หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ  (อ่าน 85620 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
11lee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #96 เมื่อ: มกราคม 10, 2016, 10:32:35 AM »

ผมขอถามคุณ..markonikoveหรือท่านอื่นๆหน่อยนะครับ
โจทย์ของผมคือ ผมต้องการเลี้ยงวัวให้หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเดือนละประมาณ 10,000 up ในปีที่ 2 ขึ้นไปครับ
ค่าใช้จ่ายในคอกรวมทุกอย่างเดือนละประมาณ 30,000 บาท (คนงาน 2 คน)
ลักษณะการเลี้ยงยืนโรงตัดหญ้าให้กินทุกวัน แพงโกล่า,ต้นข้าวโพด,เนเปียร์,ฟาง
คอกแรก(ทำแล้ว) 12x12 เมตร มีรางอาหาร เทปูนพื้น 4 เมตร มีหลังคา 5 เมตร (ดูแบบตามเวป)
ติดคอกแรก(ทำแล้ว) 4x12 เมตร เอาไว้ใส่แม่คลอดหรือป่วย เทปูน 4 เมตร มีหลังคา 5 เมตร
กำลังจะทำคอกเพิ่มแบบเดียวกันเพิ่มอีก ตอนนี้ลองเลี้ยงมาแล้ว 7 เดือนตัวเมียสาว 15 ตัว (ลูกผสมบรามัน) ตัวผู้เลือดร้อย 1 ตัว อายุ 25 เดือน
ถ้าผนไม่ตกผมมีล๊อคปล่อยให้วัวเดินเล่นประมาณ 2 งาน ถ้าฝนตกไม่ปล่อยครับ
ที่ผมอยากขอคำแนะนำคือ ผมควรเลี้ยงกี่ตัวดีครับเพื่อตอบโจทย์เรื่องรายได้ของผม การเพิ่มจำนวนวัวเรื่องอาหารวัวไม่มีปัญหาสำหรับผม(ผมคิดว่านะ)


 
บันทึกการเข้า

CHAWCW
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #97 เมื่อ: มกราคม 10, 2016, 12:36:58 PM »

เชียงใหม่ ลำพูน ถ้าจะเลี้ยงซัก 50 แม่ แล้วมีสหกรณ์หรือบริษัทไหนรับซื้อบ้าง หรือต้องขายในตลาดนัดอย่างเดียวเลย
บันทึกการเข้า
NKC
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 467


« ตอบ #98 เมื่อ: มกราคม 10, 2016, 02:55:41 PM »

เชียงใหม่ ลำพูน ถ้าจะเลี้ยงซัก 50 แม่ แล้วมีสหกรณ์หรือบริษัทไหนรับซื้อบ้าง หรือต้องขายในตลาดนัดอย่างเดียวเลย
กำแพงแสนก็ส่งได้ครับ ;)ในแบบกลางน้ำ
บันทึกการเข้า
toonkneng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 431


« ตอบ #99 เมื่อ: มกราคม 15, 2016, 01:09:43 PM »

ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ

ใช่ครับทำสินค้าให้ขายได้ในหลายๆตลาด ถูกต้องที่สุด

ผมอยากให้ จขกท. ทบทวนตัวเองก่อนนะครับ ว่าท่านมีเป้าหมายแบบไหน อย่างไร ผมดูแล้วกำลังมึนๆ
งงๆ ไม่รู้ว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี เป้าหมายอยู่ตรงไหนครับ ตลาดไหน อย่าเชื่อคนนี้ว่า คนโน่นว่างี้
บางคนตอบโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ดูว่าคนเลี้ยงเป้าคืออะไร

อีกอย่างก่อนจะเอาอะไรมาใส่ แม่วัว ให้ท่านดูด้วยว่าลูกผสมนั้น แรกเกิดตัวเล็กตัวใหญ่ อย่าให้แม่วัว
เกิดยากนัก สงสารมันด้วย

อีกอย่างถ้าอยากได้เลือดดีๆ ผมว่าหาเก็บพวกเลือดกลางๆ มาช่วยน่าจะดีกว่า ปรับเลือดที่ไม่รู้ที่มาชัดเจน
จะได้ไม่เสียเวลาด้วยครับ


ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ  บ่ต้อง งง เด๊อค่ะ

อิฉันได้ข้อสรุปแล้วจ้ะ

-เรื่องฝูงวัวนม ตัดทิ้ง เพราะเขาขายไปแล้ว

-แม่งัวที่มีโครงสร้างดี ตัวใหญ่ พี่หมอมาตรวจให้เเล้วว่า ดี เป็นกระทบหู จ้ะ ไม่ใช่ลูกหูโดยตรง

-ใส่กำแพงแสนจ้ะ ทั้งหมดเลย เเละใส่ไปหลายตัวแล้ว  โดยใช้น้ำเชื้อของสถาบันการศึกษาเเห่งหนึ่งโดยมีน้องๆนักศึกษามาช่วยทำให้  อิฉันไม่ต้องการใบรับรองค่ะ  อิฉันอยากได้ลูกงัว 55555555

-ที่ดินกว้าง50ไร่เศษ น้ำดีมาก ไม่ทำพืชไร่แล้วจ้ะ เบื่อราคาแกว่งลง ปลูกหญ้าดีกว่า มีสารพัดจ้ะ หญ้าขน หญ้าเนเปียร์ หญ้าอะไรอีกก็เรียกไม่ถูกน่ะ น้องๆนักศึกษาเขามาจัดให้  เราก็ตอบแทนกันตามประสาคนไทย

-งัวฝูงนี้ ต้องซื้อไว้เอง เพราะหลานที่เป็นเจ้าของงัวนั้น เขาได้ทุนไปเรียนต่อที่ญึ่ปุ่น  อิฉันก็เลยต้องยืมตังค์บิดามาจ่าย5555 ตอนนี้รอกู้สกกรณ์อยู่ ก็จะได้คืนเงินให้บิดาไป

-เลี้ยงแบบ บำนาญจ้ะ ไม่เร่งไม่รีบ เพราะเหลืออายุราชการอีก 12 ปีแต่เรามันแค่ลูกจ้าง 555555

บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #100 เมื่อ: มกราคม 16, 2016, 10:34:13 AM »

ผมขอถามคุณ..markonikoveหรือท่านอื่นๆหน่อยนะครับ
โจทย์ของผมคือ ผมต้องการเลี้ยงวัวให้หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเดือนละประมาณ 10,000 up ในปีที่ 2 ขึ้นไปครับ
ค่าใช้จ่ายในคอกรวมทุกอย่างเดือนละประมาณ 30,000 บาท (คนงาน 2 คน)
ลักษณะการเลี้ยงยืนโรงตัดหญ้าให้กินทุกวัน แพงโกล่า,ต้นข้าวโพด,เนเปียร์,ฟาง
คอกแรก(ทำแล้ว) 12x12 เมตร มีรางอาหาร เทปูนพื้น 4 เมตร มีหลังคา 5 เมตร (ดูแบบตามเวป)
ติดคอกแรก(ทำแล้ว) 4x12 เมตร เอาไว้ใส่แม่คลอดหรือป่วย เทปูน 4 เมตร มีหลังคา 5 เมตร
กำลังจะทำคอกเพิ่มแบบเดียวกันเพิ่มอีก ตอนนี้ลองเลี้ยงมาแล้ว 7 เดือนตัวเมียสาว 15 ตัว (ลูกผสมบรามัน) ตัวผู้เลือดร้อย 1 ตัว อายุ 25 เดือน
ถ้าผนไม่ตกผมมีล๊อคปล่อยให้วัวเดินเล่นประมาณ 2 งาน ถ้าฝนตกไม่ปล่อยครับ
ที่ผมอยากขอคำแนะนำคือ ผมควรเลี้ยงกี่ตัวดีครับเพื่อตอบโจทย์เรื่องรายได้ของผม การเพิ่มจำนวนวัวเรื่องอาหารวัวไม่มีปัญหาสำหรับผม(ผมคิดว่านะ)


 


เห็นมาหลายวันละ แต่ไม่ได้ตอบ เพราะมัวยุ่งเรื่องเขียนโปรแกรมทำโซล่าฟาร์ม อยู่คับ
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #101 เมื่อ: มกราคม 16, 2016, 12:11:59 PM »

A.  ถ้าจะเก็บเกี่ยวได้ในปีที่ 2 ขึ้นไป มีหลายสูตรให้เลือกคับ

1. ซื้อแม่ งัวสาวขนาดใหญ่ อายุ 2 ปีแล้ว สังเกตไม่ยากคับ จับแยกเขี้ยวดูฟันหน้า ว่ามีฟันแท้ 2 ซี่หน้าแล้วหรือยัง เพราะงัวส่วนใหญ่จะฟันน้ำนมเริ่มหักกตอนอายุได้ 2 ปี จากนั้นก็ดูเต้านม ว่ายังไม่ยานลงมา หัวนมยังเล็กอยู่ ..... มาถึงก็ทับเลย หรือ อาจจะทับมาแล้ว

งัวหนึ่งตัวสำหรับงัวเนื้อเกษตรกรที่ขายเข้าตลาดนัด  ช่วงเวลาที่ได้ราคาสูงที่สุดคือ ช่วงเวล่เป็นงัวสาวตั้งท้อง  เราซื้องัวกำลังอ้วน สวยเต็มที่มา ต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องราคาแม่งัวตก อันเป็นผลมาจากแม่งัวให้ลูกกินนมแล้วผอมลง

แต่ถ้าเราไม่แคร์เรื่องนี้  หรือ  มั่นใจว่าการจัดการเราดีพอ แล้วไม่มีการคัดแม่งัวตัวนั้นทิ้งก่อนถึงเวลา  เราไม่ได้ตีราคาแม่งัวในฝูงเรา แค่ได้ลูกเป็นกำไร ส่วนแม่งัวเป็นทุน .... แม่งัวอาจจะราคาสูงสักนิด ต้องใช้เงินทุนค่อนข้างสูงในการตั้งฝูง แต่ก็ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าต่อการคัดเลือกแม่งัว

แม่งัวแบบนี้ ส่วนใหญ่ที่เลี้ยงแล้วไปไม่รอด จะมีด้วยกัน 2 - 3 กรณี คือ

        1.1 )  หลงคารมณ์คนขายงัว  แล้วเข้าใจผิดเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุน  ถูกหลอกให้เข้าใจว่า งัวสาวตัวนั้นจะให้ผลตอบแทนในอณาคตคุ้มค่าต่อเงินลงทุนที่เราซื้องัวนั้นไปใน ราคาแพงเกินจริง ถึงขั้นเราอยู่ไม่ได้

       1.2 )  หลงรักงัว  งัวสาว จะเป็นช่วงเวลาที่งัวสวย และดูดี ที่สุดในช่วงชีวิตมัน งัวจะอ้วนสมบูรณ์ ผิวพรรณผุดผ่อง  ทำให้คนที่ชื่นชอบงัวตรงความสวยงาม จนลืมเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุนไป   นิยมซื้องัวเหล่านี้มาเลี้ยงในราคาสูงมากเกินไป

       1.4 )  ผู้ทำหน้าที่ดูแลงัวขาดทักษะในการจัดการ งัวสาวท้องแรก คือ นรกของมือใหม่   ตอนงัวคลอดลูก คุณแม่มือใหม่ คือ ปัญหาสำคัญมากๆของคนเลี้ยงงัวมือใหม่  .... ไม่ยอมให้ลูกกินนม  /  เตะลูก  /  นมคัดเกินไปจนปวดนมแล้วไม่ให้ใครแตะนม / เลี้ยงลูกไม่เป็น ..... ถ้าเราไม่มีมือเก่าๆที่เก่งๆเรื่องจับลูกงัวให้กินนม ให้ความช่วยเหลือเราอย่างไกล้ชิด ( และทันเวลา ) แล้วเกิดมาพึ่งเคยเลี้ยงงัว . ผมแนะนำอย่าเลือกทางนี้เลยคับ เพราะการจับลูกงัวกินนมในแม่งัวสาว แล้วดวงเราดี เจอลูกงัวดื้อๆ ที่ไม่ยอมให้ใครแตะไม่งั้นจะไม่ยอมให้ความร่วมมือ บวกกับแม่งัวที่ไม่ยอมให้ลูกกินนม ..... นรกชัดๆ

สามารถทุเลาปัญหานี้ได้ด้วยการเลือก พ่องัวสายพันธุ์ที่เขาพัฒนาเรื่อง สัญชาติญาณการเอาตัวรอดของลูกงัวแรกเกิดสูงๆ ได้คับ. พวกที่ ออกมาไม่กี่นาที ก็กระดกหัวรีบลุกขึ้นมาควานหานมกิน  ..... อย่างพวก  เล่  / แองกัส /  บราห์มันขาวเลือดนอก ( หรือสืบเชื้อสายมาจากของนอก ) ( บราห์มันกรม ไม่ถึงกะดี )

การเลือกแม่งัวสาวท้องแรก ยังมีความเสี่ยงอีกเรื่องนึงคือ .... การปรับสภาพร่างกายของงัวสาว ให้เป็นแม่งัว ..... แม่งัวเราจะผอมลงอย่างรวดเร็ว ถ้าคุมอาหารไม่ดี ไม่ขุนอาหารข้นเสริม เกือบทุกตัวทรุดผอมลงอย่างรวดเร็ว  และเมื่อแม่งัวผอมเร็วเกินไปแล้วระบบสืบพันธุ์ยังไม่ทันเตรียมพร้อมเพื่อเป็นสัด ...... งัวก็จะไม่กลับสัดอีกต่อไป จนกว่าลูกจะทิ้งนม

หรือ ถ้า ให้อาหารข้นขุนเพื่อไม่ให้แม่งัวทรุด  แม่งัวก็จะปรับสภาพร่างกายเข้ากับสภาพการดูแลที่เราให้ ( ซึ่งก็คือ ต้องขุนอาหารข้นทุกครั้งที่คลอดลูก )  ไม่เช่นนั้นงัวก็จะผอมอย่างรวดเร็ว หรือ ไม่ยอมกลับสัด ( คงต้องคำนวณความคุ้มค่าเอาคับ ว่าให้แล้วเราได้ลูกตัวที่ 2 ตามกำหนด ต้องแลกมาด้วยการที่เราต้องให้ตลอดไป  .... กับว่า ....ไม่ให้แล้วลูกตัวที่ 2 ช้ากว่ากำหนด 4 - 7 เดือน แต่เราก็จะไม่ต้องให้อะไรเลย


บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #102 เมื่อ: มกราคม 16, 2016, 12:35:21 PM »

2.  ซื้อ แม่งัวตัวเปล่า มาเลี้ยง  ....... แม่งัวที่ปรับสภาพร่างกายแล้ว ผ่านประสบการณ์เคยมีลูกมาแล้ว  ทำให้ง่ายต่อการจัดการดูแล .... อีกทั้งราคาช่วงเป็นแม่งัว ก็จะถูกกว่าช่วงเป็นงัวสาว  ( ถ้าเราซือแม่งัวอ้วนมาแล้ว  อย่างมากก็ไม่เกินราคางัวสาว )

      แต่เราก็ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่อง แม่งัวคัดทิ้ง     

เพราะคนที่ประกอบอาชีพเลี้ยงงัวอยู่  ไม่มีใครเขาขายแม่งัวดีๆออกมาหรอก  เป็นเราทุกคนนั่นแหละ ถ้าจำเป็นต้องขาย เราก็ต้องขายงัวตัวที่ให้ผลผลิตแย่ที่สุดออกมาก่อน  หรือไม่ก็ คัดแม่งัวที่ใช้การไม่ได้ออกมา .... ต่างจากลูกงัวสาว ที่ต้องขายออกมากันเพราะงัวล้นฝูง ไม่สามารถเก็บลูกงัวเป็นแม่ต่อไปอีกได้แล้ว

ยกเว้นว่าเราจะโชคดีแบบ  จขกท.    ที่คนเลี้ยงขายงัวยกฝูงออกมาเพราะเลิกกิจการ

แต่กระนั้นเลย ทางเลือกนี้ เป็นช่องทางที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมกันมากที่สุด เพราะง่ายแถมได้ผลตอบแทนดี แต่จะไปเลือกเดินซื้อแม่งัวคัดทิ้ง ตามตลาดนัดเป็นอันดับ 3  ...... โดยแรกสุด ทุกคนก็จะมองหาฝูงที่เจ้าของเลิกเลี้ยง แล้วไปเดินเลือกชี้เอาแม่งัวดีๆ ออกมาก่อน .... จากนั้นจึงจะไปขอแบ่งแม่งัวคัดออก ( ใช้คำว่าคัดออก ไม่ใช่คัดทิ้ง ) ของเกษตรกรด้วยกันเอง .... สุดท้ายจึงจะไปเลือกเดินดูแม่งัว ไร้แห่งอ้างอิงตามตลาดนัด

โดยส่วนใหญ่จะเลือกเอาแม่ตัวเปล่า ที่ยังผอมๆอยู่ ( แต่ต้องไม่ผอมมากจนเกินไปเพราะอาจจะผอมจากป่วยหนักมา .... งัวพวกนี้เลี้ยงไม่ขึ้น )  เลือกเอาที่ผอมเพราะลูกกินนม ถ้าได้เห็นลูกอายุ 4 - 7 เดือนยืนอยู่ด้วย ยิ่งมั่นใจได้ว่า งัวผอมเพราะลูกกินนม   มีข้อแม้ว่าต้องซื้อให้ชิดเนื้อมากที่สุดนะ  ไม่ต้องเลือกพวกตัวใหญ่ๆหรอก เพราะพวกนี้จะเกินเนื้อไปเยอะ เอาขนาดกลางๆก็พอ

เอางัวพวกนี้มาเลี้ยงให้อ้วน แล้วคัดเลือกดูว่าตัวใหนพอจะเป็นแม่งัวให้เราได้ ก็เก็บเอาไว้ ตัวใหนไปไม่ไหวจริงๆ ขายออกไปก็ยังมีกำไร จากงัวที่อ้วนขึ้นมา

******  ในบรรดางัวพวกนี้ มีจำนวนมาก ที่ผสมไม่ติด หรือ ไม่เป็นสัด แล้วเกษตรกรขายคัดทิ้งออกมาในราคาเนื้อเข้าเขียง .... ถ้าเราเอางัวมาล้วงตรวจดูระบบสืบพันธุ์ แล้วรักษาให้หายได้ เราก็จะได้แม่งัวดีๆ อย่างแน่นอน ******
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #103 เมื่อ: มกราคม 16, 2016, 12:58:59 PM »

B.  ค่าใช้จ่ายเดือนละ 3 หมื่น คนงาน 2 คน

ค่าคนงาน 2 คนแรงงานเกษตรกรรม น่าจะตกเดือนละไม่ถึง 2 หมื่นบาท ( วันละ 300 บาท ) อีกทั้งยังเป็นแรงงานคุณภาพ ที่มีทักษะงานสูงมากๆ จนเรียกว่า  เราไม่ต้องมาดูคอกงัว ไม่ต้องมาสั่งการไดๆทั้งสิ้น  คนงานดูแลให้เราได้เป็นอย่างดี ไม่ว่า จะเป็นการจับสัด โทรตามหมอผสมเทียม  ดูแลลูกงัวแรกคลอด  รักษาพยาบาลงัวเจ็บป่วย เอาน้ำใส่แปลงหญ้า ....... เรียกว่า เรามีหน้าที่แค่มาขายลูกงัวเราเท่านั้น ( ทั้งปี เจอหน้าคุยกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้นคือตอนขายงัว ) ...... ถ้าคนงานทำไม่ได้ขนาดนี้  300 บาทแพงไปคับ

ถ้าค่าคนงาน 2 หมื่นบาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ พวกค่าน้ำค่าไฟ ค่าน้ำมันเครื่องตัดหญ้า ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในการสูบน้ำใส่หญ้า  ค่าปุ๋ยใส่หญ้า  ค่าน้ำเชื้อ ค่ายา สารพัดค่า .... อีกหนึ่งหมื่นบาท ....  รวมเป็น 3 หมื่น ถือว่าเป็นการตีตัวเลขลงทุนขั้นสูงสุดแล้วล่ะ

ราคางัวในอีก 3 ปีข้างหน้า น่าจะนิ่งๆอยู่แค่นี้แหละ เพราะงัวพม่าจะบุกเราหนัก ( แค่คาดเดาเอานะ ) ..... ตีตัวเลขต่ำสุดในการขายลูกงัวอายุ 12 เดือน เฉลี่ย ตัวละ 2.5 หมื่นบาท สำหรับแม่งัวคุณภาพกลางๆ ที่เลี้ยงแบบยืนโรง .... 20 แม่ เราจะได้ไม่ต่ำกว่า 4.5 - 5 แสนบาทแน่ๆนอนๆ ..... แต่ถ้าเราตัดหญ้าให้งัวกิน โดยไม่ปลูกหญ้าเนเปียร์นะ แรงงาน 2 คนกับงัว 20 แม่ผมว่าให้งานน้อยไปคับ  

 ถ้ารวมตากขี้งัวแล้วเก็บใส่ถุงด้วย 2 คน 30 แม่ โดยใช้แรงงานคุณภาพกลางๆ ค่าแรงเดือนละ 7,500 - 9,000 บาท น่าจะอยู่ในเกณฑ์พอดีกับงาน ( แต่ถ้าเราให้งานแบบ ทำความสะอาดคอก ตักขี้งัวใส่รถลากแล้วขับรถลงไปกระจายในแปลงหญ้าเรา งานก็ประมาณนี้แหละคับ 25 - 35 แม่ คนงานจะไม่บ่น .... แต่ 2 ปีผ่านไป ค่าปุ๋ยเราจะไม่มีเพราะได้ขี้งัว )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 16, 2016, 01:04:58 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #104 เมื่อ: มกราคม 16, 2016, 01:01:30 PM »

ลูกงัวสาว หรือ แม่งัวตัวเปล่า งานน้อยเพราะงัวจะกินน้อย แถมไม่ถึงกะดูแลมาก ทำให้แรงงานเหลือ เราสามารถซื้องัวมาขุนเป็นเงินทุนหมุนเวียนค่าใช้จ่ายได้

บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #105 เมื่อ: มกราคม 16, 2016, 01:14:03 PM »

ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ

ใช่ครับทำสินค้าให้ขายได้ในหลายๆตลาด ถูกต้องที่สุด

ผมอยากให้ จขกท. ทบทวนตัวเองก่อนนะครับ ว่าท่านมีเป้าหมายแบบไหน อย่างไร ผมดูแล้วกำลังมึนๆ
งงๆ ไม่รู้ว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี เป้าหมายอยู่ตรงไหนครับ ตลาดไหน อย่าเชื่อคนนี้ว่า คนโน่นว่างี้
บางคนตอบโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ดูว่าคนเลี้ยงเป้าคืออะไร

อีกอย่างก่อนจะเอาอะไรมาใส่ แม่วัว ให้ท่านดูด้วยว่าลูกผสมนั้น แรกเกิดตัวเล็กตัวใหญ่ อย่าให้แม่วัว
เกิดยากนัก สงสารมันด้วย

อีกอย่างถ้าอยากได้เลือดดีๆ ผมว่าหาเก็บพวกเลือดกลางๆ มาช่วยน่าจะดีกว่า ปรับเลือดที่ไม่รู้ที่มาชัดเจน
จะได้ไม่เสียเวลาด้วยครับ


ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ  บ่ต้อง งง เด๊อค่ะ

อิฉันได้ข้อสรุปแล้วจ้ะ

-เรื่องฝูงวัวนม ตัดทิ้ง เพราะเขาขายไปแล้ว

-แม่งัวที่มีโครงสร้างดี ตัวใหญ่ พี่หมอมาตรวจให้เเล้วว่า ดี เป็นกระทบหู จ้ะ ไม่ใช่ลูกหูโดยตรง

-ใส่กำแพงแสนจ้ะ ทั้งหมดเลย เเละใส่ไปหลายตัวแล้ว  โดยใช้น้ำเชื้อของสถาบันการศึกษาเเห่งหนึ่งโดยมีน้องๆนักศึกษามาช่วยทำให้  อิฉันไม่ต้องการใบรับรองค่ะ  อิฉันอยากได้ลูกงัว 55555555

-ที่ดินกว้าง50ไร่เศษ น้ำดีมาก ไม่ทำพืชไร่แล้วจ้ะ เบื่อราคาแกว่งลง ปลูกหญ้าดีกว่า มีสารพัดจ้ะ หญ้าขน หญ้าเนเปียร์ หญ้าอะไรอีกก็เรียกไม่ถูกน่ะ น้องๆนักศึกษาเขามาจัดให้  เราก็ตอบแทนกันตามประสาคนไทย

-งัวฝูงนี้ ต้องซื้อไว้เอง เพราะหลานที่เป็นเจ้าของงัวนั้น เขาได้ทุนไปเรียนต่อที่ญึ่ปุ่น  อิฉันก็เลยต้องยืมตังค์บิดามาจ่าย5555 ตอนนี้รอกู้สกกรณ์อยู่ ก็จะได้คืนเงินให้บิดาไป

-เลี้ยงแบบ บำนาญจ้ะ ไม่เร่งไม่รีบ เพราะเหลืออายุราชการอีก 12 ปีแต่เรามันแค่ลูกจ้าง 555555



ประสบการณ์ผมเคยมาแล้ว

ผมเข้าเมืองไปทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนในเมือง .... คนรู้จักกัน เขาขายถั่วเขียวได้เงินมา 7 พันบาท แล้วซื้อแม่งัวมา 1 แม่

ผ่านไป 10 ปี ผมทำงานได้เงินเดือนไม่กี่บาทบาท .... เขามีงัวเกือบ 100 ตัว

ผมกำเงินกลับบ้าน ไม่กี่บาท เขาขายงัวยกฝูงได้เงินเป็นล้าน

..............

เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ผมตัดสินใจกลับบ้านมาเลี้ยงงัว  เพื่อนมันก้าวหน้าในที่ทำงานมันไป  วันนี้เงินเดือนมันก็ได้ไม่เท่าไหร่ ในระดับแค่หัวหน้ากลางๆ  .... วันนี้ผม อาจจะไม่เท่ากับระดับ  CEO  อต่งานกินเงินเดือน หรือ รับราชการระดับเส้นสายพิเศษ  อายละกัน
บันทึกการเข้า
11lee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #106 เมื่อ: มกราคม 19, 2016, 05:44:30 PM »

ครับ.ขอบคุณสำหรับคำแนะนำต่างๆครับ
ตอนนี้แม่วัวสาวที่ซื้อมาคลอดลูกมาแล้ว 3 แม่ ตัวผู้ 2 ตัวเมีย 1 เลี้ยงแค่ 7 เดือนคลอดคงเป็นลูกติดท้องมา
ค่าใช้จ่ายต่างๆก็ประมาณที่ท่าน..markonikoveว่าแหละครับ ผมคงต้องเร่งเพิ่มปริมาณวัวให้มีซัก 30-40 แม่
แต่ที่สองจิตสองใจคือจะลองเลี้ยงวัวขุนดีไหม หรือเลี้ยงแม่วัวสบายๆไม่ต้องปวดหัวเรื่องค่าอาหารเม็ดดี ผมเลี้ยง
มายังไม่เคยให้อาหารเม็ดเลย(หรือควรให้บ้าง) แต่ที่อยากรู้คือไม่รู้ว่าจะมีปัญหาอื่นที่เรายังไม่รู้หรือยังไม่เจอหรือเปล่าครับ




Liked By: muslin2557, sompol, Terjear
บันทึกการเข้า
ผู้ใหญ่ดิ๊ค
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 88


« ตอบ #107 เมื่อ: มกราคม 29, 2016, 08:16:02 PM »

ใครมีข้อมูลจริงๆ กับ แบรงกัส  บ้าง ครับ
บันทึกการเข้า
11lee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #108 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2016, 06:44:37 PM »

ขอถามความเห็นทุกท่านเพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจหน่อยครับ
ตอนนี้วัวแม่พันธุ์ลูกผสมบรามันของผมได้เริ่มคลอดลูกแล้ว มีทั้งตัวผู้และตัวเมีย
โดยพ่อพันธุ์ที่ใช้คุมฝูงเป็นเลือดร้อยเลยมีความคิดจะเก็บลูกตัวเมียไว้เลี้ยงต่อโดย
การแยกคอกตอนอย่านมหรืออาจเปลี่ยนพ่อพันธุ์ ทีนี้เลยเกิดคำถามที่ว่าจะเปลี่ยนพ่อพันธุ์
เป็นพันธุ์อะไรดีครับ บรามันเลือดร้อย,ชาโรเล่เลือดสูง,แองกัสเลือดสูง,แบรงกัสที่เกิดจากแม่
กำแพงแสน,บีพมาสเตอร์เลือดสูง เพราะจะได้หาลูกตัวผู้มาเลี้ยงชำไว้ครับ (ราคาไม่แพงมาก)
จุดประสงค์ของผมคือถ้าเลี้ยงแม่พันธุ์ได้ตามเป้า(50แม่)จะขายลูกอย่านมทิ้งทั้งหมดทั้งตัวผู้และ
ตัวเมีย เลยอยากได้คำแนะนำว่าเมื่อได้ 50 แม่แล้ว พ่อพันธุ์ควรใช้พันธุ์อะไรดีเพราะอะไรครับ
  ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับ...ขอบคุณล่วงหน้าครับ


 


Liked By: sompol, Terjear, muslin2557
บันทึกการเข้า
teppatut
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 516


« ตอบ #109 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2016, 10:06:55 AM »

ขอถามความเห็นทุกท่านเพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจหน่อยครับ
ตอนนี้วัวแม่พันธุ์ลูกผสมบรามันของผมได้เริ่มคลอดลูกแล้ว มีทั้งตัวผู้และตัวเมีย
โดยพ่อพันธุ์ที่ใช้คุมฝูงเป็นเลือดร้อยเลยมีความคิดจะเก็บลูกตัวเมียไว้เลี้ยงต่อโดย
การแยกคอกตอนอย่านมหรืออาจเปลี่ยนพ่อพันธุ์ ทีนี้เลยเกิดคำถามที่ว่าจะเปลี่ยนพ่อพันธุ์
เป็นพันธุ์อะไรดีครับ บรามันเลือดร้อย,ชาโรเล่เลือดสูง,แองกัสเลือดสูง,แบรงกัสที่เกิดจากแม่
กำแพงแสน,บีพมาสเตอร์เลือดสูง เพราะจะได้หาลูกตัวผู้มาเลี้ยงชำไว้ครับ (ราคาไม่แพงมาก)
จุดประสงค์ของผมคือถ้าเลี้ยงแม่พันธุ์ได้ตามเป้า(50แม่)จะขายลูกอย่านมทิ้งทั้งหมดทั้งตัวผู้และ
ตัวเมีย เลยอยากได้คำแนะนำว่าเมื่อได้ 50 แม่แล้ว พ่อพันธุ์ควรใช้พันธุ์อะไรดีเพราะอะไรครับ
  ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับ...ขอบคุณล่วงหน้าครับ


 
เป็นผมเลือกที่จะหาพ่อพันธุ์บรามันมาคุมฝูงเหมือนเดิมเพราะตลาดมันกว้างดี ถ้าอยากเลี้ยง ชาโรเล่ หรือสายพันธุ์ อื่นๆ ให้ผสมเทียมเอา โดยใช้พ่อพันธุ์บรามันที่เรามีจับสัดแล้วให้หมอมาผสมเทียมให้


Liked By: Terjear
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #110 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2016, 11:09:22 AM »

แม่ 50 แม่ถ้าผสมเทียมแบบให้คนงานดูแล ส่วนเราไปทำงานอื่นๆ แล้วมาดูแค่ช่วงเวลาว่าง .... เท่าที่เจอๆมา ได้ลูกซัก 30 ตัวต่อปีนี่ก็ถือว่าหรูแล้วล่ะ ( อย่างน้อยก็ต้องเจอปัญหาแม่งัวให้ลูกห่าง )

ความกว้าง - แคบของตลาดงัวบราห์มัน .... แยกตามเพศ และ สายพันธุ์เลยนะ

1. เพศผู้ ... ตลาดงัวยุโรป ต่อให้ถูกที่สุดก็ได้แค่ เท่ากับบราห์มัน  เพราะไงเสีย งัวเหล่านี้ ก็ต้องเอามาขุนในคอกเดียวกะบราห์มัน แล้วเข้าโรงเชือดเดียวกะบราห์มัน .... ความได้เปรียบของพวกติดยุโรป มันจะอยู่ตรงที่ ยุโรปขุนขึ้นดีกว่าบราห์มันของกรม และ ของชาวบ้าน ( ของฟาร์มเอกชน ได้เท่ากัน )  ถ้าช่วงเวลาตลาดปรกติ เขาก็จะซื้อในราคาที่สูงกว่าบราห์มันอยู่เล็กๆน้อย ( แต่ช่วงนี้ ตลาดซบ ราคาเลยเท่ากัน ) ..... แต่ถ้าช่วงเวลาตลาดพุ่งๆ การท่องเที่ยวดีๆ นักท่องเที่ยวมาซื้ออาหารตามร้านหรูๆเยอะๆ  งัวแองกัส กับ ชาโรเล่ ที่มีสายเลือดเกิน 50 % ขึ้นไปจะราคาดีมากๆ ( 3 ปีก่อนราคาแพงกว่าบราห์มันตัวละ 1 หมื่นบาท )

2. เพศเมีย .... ลำบากหน่อย ราคาดีเป็นพักๆ เวลาพวกคนเรียนสูงๆ บ้าแห่ มาเลี้ยงงัวกันทีนึง ราคาก็จะแพงทีนึง ....

 เพราะตำรา นิตยสาร สื่อต่างๆ อยู่ในมือนายทุน พวกนี้เขาเลี้ยงงัวขุนกันเป็นหลัก ( เพราะเลี้ยงงัวแม่ไม่ได้ ที่ดินไม่พอ ... เงินหนาเกินไป )  .....  งัวยุโรป มันขุนดีที่สุด พวกนี้ก็จะชี้นำสื่อให้เขียนเชียร์ยุโรป  พอคนที่เข้ามาหาความรู้  หรือ พวกข้าราชการ นักวิชาการต่างๆ รับกระแสสังคมตรงนี้  ( แบบขาดประสบการณ์ )  ก็จะเข้าใจผิดว่างัวยุโรป คือ ทางเลือกที่ดีที่สุด  .....  ทั้งที่ความจริงแล้วทุกพันธุ์ ดีเท่าๆกันหมดแหละ เพียงแค่ว่า เรามีปัญญาหาเงินลงทุนมาจัดการคอกเราให้ รองรับงัวสายพันธุ์ใหน เท่านั้นเอง

แล้วต้องยอมรับว่า .... มนุษย์เงินเดือน ขาดทักษะเรื่องการบริหารความคุ้มค่าของการลงทุนอย่างร้ายแรง .... ผลก็คือ เวลาคนเหล่านี้แห่กันมาซื้องัวไปเลี้ยงทีนึง ราคางัวก็จะแพงลิบลิ่วทีนึง  .... พอคนเหล่านี้ขี้เกียจเลี้ยงงัวทีนึง ราคางัวก็จะพังเละเทะทีนึง .... เป็นแบบนี้มาตลอดเวลานั่นแหละ

แม่งัวยุโรปแต่ละสายพันธุ์ จะมีความยากง่ายในตัวมันเองเรื่องการจัดการ .... ซึ่งคนเลี้ยงงัวส่วนใหญ่ของประเทศนี้ เขาเลี้ยงงัวไล่ทุ่ง หรือ ไล่ป่าเขา .... ทำให้งัวยุโรป ไม่สามารถรองรับรูปแบบการเลี้ยงตรงนี้ได้ โดยปรกติแล้ว ราคาลูกงัวเพศเมีย ยุโรป จึงถูกกว่าบราห์มันอยู่ตลอดเวลา

งัวชาโรเล่ ค่อนข้างดุร้าย ต่อให้คนเลี้ยงรายเล็กๆแค่ ตัว สองตัว งัวไม่เคยโดนแดด เขาก็ไม่เลี้ยงเพราะเสี่ยงต่อชีวิต (  ความจริง แค่ตัดเขาทิ้งก็สิ้นเรื่องแล้วล่ะ ) ....
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #111 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2016, 11:19:14 AM »

ปล. ชาโรเล่ ไม่มีเขาขวิดเราเต็มๆแบบไม่ระวังนี่จุกได้เรื่องเหมือนกันนะ คนแก่ เเข้งขาหักเอาได้ ... งัวเวลามันหงุดหงิด มันไม่ได้แค่ขวิดเท่านั้น บางทีก็เตะ โถมเข้าใส่ เหยียบเราซี่โครงหักเอาได้

ในคอก ถ้ามีตัวใหนอ่อนแอกว่าเขา  บางทีมันรุมขวิดจนตายคาคอกเชียวนะ .... นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่เกษตรกรทั่วๆไปส่วนใหญ่ไม่นิยมเลี้ยงแม่งัวยุโรป

ปล. 2 ผมก็ไม่เลี้ยงคับ เพราะคอกงัวผมอยู่กลางทุ่งโดดๆ  งัวทุกตัวไม่เคยโดนเชือก มาตั้งแต่เกิด ไม่มีการเจาะดังสนตะพายไดๆทั้งสิ้น  ..... เป็นมาตรการพื้นฐานเพื่อป้องกันการโจรกรรม ( เห็นอีสานโขมยกันสนุกสนานเพราะงัวจับง่ายนี่แหละ ) ... ทำให้ผมเลี้ยงงัวชาโรเล่ไม่ได้
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: