หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 ... 18   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ  (อ่าน 88208 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
wasan.ceo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #80 เมื่อ: มกราคม 07, 2016, 10:01:56 AM »

ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ

ใช่ครับทำสินค้าให้ขายได้ในหลายๆตลาด ถูกต้องที่สุด

ผมอยากให้ จขกท. ทบทวนตัวเองก่อนนะครับ ว่าท่านมีเป้าหมายแบบไหน อย่างไร ผมดูแล้วกำลังมึนๆ
งงๆ ไม่รู้ว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี เป้าหมายอยู่ตรงไหนครับ ตลาดไหน อย่าเชื่อคนนี้ว่า คนโน่นว่างี้
บางคนตอบโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ดูว่าคนเลี้ยงเป้าคืออะไร

อีกอย่างก่อนจะเอาอะไรมาใส่ แม่วัว ให้ท่านดูด้วยว่าลูกผสมนั้น แรกเกิดตัวเล็กตัวใหญ่ อย่าให้แม่วัว
เกิดยากนัก สงสารมันด้วย

อีกอย่างถ้าอยากได้เลือดดีๆ ผมว่าหาเก็บพวกเลือดกลางๆ มาช่วยน่าจะดีกว่า ปรับเลือดที่ไม่รู้ที่มาชัดเจน
จะได้ไม่เสียเวลาด้วยครับ
บันทึกการเข้า

NKC
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 467


« ตอบ #81 เมื่อ: มกราคม 07, 2016, 04:36:44 PM »

ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้


ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ

ใช่ครับทำสินค้าให้ขายได้ในหลายๆตลาด ถูกต้องที่สุด



ผมอยากให้ จขกท. ทบทวนตัวเองก่อนนะครับ ว่าท่านมีเป้าหมายแบบไหน อย่างไร ผมดูแล้วกำลังมึนๆ
งงๆ ไม่รู้ว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี เป้าหมายอยู่ตรงไหนครับ ตลาดไหน อย่าเชื่อคนนี้ว่า คนโน่นว่างี้
บางคนตอบโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ดูว่าคนเลี้ยงเป้าคืออะไร

อีกอย่างก่อนจะเอาอะไรมาใส่ แม่วัว ให้ท่านดูด้วยว่าลูกผสมนั้น แรกเกิดตัวเล็กตัวใหญ่ อย่าให้แม่วัว
เกิดยากนัก สงสารมันด้วย

อีกอย่างถ้าอยากได้เลือดดีๆ ผมว่าหาเก็บพวกเลือดกลางๆ มาช่วยน่าจะดีกว่า ปรับเลือดที่ไม่รู้ที่มาชัดเจน
จะได้ไม่เสียเวลาด้วยครับ
โดนใจเลยครับ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
เลี้ยงวัวนอกจากสายพันธุ์ที่สำคัญแล้วคือการจัดการครับ จะรอดไม่รอดอยู่ตรงนี้แหละ
ผมเคยบอกไปหลายท่านแล้ว สภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ อาหารหยาบแต่ละที่ไม่เหมือนและไม่เท่ากัน
จะเอาการจัดการภาคหนึ่งไปใช้กับอีกภาคหนึ่งไม่ได้ทั้งหมด เลี้ยงวัวไม่มีคำว่าถูกต้องที่สุดนะครับ
มีแต่เหมาะสมที่สุด
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #82 เมื่อ: มกราคม 07, 2016, 05:20:57 PM »

นครสวรรค์ กำแพง ตาก พิดโลก สุโขทัย .... ขายตลาดนัดที่เดียวกัน คนซื้อคนเดียวกัน พ่อค้าคนเดียวกัน
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #83 เมื่อ: มกราคม 07, 2016, 05:34:50 PM »

ลุ่มแม่น้ำเดียวกัน  ความอุดมสมบูรณ์เท่ากัน แม้แต่โรงงานผลิตอาหารถุงยังโรงเดียวกันเลย .... ดีไม่ดี โรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรโรงเดียวกันอีกตะหาก

..........

จริงๆ ผมพูดไปแล้วนะ จขกท. เขาก็เข้าใจประเด็นนี้ดีไปแล้วด้วย .... เขาพูดว่า ไขมง ไขมัน ช่างหัวมันเถอะ ปรับสภาพพื้นฐานการเป็นงัวเนื้อก่อนดีกว่า .... คำว่าปรับสภาพการเป็นพื้นฐานงัวเนื้อก่อนนี่ น่าจะเป็น อิทธิพลของ หมอผสมเทียม นะ

ข้อมูลเรื่องสายพันธุ์ จขกท. ได้ครบหมดไปแล้ว และตัดสินใจในทางเลือกของตนเอง  ที่ได้เลือกด้วยตัวเอง แบบมีข้อมูลชัดๆ เต็มๆ ไม่ได้งงด้วย เพราะ จขกท. มีประสบการณ์เรื่องงัวมานานหลายปีมากแล้ว  ไม่ใช่มือใหม่ที่ไร้ข้อมูลในมือ ด้วย

..........

ปล. เรื่อง งัวยุโรป ราคาแพง ... เป็นข้อมูลเก่าแบบไม่เรียลไทม์

วันนี้ งัวยุโรปส่งสหกรณ์ ต้องไปเป็นสมาชิกของสหกรณ์ ใช้น้ำเชื้อของเขา ( หรือ พ่องัวที่เขายอมรับเท่านั้น ) แม่งัวของเราต้องผ่านสายตาของคนดูแลว่าผ่าน เกณฑ์มาตรฐาน ..... ไม่เช่นนั้นจะขายไม่ได้

หรือไม่ก็ต้องเป็นคอนแทรคฟาร์มมิ่งกับ สมาชิกสหกรณ์เขา ซึ่งสมาชิกที่เป็นคนขุนงัวเห็นแม่เรา และ ลูกงัวเราแล้วพอใจซื้อของเราไปขุน ..... ไม่งั้นก็ต้องขายเข้าตลาดนัด

  ตลาดนัดวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น บราห์มันสายเลือดสูงๆ ยุโรปสวยๆ หรือแม้แต่งัวแกลบ ราคาเดียวกันหมด   .... ส่วนเรื่องว่าเป็นเพราะอะไร ผมพูดไปหลายรอบแล้ว หลายคนก็รับรู้ข้อมูลนี้เป็นอย่างดี

กรมปศุสัตว์ ไม่รับฝากน้ำเชือของ สหกรณ์ หรือ ของเอกชน ถ้าเราจะใช้น้ำเชื้อของสหกรณ์ หรือ งัวที่สหกรณ์ยอมรับ ต้องบักลอบทำเท่านั้น .... โดยต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ผสมเทียม ( มีหลายคนไม่เอากะเราด้วย ) . หรือไม่ก็ต้องไปจ้างหมอเอกชนมาผสมเทียม ซึ่งค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ผสม ตัวนึงอาจจะตกถึง 3,000 บาทเลยก็ได้ .... บางคนคิดค่าแรง ขั้นต่ำ 500 บาท แล้วตามด้วยระยะทาง กม. ละ 2 - 3 บาท .....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 07, 2016, 07:53:31 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #84 เมื่อ: มกราคม 07, 2016, 05:42:40 PM »

เห็นคนเก่งๆ คนฉลาดๆ หลายๆคนพล่ามเรื่องงัวจากออสเตรเลีย ....

ผมเตือนเรื่องงัวพม่าดีกว่า .... ซึ่งปรากฏการณ์ ลูกงัวทุกสายพันธุ์ราคาไกล้เคียงกันหมด ไม่มีแต้มต่อ ไม่มีสายเลือด ไม่มียุโรป ไม่มีชาโรเล่ส์ .... มีแต่ลูกงัวเนื้อ มีแต่เนื้อที่ชำแหละได้เท่านั้น

ซึ่งเราทดลองเหตุการณ์นี้กันมาได้ กว่า 8 เดือนมาแล้ว .....

 ที่วันนี้ งัวยุโรป ราคาเท่ากะบราห์มันทุกประการ ( แล้วเราจะต้องเจอเรื่องนี้จนกว่า เศรษฐกิจโลกจะฟื้น การท่องเที่ยวจะคืนมาด้วย ) ....

ส่วนงัวแกลบ ราคาเท่า บราห์มัน และ ยุโรป เราเจอมาได้ 4 เดือนแล้ว ( เพราะงัวขุนส่งออกไม่ได้เนื่องจากคนขุนงัวใส่ สารเร่งเนื้อแดงในอาหารสัตว์ ) .... แต่ตอนนี้ สถาณการณ์นี้กำลังคลี่คลายลงแล้ว เพราะเราส่งออกงัวกันได้แล้ว .... ก็จะเหลือแต่งัว ชาโรเล่ส์ กับ บราห์มัน ที่ราคาเท่ากันทุกประการณ์เท่านั้นที่ยังต้องเผชิญกันต่อไป

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 07, 2016, 05:47:05 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #85 เมื่อ: มกราคม 07, 2016, 05:49:53 PM »

คอนแทรคฟาร์มิ่ง .... ทางเหนือๆ คนขุนเขาไม่ขึ้นมาดูหรอก เพราะแค่งัวทางใต้ วันนี้ก็มีให้เลือกจนเต็มกำลังรับซื้อของสหกรณ์แล้ว ( ย้ำคำว่า " เต็มกำลังรับซื้อ " เพราะถ้าเต็มกำลังผลิต ของคนขุน หรือ ของสหกรณ์ แล้วยังรับได้อีกเยอะ )
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #86 เมื่อ: มกราคม 07, 2016, 07:47:48 PM »

สำหรับการให้น้ำหนักที่การบริหารจัดการสูงๆ จะเกิดในกรณีที่เราเลี้ยงงัวสายพันธุ์ / หรือ สายเลือด ที่ฝืนสภาพของทรัพยากรในท้องถิ่นเรามากๆ .... จึงทำให้เราต้องมีการจัดการเพิ่มเสริมขึ้นมาจากการปรับสภาพแวดล้อมของคอกเราให้เข้ากับงัว

เช่น ......

 เรื่อง อาหารข้นในฤดูแล้ง เนื่องจากท้องถิ่นของเราหาหญ้าให้กินไม่ทัน ... ซึ่งในบางสายพันธุ์ หรือ สายเลือด เขาไม่มีความจำเป็นในเรื่องนี้ เพราะสามารถอยู่รอด และให้ผลตอบแทนได้ด้วยหญ้าแห้งๆที่มีอยู่นั่นแหละ

ดังนั้น ทรัพยากรในท้องถิ่นเราจะเป็นตัวกำหนดสายพันธุ์ หรือ สายเลือดของงัวเรา .... ( ควบคู่กับ การตลาด และ เงินทุน ) ....

ว่าเราลงทุนเรื่องอาหารข้นระดับใหน งัวจึงจะยังคงให้ผลผลิตแก่เราได้ โดยที่เราจะไม่ต้องควักกระเป๋าตังจ่ายค่าอาหารสัตว์มากจนเกินไป ( เด๋วขายลูกงัวแล้วจะไม่เหลือเอา )

ในขณะเดียวกันที่ ลูกงัวเราต้องเป็นที่ต้องการของตลาด ขายได้ราคาดี .... แม้บางครั้งทรัพยากรไม่อำนวยต่อการเลี้ยงงัวขายตลาดเนื้อที่ราคาแพงมากๆ เราอาจจะต้องเลือกเลี้ยงสายพันธุ์ที่ด้อยลงมา เพื่อไม่ให้ต้นทุนเราสูงจนเกินระดับจุดคุ้มทุน ( หรือ จุดทางเลือกของการลงทุนในโอกาสที่เท่าเทียมกัน .... แบบว่า ถ้าเลือกทางอื่นแล้วได้ดีกว่า )

บันทึกการเข้า
phlox
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #87 เมื่อ: มกราคม 07, 2016, 07:54:30 PM »

ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ
ขุนทางใต้ สหกรณ์ เค้าวิ่งมารับด้วยเหรอครับ ไม่เคยรู้จริงๆครับ

สมัครเป็นสมาชิกได้ครับ แบบกลางน้ำ มีแม่วัวลูกผสมบราห์มันหรือลูกผสมยุโรป3แม่ขึ้นไป คอกแข็งแรงก็สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ วัวกลางน้ำคือตัวผู้ลูกผสมเลือดเมืองหนาวไม่ต่ำกว่า50% ผลัดฟันไม่เกิน1คู่ น้ำหนัก400กก เกินได้นิดหน่อย ส่วนมากจะส่งกันแบบนี้ครับ
ครับ ขอบคุณมากครับ ก็เป็นอีกทางเลือก


Liked By: NKC, pom2day
บันทึกการเข้า
pom2day
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 45


« ตอบ #88 เมื่อ: มกราคม 07, 2016, 09:01:55 PM »


กรมปศุสัตว์ ไม่รับฝากน้ำเชือของ สหกรณ์ หรือ ของเอกชน ถ้าเราจะใช้น้ำเชื้อของสหกรณ์ หรือ งัวที่สหกรณ์ยอมรับ ต้องบักลอบทำเท่านั้น .... โดยต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ผสมเทียม ( มีหลายคนไม่เอากะเราด้วย ) . หรือไม่ก็ต้องไปจ้างหมอเอกชนมาผสมเทียม ซึ่งค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ผสม ตัวนึงอาจจะตกถึง 3,000 บาทเลยก็ได้ .... บางคนคิดค่าแรง ขั้นต่ำ 500 บาท แล้วตามด้วยระยะทาง กม. ละ 2 - 3 บาท .....

รบกวนขยายข้อคิดเห็นในส่วนนี้หน่อยครับ ผมความรู้ยังน้อย
คำว่า "กรมปศุสัตว์ ไม่รับฝาก น้ำเชือของ สหกรณ์ หรือ ของเอกชน ถ้าเราจะใช้น้ำเชื้อของสหกรณ์ หรือ งัวที่สหกรณ์ยอมรับ ต้องบักลอบทำเท่านั้น .... โดยต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ผสมเทียม"

1.
ไม่รับฝาก  หมายถึงอะไรครับ ที่ผมเข้าใจตอนนี้คือ ไม่ให้เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ ทำการผสมเทียมโดยใช้ น้ำเชื้อของเอกชน หรือสหกรณ์ ใช่ไหมครับ?
หรือว่า
ฝากน้ำเชื้อ(หลอดน้ำเชื้อ)ของเอกชน โดยฝากไว้ที่เจ้าหน้าที่กรม

2.
บักลอบ ใช่ ลักลอบ ไหมครับ
แล้วทำไมต้องใช้คำว่าลักลอบครับ หรือว่า จนท.ผสมเทียมของกรม ห้ามรับงานนอกครับ ถ้าเราให้อานิจสินจ้าง ถือว่าผิดเลย?
แล้วในใบผสมเทียมก็จะระบุผู้ผสมเทียม(หมอ)อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ

 โกรธ
ขอบคุณครับ


Liked By: phlox
บันทึกการเข้า
NKC
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 467


« ตอบ #89 เมื่อ: มกราคม 08, 2016, 12:12:00 AM »

ทุกวันนี้ผมยังไม่เคยเห็นสหกรณ์ไหนบังคับใช้น้ำเชื้อของเค้าและก็ไม่เคยเห็นว่าสหกรณ์ไหนมีน้ำเชื้อขายเลยนะครับ
ชาวบ้านหรือสมาชิกล้วนหาเองทั้งนั้นไม่ว่าจะของกรมปศุสัตว์ หน่วยงาน นทพ ที่สนับสนุนโพนยางคำ ทุกๆสหกรณ์แค่มีกำหนดว่า
วัวเข้าขุนสายเลือดเมืองหนาวต้องไม่ต่ำกว่า50% ส่วนสมาชิกจะสะดวกของนอก ของไทย ของหลวงเค้าไม่เคยบังคับ
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #90 เมื่อ: มกราคม 08, 2016, 05:49:45 AM »

ลักลอบ คับ พิมพ์ผิด

น้ำเชื้อเรามีแม่งัวแค่ ไม่กี่ตัวจะให็ลงทุนซื้อถังมาใช้เอง ความคุ้มค่าของการลงทุนสำหรับเกษตรกรรายย่อยลำบากคับ ... ดังนั้นถ้าเราจะกำหนดตัวพ่องัวที่เราต้องการ เอาน้ำเชื้อของเราไปฝากในถังของหมอผสมเทียมไว้ หรือให้หมอซื้อมาเก็บรอเราไว้

กรมมีนโยบาย ไม่รับของเอกชนทุกราย ไม่ว่าจะรับฝาก รับผสม ไดๆทั้งสิ้น หากเจ้าหน้าที่คนได รับของเอกชนมีความผิด  .... โดยจะมีการสุ่มตรวจถังทุกเดือน ทั้งจากจังหวัด และ เขต

ถ้าเราต้องการเอาน้ำเชื้อจากข้างนอก ต้องคุยกะเจ้าหน้าที่ให้รู้เรื่องว่าเขา จะยอมลักลอบ แอบนำน้ำเชื้อของเอกชนมาใส่ถังไว้ให้เราได้หรือไม่ .... เพราะมันคืออณาคตหน้าที่การงานของเขา

ห้ามแม้กระทั่ง รับจ้างผสมให้น้ำเชื้อเอกชนด้วย ... แม้ไม่ได้เอาน้ำเชื้อมาฝากในถังของกรมก็ตาม

หมอผสมเทียมของกรม  จะไม่ออกใบผสมเทียมให้กับน้ำเชื้อเอกชนคับ เพราะตัวเองจะมีความผิด .... สมาคมเขางัวต่างๆ ที่ใช้น้ำชื้อของเอกชน เขาจึงมีกลุ่มของเขาในการแสวงหาหมอของตนเองโดยไม่ใช้ของกรมกันคับ
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #91 เมื่อ: มกราคม 08, 2016, 06:05:02 AM »

เรื่อง มาตรฐานสายพันธุ์งัวชาโรเล่ 50% ขึ้นไป แค่นั้น .... ข้อมูลไม่เรียลไทม์อีกแล้ว ( และอาจจะเป็นข้อมูลเฉพาะท้องถิ่นด้วย )

วันนี้คนจะขายลูกงัวชาโรเล่ ให้ได้แพงๆแบบแต่ก่อน มีไม่กี่รายเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครมีงัวลูกผสมบราห์มันแค่ 3 - 5 แม่ก็ไปสมัครเป็นสมาชิกแล้วขายลูกงัวเข้าระบบสมาชิกได้เลย .... แถมถ้าไม่สมัครเป็นสมาชิก ก็ไม่ต้องฝันจะขายลูกงัวแพงๆด้วย ( ราคาบราห์มันนี่แหละ ....  เมื่อเดือนที่แล้วราคางัวแกลบเลยด้วยซ้ำ  )

เพราะเรื่องสภาพการตลาด ( ผมพูดไปหลายรอบแล้ว ) ทำให้สหกรณ์ลดกำลังการขุนงัวลงไปเยอะมากๆ วันนี้ สหกรณ์ คัดงัวเข้าขุนเฉพาะที่มีคุณภาพดีจริงๆเท่านั้น .... ไม่ใช่ว่า แค่มีงัวชาโรเล่เลือดเกิน 50 % สหกรณ์ก็จะรับหมด

ทางใต้ค่าขนส่งไม่เท่าไหร่ แถมอุดมสมบูรณ์ทำให้เลี้ยงแม่งัวคุณภาพสูงๆได้ ปัญหาการคัดเลือกแม่งัวจึงไม่ค่อยมี แต่ทางเหนือไม่ใช่ วันนี้ จะขายลูกงัวเข้าสหกรณ์เขาต้องดูแม่งัวด้วย .... อีกทั้งวันนี้มีการกำหนดตัวพ่องัวที่จะเอามาขุนด้วยว่า ไม่เอาตัวใหน ซึ่ง คนที่ไม่มีแม่งัวยุโรป ก็จะต้องใช้งัวชาโรเล่ ในการผสม ... รู้สึกว่าของกรม วันนี้จะไม่รับซื้อแล้วนะ เห็นพวกบ่นกันว่าต้องใช้น้ำเชื้อของเอกชน จ่ายค่าจ้างหมอมาจากต่างถิ่น ค่าผสมแพงมากๆ ( หมอกรมก็ใช้บริการไม่ได้ เพราะต้องมีใบรับรองการผสมเทียมไปยื่น ไม่งั้นไม่ซื้อ )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 08, 2016, 06:13:12 AM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #92 เมื่อ: มกราคม 08, 2016, 06:10:31 AM »

วันนี้ ถ้าไม่เข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ แล้วทำงัวในแบบที่สหกรณ์กำหนด .... ไม่ต้องคิดจะขายลูกงัวชาโรเล่ ในราคาแพงๆหรอกคับ ( เท่ากะบราห์มันทุกประการ )

ส่วนสภาพตลาด อณาคตมันเปลี่ยนแปลงกันได้ ... เราเริ่มผสมวันนี้ อีก เกือบ 3 ปีข้างหน้านั่นแหละจึงจะขายลูกงัวเข้าสหกรณ์กันได้ วันนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมั่ง อันนี้ไม่คงตอบกันยากสักหน่อย
บันทึกการเข้า
phlox
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #93 เมื่อ: มกราคม 08, 2016, 08:16:57 PM »

เรื่อง มาตรฐานสายพันธุ์งัวชาโรเล่ 50% ขึ้นไป แค่นั้น .... ข้อมูลไม่เรียลไทม์อีกแล้ว ( และอาจจะเป็นข้อมูลเฉพาะท้องถิ่นด้วย )

วันนี้คนจะขายลูกงัวชาโรเล่ ให้ได้แพงๆแบบแต่ก่อน มีไม่กี่รายเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครมีงัวลูกผสมบราห์มันแค่ 3 - 5 แม่ก็ไปสมัครเป็นสมาชิกแล้วขายลูกงัวเข้าระบบสมาชิกได้เลย .... แถมถ้าไม่สมัครเป็นสมาชิก ก็ไม่ต้องฝันจะขายลูกงัวแพงๆด้วย ( ราคาบราห์มันนี่แหละ ....  เมื่อเดือนที่แล้วราคางัวแกลบเลยด้วยซ้ำ  )

เพราะเรื่องสภาพการตลาด ( ผมพูดไปหลายรอบแล้ว ) ทำให้สหกรณ์ลดกำลังการขุนงัวลงไปเยอะมากๆ วันนี้ สหกรณ์ คัดงัวเข้าขุนเฉพาะที่มีคุณภาพดีจริงๆเท่านั้น .... ไม่ใช่ว่า แค่มีงัวชาโรเล่เลือดเกิน 50 % สหกรณ์ก็จะรับหมด

ทางใต้ค่าขนส่งไม่เท่าไหร่ แถมอุดมสมบูรณ์ทำให้เลี้ยงแม่งัวคุณภาพสูงๆได้ ปัญหาการคัดเลือกแม่งัวจึงไม่ค่อยมี แต่ทางเหนือไม่ใช่ วันนี้ จะขายลูกงัวเข้าสหกรณ์เขาต้องดูแม่งัวด้วย .... อีกทั้งวันนี้มีการกำหนดตัวพ่องัวที่จะเอามาขุนด้วยว่า ไม่เอาตัวใหน ซึ่ง คนที่ไม่มีแม่งัวยุโรป ก็จะต้องใช้งัวชาโรเล่ ในการผสม ... รู้สึกว่าของกรม วันนี้จะไม่รับซื้อแล้วนะ เห็นพวกบ่นกันว่าต้องใช้น้ำเชื้อของเอกชน จ่ายค่าจ้างหมอมาจากต่างถิ่น ค่าผสมแพงมากๆ ( หมอกรมก็ใช้บริการไม่ได้ เพราะต้องมีใบรับรองการผสมเทียมไปยื่น ไม่งั้นไม่ซื้อ )
ผมยังไม่มีประสบการณ์เลย มีแค่ความรู้ที่หาอ่านในเน็ต เบื้องต้นคงแค่เลี้ยงให้รอดให้โตก่อน ค่อยขยับไปเป็นเลี้ยงให้มีลูก หลังจากนั้นค่อยว่ากัน แล้วก็ไม่คาดหวังว่าจะขายลูกวัวในราคาแพงๆ เอาแค่พอมีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย เดือนนึงตกซัก หมื่นห้าก็พอแล้วครับ (เพราะทุกวันนี้ก็ได้เงินเดือนแค่ หมื่นสอง เองครับ ยังมีค่ารถ ค่าเสื้อผ้า ค่าอาหาร จิปาถะ) ถ้า อยู่บ้าน ค่าน้ำมันรถก็ไม่มี อาหารก็หุงกินทำกินเอง ผักหญ้าก็ปลูกกินเอง เสื้อผ้าก็ใส่อะไรก็ได้ น่าจะประหยัดได้โขอยู่ คงอีกพักใหญ่หล่ะครับ กว่าจะเข้ารูปเข้ารอย ระหว่างนี้ก็เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆครับ
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #94 เมื่อ: มกราคม 10, 2016, 08:21:38 AM »

สมาชิกสหกรณ์ สมัครไว้ก่อนไม่เสียหายคับ แค่เสียตังค่าสมัคร ( ส่วนค่าหุ้น เป็นเงินสะสมของเรา แต่เบิกออกมาไม่ได้ จนกว่าเราจะลาออก ) ... แต่ที่แน่ๆ ได้ปันผลจากค่าหุ้น ขึ้นอยู่กับผลประกอบการณ์ ซึ่งเทียบกะเอาเงินไปซื้อพันธบัตร หรือกองทุนของรัฐ / ธนาคารแล้ว ได้ผลตอบแทนเยอะกว่าแน่ๆ ( ส่วนกองทุนของเอกชน บางช่วงเศรษฐกิจดีๆ คงสู้เขาไม่ได้หรอก )

สหกรณ์ นครปฐม เป็นระบบสหกรณ์ ที่มีความเป็นสหกรณ์สูงที่สุด การค้ากับสหกรณ์นครปฐมจึงเป็นการค้าที่เป็นธรรมมากที่สุด  

สหกรณ์ โพนยางคำ เป็นสหกรณ์ ที่ให้ลักษณะ ระบบของ state capitalism สูงมากๆ จนเกือบๆกลายเป็นว่า ตัวสหกรณ์มีความไกล้เคียงนายทุนสามานย์ ที่ขูดรีดสมาชิกของตนเอง เสียมากกว่า ด้วยระบบบริหารที่ ใช้ตัวสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นทุนผูกขาด แล้วสมาชิกเป็นเพียงลูกเล้าให้กับสหกรณ์เท่านั้น

รูปแบบของโพนยางคำ จะไกล้เคียงกับ การทำ คอนแทรคฟาร์มมิ่ง กับ บ. ใหญ่ ในการเลี้ยงหมู หรือ ไก่ นั่นแหละ .... แต่จะต่างกันตรงที่ว่า สหกรณ์มีการปันผลส่วนหนึ่งคืนมาให้สมาชิก ส่วนที่เหลือ มีความไกล้เคียงกับ การบริหารของ บ. ไม่จำกัด ทั่วๆไป ( บ. ไม่จำกัดนะ ... ไม่ใช่ บ. จำกัด ) ... การอยู่ร่วมกันของสมาชิก ก็จะมีระบบชนชั้น ที่คนซึ่งมา ฐานทางสังคมก็จะเอาอำนาจบริหารไปจนหมด ( แล้วใช้อำนาจบริหารแบบเผด็จการกับสมาชิก ) ในขณะที่สมาชิกมีความสำคัญแค่ เป็นสมาชิก ให้ครบรูปแบบของสหกรณ์เท่านั้น จากนั้นก็ใช้ข้ออ้างเรื่อง สหกรณ์เป็นของสมาชิกทุกคนเป็นเกราะป้องกันตัวเอง ....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2016, 11:51:29 AM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #95 เมื่อ: มกราคม 10, 2016, 08:33:18 AM »

หนองสูง / ดอกคำไต้ / ปางศิลาทอง ..... เป็นระบบกึ่งสมาชิกนายทุน กึ่ง สหกรณ์

คือ .... จะมีสมาชิกที่มีทุนสูงมากๆ ทำหน้าที่บริหารสหกรณ์ ( หรือครอบงำก็ไม่ทราบ ) โดยสมาชิกกลุ่มนี้ ทำธุรกิจเลี้ยงโคขุนของตนเองอยู่แล้ว แต่ผลผลิตไม่เพียงพอต่อการส่งตลาด เพราะกำลังผลิตของตนเองก็มีจำกัด จึงหาเครือข่ายเกษตรกร ในระแวกให้เข้ามาร่วมกับตนเองในรูปแบบของสหกรณ์  โดยอยู่ร่วมกันกับสมาชิกรายอื่นๆ แบบพี่น้อง

ก็ดีกว่าเขาตัดสินใจทำธุรกิจนั่นแหละ ... เพราะถ้าเขาตัดสินใจทำธุรกิจ แล้วไม่เข้ามายุ่มย่ามกับสหกรณ์ ป่านนี้สหกรณ์ คงล่มกันไปนานแล้ว แบบเดียวกะ งัวตากบีฟ หรือ อีกหลายๆที่ ... ซึ่งด้วยกำลังการผลิตของนายทุนเหล่านี้ เขาสามารถ สร้างธุรกิจของตนเองได้โดยไม่ต้องสร้างสหกรณ์เลยด้วยซ้ำ .... ( ต่างจาก โพนยางคำ ที่ใช้งบ ของรัฐ เริ่มต้นในการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ )  

เพราะถ้าเขาทำธุรกิจ  สมาชิก ก็จะอยู่ร่วมกับเขา ในแบบ บ. โคขุน กับ ชาวบ้าน สายสัมพันธ์คงแย่กว่านี้เยอะ การเอาเปรียบกันคงรุนแรงกว่านี้หลายเท่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2016, 08:38:42 AM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 ... 18   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: