หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ... 18   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ  (อ่าน 85553 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #64 เมื่อ: มกราคม 05, 2016, 07:30:26 PM »

ปล. เห็นนักวิชาการสายไกล้ชิดกับ กลุ่มนายทุน / และ เศรษฐีเล่นงัว  พยายามออกมากระตุ้นสังคมเรื่องเตรียมตัวรับมืองัวจาก ออสเตรเลีย .... พูดไม่ออก

เห็นนักวิชาการกลุ่มนี้พยามเขียนบทความเผยแพร่ไปทั่ว / ไปเป็นวิทยากรที่ใหนก็เที่ยวได้พยายามพูดเรื่องนี้ / มีการจัดเวทีสัมมนา ให้คนไปฟังตัวเองและพรรคพวกยัดเยียดข้อมูลเรื่องนี้กัน

ซึ่ง .... เมื่อเทียบกะ เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ / เจ้าหน้าที่ส่งเสริมของกรมปศุสัตว์  ที่มักจะพูดถึงเรื่องการเปิด AFTA  ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ งัวจากพม่า ซึ่งจะทะลักเข้าพร้อมๆกับงัวจากออสเตรเลียนั่นแหละ

เพียงแค่เจ้าหน้าที่เหล่านี้จะพูดคุยอยู่กะเกษตรกรตามท้องถิ่นต่างๆ  มีการสัมมนาอบรมกัน ก็จะพูดคุยกันกับเกษตรกรผู้เลี้ยงงัวรายย่อย ที่เลี้ยงงัวขายตลาดนัด เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตเนื้อ .... โดยมักไม่นิยมใช้สื่อต่างๆเพื่อกระจายข่าวสาร แต่จะอาศัยการอยู่ร่วมกันกับเกษตรกร บอกกล่าวข่าวสารกันกับเกษตรกร

..........

ที่บ่นนี่ ไม่ใช่อะไรหรอกคับ แค่เสียดายทรัพยากรของชาติ ที่คนเก่งๆ คนมีความสามารถ คนมีความรู้ .... ซึ่งรัฐต้องใช้งบประมาณแผ่นดินมูลค่ามหาศาล ในการสร้างบุคคลากรเหล่านี้ขึ้นมา

 แต่บุคคลากรเชิงวิชาการ เหล่านี้กลับไม่สามารถนำสิ่งที่เขามีอยู่มาสร้างความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศชาติได้เลย .... ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ ที่ไม่ได้ใช้งบในการสร้างคนมากมายนัก กลับจะทำประโยชน์ได้มากกว่าเสียอีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 05, 2016, 07:36:06 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า

markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #65 เมื่อ: มกราคม 05, 2016, 08:18:08 PM »

ปล. 2

วันนี้ มีที่ดิน 50 ไร่ เลี้ยงงัว 50 แม่ ปลูกหญ้าให้กิน เช้าเปิดคอก เย็นปิดคอก ... งานประจำวันคือ ขนขี้งัวออกมากองๆ ตากๆ เก็บขี้งัวใส่ถุง ( แหะๆ งัว 50 แม่ ขนขี้งัวมาตากแล้วใส่ถุงคนเดียวไม่ไหวหรอก ) ขายขี้งัวถุงละ 30 บาท ( ค่าคนงาน 2 คนพอดีเลย )

รายได้หักต้นทุนแล้วนี่ เงินเดือน CEO บ.ขนาดเล็กค่อนจะถึงขนาดกลางๆ อายนะคับ

แต่เลี้ยงงัวจะได้เปรียบอย่างนึงคือ อยู่บ้านนอก ใช้ชีวิตแบบสโลวไลฟ์ นึกอยากเที่ยวก็ไม่ต้องรอเทศกาล หรือ วันหยุด แค่จัดสรรค์งานให้ลงตัวก็พอ ... ไม่ต้องอยู่กะมลพิษ สิ่งแวดล้อมแออัด แก่งแย่งแข่งขัน

บ้านก็มีให้อยู่ ข้าวก็มีให้กิน  ผักหญ้าอาหาร ผลิตเองปลูกเอง เป็ด ไก่ ไข่ ( ยกเว้นหมู ) ผักหญ้า สารพัด ... ทุกอย่างปลอดภัยหายห่วง แถมไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเพื่อซื้อหาด้วย

แถมไม่ต้องเสียภาษี อีกด้วย ( จุ๊ๆๆๆๆๆ อย่าดังไป )

ปล. 3 ผมจนคับ ที่ดินผมไม่ถึง 50 ไร่หรอก รายได้ เลยยังก้าวไม่ถึงระดับ CEO บริษัทขนาดกลางๆหรอก .....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 05, 2016, 08:23:33 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
pom2day
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 45


« ตอบ #66 เมื่อ: มกราคม 05, 2016, 08:41:23 PM »

ลูกผมยัง
เด็กผมว่าจะสร้าวัวซักฝูงเผื่อแกชอบทางนี้ ชีวิตบั้นปลายจะได้มีความสุขกับครอบครัว

หรือว่าถ้าไม่ชอบ ก็เทขายทั้งฝูงไปเลย
แต่ตอนนี้ก็ปลูกฝังเด็กอยู่ครับ

วงการ อาหาร สื่อสาร คมนาคม นุ่งห่ม ยารักษาโรค ผมว่ายังงัยก็ไปได้ครับ
บันทึกการเข้า
phlox
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #67 เมื่อ: มกราคม 05, 2016, 09:02:03 PM »

รบกวนถามนะครับ ตามอ่านมาหลายวันแล้ว ผมมีที่อยู่ 4 ไร่ กะว่าจะปลูกเนเปียร์ซัก 2 ไร่ตัดให้วัวกิน ขายลูกวัวเป็นหลัก ขายไม่ได้ค่อยขุน อยู่ในพื้นที่ จ.พังงา ฝนตกเกือบทั้งปี มีหญ้าสด มีทางปาล์มบด ให้กินทั้งปี เอาว่า อาหารอุดมสมบูรณ์มาก เรียกว่าไม่ต้องลงทุนเงินเลยในเรื่องอาหาร ลงแรงอย่างเดียว ผมอยากถามว่าควรเลี้ยงวัว พันธุ์ไหน รูปแบบการเลี้ยงยังไง เบื่อชีวิตลูกจ้างเต็มทีแล้วครับ
บันทึกการเข้า
boyk3
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #68 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 12:27:33 AM »

ผมเริ่มหันมาชอบวัวแต่ยังไม่มีสักตัว แต่พ่อผมไม่เห็นด้วย แต่ผมก็รั้นจะเลี้ยงสัก 5-6 ตัว จะเกินกำลังคนๆเดียวใหมครับ ว่าแต่ปลูกหญ้าเนเปีย 1 ไร่ สามาเลี้ยงวัวได้ประมาณกี่ตัวครับ


Liked By: sompol, Terjear
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #69 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 09:18:30 AM »

รบกวนถามนะครับ ตามอ่านมาหลายวันแล้ว ผมมีที่อยู่ 4 ไร่ กะว่าจะปลูกเนเปียร์ซัก 2 ไร่ตัดให้วัวกิน ขายลูกวัวเป็นหลัก ขายไม่ได้ค่อยขุน อยู่ในพื้นที่ จ.พังงา ฝนตกเกือบทั้งปี มีหญ้าสด มีทางปาล์มบด ให้กินทั้งปี เอาว่า อาหารอุดมสมบูรณ์มาก เรียกว่าไม่ต้องลงทุนเงินเลยในเรื่องอาหาร ลงแรงอย่างเดียว ผมอยากถามว่าควรเลี้ยงวัว พันธุ์ไหน รูปแบบการเลี้ยงยังไง เบื่อชีวิตลูกจ้างเต็มทีแล้วครับ

ฟันธงแบบง่ายๆ บราห์มัน เลือดสูงๆ ภาคใต้ เล่ เลือดสูงๆก็เลี้ยงได้นะ เพราะอาหาคสมบูรณ์มากๆ

ดูที่ต้นทุนตัวแม่งัวคับว่า ขายลูกงัวอายุ 1 ปีให้เขาเอาไปขุนแล้ว ราคาแม่ที่ซื้อมา แพงกว่าลูกงัวเท่าไหร่

ท่านลองพิจารณาเอาละกันคับว่า ถ้าแม่งัว ราคา แพงกว่าลูก 1 เท่าตัว นั่นก็เท่ากับว่าเราต้องเลี้ยงงัวถึง 2 ปีกว่าจะได้ทุนคืน .... คิดว่าคุ้มไหม กับการกำเงินมาลงทุนแบบนี้ ( กำไร ไม่ถึง 50 % ของเงินลงทุน )

หรือ ถ้า คูณ 3 ของตัวลูกล่ะ ซึ่งเราต้องเลี้ยงไปเต็มๆ 3 ปีแบบไม่ได้อะไรเลย ... แล้วลองไปเทียบกะการทำมาหากินอย่างอื่นดู ว่าลงทุนขนาดนี้ ใช้เวลาขนาดนี้ อันใหนดีกว่ากัน ( กำไร ไม่ถึง 30 % ของเงินลงทุน .... แต่ที่แน่ๆ ดอกเบี้ยธนาคารก็ปาไป 10 % แล้ว )

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในพิสัย ของการเลี้ยงงัวแบบชาวบ้านตามข้างถนนที่เขาทำมาหากินแบบไม่สร้างปัญหาให้ใครนะคับ ... ในตลาดอื่นๆ ที่รูปแบบตลาดที่ต่างออกไปนั้น ขอละไว้ละกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 06, 2016, 09:41:34 AM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #70 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 09:39:15 AM »

ผมเริ่มหันมาชอบวัวแต่ยังไม่มีสักตัว แต่พ่อผมไม่เห็นด้วย แต่ผมก็รั้นจะเลี้ยงสัก 5-6 ตัว จะเกินกำลังคนๆเดียวใหมครับ ว่าแต่ปลูกหญ้าเนเปีย 1 ไร่ สามาเลี้ยงวัวได้ประมาณกี่ตัวครับ

งัวบราห์มันสายเลือดสูงๆ ก็ 4 ตัว บราห์มันชาวบ้านตามตลาดนัดก็ 5 ตัว ... แต่หญ้าต้องสมบูรณ์นะ

เลี้ยงงัว ชีวิตเหมือนติดคุก เพราะงัวต้องกินทุกวัน เราต้องหาอาหารให้งัวทุกวัน ( ห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ... แต่ตายได้

เลี้ยงงัวไม่เหมือนเลี้ยงสัตว์อื่นๆ เพราะอาหารที่ให้ ไม่เหมือนกัน ... หมู - ไก่ อาหารอยู่ในกระสอบ สัตว์กินแป๊บเดียวอิ่ม ที่เหลือมันก็แค่นอนเล่น .... เราแบกกระสอบอาหารไปเท แล้วปัดตรูดหนีได้  .... แต่งัวไม่ใช่ สัตว์ต้องกินทั้งวัน เราต้องใส่อาหารให้เพียงพอที่จะกินทั้งวัน ซึ่งต้องใช้อาหารเยอะมากๆ เราต้องเสียเวลากับการจัดเตรียมอาหารเยอะมากๆ   การทำงานส่วนใหญ่จึงอยู่ที่การจัดการเรื่องอาหารสัตว์

คนแรงดีๆ ทำงานหนักๆได้สบายๆ ... เลี้ยงงัวแบบปลูกหญ้าเนเปียร์ตัดให้กิน อย่างพอลุยกันได้ก็ 10 - 15  แม่ ถือว่าหนักแล้วนะ  ... ในพิสัยงานที่ทำทุกอย่าง ตั้งแต่ตัดหญ้า แบกหญ้าขนขึ้นรถ เอาหญ้ามาสับ  เอาอาหารใส่รางให้งัวกิน แล้วมาทำความสะอาดคอก ตากขี้งัว .... หมดวันพอดี ทำงานวันละ 8 - 10 ชม. ไม่มีวันหยุด ทำงานแบกหาม เท่ากับการเป็นกรรมกรก่อสร้างด้วย

งัว 10 แม่ วันนี้รายได้จากการขายลูกงัว น่าจะอยู่ที่ปีละ 2 แสนบาท ( ยังไม่หักค่าใช้จ่าย ... ) ... ค่าขี้งัวน่าจะวันละ 150 - 200 บาท ( ไม่รวมขายลูกงัว )

.... งัว .... เลี้ยง 1 แม่ หรือ เลี้ยง 4 แม่ ก็ต้องเลี้ยงเหมือนกัน ใช้เวลาดูแลไม่ต่างกัน ต้องมีคนคอยพะวงดูแล เท่าๆกัน

เลี้ยง 5 แม่ กับเลี้ยง 10 แม่ เสียเวลาทั้งวัน ไปใหนไม่ได้เหมือนกัน .... ตัดงานอย่างอื่นทิ้งหมดเหมือนๆกัน  ( ยกเว้นใช้วิธีปล่อยแปลงหญ้า ) ต้องทิ้งเวลามากับการหาหญ้าให้งัวกิน ทั้งวันเหมือนๆกัน

ถ้าเลี้ยง เกิน 15 แม่ หากไม่ปล่อยแปลงหญ้า  หรือ เลี้ยงไล่ทุ่ง .... เตรียม ช๊อปเปอร์ ติดรถไถมาได้เลยคับ คนเดียวทำงานไม่ไหวหรอกคับ
บันทึกการเข้า
phlox
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #71 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 09:59:57 AM »

รบกวนถามนะครับ ตามอ่านมาหลายวันแล้ว ผมมีที่อยู่ 4 ไร่ กะว่าจะปลูกเนเปียร์ซัก 2 ไร่ตัดให้วัวกิน ขายลูกวัวเป็นหลัก ขายไม่ได้ค่อยขุน อยู่ในพื้นที่ จ.พังงา ฝนตกเกือบทั้งปี มีหญ้าสด มีทางปาล์มบด ให้กินทั้งปี เอาว่า อาหารอุดมสมบูรณ์มาก เรียกว่าไม่ต้องลงทุนเงินเลยในเรื่องอาหาร ลงแรงอย่างเดียว ผมอยากถามว่าควรเลี้ยงวัว พันธุ์ไหน รูปแบบการเลี้ยงยังไง เบื่อชีวิตลูกจ้างเต็มทีแล้วครับ

ฟันธงแบบง่ายๆ บราห์มัน เลือดสูงๆ ภาคใต้ เล่ เลือดสูงๆก็เลี้ยงได้นะ เพราะอาหาคสมบูรณ์มากๆ

ดูที่ต้นทุนตัวแม่งัวคับว่า ขายลูกงัวอายุ 1 ปีให้เขาเอาไปขุนแล้ว ราคาแม่ที่ซื้อมา แพงกว่าลูกงัวเท่าไหร่

ท่านลองพิจารณาเอาละกันคับว่า ถ้าแม่งัว ราคา แพงกว่าลูก 1 เท่าตัว นั่นก็เท่ากับว่าเราต้องเลี้ยงงัวถึง 2 ปีกว่าจะได้ทุนคืน .... คิดว่าคุ้มไหม กับการกำเงินมาลงทุนแบบนี้ ( กำไร ไม่ถึง 50 % ของเงินลงทุน )

หรือ ถ้า คูณ 3 ของตัวลูกล่ะ ซึ่งเราต้องเลี้ยงไปเต็มๆ 3 ปีแบบไม่ได้อะไรเลย ... แล้วลองไปเทียบกะการทำมาหากินอย่างอื่นดู ว่าลงทุนขนาดนี้ ใช้เวลาขนาดนี้ อันใหนดีกว่ากัน ( กำไร ไม่ถึง 30 % ของเงินลงทุน .... แต่ที่แน่ๆ ดอกเบี้ยธนาคารก็ปาไป 10 % แล้ว )

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในพิสัย ของการเลี้ยงงัวแบบชาวบ้านตามข้างถนนที่เขาทำมาหากินแบบไม่สร้างปัญหาให้ใครนะคับ ... ในตลาดอื่นๆ ที่รูปแบบตลาดที่ต่างออกไปนั้น ขอละไว้ละกัน
ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำ ผมไม่ได้มีเงินทุนเป็นแสนเป็นล้านแบบคนอื่นครับ ลูกจ้างเงินเดือนถูกๆ ตั้งใจว่าจะทะยอยสะสมซื้อ ทีละตัว สองสามเดือนซื้อซักตัว
คงเป็น แม่ไทยใหญ่ รุ่นหย่านม ราคา ราว 20000ต้นๆ ผสมเทียมเอา น้ำเชื้อ บราห์มัน หรือ ชาร์โรเล่ห์ ผสม อยากถามอีกนิด ว่า บีฟมาสเตอร์ ที่พี่markonikove ทดลองเลี้ยงอยู่ได้ผลยังไง อัตตราแลกเนื้อดีมั๊ย เลี้ยงง่าย ทนโรค เจริญพันธ์ไว รึเปล่าครับ ผมคิดว่าถ้าจำเป็นต้องขุนขายในกรณีขายลูกวัวไม่ได้ ผมเอาแค่โตไวน้ำหนักดีเข้าว่า ไขมันแทรกจะมีหรือไม่มีก็ได้ เพราะ ขายโรงเชือด ยังไงเค้าก็ให้แค่โลร้อยเท่ากัน สำหรับแถวบ้านผมนะ


Liked By: Sanguan1965, sompol, Terjear
บันทึกการเข้า
boyk3
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #72 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 10:02:31 AM »

ผมเริ่มหันมาชอบวัวแต่ยังไม่มีสักตัว แต่พ่อผมไม่เห็นด้วย แต่ผมก็รั้นจะเลี้ยงสัก 5-6 ตัว จะเกินกำลังคนๆเดียวใหมครับ ว่าแต่ปลูกหญ้าเนเปีย 1 ไร่ สามาเลี้ยงวัวได้ประมาณกี่ตัวครับ

งัวบราห์มันสายเลือดสูงๆ ก็ 4 ตัว บราห์มันชาวบ้านตามตลาดนัดก็ 5 ตัว ... แต่หญ้าต้องสมบูรณ์นะ

เลี้ยงงัว ชีวิตเหมือนติดคุก เพราะงัวต้องกินทุกวัน เราต้องหาอาหารให้งัวทุกวัน ( ห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ... แต่ตายได้ ) 

เลี้ยงงัวไม่เหมือนเลี้ยงสัตว์อื่นๆ เพราะอาหารที่ให้ ไม่เหมือนกัน ... หมู - ไก่ อาหารอยู่ในกระสอบ สัตว์กินแป๊บเดียวอิ่ม ที่เหลือมันก็แค่นอนเล่น .... เราแบกกระสอบอาหารไปเท แล้วปัดตรูดหนีได้  .... แต่งัวไม่ใช่ สัตว์ต้องกินทั้งวัน เราต้องใส่อาหารให้เพียงพอที่จะกินทั้งวัน ซึ่งต้องใช้อาหารเยอะมากๆ เราต้องเสียเวลากับการจัดเตรียมอาหารเยอะมากๆ   การทำงานส่วนใหญ่จึงอยู่ที่การจัดการเรื่องอาหารสัตว์

คนแรงดีๆ ทำงานหนักๆได้สบายๆ ... เลี้ยงงัวแบบปลูกหญ้าเนเปียร์ตัดให้กิน อย่างพอลุยกันได้ก็ 10 - 15  แม่ ถือว่าหนักแล้วนะ  ... ในพิสัยงานที่ทำทุกอย่าง ตั้งแต่ตัดหญ้า แบกหญ้าขนขึ้นรถ เอาหญ้ามาสับ  เอาอาหารใส่รางให้งัวกิน แล้วมาทำความสะอาดคอก ตากขี้งัว .... หมดวันพอดี ทำงานวันละ 8 - 10 ชม. ไม่มีวันหยุด ทำงานแบกหาม เท่ากับการเป็นกรรมกรก่อสร้างด้วย

งัว 10 แม่ วันนี้รายได้จากการขายลูกงัว น่าจะอยู่ที่ปีละ 2 แสนบาท ( ยังไม่หักค่าใช้จ่าย ... ) ... ค่าขี้งัวน่าจะวันละ 150 - 200 บาท ( ไม่รวมขายลูกงัว )

.... งัว .... เลี้ยง 1 แม่ หรือ เลี้ยง 4 แม่ ก็ต้องเลี้ยงเหมือนกัน ใช้เวลาดูแลไม่ต่างกัน ต้องมีคนคอยพะวงดูแล เท่าๆกัน

เลี้ยง 5 แม่ กับเลี้ยง 10 แม่ เสียเวลาทั้งวัน ไปใหนไม่ได้เหมือนกัน .... ตัดงานอย่างอื่นทิ้งหมดเหมือนๆกัน  ( ยกเว้นใช้วิธีปล่อยแปลงหญ้า ) ต้องทิ้งเวลามากับการหาหญ้าให้งัวกิน ทั้งวันเหมือนๆกัน

ถ้าเลี้ยง เกิน 15 แม่ หากไม่ปล่อยแปลงหญ้า  หรือ เลี้ยงไล่ทุ่ง .... เตรียม ช๊อปเปอร์ ติดรถไถมาได้เลยคับ คนเดียวทำงานไม่ไหวหรอกคับ

ขอบคุณมากครับกระจ่างเลย 1-5 ก็ใช้เวลาเหมือนกัน ขอบคุณมากครับ


Liked By: muslin2557, Terjear
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #73 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 12:02:03 PM »

รบกวนถามนะครับ ตามอ่านมาหลายวันแล้ว ผมมีที่อยู่ 4 ไร่ กะว่าจะปลูกเนเปียร์ซัก 2 ไร่ตัดให้วัวกิน ขายลูกวัวเป็นหลัก ขายไม่ได้ค่อยขุน อยู่ในพื้นที่ จ.พังงา ฝนตกเกือบทั้งปี มีหญ้าสด มีทางปาล์มบด ให้กินทั้งปี เอาว่า อาหารอุดมสมบูรณ์มาก เรียกว่าไม่ต้องลงทุนเงินเลยในเรื่องอาหาร ลงแรงอย่างเดียว ผมอยากถามว่าควรเลี้ยงวัว พันธุ์ไหน รูปแบบการเลี้ยงยังไง เบื่อชีวิตลูกจ้างเต็มทีแล้วครับ

ฟันธงแบบง่ายๆ บราห์มัน เลือดสูงๆ ภาคใต้ เล่ เลือดสูงๆก็เลี้ยงได้นะ เพราะอาหาคสมบูรณ์มากๆ

ดูที่ต้นทุนตัวแม่งัวคับว่า ขายลูกงัวอายุ 1 ปีให้เขาเอาไปขุนแล้ว ราคาแม่ที่ซื้อมา แพงกว่าลูกงัวเท่าไหร่

ท่านลองพิจารณาเอาละกันคับว่า ถ้าแม่งัว ราคา แพงกว่าลูก 1 เท่าตัว นั่นก็เท่ากับว่าเราต้องเลี้ยงงัวถึง 2 ปีกว่าจะได้ทุนคืน .... คิดว่าคุ้มไหม กับการกำเงินมาลงทุนแบบนี้ ( กำไร ไม่ถึง 50 % ของเงินลงทุน )

หรือ ถ้า คูณ 3 ของตัวลูกล่ะ ซึ่งเราต้องเลี้ยงไปเต็มๆ 3 ปีแบบไม่ได้อะไรเลย ... แล้วลองไปเทียบกะการทำมาหากินอย่างอื่นดู ว่าลงทุนขนาดนี้ ใช้เวลาขนาดนี้ อันใหนดีกว่ากัน ( กำไร ไม่ถึง 30 % ของเงินลงทุน .... แต่ที่แน่ๆ ดอกเบี้ยธนาคารก็ปาไป 10 % แล้ว )

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในพิสัย ของการเลี้ยงงัวแบบชาวบ้านตามข้างถนนที่เขาทำมาหากินแบบไม่สร้างปัญหาให้ใครนะคับ ... ในตลาดอื่นๆ ที่รูปแบบตลาดที่ต่างออกไปนั้น ขอละไว้ละกัน
ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำ ผมไม่ได้มีเงินทุนเป็นแสนเป็นล้านแบบคนอื่นครับ ลูกจ้างเงินเดือนถูกๆ ตั้งใจว่าจะทะยอยสะสมซื้อ ทีละตัว สองสามเดือนซื้อซักตัว
คงเป็น แม่ไทยใหญ่ รุ่นหย่านม ราคา ราว 20000ต้นๆ ผสมเทียมเอา น้ำเชื้อ บราห์มัน หรือ ชาร์โรเล่ห์ ผสม อยากถามอีกนิด ว่า บีฟมาสเตอร์ ที่พี่markonikove ทดลองเลี้ยงอยู่ได้ผลยังไง อัตตราแลกเนื้อดีมั๊ย เลี้ยงง่าย ทนโรค เจริญพันธ์ไว รึเปล่าครับ ผมคิดว่าถ้าจำเป็นต้องขุนขายในกรณีขายลูกวัวไม่ได้ ผมเอาแค่โตไวน้ำหนักดีเข้าว่า ไขมันแทรกจะมีหรือไม่มีก็ได้ เพราะ ขายโรงเชือด ยังไงเค้าก็ให้แค่โลร้อยเท่ากัน สำหรับแถวบ้านผมนะ

ของผมได้ตัวเมีย 5 ตัวคับ ผสมกับแม่บราห์มัน

บีฟตอนนี้คลอดลูกมาแล้ว 2 ตัว ( อีก 2 ตัว น่าจะไม่เกิน 7 วัน นี้แหละ )  คลอดหลังพี่สาวที่เกิดเมื่อปีที่แล้วไม่เท่าไหร่เอง ทั้ง 4  ตัว  ... ทับตอนอายุ 14 - 16 เดือน .... พวกบราห์มันจะทับตอน 20 เดือนขึ้นทุกตัว ซึ่งแสดงว่างัวนี้อัตตราการเจริญพันธุ์สูงมากๆ

เรื่องเติบโต  ระยะลูกงัวกินนม ไม่หนีบราห์มัน กะ ชาโรเล่ คับ .... แต่ระยะ เกิน 16 เดือนไปแล้วโตช้ากว่าเขาคับ

พิจารณาจากงัวนี้ จะเป็นงัวลักษณะคล้ายๆกะบราห์มันชาวบ้านทางภาคเหนือ ( ของผมด้วย ) .... คือ ตอนเป็นลูกงัวจะโตเร็ว ทำให้เติบโตไม่แพ้เขา( บางตัวก็ตัวโตกว่าเขา )  ( ถึงแม้ว่า แม่งัวจะตัวเล็กกว่าเขา ก็ตาม ) .... แต่พอเริ่มโตเป็นหนุ่ม - สาว  จะไม่ถึงกะโตเร็วนัก แล้วจะถูกเขาแซงหน้าไป .... พอเป็น งัวขุน จะสู้พวกเลือดสูงๆไม่ได้ ( แต่ลูกงัวไม่ต่างกัน )

ส่วนพวกตัวเมีย ... ตอนเล็กๆก็โตดีกว่าเขา แลดูสวยเด่นกว่าเขานี่แหละ แต่พอเริ่มเป็นสาว ถึงเป็นแม่งัว จะเริ่มโตช้ากว่าเขา ทำให้เป็นแม่งัวที่เฟรมเล็กกว่าเขา .... ในขณะที่เวลาให้ลูกๆ ก็ได้ผลผลิตขายได้ราคาไม่แพ้เขาหรอก ( ดีไม่ดี บางตัวได้ราคาดีกว่าเขาเสียอีก )

เป็นเทคนิคของคนเลี้ยงงัว ที่ขายงัวเข้าตลาดนัด ของคนมีประสบการณ์ .... เพราะงัวเข้าตลาดนัด เขาไม่ดูสายเลือด แต่จะดูแค่ลักษณะภายนอก งัวพวกนี้ ก็ให้ลูกได้ไม่ต่างกะเขาแม้แต่น้อง ..... แต่ต้นทุนการเลี่ยงแม่งัว ถูกกว่าเขาในทุกๆด้าน จึงทำให้ได้กำไรมากกว่าเขา
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1839


« ตอบ #74 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 12:11:17 PM »

งัวพวกนี้ มีไม่น้อยนะ พอถึงเวลาขุนแล้ว นน. แตะ 500 กก. ยากสักหน่อย .... ต่างจากพวกสายเลือดสูงๆ เฟรมใหญ่ๆ ที่จะทำ นน. 500 กก. ไม่ยาก

ทางเหนือ กับทางใต้ต่างกัน ... สภาพตลาด วันนี้เราเลี้ยงงัวขุนลำบาก เพราะลูกงัวราคาแพง กอปร กับทรัพยากรในท้องถิ่น ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์เราสูงกว่าทางใต้ ( งัวขุนเลยกระจุกตัวอยู่แต่ทางใต้ ) .... เราขุนงัวแข่งกับทางใต้แล้วแค่พอ อยู่ได้ แต่ถ้าต้องแข่งขันกันจริงๆ เราสู้ทางใต้ไม่ได้

ดังนั้น ตลาดงัวที่จะส่งขุน ทางใต้ น่าจะต่างจากทางเหนืออยู่นะคับ งัวสายเลือดดีๆ คนขุนไกล้บ้านน่าจะให้ราคาดีตามไปด้วย .... ต่างจากเรา ที่ต้องขายลูกงัวส่งใต้ ...... คนขุนไม่ได้มาดูแม่งัวในฝูงด้วยตัวเอง .... ดังนั้น งัวที่ขายออกไปเขาจึงดูแค่ตอนเป็นลูกงัวเท่านั้น ว่าดีแค่ใหน  ส่วนตอนขุนก็เป็นอีกเรื่องนึง ( งัวเกรดดีๆ กับ งัวเกรดกลางๆ คนขุนก็ซื้อราคาเดียวกัน )
บันทึกการเข้า
NKC
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 467


« ตอบ #75 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 02:10:52 PM »

ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ
บันทึกการเข้า
phlox
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #76 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 08:51:33 PM »

รบกวนถามนะครับ ตามอ่านมาหลายวันแล้ว ผมมีที่อยู่ 4 ไร่ กะว่าจะปลูกเนเปียร์ซัก 2 ไร่ตัดให้วัวกิน ขายลูกวัวเป็นหลัก ขายไม่ได้ค่อยขุน อยู่ในพื้นที่ จ.พังงา ฝนตกเกือบทั้งปี มีหญ้าสด มีทางปาล์มบด ให้กินทั้งปี เอาว่า อาหารอุดมสมบูรณ์มาก เรียกว่าไม่ต้องลงทุนเงินเลยในเรื่องอาหาร ลงแรงอย่างเดียว ผมอยากถามว่าควรเลี้ยงวัว พันธุ์ไหน รูปแบบการเลี้ยงยังไง เบื่อชีวิตลูกจ้างเต็มทีแล้วครับ

ฟันธงแบบง่ายๆ บราห์มัน เลือดสูงๆ ภาคใต้ เล่ เลือดสูงๆก็เลี้ยงได้นะ เพราะอาหาคสมบูรณ์มากๆ

ดูที่ต้นทุนตัวแม่งัวคับว่า ขายลูกงัวอายุ 1 ปีให้เขาเอาไปขุนแล้ว ราคาแม่ที่ซื้อมา แพงกว่าลูกงัวเท่าไหร่

ท่านลองพิจารณาเอาละกันคับว่า ถ้าแม่งัว ราคา แพงกว่าลูก 1 เท่าตัว นั่นก็เท่ากับว่าเราต้องเลี้ยงงัวถึง 2 ปีกว่าจะได้ทุนคืน .... คิดว่าคุ้มไหม กับการกำเงินมาลงทุนแบบนี้ ( กำไร ไม่ถึง 50 % ของเงินลงทุน )

หรือ ถ้า คูณ 3 ของตัวลูกล่ะ ซึ่งเราต้องเลี้ยงไปเต็มๆ 3 ปีแบบไม่ได้อะไรเลย ... แล้วลองไปเทียบกะการทำมาหากินอย่างอื่นดู ว่าลงทุนขนาดนี้ ใช้เวลาขนาดนี้ อันใหนดีกว่ากัน ( กำไร ไม่ถึง 30 % ของเงินลงทุน .... แต่ที่แน่ๆ ดอกเบี้ยธนาคารก็ปาไป 10 % แล้ว )

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในพิสัย ของการเลี้ยงงัวแบบชาวบ้านตามข้างถนนที่เขาทำมาหากินแบบไม่สร้างปัญหาให้ใครนะคับ ... ในตลาดอื่นๆ ที่รูปแบบตลาดที่ต่างออกไปนั้น ขอละไว้ละกัน
ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำ ผมไม่ได้มีเงินทุนเป็นแสนเป็นล้านแบบคนอื่นครับ ลูกจ้างเงินเดือนถูกๆ ตั้งใจว่าจะทะยอยสะสมซื้อ ทีละตัว สองสามเดือนซื้อซักตัว
คงเป็น แม่ไทยใหญ่ รุ่นหย่านม ราคา ราว 20000ต้นๆ ผสมเทียมเอา น้ำเชื้อ บราห์มัน หรือ ชาร์โรเล่ห์ ผสม อยากถามอีกนิด ว่า บีฟมาสเตอร์ ที่พี่markonikove ทดลองเลี้ยงอยู่ได้ผลยังไง อัตตราแลกเนื้อดีมั๊ย เลี้ยงง่าย ทนโรค เจริญพันธ์ไว รึเปล่าครับ ผมคิดว่าถ้าจำเป็นต้องขุนขายในกรณีขายลูกวัวไม่ได้ ผมเอาแค่โตไวน้ำหนักดีเข้าว่า ไขมันแทรกจะมีหรือไม่มีก็ได้ เพราะ ขายโรงเชือด ยังไงเค้าก็ให้แค่โลร้อยเท่ากัน สำหรับแถวบ้านผมนะ

ของผมได้ตัวเมีย 5 ตัวคับ ผสมกับแม่บราห์มัน

บีฟตอนนี้คลอดลูกมาแล้ว 2 ตัว ( อีก 2 ตัว น่าจะไม่เกิน 7 วัน นี้แหละ )  คลอดหลังพี่สาวที่เกิดเมื่อปีที่แล้วไม่เท่าไหร่เอง ทั้ง 4  ตัว  ... ทับตอนอายุ 14 - 16 เดือน .... พวกบราห์มันจะทับตอน 20 เดือนขึ้นทุกตัว ซึ่งแสดงว่างัวนี้อัตตราการเจริญพันธุ์สูงมากๆ

เรื่องเติบโต  ระยะลูกงัวกินนม ไม่หนีบราห์มัน กะ ชาโรเล่ คับ .... แต่ระยะ เกิน 16 เดือนไปแล้วโตช้ากว่าเขาคับ

พิจารณาจากงัวนี้ จะเป็นงัวลักษณะคล้ายๆกะบราห์มันชาวบ้านทางภาคเหนือ ( ของผมด้วย ) .... คือ ตอนเป็นลูกงัวจะโตเร็ว ทำให้เติบโตไม่แพ้เขา( บางตัวก็ตัวโตกว่าเขา )  ( ถึงแม้ว่า แม่งัวจะตัวเล็กกว่าเขา ก็ตาม ) .... แต่พอเริ่มโตเป็นหนุ่ม - สาว  จะไม่ถึงกะโตเร็วนัก แล้วจะถูกเขาแซงหน้าไป .... พอเป็น งัวขุน จะสู้พวกเลือดสูงๆไม่ได้ ( แต่ลูกงัวไม่ต่างกัน )

ส่วนพวกตัวเมีย ... ตอนเล็กๆก็โตดีกว่าเขา แลดูสวยเด่นกว่าเขานี่แหละ แต่พอเริ่มเป็นสาว ถึงเป็นแม่งัว จะเริ่มโตช้ากว่าเขา ทำให้เป็นแม่งัวที่เฟรมเล็กกว่าเขา .... ในขณะที่เวลาให้ลูกๆ ก็ได้ผลผลิตขายได้ราคาไม่แพ้เขาหรอก ( ดีไม่ดี บางตัวได้ราคาดีกว่าเขาเสียอีก )

เป็นเทคนิคของคนเลี้ยงงัว ที่ขายงัวเข้าตลาดนัด ของคนมีประสบการณ์ .... เพราะงัวเข้าตลาดนัด เขาไม่ดูสายเลือด แต่จะดูแค่ลักษณะภายนอก งัวพวกนี้ ก็ให้ลูกได้ไม่ต่างกะเขาแม้แต่น้อง ..... แต่ต้นทุนการเลี่ยงแม่งัว ถูกกว่าเขาในทุกๆด้าน จึงทำให้ได้กำไรมากกว่าเขา
บ้านผมไม่มีตลาดนัด วัว-ควาย ครับ คนเลี้ยงก็มีน้อย ลูกวัวขายยากซักนิด ถ้าเป็นในจังหวัดนะครับ ต้องเผื่อไว้ในกรณีที่ขายไม่ได้ ต้องเก็บไว้ขุนเองด้วยครับ เงื่อนไข ชักเยอะแล้ว คงต้องเป็น พวก กำแพงแสน กระมังครับ พวกนี้ตะกละหน่อย ไม่เลือกกิน น่าจะเข้าเค้าที่สุด
บันทึกการเข้า
phlox
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #77 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 08:57:46 PM »

งัวพวกนี้ มีไม่น้อยนะ พอถึงเวลาขุนแล้ว นน. แตะ 500 กก. ยากสักหน่อย .... ต่างจากพวกสายเลือดสูงๆ เฟรมใหญ่ๆ ที่จะทำ นน. 500 กก. ไม่ยาก

ทางเหนือ กับทางใต้ต่างกัน ... สภาพตลาด วันนี้เราเลี้ยงงัวขุนลำบาก เพราะลูกงัวราคาแพง กอปร กับทรัพยากรในท้องถิ่น ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์เราสูงกว่าทางใต้ ( งัวขุนเลยกระจุกตัวอยู่แต่ทางใต้ ) .... เราขุนงัวแข่งกับทางใต้แล้วแค่พอ อยู่ได้ แต่ถ้าต้องแข่งขันกันจริงๆ เราสู้ทางใต้ไม่ได้

ดังนั้น ตลาดงัวที่จะส่งขุน ทางใต้ น่าจะต่างจากทางเหนืออยู่นะคับ งัวสายเลือดดีๆ คนขุนไกล้บ้านน่าจะให้ราคาดีตามไปด้วย .... ต่างจากเรา ที่ต้องขายลูกงัวส่งใต้ ...... คนขุนไม่ได้มาดูแม่งัวในฝูงด้วยตัวเอง .... ดังนั้น งัวที่ขายออกไปเขาจึงดูแค่ตอนเป็นลูกงัวเท่านั้น ว่าดีแค่ใหน  ส่วนตอนขุนก็เป็นอีกเรื่องนึง ( งัวเกรดดีๆ กับ งัวเกรดกลางๆ คนขุนก็ซื้อราคาเดียวกัน )
อืมม ครับ ทางใต้อาหารสัตว์ถูกกว่า มีมากกว่าก็จริง แต่การจัดการ องค์ความรู้ ความขยัน ส่วนใหญ่จะสู้ภาคอื่นไม่ได้นะครับ เท่าที่เห็นนะครับ ทุกวันนี้ยังมีคนซื้อฟางก้อนละ 80 บาทมาเลี้ยงวัวเลยครับ เห็นแล้วก็...เอ้อ


Liked By: Terjear
บันทึกการเข้า
phlox
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #78 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 08:59:51 PM »

ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ
ขุนทางใต้ สหกรณ์ เค้าวิ่งมารับด้วยเหรอครับ ไม่เคยรู้จริงๆครับ


Liked By: Terjear
บันทึกการเข้า
NKC
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 467


« ตอบ #79 เมื่อ: มกราคม 07, 2016, 12:08:15 AM »

ขอบคุณค่ะ ลุง
วันนี้ได้เจอ ปศ.อำเภอ คุยกันยาว ท่านบอก เอากำแพงแสนใส่ละกัน ตอนนี้มีให้ฟรี  ยังไม่ต้องไปลงทุนอะไรมาก ปรับปรุงฝูงก่อน รอให้เจ้าของตัวจริงมันกลับมาดูแลจริงๆ ค่อยให้เขาว่าไปตามเืร้ือง ของเขา

พอดีท่านมาตอนเย็น ก็เลยพาไปที่คอกงัว อ้าว เริ่มมีไล่ปีนกันแล้ว ท่านบอกพรุ่งนี้ จะมาดูให้
ถ้าเป็นพวกลูกกระทบหรือลูกผสมบราห์มันแล้วเสียบกำแพงแสนลูกที่ออกมาเลือดจะไม่ถึง50%
ตรงนี้จะเสียโอกาสส่งสหกรณ์ได้นะครับ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่มหาสารคาม ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ สงขลาก็สามารถเลี้ยงวัวส่งสหกรณ์ได้
ในลักษณะของวัวกลางน้ำ
ทำวัวผมว่าทำสายเลือดที่ขายได้ในหลายๆตลาดจะดีกว่าครับ
ขุนทางใต้ สหกรณ์ เค้าวิ่งมารับด้วยเหรอครับ ไม่เคยรู้จริงๆครับ

สมัครเป็นสมาชิกได้ครับ แบบกลางน้ำ มีแม่วัวลูกผสมบราห์มันหรือลูกผสมยุโรป3แม่ขึ้นไป คอกแข็งแรงก็สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ วัวกลางน้ำคือตัวผู้ลูกผสมเลือดเมืองหนาวไม่ต่ำกว่า50% ผลัดฟันไม่เกิน1คู่ น้ำหนัก400กก เกินได้นิดหน่อย ส่วนมากจะส่งกันแบบนี้ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ... 18   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: