05:29:36 PM »

จะเอามันมาผสมงัวเนื้อนี่หละ ลุง เอาแม่งัวนมนี่หละใส่กำแพงแสนเลย

ถ้าจะเอามาเลี้ยงขายนม ไม่เอาหรอก เจ้าของมันก็เพิ่งเจ๊งเห็นๆ อยู่ห้่างกันสิบกว่าโลเอง

อิอิ ถ้าเขายอมสองแสนถ้วน ว่าจะเอา นะ

ลักษณะพื้นฐานทางร่างกายของงัวนมที่ดี กล้ามเนื้อลีบทั้งตัว เพื่อให้งัวนำสารอาหารไปเลี้ยงกล้ามเนื้อให้น้อยที่สุด แล้วที่เหลือก็จะเอาไปสร้างนมให้ได้มากที่สุด

***** วัวบราซิล สายพันธุ์หลักที่นำมาใช้พัฒนาสร้างงัวชนิดนี้ คืองัว กีร์ ซึ่งเป็นงัวนมที่ได้สถิติ กวินเนสบุค เรื่องปริมาณน้ำนมมาแล้ว จึงทำให้ลักษณะพื้นฐานของงัวบราซิล มีความเป็นงัวนมสูงมากๆ .... นี่คือ ต้นตอแห่งเหตุผลว่า ทำไม บราซิลถึงได้ห่วยขนาดนี้ *****

อัตตราแลกเนื้อของงัวนมต้องห่วยมากๆ เพื่อให้งัวเอาสารอาหารไปสร้างนมให้ได้มากที่สุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 16, 2015, 05:32:36 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า

toonkneng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 431


« ตอบ #49 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2015, 09:46:27 AM »

ฝูงนี้ลูกผสมบรามัน จ้ะลุง
อิฉันว่า ผสม กพส. หรือแบรงกัส ซักสองรุ่น น่าจะทิ้งเชื้อฟรีเชี่ยนไปได้เยอะนะ


Liked By: pom2day, Sanguan1965, sompol
บันทึกการเข้า
toonkneng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 431


« ตอบ #50 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2015, 09:18:58 PM »

มีใครเลี้ยง ลิมูซีน บ้างจ๊ะ
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #51 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2015, 05:46:20 AM »

ลิมัวแซง เคยเห็นแม่งัวในตลาดนัดอยู่ตัวนึง ตัวยาว นี่คือข้อดีที่รู้ๆกันทั่วโลก

กำเนิดที่ฟรั่งเศสเช่นเดียวกับชาโรเล่ส์  แต่ที่ฟรั่งเศส กลับนิยมชาราโรเล่ ถึง 80 % อีก 10 % เป็นบลอนดากิแตง จากนั้นจึงเป็นอื่นๆอีก ไม่ถึง 10 % ( ลิมัวแซงก็เป็นหนึ่งในนั้น )

ในต่างประเทศ งัวยุโรป ที่นิยมอันดับ 1 คือ ชาโรเล่ส์ อันดับ 2 คือแองกัส

ในไทย ก็เอามาลองๆเลี้ยงกันดู โดยการนำเข้าน้ำเชื้อจากต่างประเทศ แต่เกิดอะไรขึ้นไม่ทราบ ทำให้กรมปศุสัตว์ยุติการส่งเสริมน้ำเชื้องัวตัวนี้แล้วหันไปลุย ชาโรเล่ส์ จากนั้นก็ร่วมมือกับทางฟรั่งเศส ส่งเสริม สหกรณ์โคขุน โพนยางคำขึ้นมา  แล้วมุ่งสร้างองค์ความรู้ของชาโรเล่ส์ โดยมีฝรั่งเศสเป็นพี่เลี้ยงเรื่องเทคโนโลยี .... จนทำให้เกษตรกรไทย เก่งกันแต่เรื่อง ชาโรเล่ส์

ในขณะที่กลุ่มนายทุน กลับมองไปที่แองกัส  แทนชาโรเล่ส์ แล้วสร้างองค์ความรู้ของแองกัส ขึ้นมาในส่วนของเขากันเอง
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #52 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2015, 06:00:01 AM »

วันนี้ น้ำเชื้อลิมัวแซง ของกรมน่าจะพอมีเก็บๆไว้ก้นถังอยู่

ส่วนของเอกชน ก็มี พรชัยอินเตอร์ นำเข้ามาขายอยู่ ( รายนี้ชอบน้ำเชื้อสารพัดพันธุ์มาขาย สุดแท้แต่ ใครจะรีเควสไปว่าต้องการอะไร ... ตามวิสัยพ่อค้า ) ... ก็จะมีคนที่ชอบลองของแปลก เพื่อศึกษาเรียนรู้ดูว่า อะไรเป็นเช่นไร  ซึ่งเกือบทั้งหมดจะเป็นกลุ่มเศรษฐีเล่นงัว กันแทบทั้งสิ้น

ถ้าอยากรู้เรื่อง ลิมัวแซง ต้องไปถามเอาจากกลุ่มเศรษฐีเล่นงัวคับ ... อีกทั้งต้องบอกว่า คนกลุ่มนี้ จำนวนมากมีแนวคิดขัดแย้งกับ  ปศุสัตว์ และ เกษตรกร เรื่องทิศทางตลาดงัวในประเทศ จนบ่อยครั้งที่คุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะในกลุ่มเศรษฐีเล่นงัว ก็จะมีคนเล่นกระแสงัว แฝงตัวอยู่ พวกนี้จะพยายามแสวงหาผลประโยชน์ โดยไม่ใส่ใจว่าใครจะเดือดร้อน  แล้วยุแหย่ให้เศรษฐีเหล่านั้นออกหน้ามาป่วนตลาดงัวของเกษตรกร

ด้วยให้เศรษฐี หลงเข้าใจผิดว่า สิ่งที่เศรษฐีเหล่านั้นเล่นสนุก มันคือ การช่วยเหลือให้เกษตรกรพัฒนาไปข้างหน้า ทั้งที่ความจริงแล้ว มันคือ การทำลายเกษตรกร

จนบ่อยครั้งที่เศรษฐีพวกนี้ต้องมีปัญหากับ เกษตรกรเสียเอง .....

ซึ่งถ้าพื้นที่ใหนที่ผมลงไปแล้ว เศรษฐีพวกนี้ก็จะไม่ยุ่งอีกเลย .... ดังนั้นถ้าจะตั้งคำถามที่ต้องการคำตอยจากพวกเศรษฐีเล่นงัว ต้องไปตั้งในพื้นที่ ที่ผมไม่มีผมคับ
บันทึกการเข้า
toonkneng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 431


« ตอบ #53 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2015, 11:48:01 AM »

อ่านแล้วเวียนหัวจ้ะลุง เอาว่า มันดีบ่ค่ะ ดูในรูปมันตูดใหญ่ดี 555

แล้วไปเจอเวปวัวนม แต่ที่เมืองนอก เขาเอาามาผสมวัวนม เพราะมีข้อจำกัดเรื่องโควต้านม ดังนั้นเขาต้องผสมวัวเนื้อเพื่อไข้วสาย คือไม่ให้มีวัวนมมากเกินไป แล้วดูรูป มันก็ออกมาเเนวเนื้อๆ  ก็เลยจะหาความรู้จั๊กหน่อย เด๊อค่ะ
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #54 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2015, 12:26:04 PM »

อ่านแล้วเวียนหัวจ้ะลุง เอาว่า มันดีบ่ค่ะ ดูในรูปมันตูดใหญ่ดี 555

แล้วไปเจอเวปวัวนม แต่ที่เมืองนอก เขาเอาามาผสมวัวนม เพราะมีข้อจำกัดเรื่องโควต้านม ดังนั้นเขาต้องผสมวัวเนื้อเพื่อไข้วสาย คือไม่ให้มีวัวนมมากเกินไป แล้วดูรูป มันก็ออกมาเเนวเนื้อๆ  ก็เลยจะหาความรู้จั๊กหน่อย เด๊อค่ะ

ผมก็ตอบไม่ได้ว่ามันดีหรือไม่ เพราะผมเองก็ไม่เคยเลี้ยง

แต่ใช้ตรรกะ ว่า ฝรั่งต่างประเทศที่เขาผลิตงัวขายส่งออก ซึ่งเป็นต้นตำหรับของงัว ลิมัวแซง เขาเองก็ยังไม่นิยมเลี้ยง ... หรือแม้แต่ฝรั่งที่อื่นๆ ซึ่งเขาก็ไม่นิยมงัวนี้เช่นกัน ซึ่งผู้คนเหล่านี้ ที่เขาเลี้ยงงัวเป็นอาชีพระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ... เขาก็ต้องมีเหตุผลของเขาเองที่เลือกเลี้ยงงัวชนิดอื่นๆ  ( ซึ่งก็ไม่มีใครบอกเรานี่ซิว่าเพราะอะไร )

.........

ส่วนประเด็นที่เขาเอามาผสมงัวนม เพราะถูกจำกัดโควต้านั้น เพราะว่า ปริมาณน้ำนมของเขาเกิน เขาจึงต้องเปลี่ยนแนวการผลิต จากงัวนมแท้ๆ มาเป็นงัวนมกึ่งเนื้อ

ซึ่งแนวทาง งัวนมกึ่งเนื้อนี้ สำหรับเมืองไทย ยังไม่มีใครทำสำเร็จมาก่อน เพราะติดด้วยปัญหาเรื่องการแข่งขันจากทั้ง 2 ด้าน ( ตลาดนม และ ตลาดเนื้อ )

ตลาดนม  บ้านเราก็มีปัญหา รินๆ จะเอาตัวไม่รอดกันอยู่ในขณะนี้

ตลาดเนื้อ  บ้านเรามี งัวพื้นเมือง และ งัวพม่า ที่ต้นทุนถูกมากๆ การเลี้ยงงัวต้นทุนสูง อยู่ยากมากๆ (  ที่เข้ามากันเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไปไม่รอดกันเกือบทั้งหมด ล้วนแต่เลือกเลี้ยงงัวแบบค้นทุนสูงกันทั้งนั้น ) ... งัวที่เกิดจากงัวนม จะอ่อนแอ ประสิทธิภาพการให้เนื้อต่ำ งัวพวกนี้จะมีค้นทุนสูงกว่าเขาเยอะมากๆ

เลยมีคนทำตรงนี้แล้วรอดยากหน่อย
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #55 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2015, 12:41:34 PM »

จะทำนมกึ่งเนื้อ หรือ จะทำเนื้อเดี่ยวๆล่ะ .... ถ้าเนื้อเดี่ยวๆ ผมแนะนำใช้งัวสายพันธุ์เดียวกะที่ใช้ปรับสภาพ บราซิล มาปรับสภาพงัวนม ดีกว่าคับ เพราะงัวพวกนี้ สภาพมันก็ไม่ต่างจากบราซิลซักเท่าไหร่หรอก

จะว่าไป งัวโฮลสไตน์ฟรีเชียล อาจจะแย่กว่าบราซิลเสียอีกเพราะ มันไม่ทนร้อน

..........

แต่ถ้าจะเริ่มตั้งฝูง สร้างเนื้อสร้างตัวกันจริงๆ แนะ นำกันจริงๆ  ( อย่าเชื่อตรงนี้นักนะ แต่ให้พิจารณาให้ถ้วนถี่ เพราะนี่คือการลงทุนทำมาหากิน มีการลงทุนเป็นล้านๆ  .... ซึ่งผมเองก็ไม่ได้มารับผิดชอบอะไรในสิ่งที่ผมพูดไป หากพลาดแล้วเกิดปัญหากันขึ้นมาจริงๆ )

ผมแนะนำให้ขายงัวในฝูงออกให้หมด แล้วไม่ต้องซื้องัวนมเข้ามาด้วย .... แต่ไปซื้อบราห์มันชาวบ้าน แม่ตัวเปล่าๆ ผอมๆ / หรือไม่ก็ลูกงัวหย่านม เขามา จะให้ทางเดินที่คุ้มค่าต่อเงินลงทุนที่สุด

เพราะงัวที่มีกันอยู่ในมือขณะนี้ เป็นงัวที่ให้ผลผลิตต่ำมากๆ ในช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านสายพันธุ์ .... แล้วระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านจะใช้เวลา ไม่ต่ำกว่า 10 ปีแน่ๆ

เป็นช่วงเวลา 10 ปี ที่การลงทุนในเรื่องค่าอาหาร และ ค่าใช้จ่ายดูแลฝูง เยอะมากๆ แต่กลับให้ผลตอบแทนที่น้อยมาก .... ( งัวพวกที่ว่ามาทั้งหมด เป็นงัวที่จะต้องขายลูกงัวได้ถูกกว่าเขาเยอะมากๆ  ตลาดไม่เอา อาจจะต้องขายทิ้งในราคาถูกๆ ..... แต่ในขณะเดียวกัน งัวพวกนี้จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการดูแล สูงมากกว่าเขา แถมด้วยค่าอาหารที่แพงกว่าเขา .... แต่ลูกงัวโตช้ากว่าเขา )

เป็นช่วงเวลา 10 ปีที่เราแทบจะไม่ได้อะไรเลย ... อย่างเก่ง ก็แค่ดีกว่าเอาเงินไปฝากธนาคารทิ้งไว้เฉยๆ

หากช่วงเวลา 10 ปีนี้ เกิดเหตุการณ์ที่เราต้องประสบปัญหาทางการเงิน หรือการจัดการดูแล .... งัวซึ่งยังเอาตัวเองไม่ถึงกะรอดนัก อาจจะเป็นทางเลือกระดับต้นๆ ที่เราต้องตัดทิ้งออกก่อน

แต่ไม่ต้องหวังจะพึ่งพางัวนะคับ ในช่วงเวลา 10 ปีนี้ ....
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #56 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2015, 12:48:25 PM »

ต่างจากที่เราซื้อ พวกบราห์มัน ลูกงัวหย่านม หรือ แม่ตัวเปล่าผอมๆ ของเขามา

เพราะทำแบบนี้ งัวจะเป็นภาระให้เราแค่ 3 ปีเท่านั้น จากนั้นงัวก็จะเป็นกำลังสนับสนุนให้เราก้าวไปข้างหน้า โดยที่เราแทบจะดับเครื่องในส่วนอื่นๆ แล้วเอาแต่งัวได้เลยด้วยซ้ำ

แถมผลผลิต ของงัวลูกผสมบราห์มัน ในปีที่ 3 ก็ได้ไม่ต่างจากงัว ที่จะเอามาเลี้ยง ในปีที่ 7 - 8 เลยด้วยซ้ำ .... อย่างมากก็แค่ 5  ปี ... ก็เท่ากะงัวพวกนั้น ปีที่ 10
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 19, 2015, 12:50:06 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
toonkneng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 431


« ตอบ #57 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2015, 07:52:06 PM »

ฝูงวัวนม เจ้าของแกขายได้เเล้วจ้ะ อิฉันก็ไม่ต้องคิดถึงมันแล้ว55555

ฝูงวัวหู+บรามัน เป็นของหลาน 5555 ก็แล้วแต่เจ้าของจะตัดสินใจ



Liked By: Sanguan1965
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #58 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2015, 10:15:50 PM »

ฝูงวัวนม เจ้าของแกขายได้เเล้วจ้ะ อิฉันก็ไม่ต้องคิดถึงมันแล้ว55555

ฝูงวัวหู+บรามัน เป็นของหลาน 5555 ก็แล้วแต่เจ้าของจะตัดสินใจ



งัวหู ไม่เท่าไหร่ ... ถ้าเลี้ยงให้มันมีลูกได้ ผลผลิตก็พอคุยกันได้ ( ถ้าเอา กำแพงแสนมาใส่ ตามที่วางแผนไว้นะ )  เพราะงัวหูถูกพัฒนาขึ้นเป็นงัวเนื้อไปส่วนหนึ่งแล้ว  ... แถมเป็นแค่ลูกผสมบราห์มันด้วย แสดงว่ามีความเป็นงัวเนื้อค่อนข้างสูง  ( แค่ยังไม่มากพอ )

แค่เลี้ยงให้มีลูกให้ได้ก็พอ ...
บันทึกการเข้า
toonkneng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 431


« ตอบ #59 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2015, 08:19:19 PM »

ตามนั้นค่ะ ตั้งกำแพงแสนไว้ก่อน เพื่อปรับสาย เชื้อฟรี ผสมฟรี 5555


Liked By: Terjear
บันทึกการเข้า
pom2day
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 45


« ตอบ #60 เมื่อ: มกราคม 04, 2016, 10:42:55 AM »

จะทำนมกึ่งเนื้อ หรือ จะทำเนื้อเดี่ยวๆล่ะ .... ถ้าเนื้อเดี่ยวๆ ผมแนะนำใช้งัวสายพันธุ์เดียวกะที่ใช้ปรับสภาพ บราซิล มาปรับสภาพงัวนม ดีกว่าคับ เพราะงัวพวกนี้ สภาพมันก็ไม่ต่างจากบราซิลซักเท่าไหร่หรอก

จะว่าไป งัวโฮลสไตน์ฟรีเชียล อาจจะแย่กว่าบราซิลเสียอีกเพราะ มันไม่ทนร้อน

..........

แต่ถ้าจะเริ่มตั้งฝูง สร้างเนื้อสร้างตัวกันจริงๆ แนะ นำกันจริงๆ  ( อย่าเชื่อตรงนี้นักนะ แต่ให้พิจารณาให้ถ้วนถี่ เพราะนี่คือการลงทุนทำมาหากิน มีการลงทุนเป็นล้านๆ  .... ซึ่งผมเองก็ไม่ได้มารับผิดชอบอะไรในสิ่งที่ผมพูดไป หากพลาดแล้วเกิดปัญหากันขึ้นมาจริงๆ )

ผมแนะนำให้ขายงัวในฝูงออกให้หมด แล้วไม่ต้องซื้องัวนมเข้ามาด้วย .... แต่ไปซื้อบราห์มันชาวบ้าน แม่ตัวเปล่าๆ ผอมๆ / หรือไม่ก็ลูกงัวหย่านม เขามา จะให้ทางเดินที่คุ้มค่าต่อเงินลงทุนที่สุด

เพราะงัวที่มีกันอยู่ในมือขณะนี้ เป็นงัวที่ให้ผลผลิตต่ำมากๆ ในช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านสายพันธุ์ .... แล้วระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านจะใช้เวลา ไม่ต่ำกว่า 10 ปีแน่ๆ

เป็นช่วงเวลา 10 ปี ที่การลงทุนในเรื่องค่าอาหาร และ ค่าใช้จ่ายดูแลฝูง เยอะมากๆ แต่กลับให้ผลตอบแทนที่น้อยมาก .... ( งัวพวกที่ว่ามาทั้งหมด เป็นงัวที่จะต้องขายลูกงัวได้ถูกกว่าเขาเยอะมากๆ  ตลาดไม่เอา อาจจะต้องขายทิ้งในราคาถูกๆ ..... แต่ในขณะเดียวกัน งัวพวกนี้จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการดูแล สูงมากกว่าเขา แถมด้วยค่าอาหารที่แพงกว่าเขา .... แต่ลูกงัวโตช้ากว่าเขา )

เป็นช่วงเวลา 10 ปีที่เราแทบจะไม่ได้อะไรเลย ... อย่างเก่ง ก็แค่ดีกว่าเอาเงินไปฝากธนาคารทิ้งไว้เฉยๆ

หากช่วงเวลา 10 ปีนี้ เกิดเหตุการณ์ที่เราต้องประสบปัญหาทางการเงิน หรือการจัดการดูแล .... งัวซึ่งยังเอาตัวเองไม่ถึงกะรอดนัก อาจจะเป็นทางเลือกระดับต้นๆ ที่เราต้องตัดทิ้งออกก่อน

แต่ไม่ต้องหวังจะพึ่งพางัวนะคับ ในช่วงเวลา 10 ปีนี้ ....

ผมว่าคอมเมนต์นี้ น่าจะเป็นคำตอบของคำถามทั้งหมดครับ และสำหรับผมด้วย(ยังไม่มีวัวซักตัว)

ขอบคุณเจ้าของกระทู้ และ
ลุงmarkonikove (ขออนุญาตเรียกลุง ละกันครับ)
ที่ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ให้ผมรับฟังครับ

ขอบคุณอีกครั้งครับ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
phlox
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #61 เมื่อ: มกราคม 04, 2016, 03:27:38 PM »

ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้ จะเก็บข้อมูลให้เยอะที่สุดก่อนตัดสินใจ


Liked By: Terjear
บันทึกการเข้า
NKC
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 467


« ตอบ #62 เมื่อ: มกราคม 05, 2016, 04:20:07 PM »

ผมทดลองผสมวัวเนื้อกับแม่วัวนมมา2รุ่นแล้ว ผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจครับ
1.ต้องการแก้ท้ายที่ลีบของแม่วัวนม
2.ต้องการๆเจริญเติบโตที่ดีขึ้น
ตอนนี้ที่ฟาร์มมีอยู่5ตัว เมีย2 ผู้3 ครับ


Liked By: muslin2557, Terjear
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #63 เมื่อ: มกราคม 05, 2016, 07:12:26 PM »

หลังปีใหม่มานี้ รถขนงัวขึ้นเชียงแสน ( ไปจีน ) เริ่มวิ่งแล้วคับ .... หลังจากโดนดีเรื่อง สารเร่งเนื้อแดงในโคขุน

ราคางัวตกกราวรูด ร่วม 4 เดือนมาแล้ว ก็พึ่งจะกระเตื้องขึ้นมานิดๆเอง

หวังว่าพวกสันดานเสียจะไม่เห็นแก่ตัวหากินแบบ แย่ๆกันอีกนะ

เห็นสันดาน กลุ่มคนที่พัวพันเป็นพรรคพวกเพื่อนพ้องไกล้ชิด ที่คอยช่วยเหลือปกป้อง ร่วมมือกัน กะพวกขุนงัวขาย ตามหน้าเวบแล้ว ..... หนักใจสันดานคน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ... 18   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: