หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เลี้ยงปลาในระบบปิดน้ำหมุนเวียนบนพื้นที่เล็กๆของบ้านจัดสรร  (อ่าน 31381 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
rotorjj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85


« ตอบ #32 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2015, 10:43:29 AM »

ถามหน่อยครับ เห็นวัสดุ พวก PVC แผ่นเรียบกับอะคลีลิค แผ่นหนาๆ ซื้อหาจากไหน ราคาแรงไหมครับ

อะคลีลิค ซื้อจากฮาร์ดแวร์เฮาส์ครับ ส่วนแผ่น PVC นั่นซื้อท่อใหญ่มาผ่าแล้วดัดเอาเองครับ
บันทึกการเข้า

rotorjj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85


« ตอบ #33 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2015, 10:50:42 AM »

น่าจะเลี้ยงปลากระพง / ปลากด / ปลาที่มีราคานะครับ ผมเห็นระบบกรองแล้วยอดเยี่ยมจริงๆๆๆ


ลืมลงเลย เอามาลงแล้วครับ 4 นิ้ว มาทดลองเลี้ยงดูก่อน 130 ตัว 3 วันแล้ว


ตอนนี้กำลังศึกษาลักษณะนิสัยอยู่ แต่ดูท่าจะยากหน่อยในช่วงแรก ดูเหมือนน้ำจะใสเกินไปลึก 1 เมตร ก็ยังมองเห็นตัวได้ชัด ปลามีอาการเหมือนหวาดระแวงอยู่ ยังไม่ชิน


Liked By: nikomk, wat03
บันทึกการเข้า
nikomk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 638


« ตอบ #34 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2015, 10:51:30 AM »

โปรเจ็คหน้า ลองเปลี่ยนเลี้ยงปลาชนิดอื่นบ้าง ที่ขายราคาแพงเลยครับ ดูระบบแล้วคงผ่านได้สบาย...
บันทึกการเข้า
rotorjj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85


« ตอบ #35 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2015, 10:57:20 AM »

โปรเจ็คหน้า ลองเปลี่ยนเลี้ยงปลาชนิดอื่นบ้าง ที่ขายราคาแพงเลยครับ ดูระบบแล้วคงผ่านได้สบาย...

จะว่าอะไรมั๊ยครับถ้าผมอยากเลี้ยงปลาเก๋า!!!
ส่วนระบบจะผ่านหรือเปล่าต้องดูตอนโตอีกทีครับว่า แอมโมเนีย ไนเตรต ไนไตร เท่าไร


Liked By: nikomk, dollydiablo
บันทึกการเข้า
nikomk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 638


« ตอบ #36 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2015, 11:01:34 AM »

น่าจะเลี้ยงปลากระพง / ปลากด / ปลาที่มีราคานะครับ ผมเห็นระบบกรองแล้วยอดเยี่ยมจริงๆๆๆ


ลืมลงเลย เอามาลงแล้วครับ 4 นิ้ว มาทดลองเลี้ยงดูก่อน 130 ตัว 3 วันแล้ว


ตอนนี้กำลังศึกษาลักษณะนิสัยอยู่ แต่ดูท่าจะยากหน่อยในช่วงแรก ดูเหมือนน้ำจะใสเกินไปลึก 1 เมตร ก็ยังมองเห็นตัวได้ชัด ปลามีอาการเหมือนหวาดระแวงอยู่ ยังไม่ชิน

ปลากะพงขนาด 4นิ้วขนาดกำลังดีเลยครับ (เลี้ยงอาหารเม็ดใช่ไหมครับ) ลองดูถ้าผ่านไปสัก 2-3 week แล้วมาเช็คอีกทีว่าตายไปกี่ % ปลาชนิดนี้มันไวต่อแสง ชอบกินอาหารเวลามืดๆ ถ้าน้ำใสมาก มันจะชอบไปนอนหลบตามมุมบ่อ และรวดเร็วปราดเปรียว 130ตัวนี้ ถ้ารอดหมด ก็เยอะอยู่ครับ ขอให้ผ่านไปได้ครับ


Liked By: rotorjj
บันทึกการเข้า
nikomk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 638


« ตอบ #37 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2015, 11:04:57 AM »

โปรเจ็คหน้า ลองเปลี่ยนเลี้ยงปลาชนิดอื่นบ้าง ที่ขายราคาแพงเลยครับ ดูระบบแล้วคงผ่านได้สบาย...

จะว่าอะไรมั๊ยครับถ้าผมอยากเลี้ยงปลาเก๋า!!!
ส่วนระบบจะผ่านหรือเปล่าต้องดูตอนโตอีกทีครับว่า แอมโมเนีย ไนเตรต ไนไตร เท่าไร

เห็นด้วยเลยครับ
ระบบผ่านไม่ผ่าน ต้องวัดกันที่ช่วงปลาโต มันจะเป็นช่วงที่ทดสอบระบบได้ดีที่สุดครับ ซึ่งมีระยะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ได้ทดสอบหลายๆ อย่างไปพร้อมกัน อาจต้องใช้ 6-8 เดือน แล้วจะเห็นผล เพื่อสรุปปัญหาและหาแนวทางแก้ไขต่อไปครับ


Liked By: rotorjj
บันทึกการเข้า
Prantalay
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #38 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2015, 04:35:24 PM »

เพิ่ม โปรตีน สกิมเมอร์ อีกตัว แจ่มเลย อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า
rotorjj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85


« ตอบ #39 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2015, 05:38:58 PM »

น่าจะเลี้ยงปลากระพง / ปลากด / ปลาที่มีราคานะครับ ผมเห็นระบบกรองแล้วยอดเยี่ยมจริงๆๆๆ


ลืมลงเลย เอามาลงแล้วครับ 4 นิ้ว มาทดลองเลี้ยงดูก่อน 130 ตัว 3 วันแล้ว


ตอนนี้กำลังศึกษาลักษณะนิสัยอยู่ แต่ดูท่าจะยากหน่อยในช่วงแรก ดูเหมือนน้ำจะใสเกินไปลึก 1 เมตร ก็ยังมองเห็นตัวได้ชัด ปลามีอาการเหมือนหวาดระแวงอยู่ ยังไม่ชิน

ปลากะพงขนาด 4นิ้วขนาดกำลังดีเลยครับ (เลี้ยงอาหารเม็ดใช่ไหมครับ) ลองดูถ้าผ่านไปสัก 2-3 week แล้วมาเช็คอีกทีว่าตายไปกี่ % ปลาชนิดนี้มันไวต่อแสง ชอบกินอาหารเวลามืดๆ ถ้าน้ำใสมาก มันจะชอบไปนอนหลบตามมุมบ่อ และรวดเร็วปราดเปรียว 130ตัวนี้ ถ้ารอดหมด ก็เยอะอยู่ครับ ขอให้ผ่านไปได้ครับ

ขอบคุณพี่ nikomk นะครับสำหรับคำแนะนำที่ ผมเลยจัดเต็มเลย


รอลุ้น... ส่วนปลานิลยังคงกินอาหารกันดี กินซะตลอดเวลาเลย ผ่านไป 1 อาทิตย์กว่าๆ สำหรับไซใบแค

บันทึกการเข้า
nikomk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 638


« ตอบ #40 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2015, 11:32:40 AM »

ปลานิลต้องพึงระวังเรื่องออกลูกแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ถ้าแปลงเพศจะโอเคกว่าครับ

ปลากะพง พอถึงไซด์ 2ขีดขึ้นไป ถ้าออกซิเจนในน้ำไม่เพียงพอ จะมีผลต่อการกินอาหารคือกินอาหารน้อยลง และจะมีอาการป่วยตามมา สังเกตได้ตัวที่ป่วยจะว่ายลอยผิวน้ำ ตัวสีดำคล้ำ มีจุดขาวที่กระโดงหลัง ตัวที่ป่วยมักจะแยกตัวออกจากฝูง
บันทึกการเข้า
rotorjj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85


« ตอบ #41 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2015, 06:34:05 PM »

ปลานิลต้องพึงระวังเรื่องออกลูกแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ถ้าแปลงเพศจะโอเคกว่าครับ

ปลากะพง พอถึงไซด์ 2ขีดขึ้นไป ถ้าออกซิเจนในน้ำไม่เพียงพอ จะมีผลต่อการกินอาหารคือกินอาหารน้อยลง และจะมีอาการป่วยตามมา สังเกตได้ตัวที่ป่วยจะว่ายลอยผิวน้ำ ตัวสีดำคล้ำ มีจุดขาวที่กระโดงหลัง ตัวที่ป่วยมักจะแยกตัวออกจากฝูง


ขอบคุณพี่ nikomk นะครับที่ถ่ายความรู้และประสบการณ์ ในบ่อเป็นปลานิลแปลงเพศครับ สำหรับกะพงยังคงไม่ค่อยกินอาหารเม็ด(อดทนฝึกให้กินอาหารเม็ดกันต่อไป) ปลากะพงที่ได้มาก็หัดอาหารเม็ดจากฟาร์มแล้ว แต่คงเป็นเพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงจากเดิมมาก แต่ลองโยนอาหารที่ปั้นเป็นเม็ดลงไปก็มีมาฮุบกินอยู่บ้าง เอาลูกปลานิลที่ตายให้กินก็กินอย่างเร็ว สงสัยอยู่ว่าตอนนี้ให้อาหารเม็ดเล็กปลาดุกถ้าเกิดเปลี่ยนเป็นอาหารปลากะพงมันน่าจะกินดีรึเปล่า เห็นราคาอาหารปลากะพงแล้วคงต้องรองบปลายเดือนก่อนละ
บันทึกการเข้า
nikomk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 638


« ตอบ #42 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2015, 08:27:08 AM »

ปลานิลต้องพึงระวังเรื่องออกลูกแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ถ้าแปลงเพศจะโอเคกว่าครับ

ปลากะพง พอถึงไซด์ 2ขีดขึ้นไป ถ้าออกซิเจนในน้ำไม่เพียงพอ จะมีผลต่อการกินอาหารคือกินอาหารน้อยลง และจะมีอาการป่วยตามมา สังเกตได้ตัวที่ป่วยจะว่ายลอยผิวน้ำ ตัวสีดำคล้ำ มีจุดขาวที่กระโดงหลัง ตัวที่ป่วยมักจะแยกตัวออกจากฝูง


ขอบคุณพี่ nikomk นะครับที่ถ่ายความรู้และประสบการณ์ ในบ่อเป็นปลานิลแปลงเพศครับ สำหรับกะพงยังคงไม่ค่อยกินอาหารเม็ด(อดทนฝึกให้กินอาหารเม็ดกันต่อไป) ปลากะพงที่ได้มาก็หัดอาหารเม็ดจากฟาร์มแล้ว แต่คงเป็นเพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงจากเดิมมาก แต่ลองโยนอาหารที่ปั้นเป็นเม็ดลงไปก็มีมาฮุบกินอยู่บ้าง เอาลูกปลานิลที่ตายให้กินก็กินอย่างเร็ว สงสัยอยู่ว่าตอนนี้ให้อาหารเม็ดเล็กปลาดุกถ้าเกิดเปลี่ยนเป็นอาหารปลากะพงมันน่าจะกินดีรึเปล่า เห็นราคาอาหารปลากะพงแล้วคงต้องรองบปลายเดือนก่อนละ

อาหารปลาดุกปลากะพงมันไม่กินอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติครับ ต้องใช้อาหารเม็ดสำเร็จสำหรับปลากะพงเท่านั้น แล้วมันจะกินดี อาหารปลากะพงมีเป็นเบอร์แต่ละเบอร์ใช้กับขนาดปลาที่ต่างกัน กระสอบ 20โล ก็ พันนิดๆ อีกอย่างอาหารเม็ดปลากะพงโปรตีนสูง 42%


Liked By: rotorjj, kamsai2010
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 13, 2015, 08:40:50 AM โดย nikomk » บันทึกการเข้า
up2uloveu
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2110


« ตอบ #43 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2015, 09:57:10 AM »

น่าเอาน้ำในระบบบำบัดมาผ่านระบบการปลูกพืชแบบ ไฮโดรโพนิกส์ ด้วยนะครับธาตุอาหารเยอะดี  ยิ้มเท่ห์


Liked By: rotorjj, kamsai2010
บันทึกการเข้า

นานาพันธุ์กล้วย  โทร. 099-9532651
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=126750.0
rotorjj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85


« ตอบ #44 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2015, 10:42:07 AM »

ปลานิลต้องพึงระวังเรื่องออกลูกแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ถ้าแปลงเพศจะโอเคกว่าครับ

ปลากะพง พอถึงไซด์ 2ขีดขึ้นไป ถ้าออกซิเจนในน้ำไม่เพียงพอ จะมีผลต่อการกินอาหารคือกินอาหารน้อยลง และจะมีอาการป่วยตามมา สังเกตได้ตัวที่ป่วยจะว่ายลอยผิวน้ำ ตัวสีดำคล้ำ มีจุดขาวที่กระโดงหลัง ตัวที่ป่วยมักจะแยกตัวออกจากฝูง


ขอบคุณพี่ nikomk นะครับที่ถ่ายความรู้และประสบการณ์ ในบ่อเป็นปลานิลแปลงเพศครับ สำหรับกะพงยังคงไม่ค่อยกินอาหารเม็ด(อดทนฝึกให้กินอาหารเม็ดกันต่อไป) ปลากะพงที่ได้มาก็หัดอาหารเม็ดจากฟาร์มแล้ว แต่คงเป็นเพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงจากเดิมมาก แต่ลองโยนอาหารที่ปั้นเป็นเม็ดลงไปก็มีมาฮุบกินอยู่บ้าง เอาลูกปลานิลที่ตายให้กินก็กินอย่างเร็ว สงสัยอยู่ว่าตอนนี้ให้อาหารเม็ดเล็กปลาดุกถ้าเกิดเปลี่ยนเป็นอาหารปลากะพงมันน่าจะกินดีรึเปล่า เห็นราคาอาหารปลากะพงแล้วคงต้องรองบปลายเดือนก่อนละ

อาหารปลาดุกปลากะพงมันไม่กินอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติครับ ต้องใช้อาหารเม็ดสำเร็จสำหรับปลากะพงเท่านั้น แล้วมันจะกินดี อาหารปลากะพงมีเป็นเบอร์แต่ละเบอร์ใช้กับขนาดปลาที่ต่างกัน กระสอบ 20โล ก็ พันนิดๆ อีกอย่างอาหารเม็ดปลากะพงโปรตีนสูง 42%

เดี๋ยวผมจะลองเอามาเปิบดูนะครับ


Liked By: nikomk
บันทึกการเข้า
rotorjj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85


« ตอบ #45 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2015, 10:45:27 AM »

น่าเอาน้ำในระบบบำบัดมาผ่านระบบการปลูกพืชแบบ ไฮโดรโพนิกส์ ด้วยนะครับธาตุอาหารเยอะดี  ยิ้มเท่ห์

ก็มีความคิดจะทำอยู่นะครับ แต่สภาพพื้นที่ไม่ค่อยน่าคุ้มทุนเพราะได้รับแสงแค่ครึ่งวันเท่านั้น ผมเลยคิดว่าจะเพิ่มรางน้ำแล้วเพาะสาหร่ายหรือตะไคร่น้ำเลี้ยงปลานิลแทน
บันทึกการเข้า
up2uloveu
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2110


« ตอบ #46 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2015, 06:22:51 PM »

น่าเอาน้ำในระบบบำบัดมาผ่านระบบการปลูกพืชแบบ ไฮโดรโพนิกส์ ด้วยนะครับธาตุอาหารเยอะดี  ยิ้มเท่ห์

ก็มีความคิดจะทำอยู่นะครับ แต่สภาพพื้นที่ไม่ค่อยน่าคุ้มทุนเพราะได้รับแสงแค่ครึ่งวันเท่านั้น ผมเลยคิดว่าจะเพิ่มรางน้ำแล้วเพาะสาหร่ายหรือตะไคร่น้ำเลี้ยงปลานิลแทน
รอชมไอเดียแจ่มๆ ครับผม  อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า

นานาพันธุ์กล้วย  โทร. 099-9532651
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=126750.0
rotorjj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85


« ตอบ #47 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2015, 04:27:04 PM »

มีอะไรมานำเสนอเล็กน้อย กับท่อน้ำเข้าบ่อเลี้ยง จะเป็นท่อขนาด 1 นิ้ว และมีท่อ 4 หุนสั้นๆ ต่อคั่นกลาง และเจาะรูที่ท่อ 4 หุน 1-4 รู ดังรูป


รูปนี้เป็นรูปทดสอบ ใช้ท่อพลาสติกใสเพื่อดูว่ามันทำงานยังงัย


รูปเมื่ออัดน้ำเข้าท่อจะเกิดฟองอากาศในท่อ และฟองจะถูกขับดันออกทางปลายท่อ


ตอนแรกที่ออกแบบท่อน้ำเข้านี่คิดว่ามันจะเป็น Ventury แต่ถ้าดูดีๆ น่าจะเป็นเพราะความแรงน้ำที่ตกกระทบไปผลักดันฟองอากาศออกมาจากท่อ และจะมีอากาศเข้ามาแทนที่จากรูที่เจาะไว้
<a href="https://www.youtube.com/v/ifNYmjyh7QA" target="_blank">https://www.youtube.com/v/ifNYmjyh7QA</a>

ข้อดีคือ น่าจะช่วยเรื่องเติม O2 หรือไม่ก็ Degas อันตรายไปด้วย(ไม่มีเครื่องวัด DO เลยไม่รู้ว่าช่วยได้เท่าไร) เสียงเงียบ และเติมฟองอากาศลงไปได้ลึกกว่าการปล่อยน้ำที่ผิวบ่อ

ที่บ่อนี้ผมใส่ไปตั้ง 4 ท่อ แต่จะมีปัญหาตรงที่น้ำต้องไหลผ่านท่อเกือบๆ 1 ตันต่อชั่วโมง หรือมากกว่า จึงจะเกิดฟองมาก และน้ำใหม่ที่เข้ามาอาจมุดลงไปหาสะดือบ่อเร็วเกิน ก็แก้ด้วยการต่อข้องอ 45 หรือ 90 องศาใส่ที่ปลายท่อ และถ้าหันข้อต่อไปในทิศทางเดียวกันก็จะทำให้เกิดการหมุนของน้ำในบ่อด้วยนะครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2015, 04:39:44 PM โดย rotorjj » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: