หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 18   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฟันธง!!!เรื่องวัวเนื้อ  (อ่าน 46366 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
toonkneng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 431


« เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 02:20:26 PM »

ต้องการปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นวัวเนื้อเลือดสูงแบบเลี้ยงในประเทศนี้ได้(เลี้ยงกึ่งปิดกึ่งเปิด มีแปลงหญ้าอย่างดี มีอาหารข้นถึง)

มีแม่พันธุ์บรามัน ดีๆไว้รองรับอยู่แล้ว ดังนั้นเลือกอะไรดี
1.แองกัส
2.ชาโลเลย์
3.บีฟ มาสเตอร์
4.เดร้่ท์ มาสเตอร์
5. ถูกทุกข้อ
บันทึกการเข้า

markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1833


« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 05:20:45 PM »

ถ้าผมตอบก็จะไม่มีใครกล้าตอบอีกเลย เพราะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเป็นอาชีพจริงๆจังๆบนหน้าเวบ มีน้อยมากๆ ที่เห็นเพ่นพ่านกันไปมาเกือบทั้งหมดจะเป็น คนเล่นงัว กันเสียมากกว่า .... ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ค่อนลงรอยกะผม เนื่องจากวิธีคิดที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ... เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์เชิงพานิชย์

คนนึงจะมองเรื่องผลตอบแทนในตลาดผลิตเนื้อเพื่อบริโภค ... อีกกลุ่มนึง มองเรื่องกระแสสังคมว่าช่วงเวลานั้นๆจะชี้ไปแบบใหน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2015, 05:23:24 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1833


« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 05:31:45 PM »

เอาข้อดีและข้อเสีย ในพิสัยเลี้ยงงัวแบบงัวยืนโรง กึ่งแปลงหญ้า ไม่มีอาหารข้นนะ ( เพราะอาหารข้นให้แม่งัวกินเป็นเรื่องของเศรษฐีเล่นงัว ไม่คุ้มทุน .... ยกเว้นอาหารทดแทนจากอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ที่ไม่ใช่รำ ) ...  ไม่ไล่ทุ่ง มีหญ้าให้กินอิ่มทั้งปี โดยไม่เสริมอะไรเลย

 หรือ ถ้าตกแล้งหญ้าหายากก็เป็น ฟาง / แกนข้าวโพด / ต้นข้าวโพด / กากวัสดุทางการเกษตรต่างๆ ... ร่วมกับ ของเหลือจากโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร หรือ ฝุ่นข้าวโพด  เต็มที่สุดๆก็แค่รำอ่อนเสริมเล็กๆน้อย โดยคำนวณต้นทุนค่าอาหารทดแทนหญ้า ต้องไม่เกินวันละ 100 บาทต่อวัน ติดต่อกันไม่เกิน 3 เดือน หรือ 60 บาทต่อวันติดต่อกันไม่เกิน 5 เดือน ... ในรอบ 1 ปี

ถ้าในท้องถิ่นทำไม่ได้แบบนี้ เปลี่ยนรูปแบบการจัดการเพื่อเปลี่ยนสายพันธุ์งัวเถอะ

บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1833


« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 06:02:51 PM »

คำว่า งัวเด๊า ... ของคนภาคเหนือตอนล่าง - กลางตอนบน สื่อความหมายถึงงัวยุโรป ไม่ใช่งัวพันธุ์เดร้าท์มาสเตอร์  ซึ่งหลักๆก็คงไม่พ้นชาโรเล่ส์อยู่ดีนั่นแหละ

1. ชาโรเล่ส์ เป็นงัวมาตรฐานยุโรปในเมืองไทยไปแล้ว เพราะเป็นที่นิยมเลี้ยงมากที่สุด ตัวโต ตลาดต้องการสูงที่สุด เนื่องจากองค์ความรู้ในการขุนงัวยุโรป เราเก่งเรื่องชาโรเล่ส์มากที่สุด

ข้อดี  1.) ตัวโต ทำให้เวลานำไปขุนจะได้ นน. ขุนสูงมาก จึงเป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุด  สามารถนำมาขุนเกรดไขมันไม่แทรกเนื้อได้น้ำหนักสูงมาก อัตตราแลกเนื้อติดกลุ่มนำ อาจจะอยู่ในอันดับ 1 หรือ 2 เลยก็ได้

2.) การแลกเนื้อสูง ก็หมายความว่าขุนแล้วคุ้มค่าอาหารมากๆ อาจจะอยู่ในอันดับ 1 หรือ 2 เลยก็ได้

3.) องค์ความรู้ในการขุนงัวยุโรป เกรดไขมันแทรกเนื้อ งัวชาโรเล่ส์ เรามีมากที่สุด คนขุนเก่งงัวชนิดนี้จึงนิยมเอางัวนี้มาขุนกันมาก

4.) โครงสร้างร่างกายในการเป็นงัวเนื้อสมบูรณ์แบบเป็นอันดับ ต้นๆ ( อาจจะอยู่อันดับ 1 ถึง 3 นี่แหละ ) ... งัวโครงสร้างสมบูรณ์ ก็จะมีชิ้นส่วนที่ให้เนื้อขนาดใหญ่ ชำแหละแล้วได้เนื้อมากกว่าเขา

5.) กินอาหารเก่ง ตะกละ ทำให้เลี้ยงง่าย ( เรื่องการให้อาหาร )

ข้อเสีย
1.) ไม่ทนร้อน เรื่องธรรมดาของงัวยุโรปทุกสายพันธุ์ที่ไม่ทนร้อน เมื่องัวร้อนบ่อยๆ มักจะไม่โต ดังนั้นใครคอกไม่พร้อม อย่าเลี้ยงเลยงัวนี้ ... งัวไม่โต ขายไม่ได้ราคา สู้ไปเลี้ยง บราห์มันดีกว่า ... แต่ถ้าคอกอยู่ในระดับ กึ่งโรงเรือน กึ่งแปลงหญ้า นั่นไม่ใช่ปัญหาอะไร มีแค่นี้ก็เลี้ยงงัวชนิดนี้ได้แล้ว

2.) ดุ เลี้งแม่งัวนี้ แนะนำให้เอาเขาออกเสีย อันตราย งัวถ้าอากาศร้อนๆมันจะหงุดหงิด ชอบทะเลาะกัน หรือ ทำร้ายคนเลี้ยง แถมงัวชนิดนี้เขาจะน่ากลัวมากๆ ดังนั้น เอาเขาออกเถอะ เพื่อลดความเสี่ยง

3.) กลุ่มสายเลือดที่เป็นที่ต้องการของตลาด ( เพราะโตเร็ว ) เกือบทุกตัวจะให้ลูกตัวใหญ่ เป็นอันตรายต่อแม่งัว เสี่ยงที่แม่งัวเกิดมดลูกทะลัก คลอดลูกตาย พาลจาดทุนเอา .... คนเลี้ยงงัวชนิดนี้ จึงไม่นิยมใช้แม่เฟรมขนาดกลางๆ อย่างพวกบราห์มันชาวบ้านทั่วๆไป เพราะระบบสืบพันธุ์มักไม่รองรับลูกงัวตัวขนาดใหญ่ ... ส่วนใหญ่จึงนิยมบราห์มันสายเลือดสูงๆ หรือ บราซิลผ่าน เป็นแม่พื้นฐาน ( สายเลือดงัวพื้นเมืองไม่ควรเกิน 10 % )

4. ขนยาว ทำให้งัวสกปรกง่าย การจัดการคอกจึงต้องดีๆหน่อย

5.) งัวโครงสร้างขนาดใหญ่ทุกสายพันธุ์ จะมีอัตตราการเจริญพันธุ์ต่ำ  คุณภาพการเป็นแม่งัวไม่ดี ให้ลูกยาก

6.) งัวโครงสร้างขนาดใหญ่ทุกสายพันธุ์ จะต้องการสารอาหารไปเลี้ยงสภาพร่างกายค่อนข้างสูง จึงต้องใช้อาหารดีๆ ราคาค่อนข้างสูง หญ้าแก่ๆ อาจจะนำมาใช้เลี้ยงแล้วไม่เวิร์ค ... หญ้าอ่อนๆ ก็ได้ผลผลิตต่อไร่น้อย ทำให้ต่อพื้นที่การเลี้ยง 1 แปลงเท่าๆกัน เลี้ยงงัวได้น้อยตัวกว่าเขา  ... ดังนั้นงัวนี้จึงต้องขายลูกงัว ให้ได้แพงกว่าเขา จึงจะได้กำไรเท่าเขา

แต่วันนี้ลำบากหน่อย เพราะ ชาโรเล่ส์ กับ บราห์มัน ราคาเท่ากันทุกประการ ... เนื่องจาก เศรษฐกิจชะลอตัว ท่องเที่ยวมีปัญหา เนื้องัวในเกรดราคาแพงๆขายยาก  ( ส่วนใหญ่ก็ส่งโรงแรมหรูๆ )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2015, 07:43:45 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1833


« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 06:30:56 PM »

ใครที่คิดจะเล่นชาโรเล่ส์ ต้องทุนหนาซักหน่อย เพราะตอนนี้แม่งัวเฟรมขนาดใหญ่ ... ราคาในเขต ตากฟ้า - หนองบัว / วังประจบ - สนามบิน ...  คู่แม่ลูก ก็ตก 6 - 8 หมื่นบาท ( ถ้าตัวเปล่าๆ ก็ 5 - 6 หมื่บาท )

แต่ถ้าทุนบาง ไม่มีปัญญาซื้อแม่งัวขนาดใหญ่ แล้วคิดจะเล่นชาโรเล่ส์ ก็ต้องมือถึง เก่งๆเรื่องการดูแลแม่งัวคลอดลูกเก่งๆ  ... หรือไม่ก็ต้องเลือกพ่องัวเก่งๆ รู้จักคนมีประสบการณ์เคยใช้พ่องัวตัวนั้นๆ แล้วบอกได้ว่าให้ลูกเป็นเช่นไร

พ่อกรม ตัดทิ้งไปได้เลย ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น  ของ ออสเตรเลีย อเมริกา ก็จบเห่ ใหญ่กว่าของกรมอีก ... จะมีก็ของฝรั่งเศส บางตัวเท่านั้น ที่ให้ลูกตัวเล็ก  แถมบางตัวให้ลูกตัวเล็กแล้วลูกโตช้าก็มี  ...
บันทึกการเข้า
toonkneng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 431


« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 06:35:47 PM »

เลี้ยงเป็นอาชีพ จ้ะลุง โครงการของหลานชายจ้ะ
ไม่เลี้ยงวัวตามกระเเส ไม่ให้ใครมาปั่น และไม่ปั่นใคร

ตอนนี้มีแม่บรามันแต่เป็นลูกกระทบหูทั้งนั้น ตัวใหญ่โคตรๆ  แต่ว่า ต้องการปรับปรุงสายพันธุ์
แหล่งอาหารค้อนข้างดี มีต้นข้าวโพดเหลือจากไร่ข้าวโพดหวานเยอะอยู่
บันทึกการเข้า
toonkneng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 431


« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 06:37:50 PM »

แกวางแผนว่า ผสมวัวยกระดับสายเลือด ตัวผู้คัดออกมาขุนขาย เพราะที่ดินมีตกห้าสิบไร่ น้ำดี ไม่แล้ง ไม่ท่วม

ตัวแกรับราชการ กำลังวางแผนย้ายกลับบ้านนอก


Liked By: sompol, Steve_Jeab, krading
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1833


« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 06:53:51 PM »

2. แองกัส

เป็นงัวยุโรป ที่นิยมเป็นอันดับ 2 ของบ้านเรา  คนที่เลี้ยงงัวนี้มักเป็น ระดับนายทุนขนาดใหญ่ ที่สามารถขายงัวแบบ คอนแทรคฟาร์มมิ่ง ให้แก่คนขุนงัวโดยตรงได้เลย  โดยไม่จำเป็นต้องมาวางตลาดนัด ซึ่งจะขายได้ในราคาสูงกว่าท้องตลาด เนื่องจากเป็นงัวขุนไขมันแทรกเนื้อเกรดสูง

จึงมีคนนิยมนำมาใช้เป็นแม่เริ่มต้น ในการผลิตแม่งัววากิว ซึ่งคนที่จะเล่นงัววากิว ก็ล้วนแต่เป็นคนที่มีต้นทุนค่อนข้างสูงกว่าคนทั่วๆไปเช่นกัน

ข้อดี
1. ) ไขมันแทรกเนื้อเกรดสูงกว่าชาโรเล่ส์  ทำให้ถ้าขายแบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งจะได้ราคาสูงกว่าเขา ( แต่คุณภาพงัวเราต้องดีด้วยนะ )

2.) เป็นงัวเฟรมขนาดกลาง ทำให้คุณภาพการเป็นแม่งัวสูงมากๆ ( ระดับต้นๆของงัวในไทย ) แม่งัวเป็นสัดเร็ว เป็นสัดง่าย เลี้ยงลูกเก่ง น้ำนมดี ( เคยเป็นงัวนมมาก่อน )

3. )  เป็นงัวไม่มีเขา ทำให้อันตรายน้อย

4. ) ความเชื่องสูง ไม่ดุร้าย ทำให้ง่ายต่อการจัดการดูแล

5. ) แองกัส อเมริกา ทนร้อนได้ดีกว่าชาโรเล่ส์ แต่ แองกัสยุโรป ทนร้อนได้ห่วยมากๆ

6. ) คลอดลูกตัวเล็ก ทำให้ใช้แม่แบบใหนก็ได้  ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยเวลาคลอดลูก

ข้อเสีย
1.) อาเบอร์ดีนแองกัส ไม่ทนร้อน ห่วยมากๆ ( ของกรมเป็นอาเบอดีนแองกัส )

2.) งัวเฟรมขนาดกลาง ( เท่าๆบราห์มันชาวบ้านเรานี่แหละ )  ทำให้ได้ นน. ขุนสู้เขาไม่ได้เมื่อนำมาขุนแบบทั่วๆไป เมื่อวางตลาดนัด จึงขายได้ในราคาเดียวกะ บราห์มัน เสียเป็นหลัก ... นานๆครั้งจึงจะได้ราคาดีกว่าเขาเป็นช่วงๆ ( ต้องรอให้ฟาร์มนายทุนที่เขาขุนแองกัสเปิดรับซื้อทีนึงจึงจะแพงทีนึง )

3.) งัวเฟรมขนาดกลาง ลูกงัวหย่านม จึงตัวเล็กกว่าเขา ยิ่งถ้าไปวางตลาดทั่วๆไป ยิ่งได้ราคาขายน้อยไปใหญ่

4. )  สะโพกลีบ .... งัวเกรดไขมันแทรกเนื้อ จะมีปัญหาด้านการตลาดของเนื้อสะโพก เพราะเนื้อสะโพกไขมันแทรกน้อยมากๆ  เขาจึงพัฒนางัวพวกนี้ให้สะโพกลีบเอาไว้ก่อน เพื่อตัดปัญหานี้ ... แต่สะโพก คือชิ้นส่วนที่ให่เนื้อสูงสุดในร่างกายงัว  ตลาดงัวขุนเกรดทั่วๆไป ถ้าสะโพกลีบ ... ก็จบเห่ ขายได้ถูก

แต่เรื่องปัญหาเศรษฐกิจ มันต้องกลับคืนมาเป็นปรกติแน่ๆ ซึ่งในวันข้างหน้างัวเกรดหรูๆ ก็ต้องกลับมาขายได้ในราคาดีๆอย่างแน่นอน .... เราผสมงัววันนี้ อีก 2 ปี จึงจะได้ขาย ซึ่งเศรษฐกิจวันนั้น ยังไงมันก็ต้องเปลี่ยนไปจากนี้อย่างแน่นอน
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1833


« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 07:35:08 PM »

3. เดร้าท์มาสเตอร์ - บีฟมาสเตอร์

เป็นงัวสายพันธุ์พี่น้องกัน แต่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากคนละที่ ... เกิดจากงัว 3 สายพันธุ์คือ 1.)  เฮียร์ฟอร์ด เป็นงัวที่โครงสร้างร่างกายสมบูรณ์ที่สุดในโลก  2.) บราห์มัน ก็รู้ๆกันอยู่  3.) ช๊อร์ตฮอร์น เป็นงัวนมกึ่งเนื้อ เฟรมขนาดเล็ก ... งัวนี้จึงได้ลักษณะพื้นฐานที่ดี  คือ ทนแบบบราห์มัน โครงสร้างสมบูรณ์แบบเฮียร์ฟอร์ด แม่งัวน้ำนมดี  เป็นแม่งัวคุณภาพสูง

เดร้าท์ พัฒนาที่ ออสเตรเลีย ชื่อก็บอกอยู่ว่า  "ผู้พิชิตความแห้งแล้ง " จึงเน้นไปที่ความทนทาน ต่อสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะความแห้งแล้ง  .... งัวชนิดนี้เอามาเลี้ยงควบคู่กับบราห์มันชาวบ้าน และ ไทยใหญ่  เรียกว่า ไม่กลัวกันเลย ... แต่มีปัญหาเนื้อสีเข้ม เนื้อไม่น่ากิน ทำตลาดสูงๆได้ไม่ดีนัก ... ปัจจุบัน หายากมากๆ เพราะไม่มีคนนิยมเลี้ยง

บีฟ พัฒนาที่ อเมริกา โดยนายทุนบ่อน้ำมัน การพัฒนาจึงเน้นไปทึ่ การเป็นงัวเนื้อมากกว่า จึงทำให้งัวนี้ อึดไม่สู้ไทยใหญ่ หรือ บราห์มัน  แต่ให้คุณลักษณะอย่างอื่นที่ดี ... เนื้อสีสวยที่สุด ในโลกก็ว่าได้ .... ขอตัดเดร้าท์ ทิ้งไปละกันนะคับ เพราะไม่เวิร์ค แน่ๆ ถ้าจะเอามาเลี้ยงดีๆแบบนี้ ( เดร้าท์ เหมาะสำหรับไล่ทุ่ง หรือ ปล่อยเขามากกว่า )

ข้อดี ของบีฟมาสเตอร์

1.) เป็นงัวเกรดไขมันไม่แทรกเนื้อ แต่เส้นใยละเอียด ทำให้เอามาทำตลาดเนื้อสุขภาพได้ดี เนื้อสีสวย   ( กินอาจจะไม่อร่อยเท่าเนื้อเกรดไขมันแทรกเนื้อ ) ... เป็นเนืองัวที่นุ่มที่สุดในประเทศไทยในวันนี้ ( แต่ต้องเอามาเลี้ยงขุนดีๆนะ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครทำตลาดนี้ จึงหาคนซื้อลูกงัวไปจุนแบบนี้ไม่ได้ ) .... เขาพัฒนาถึงขั้นวิเคราะเส้นใยเนื้องัว เพื่อตรวจสอบความนุ่มของเนื้อ ที่พ่อพันธุ์แต่ละตัวให้ลูดออกมา แล้วเป็นค่ามาตรฐานสายพันธุ์ เปรียบเทียบในพ่อตัวต่างๆ

2.) เนื้อสีสวย น่ากิน

3. ) แม่งัวคุณภาพสูงมากๆ  น้ำนมดีมากๆ  เป็นสัดเร็วมากๆ ให้ลูกดกมากๆ อัตตราการเจริญพันธุ์สูงมากๆ ( ไทยใหญ่ / พื้นเมืองยังอาย  ) .... ลูกงัวในคอกผม คลอดลูกตัวแรก ตอนอายุ 20 - 26 เดือน พวกบราห์มันอายุเท่ากันพึ่งทับ ( มันคลอดลูกไปละ ) ... คลอดลูกพร้อมๆกับ พี่ของมันจากแม่ตัวเดียวกันนั่นแหละ ( พี่เป็นบราห์มัน )  มีตัวนึงทับตอนอายุ 12 เดือน

4.) ให้ลูกเข้าขุนเร็วมากๆ ... เนื่องจากงัวเกรดเนื้อนุ่ม ต้องเอาลูกงัวมาขุนตั้งแต่อายุน้อยๆ เพื่อไม่ให้เนื้อเหนียว ซึ่งงัวเมื่อถึงระยะขุนก็จะเติบโตได้เร็ว สร้างกล้ามเนื้อได้เร็ว ต่อให้เราเอามาขายในตลาดงัวขุนทั่วๆไป ... งัวก็จะเห็นกล้ามเนื้อหนากว่าเขา ซึ่งการขายงัวเราก็จะตีราคาตามปริมาณเนื้อที่มี ... หรือแม้แต่ชั่งน้ำหนักเนื้อเยอะ ก็ต้องหนักกว่าเขา

5.) แม่งัวน้ำนมดีมากๆ

6.) ทนร้อน ด้อยกว่าบราห์มันแค่เล็กน้อยเท่านั้น

7. ) โครงสร้างสมบูรณ์ อยู่ในอันดับ 1 หรือ 2 สะโพกใหญ่มากๆ ( งัวนี้มีดีที่สะโพก ... ในไทยไม่มีใครสะโพกใหญ่เท่านี้ )  ลำคอกว้างมาก แผ่นหลังกว้างมาก

ข้อเสีย
1.) เป็นงัวเฟรมขนาดกลาง ... ลูกที่ได้ตัวจะใหญ่สู้บราห์มัน และ ชาโรเล่ส์ ไม่ได้

2.) เป็นงัวเกรดไขมันไม่แทรกเนื้อ ทำให้ขายในราคาหรูๆ แบบชาโรเล่ส์ ไม่ได้ เต็มที่ก็แพงกว่าบราห์มันนิดๆหน่อย ( แม้ว่าเศรษฐกิจจะกลับคืนมาก็เถอะ )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 13, 2015, 07:17:47 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1833


« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 07:55:50 PM »

ทุกสายพันธุ์ มีข้อดีข้อเสีย ... เราต้องเลือกให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นเรา  การจัดการคอกของเรา อาหารของเรา ทักษะด้านการตลาดของเรา  .... คับ

ไม่มีอะไรดีที่สุด แต่เราเลือกจัดการได้ถ้ารู้ข้อดีข้อเสียของงัว
บันทึกการเข้า
toonkneng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 431


« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 09:49:30 PM »

ไม่รุจะว่าไง

หลานชอบเด้ราท์  แล้วจะหาที่ไหนล่ะเนี่ย
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1833


« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 10:18:31 PM »

เดร้า ออกแบบมาสำหรับเป็นงัวไล่ทุ่ง ไว้ลุยป่าเขาพื้นที่แห้งแล้ง ต้องอยู่กันแบบอดๆอยากๆ การเติบโตไม่ถึงกะเร็วนัก แต่ต้นทุนต่ำ เพราะแปลงหญ้าแทบไม่ต้องทำอะไรมากเลย  กินหญ้าแห้งๆ ฟางแห้งๆ ก็พอถูๆไถๆ ไปได้หรืออย่างมากก็ กินหญ้าครึ่งท้อง ฟางครึ่งท้อง  อยู่กันได้สบายๆ เพื่อรอเวลาจนกว่าถึงหน้าฝน ให้หญ้าได้น้ำ แล้วแตกยอดมาให้ได้กินดีๆ ฟื้นสภาพร่างกายสมบูรณ์ เพื่อรองรับควาทแห้งแล้งในรอบปีถัดไป

ทำให้ผลผลิตลูกงัวที่ได้ไม่ถึงกะดีนัก อัตตราเติบโตของงัวประเถท ถึกๆ ทนๆ แบบนี้ต่อให้เราเอามาเลี้ยงขุนอย่างดี มันก็จะโตไม่ดีเท่าไหร่ ... ค่าการแลกเนื้อก็ห่วยกว่าเขาอยู่ดี

งัวนี้จะตัวตัวเล็กๆ เท่าๆลูกผสมบราห์มัน กะ พื้นเมือง

ใหญ่กว่างัวแกลบไม่มากเท่าไหร่ ขนาดก็น่าจะครึ่งนึงของบราซิลผ่านนั่นแหละ .... ผมตั้งข้อสงสัยนะว่าเขาเลี้ยงบราซิลผ่านก็เพราะเห็นมันตัวใหญ่ จึงชอบ  แล้วเขาใช้ตรรกกะอะไรมาเลือกตัดสินใจเอา เดร้าท์ กันล่ะนี่  เพราะตัวมันเท่าขี้ตาเอง ( ถ้าเอามายืนคู่กะบราซิลผ่าน )

แถมพื้นที่ดิน ตามที่ว่ามาอุดมสมบูรณ์ ระดับเลี้ยงงัวที่มีอัตตราเติบโตสูงๆ แลกเนื้อดีๆ ได้สบายๆเลยนะ ..... งัวประเภท ยิ่งให้กินมาก ก็ยิ่งผลตอบแทนคืนมา น่าจะเวิร์คกว่า ( งัวพวกนี้เอาไปเลี้ยงอดๆอยากๆ แบบที่เดร้าท์อยู่แบบสบายตัว มีหวังผอมตายพอดี )

มันเป็นงัวที่ไม่ค่อยให้อะไรมัน งัวมันก็ไม่เดือดร้อน ให้เราคืนมาตามความเหมาะสม ( เทียบกะพวกดีๆ อยู่แบบนี้ มันไม่ให้เราคืนมาหรอก ) ... งัวแบบเดร้ามาสเตอร์ เป็นงัวที่ไม่ต้องไปคาดหวังอะไรมันมาก  ถึงเวลาเก็บก็เดินมาเก็บ ถึงเวลาให้ก็ให้เท่าที่มี  เพราะยังไงเสียมันก็ให้ผลผลิตเราไม่ขาดอยู่แล้ว .... แค่ให้ไม่มากเท่าไหร่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2015, 10:38:01 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1833


« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 10:29:42 PM »

บีฟมาสเตอร์ ... คล้ายเดร้าท์มาก เพราะถูกพัฒนามาจากสายพันธุ์เดียวกัน ... แต่ตัวนี้ ไม่ถึงกะถึก แบบเดร้าท์ ก็น่าจะแค่เท่าๆกับบราห์มันเท่านั้น

เอามายืนคู่กัน แยกไม่ออกเลยนะคับ  เหมือนกันทุกประการ .... ต้องจับชำแหละเอาเนื้อมากินเท่านั้น ทึ่ บีฟมาสเตอร์ ถูกพัฒนามาเพื่อให้เนื้อกินอร่อย และ สีสวยน่ากิน ( ชื่อก็บอกอยู่ว่าบีฟมาสเตอร์ )

เรื่อง อัตตราเจริญพันธุ์ แม่พันธุ์ นี่เท่าๆกันได้เลย ... คือ จุดเด่นของทั้งคู่ต่างกันแค่ เรื่องตัวนึงถึก อีกตัวกินอร่อย

อ้อแล้วก็แถม บีฟ ขุนได้ดีไกล้ๆบราห์มันกรม เติบโต ได้ไกล้ๆ บราห์มันกรม ... ส่วนเดร้าท์ โตช้ากว่าเยอะ แล้วก็ ขุนไม่ถึงกะเวิร์คเท่าไหร่ ( ก็พอขุนได้ แต่สู้เขาไม่ได้ )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2015, 10:51:13 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1833


« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2015, 08:49:20 AM »

บราซิลผ่าน ....

เป็นงัวเชิงพานิชย์ ของคนขาดประสบการณ์ หรือคนที่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องผลตอบแทนจากการเลี้ยงงัวมากนัก  

ประเภท คนมีตังแต่อยากเลี้ยงงัวก็เลยซื้องัวให้เขาเลี้ยงฝากๆกันดูแลไว้ก่อน  / หรือ ประเภทมีทุนหนาๆ แล้วอยากเลี้ยงงัวเลยกำเงินหนักๆมาซื้องัวเลี้ยงได้ในราคาไม่อั้น  /  หรือ ประเภทคนมีตังเลี้ยงงัวแบบได้มากก็เอา ได้น้อยก็เอา ดีกว่าเก็บเงินไว้ให้มันเน่าอยู่ในธนาคาร

เพราะเป็นงัวที่ให้ผลตอบแทนไม่สู้จะดีนัก

บราซิลผ่าน จะเป็นงัวที่ตัวใหญ่มากๆ แต่ให้เนื้อน้อย  ทำให้เราขายลูกงัวได้ไม่แพงนัก  เนื่องจาก โครงสร้างร่างกายของบราซิลผ่านห่วยมากๆ  อีกทั้งความหนาของกล้ามเนื้อก็แย่ ... คนเลี้ยงบราซิลผ่าน จะมีปัญหากับ นายฮ้อย มากๆ เพราะชอบบ่นว่านายฮ้อยแกล้งกดราคางัวตนเอง. งัวตัวเองตัวเบ้อเริ่ม  แต่ให้ราคาถูกๆ ( บางตัวราคาถูกกว่าบราห์มัน เกือบหมื่นบาท ทั้งที่ตัวเท่ากัน )  ....

บาง คนมาดูงัวในคอกผม เห็นผมขายลูกงัวไป ถึงกับสบถคำหยาบคาย ก่นด่า พ่อค้าที่มาซื้องัวตัวเองให้ผมฟัง ว่าเอาเปรียบตนเองอย่างมาก  .... ผมเองก็ไม่ได้พูดอะไร แต่คิดในใจว่า บราซิลผ่าน กับบราห์มัน ราคามันต่างกัน เอาขนาดของตัวลูกงัวมาเปรียบเทียบกันไม่ได้  ... ( แม้แต่แม่งัวก็เอามาเทียบกันไม่ได้ .... คือ แม่บราซิลผ่าน จะราคาแพงมากๆ แต่บราห์มันจะถูกๆเอง )

ผมนั่งมองคนมีตังที่เข้ามาเลี้ยงงัว หลายคนมากๆ ที่เข้ามาเลี้ยงงัวแล้วต้องเลิกเลี้ยงกันไป ( เข้ามาในยุคทองของงัวนี่แหละ ไม่เคยเจอปัญหาพวกปั่นราคาด้วย ) .... ทุกคน จะเลี้ยงงัวบราซิลผ่านกันทั้งนั้น  .... สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือ ไม่ค่อยเห็นลูกงัวเดินติดฝูง  จะเห็นแต่แม่งัว  เนื่องจากบราซิลผ่าน เลี้ยงยาก ให้ลูกยาก จึงไม่ค่อยให้ผลผลิต เมื่อลงทุนทำมาหากินแล้วไม่ค่อยได้ผลตอบแทน  คนที่มองเรื่องการลงทุนก็ย่อมมองหาช่องทางทำกินอื่นๆ ที่ได้ดีกว่า ทั้งๆที่งัวนี่แหละ คือเพชรยอดมงกุฎ วันนี้ไม่มีอะไรที่ให้รายได้เกินงัวอีกแล้ว .... แต่หลายคนมากๆ ที่โละแปลงหญ้า แล้วหันไปปลูกอ้อย ปลูกมัน  ในยุคทองของงัว ( อ้อย / มัน มีหรือจะสู้งัวได้ )

วันก่อนไปเที่ยวดูราคางัวในตลาดนัด ... พ่องัวบราซิลผ่าน ตัวนึงร้องขาย 55,000 บาท คนซื้อต่อราคาให้หย่อน 50,000 ลงมา ตัวแทบจะสูงท่วมหัวให้ได้ พ่อค้าเขานั่งคุยกัน ว่าตัวนี้น่าจะหนัก ไม่ต่ำกว่า 700 กก. ( ตกราคา กก. นึง ไม่ถึง 80 บาทด้วยซ้ำ ) .... อีกตัวไกล้ๆกัน เป็น บราห์มัน ขายไปแล้ว 55,000 บาท ผมลองถามพ่อค้าดูว่าน่าจะหนักเท่าไหร่ เขาบอกว่า น่าจะไม่เกิน  600 กก.  ตกราคา กก. ละ 100 บาท น่าจะได้

บราซิลผ่าน .... ลูกงัวตัวเมียจะเริ่มๆทับอายุราวๆ เฉียด 30 เดือน ในขณะที่บราห์มัน เลือดสูงๆ จะทับที่ 24 เดือน ( บราห์มันชาวบ้านทับ 20 - 24 เดือน )  ต้องกินหญ้าอ่อนๆพอๆกับบราห์มันเลือดสูงๆ ( กินหญ้าแก่แล้วจะมีปัญหางัวอ้วนยาก  ไม่ค่อยทับ แล้วทำให้ไม่ค่อยได้ลูกงัว ) เนื่องจากเป็นงัวเฟรมขนาดใหญ่มากๆ จึงต้องกินอาหารโปรตีนสูงๆ ถึงจะพอเลี้ยงสภาพร่างกายให้คงอยู่ได้ ( พอๆกับบราห์มันเลือดสูงๆ หรือ ชาโรเล่นั่นแหละ )  

.... ถ้าเราปลูกหญ้าให้งัวกิน  หญ้าอ่อน ก็จะต้นไม่ยาวเท่าไหร่ ได้ปริมาณหญ้าต่อไร่น้อย ทำให้เวลาเราเลี้ยงงัวพวกนี้ แปลงเท่าๆกันจะเลี้ยงได้น้อยตัวกว่าเขา  .... อีกทั้งงัว เฟรมขนาดใหญ่พวกนี้ ตัวมันโตกว่าเขา ยิ่งทำให้กินหญ้าจุเข้าไปใหญ่ ยิ่งทำให้เลี้ยงได้น้อยตัวเข้าไปอีก

พวกงัวเฟรมขนาดกลางๆ  แม้ว่าจะขุนได้ไม่ดีเท่าไหร่ ทำให้ตลาดต้องการน้อยกว่า ราคาจึงไม่ดีเท่าพวกงัวใหญ่ๆ ( แต่ต้องการมากกว่าบราซิลผ่านแน่ๆ  ) .... แต่งัวพวกนี้ กินหญ้า แก่ๆอายุค่อนข้างเยอะ  แล้วไม่มีปัญหามากนัก จึงทำให้เราเลี้ยงต่อพื้นที่ดินได้เยอะแม่กว่า  อีกทั้งตัวเล็กกว่า จึงกินน้อยกว่า ยิ่งได้จำนวนมากขึ้นไปอีก ( แต่ขายได้ราคาไกล้เคียงกะบราซิลผ่านนี่แหละ )

แถมงัวเฟรมขนาดกลางๆ จะมีอัตตราการเจริญพันธุ์สูง ดูแลง่าย ให้ลูกกันสนุกสนาน  ... เวลาเดินทางไปใหนๆ แล้วเห็นฝูงงัว สังเกตฝูงงัวชาวบ้านพวกตัวเล็กๆ จะมีลูกงัววิ่งตามหลังกันเต็มไปหมด ... เทียบกะ พวกตัวใหญ่ๆ เราจะไม่ค่อยเห็นลูกงัว นะ

แต่พวกเฟรมกลางๆ ราคาจะไม่ดีเท่าไหร่ .... เมื่อเทียบกะ พวกบราห์มันขนาดใหญ่ หรือ ชาโรเล่ส์  พวกนี้ราคาดี ขายลูกได้แพง แม้ไม่ค่อยได้ตัวลูก แต่ก็ได้ลูกราคาแพง .... ซึ่งในการจัดการคอก และการลงทุน  เมื่อเอามาเทียบกันแล้ว ผมก็ไม่รู้นะว่าอันใหนได้เงินดีกว่ากัน

แต่ผมเลือกงัวเฟรมจนาดกลางดีกว่า .... ตอนนี้กำลังทดลองเลี้ยง บีฟมาสเตอร์อยู่ ว่าให้ผลผลิตดีแค่ใหน

ทดลองมาได้ 3 ปีละ ลูกในฝูงกำลังคลอดลูกอยู่ แต่เรื่องอัตตราเจริญพันธุ์ อันนี้โดนใจมาก .... งัวแกลบยังอาย

เลี้ยงงัวนี้ ฟันธงเลยว่า ลูกงัววิ่งกันให้เกลื่อนคอกแน่ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 13, 2015, 12:03:09 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1833


« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2015, 11:25:33 AM »

ภาษาคนเลี้ยงงัว  คำว่า บราซิลผ่าน  หมายถึง งัวบราห์มันขนาดใหญ่ ที่มีสายเลือดงัวบราซิลปนอยู่เล็กน้อย. เนื่องจากต้นตระกูลของงัวพวกนี้เคยผ่านการเป็นงัวบราซิลมาก่อน ในยุคสมัยงัวบราซิลดังๆ

ช่วงเวลานั้น กระแสบราซิลมาแรง  ทำให้มีคนเอาแม่งัวของตนเองมาผสมกับพ่อบราซิล จึงได้งัวลูกครึ่งบราซิล ออกมา ... ต่อมาเมื่อกระแสดับลงไป  ลูกงัวเหล่านี้ก็ยังคงอยู่  คนเขาก็จะเอาบราห์มันมาผสม หรือไม่ก็เอาตัวผู้มาคุมฝูงบราห์มัน

ทำให้ได้ลูกผสม สายเลือด 6 - 25 % .... เรียกงัวพวกนี้ว่า บราซิลผ่าน

งัวพวกนี้เจ้าของงัวจะคัดเลือกให้มีลักษณะพื้นฐานของงัวที่ยังคงสภาพการเป็นงัวบราซิลค่อนข้างสูง แต่ หัว และ หู สั้นแบบบราห์มัน ซึ่งมันก็คือ งัวบราซิล แต่หัวบราห์มันนั่นแหละ

ต่างจากพวกที่เป็นบราห์มันไปแล้ว ... เลือดก็ 6 - 25 % เท่าๆกันนั่นแหละ แต่เจ้าของจะคัดเลือกงัวให้มีลักษณะพื้นฐานของบราห์มันสูงๆ พวกนี้จะเป็นบราห์มันคุณภาพสูง จนไม่เหลือเค้าโครงของการเป็นบราซิลอีกต่อไป ....

งัวพวกที่เป็นบราห์มันเหล่านี้ ตัวไม่ใหญ่โตสะดุดตาคนมากนัก เน้นไปที่เนื้อมากกว่า ... คนทุนหนาๆ แต่ขาดประสบการณ์ มักจะเลือกบราซิลผ่านเสียมากกว่า  เพราะตัวใหญ่ แลดูสวยงาม  ด้วยพื้นฐานความคิดที่ถูกเพียงครึ่งเดียวว่า งัวตัวยิ่งใหญ่ยิ่งดี  วัวตัวใหญ่หมายความว่าต้องโตเร็ว แล้วต้องได้ผลผลิตดี ได้กำไรดีๆ

..... คิดผิดถนัด .....

บันทึกการเข้า
OuiAh
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #15 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2015, 12:45:39 PM »

แล้วลูกผสมบรามั่นเป็นยังไงบ้างครับพี่Markonikove


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 18   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: