ข่าว
หน้า: [1] 2 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อยากเลี้ยงวัวเป็นอาชีพเสริมครับ แบบไม่ค่อยพอเพียงเท่าไร (แบบกึ่งฟาร์ม)  (อ่าน 15082 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
bobmarley2527
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 02:38:02 AM »

มือใหม่คับขอความกรุณาด้วยนะครับ
ต้องขอเกริ่นแนะนำตัวก่อนนะครับ อายุ 30 ปี บ้านเกิดเป็นคนชัยภูมิมีที่ดินพ่อแม่แบ่งให้ 2 แปลง แปลงนึง 16 ไร่ มีระบบน้ำบาดาลซัมเมอสพร้อม (ที่จะทำฟาร์มวัว) อีกแปลง 14 ไร่ ตัวผมทำงานรับราชการอยู่จังหวัดนครพนม แล้วก็ได้เมียที่นั่นคับ ผมได้ศึกษาเบื้องต้นเท่าที่หาข้อมูลได้มาดังนี้ครับ ขอปรึกษาเป็นข้อๆดังนี้คับ
1.พันธ์วัว
ที่ชัยภูมินิยมเลี้ยงวัวหูยาว(ซึ่งผมไม่ชอบอยู่แล้ว ไม่ชอบนักเล่นวัวคับ)กับอเมริกันบรามัน เป็นส่วนมาก แต่ทางบ้านเมียนครพนม สกลนคร นิยมเลี้ยงชาโรเล่ห์
ผมควรเลี้ยงพันธ์อะไรดีคับ ควรมองที่ตลาดโซนไหนดี
2. อาหาร
ผมว่าจะปลูกแพงโกล่า ทำหญ้าอัดก้อน ในที่ดินในประมาณ 10 ไร่ อีก 4 ไร่ เป็นล้อมให้แทะเล็มกับคอก บ้านผมมีรถไถคูโบต้า 46 แรงอยู่แล้วคับ (ตอนนี้ทำอ้อย) มันสมควรหรือเปล่าคับ หรือหญ้าอื่นๆเหมาะสมกว่า แต่ขอเป็นอัดก้อนได้นะครับเพราะผมจ้างคนเลี้ยงถูกๆไม่ได้เกี่ยวหญ้า
3. เครื่องตัดหญ้า
เครื่องตัดหญ้าผมว่าจะใช้หัวเครื่องตัดวางรายแล้วปล่อยให้แห้ง จะสามารถใช้เครื่องอัดก้อนอัดได้มั้ยครับ เพราะดูตามเว็บเครื่องตัดที่เขาทำกันมันเป็นเครื่องปั่นและก็มีเครื่องพลิกอีก ราคาเครื่องอัดก้อนราคาปัจจุบันแพงขนาดไหนครับ ถึง 250k หรือเปล่า เครื่องตัดวางรายราคาพอฟัง 50k
4. จำนวนแม่พันธ์และการเลือกซื้อ
4.1 คิดไว้จะลงแม่พันธ์บรามัน เลือดควรกี่ % คับ
4.2 ส่วนจำนวนผมจะลงเริ่มต้น 15 - 20 ตัว โดยมองไว้ 2 แบบตามคำแนะนำของพี่ๆในเว็บ คือซื้อวัวแม่สาวแบบไม่สวยเท่าไร(วัวผอมแต่มีเลือดสูง) หรือลูกวัวอย่านม(เน้นสวยๆ )ดีกว่ากันครับ
4.3 ราคาลูกวัว ณ ตอนนี้ราคาประมาณเท่าไรคับ ควรซื้อตามนัด หรือบุกฟาร์มดี
5.การผสมพันธ์
ตั้งใจถ้าผสมเทียมจะเอาชาโรเล่ใส่จะเหมาะมั้ยครับ แต่ในใจก็อยากใช้พ่อพันธ์คุมฝูงแต่ติดปัญหาพ่อชาโรเล่ห์กลัวไม่สู้แดดนี่สิครับ
หรือจะใช้พ่อบรามันไปเลย ราคาแรงมั้ยครับ ควรใช้แม่พันธ์และพ่อพันธ์เลือดเท่าไรถ้าใช้แบบคุมฝูง
5. ผมตั้งเป้า 5 ปี ขยายแม่วัวเป็น 50 ตัว หญ้าจะพอมั้ยครับ (ถามเผื่อนะครับคงไม่เจ้งซะก่อน)
ผมมีเงินเก็บ 500k เป็นเงินเย็น พอจะไหวมั้ยครับ ไม่อยากกู้สหกรณ์เท่าไร

ขอคำแนะนำจากพี่ในนี้หน่อยนะครับ ถามหลายข้อครับ ขออภัยมือใหม่  ยิ้ม

ปล. ใครอยู่แถวนครพนม สกลนคร ทักทายกันได้นะครับ ผมทำงานชลประทานอยู่ที่ประตูระบายน้ำน้ำก่ำ ว่างๆเข้าไปเที่ยวหาได้ครับ ยังไม่มีวัวนะครับ อิอิ ชวนไปดูวัวด้วยได้ครับ












 
บันทึกการเข้า

markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 03:25:56 AM »

1. สายพันธุ์ กึ่งฟาร์ม เอายุโรปไปเลย งัวไม่ตากแดดยืนกินหญ้าทั้งวัน ไม่มีปัญหาอะไร ตลาด งัวยุโรป โซนอีสานราคาดีที่สุด เพราะแหล่งขุนงัวเกรดสูงๆกระจุกตัวอยู่ที่นี่แหละ

2. แพงโกล่านี่แหละ เหมาะสุด กับเครื่องจักรที่มี ( เพราะเนเปียร์ ต้องใช้ แมสซี่ หรือไม่ก็ฟอร์ด )  ซื้อช๊อปแพงโกล่าอีกตัวนึง น่าจะ 100 k ตัดเก็บขึ้นกะบะรถไปในตัว แค่โกยลงมาใส่รางให้งัวพอดี .... แต่ทุน แค่ 500 k ยังไม่ต้องคิดเรื่องนี้หรอก เพราะแค่ค่าแม่งัว กะ ค่าคอกก็แทบจะไม่พออยู่แล้วล่ะ .... ดังนั้น ปลูกหญ้าสดให้งัวแทะเล็มในแปลง เช้าเปิดคอก เย็นปิดคอก สายๆ ทำความสะอาดโรงเรือน .... เวิร์คสุด

ที่ดิน 1 ไร่ ปล่อยแทะเล็ม ได้ 1 แม่ รวมลูกกินนมพอดี

3. ทุนแค่ ล้านเดียว ไม่ต้องไปคิดเรื่องนี้หรอก เพราะแค่ค่าคอก กะแม่งัว ก็แทบจะไม่เหลือแล้วล่ะ ...  ฝันเอาไว้ในวันข้างหน้าที่ขาเราแข็งพอแล้วค่อยว่ากันใหม่เหอะ

4.1 เราผลิตลูกงัวป้อนตลาด ดูไม่ออกหรอกว่ากี่ % เพราะผสมกันมั่วๆเอาไว้ ใช้วิธีดูขนาดงัว แล้วกะระดับเลือดเอา  ส่วนใหญ่ราคาที่ไม่เกินเนื้อมากจนเราเสี่ยงลงทุนสูงเกินเหตุ น่าจะ นน. ราวๆ 400 - 500 กก. ( ตอนอ้วนนะ )

4.2 ตัวเมียผอมๆ แบบไม่มีลูก มีความเสี่ยงว่าจะเจองัวคัดทิ้ง ซึ่งอาจจะไม่สามารถให้ลูกได้อีก ( เอามาเลี้ยงก็อ้วน ขายออกก็มีกำไร ... ขอแค่ซื้อให้ชิดเนื้อเข้าไว้ ) แม่งัวที่เขาขายทิ้งออกมา ทำใจได้เลยว่า มีปัญหาไม่ทางได ก็ทางนึง แน่ๆ ( อย่างน้อยก็ให้ลูกไม่ดี ) .... ยกเว้นว่าจะไปซื้อแบ่งพวกที่เลิกเลี้ยงขายงัวมิ้งยกฝูง จากนั่นก็คัดดีๆมา

แม่งัว ถ้าเอามาเลี้ยง ราวๆ ปีเศษๆ ถึง 2 ปี ก็จะให้ผลผลิตลูกงัว ... ถ้าดวงดี ท้องมา อีกไม่กี่เดือนคลอดลูก ก็โชคดีไป ถ้าดวงไม่ดี ยังไม่ทับ เราก็ต้องมาเลี้ยงจนอ้วนถึงจะทับ แล้วรอตั้งท้องอีก 9 เดือนคลอดลูก จากนั้นเลี้ยงลูกต่ออีก 1 ปี ขายได้เงิน .... ถ้าดวงซวย เจอแม่มีปัญหา  เราเลี้ยงงัวมา เป็นปี กว่าจะได้ลูกดันมาจอแม่แบบนี้อีก ขายออกก็ยังมีกำไร เพราะงัวอ้วน ( ยกเว้นซื้อแม่งัวเกินเนื้อไปเยอะเกิน )

แต่ลูกที่ได้จากแม่แบบนี้ ทำใจได้เลยคับว่า ไม่ถึงกะดีนัก เพราะแม่ไม่ดีเท่าไหร่ ( แม่ดีๆ เขาก็ไม่ขายออกมา ถึงจะขายก็ขายแพง .... ไม่คุ้มหรอก ) ... รอให้งัวเราได้ผลผลิต แล้วค่อยขยับขยาย เปลี่ยนแม่ใหม่อีกทีจะไปรุ่งกว่า
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 04:04:15 AM »

ลูกหย่านม ... ต้องระวังไทยใหญ่อายุเยอะหลอกตา

ลูกตัวเมีย ดีๆ กะ ห่วยๆ ราคาต่างกันนิดเดียวเอง ซื้อดีๆ ในราคาชิดเนื้อไปเลยดีกว่า ( พยายามอย่าซื้อไกลเนื้อนัก เพราะเวลางัวมีปัญหาแล้ว เราขายคืนจะได้ไม่เจ็บตัวมาก )

เลี้ยงลูกงัวหย่านม 1 ปี ถึง ปีเศษๆ จึงจะทับได้ ตั้งท้องอีก 1 ปี เลี้ยงลูกกินนมอีก 1 ปี เก็บเกี่ยวได้ ... กว่าจะถึงวันนั้น หืดขึ้นคอ งัวมีค่าใช้จ่ายทุกวัน เราต้องเอาเงินมาเลี้ยงงัวตลอดเวลา เป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี จึงจะเห็นตัวเลข .... เสี่ยงมากๆ หากเราประสบปัญหาแบบไม่คาดคิดขึ้นมาจำเป็นต้องตัดภาระออกไป งัวนี่แหละ คือภาระของเรา

แต่งัวหย่านม เราซื้อมาแบบตัวเล็กๆถูกๆ เลี้ยงจนใหญ่ ขายได้ราคาสูงๆ มีแต่ได้กับได้ ต่อให้งัวเป็นแม่แล้วมีปัญหาต้องคัดทิ้ง ก็ยังได้กำไรเยอะอยู่ดี ( แถมเป็นงัวลักษณะดีๆอีกด้วย )

คุณแม่มือใหม่ ตอนคลอดลูกครั้งแรกในชีวิต แทบร้องให้ ( ปีนี้ผมมีคุณแม่มือใหม่ สิบกว่าตัว อานเลย สาระพัดปัญหา ที่เราต้องฝึกคุณแม่มือใหม่ ) .... เอาไว้ค่อยๆ ศึกษาเรียนรู้กันไปครับ เพราะอีกร่วม 3 ปีจึงจะเจอสิ่งนี้

*****( เป็นผมแนะนำนะ .... เอามันอย่างละครึ่งเลยดีกว่า เพราะงัวแม่ ให้ผลผลิตเร็วเก็บเกี่ยวได้ก่อน เอาไว้เป็นทุนต่อสายป่าน เพื่อลดภาระเรา ******

4.3 ราคาภาคเหนือนะ  บ้านผม เนื้อ กก. ละ 250 บาท ( อีสาน 320 บาท ) การซื้อเปรียบเทียบราคา ใช้วิธีคำนวณ นน. งัว คูณด้วยราคาเนื้อ .... แม่งัวลูกตัวแรก เฟรมขนาดกลาง นน. 400 กก. ( ตอนอ้วน ) ถ้า ผอมๆ ขายกันที่ 28,000 - 30,000 บาท

ลูกตัวเมียอายุ 12 เดือน  16,000 - 22,000 บาท ตรงนี้ลูกงัวจะมีความแตกต่างกันมากๆ เพราะชาวบ้านแต่ละรายเลี้ยงงัวดีไม่เท่ากัน หรือ แม่งัวน้ำนมดีไม่เท่ากัน

บุกฟาร์ม ท่านได้แต่งัวหรูๆเถอะ งัวที่เขาไม่ขายให้ท่านในราคาชิดเนื้อหรอก เพราะเป็นงัวที่พัฒนานาสายพันธุ์มาแล้ว  ซึ่งงัวพวกนี้ถ้าเอามาเลี้ยงแบบขายลูกงัวเข้าตลาดนัด ได้ดีกว่าของชาวบ้านไม่เท่าไหร่หรอก .... แต่ราคาลูกงัว ท่านไม่ต้องห่วง เขาไม่ขายให้ท่านในราคาถูกๆแน่ๆ ........ สู้เราพัฒนาเองดีกว่า เพราะเงินลงทุนเราไม่ได้มีเป็นถุงเป็นถังอะไรมากมายนัก ( อาศัยใช้เวลารอคอยนานหน่อย ) ..... แต่เทียบเงินลงทุนกันแบบบาทต่อบาท ได้ดี ต่างกันเยอะ

5. เล่ ในเมืองไทย ไม่มีเลือดสูงๆคับ เพราะเลี้ยงไม่โต สู้อากาศร้อนไม่ไหว จะเล่นเล่ ต้องผสมเทียมเท่านั้น .... ยกเว้นเลี้ยงแม่เล่ แล้วใช้พ่อเล่ทับ เท่านั้น

เพราะเล่ในเมืองไทย เราจะนิยมดึงเลือดไว้แค่ 50 - 60 % เท่านั้น .... แต่งัวเกรดราคาดีๆ เขาจะซื้อลูกเล่ เลือดเกิน 50 % ไปขุนเท่านั้น

การผสมเทียม แล้วจ้างคนงานเลี้ยง เตรียมพ่องัวเบนอวัยวะเพศไว้ด้วยเลยคับ ... เพราะการจับสัดงัว ทำได้ยาก เราต้องเป็นคนละเอียดพอสมควร ต้องใส่ใจสังเกตุงัว คนรับจ้างเลี้ยงหายากมากๆที่จะทำตรงนี้ให้เราได้ ( คนดีๆเก่งๆ เขาคงไม่มารับจ้างเราเลี้ยงงัวหรอก ) ... ต่อให้มีพ่องัวจับสัด ก็ตาม บางทีคนงานยังไม่ใส่ใจให้เราก็มี งัวเป็นสัด ค่ำบ้าง บ้ายบ้าง ไม่ใส่ใจจะจับงัวให้เรา ไม่ใส่ใจโทรตามหมอให้เรา วันๆ แค่เฝ้างัว แล้วก็ไปก๊งเหล้า จากนั้นก็รับเงินค่าจ้าง

ปล. การผสมเทียม อัตตราการติดจะน้อยกว่าผสมจริงอยู่พอสมควรนะ แต่มีข้อดีตรงที่เราสามารถพัฒนาสายพันธุ์งัวได้ดีกว่า .... มองอณาคต เรามีแม่งัวดีๆ
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 04:11:10 AM »

เงินทุนแค่ 5 แสน ที่ดินแปลง 16 ไร่ เลี้ยงแบบปล่อยแปลง ก็น่าจะพอดี นะ

ยิ่งมีน้ำทั้งปี ตกแล้ง ตัดหญ้าแห้งใส่โรงไว้กรณีฉุกเฉิน ก็เพียงพอแล้วล่ะ ไม่ต้องวางแผนเรื่องอาหารอะไรมากมายหรอก

ส่วนเครื่องตัด ถ้าไม่มีอะไร ก็เครื่องสะพายหลัง ใช้ใบตัดแบบใบพัดยาว ให้มันตัดกระจายเต็มแปลงไว้ จากนั้นก็ทิ้งจนแห้ง ไม่ต้องกลับหรอก แดดหน้าแล้งแรง จากนั้นก็ โกยกองเป็นแถวๆ เอารถอัดมาวิ่ง ก็ใช้ได้แล้วล่ะ

แต่ค่าแรง คนโกยกอง เยอะหน่อยนะ
บันทึกการเข้า
bobmarley2527
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 10:24:33 AM »

ขอบคุณมากๆคับที่ให้ความรู้ ได้อะไรเยอะมากเลย
ถามเรื่องตลาดหน่อยครับ

1.เราจะทำส่งตลาดโคขุนเลยหรือว่าจะปล่อยตามตลาดนัดครับ เพราะผมทำงานทางสกลนคร ก็เลยอยากส่งแถวโพนยางคำกับสหกรณ์หนองสูง ไม่ทราบว่าการขนส่งวัว จะคุ้มค่ามั้ยครับ
2.ในปี 2563 วัวออสเตรเลียจะเข้ามาทำตลาดเราพังหรือเปล่าคับ อันนี้ค่อนข้างกังวลเล็กน้อย แต่ผมตั้งใจจะลดต้นทุนให้มากที่สุด หวังว่าคงไม่ขาดทุนอะไร คิดว่าถึงมันจะลงเหลือ โลละ 200 หรือ 150 ก็จะอยู่ให้ได้


Liked By: Nine., muslin2557, sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 12:00:02 PM »

1. บ้านผมงัวขุนยุโรป ก็ส่งอีสานนะ ... บ้านเราเกษตรกรมีแต่รายย่อย ได้ลูกงัวกันคนละไม่กี่ตัว ต่อปี ขนไปขายไม่เต็มรถ ซึ่งก็ไม่คุ้มค่ารถแน่ๆ  เราจึงได้มีอาชีพ นายฮ้อย ถือกำเนิดขึ้นมาทำหน้าที่รวบรวมงัวจากพื้นที่ของตนเองไปขายให้กะพ่อค้า งัวขุน งัวเนื้อ จากต่างถิ่นที่ตลาดนัด ( บ้านเราจึงมีตลาดนัดด้วยเช่นกัน ) ... พ่อค้ารายใหญ่ๆจากต่างถิ่นก็จะเข้ามารวบรวมงัวจากบ้านเรา ที่ส่งมาจากแต่ละหมู่บ้านในพื้นที่ให้ได้เยอะๆ และเต็มรถ จึงจะคุ้มค่าขนส่ง

แต่มันก็จะมีปัญหาตาใมาทันทีคือ การต่อรองทางการค้า ที่ต้องใช้เล่เหลี่ยม การโกหกหลอกลวงกัน การคบค้าสมาคมที่ไม่เคยมีความจริงใจต่อกัน ..... รายใหม่จึงมักตกเป็นเหยื่อของพ่อค้า แล้วมีจำนวนมาถูกเขาหลอกขายงัวในราคาแพงมากๆจนไม่คุ้มค่าลงทุน ต้องขาดทุน หรือกำไรน้อยมากๆ ..... สุดท้ายเลยเลิกเลี้ยงกันไปเอง

จุดนี้คือ 1 ในอุปสรรคใหญ่ของการพัฒนางัวเนื้อในบ้านเรา ที่เราเดินไปใหนไม่ได้กันอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะเหตุผลนี้นี่แหละ

ซึ่งวัฒนธรรมนี้ มันแทรกซึมไปทั่วทุกสังคมคนเลี้ยงงัว ไม่เว้นแม้กระทั่งตามสื่อ ตามเวบต่างๆ จนนำมาซึ่งอีกกนึ่งวัฒนธรรม ก็คือ การเล่นกระแสแชร์ลูกโซ่งัว .... ตัวนี้คืออีก 1 ความเลวร้ายในสังคมคนเลี้ยงงัว ที่ทำลายเราจนก้าวไปใหนกันไม่ได้ มาจนวันนี้นี่แหละ

ทั้งที่งัว คือ เพชรยอกมงกุฏของเกษตรกรรมสายหยาบเลยด้วยซ้ำ .... แต่คนเลี้ยงงัว ส่วนใหญ่ที่เข้ามาเลี้ยงแล้วมักจะไปไม่รอด เพราะ 2 เหตุผลนี้นี่แหละ

นอกเรื่องไปไกลเยอะเกินไปละ .... ถ้าไกล้ๆ มีรถลากไป เองก็น่าจะคุ้มนะ ติดต่อเกษตรกรด้วยกันเอง น่าจะได้ราคาดีกว่าขายให้พ่อค้าคนกลาง ( ถ้าค่ารถคุ้มนะ ) .... งัวจากบ้านผม ก็ถูกส่งไปขุนที่อีสาน ยังคุ้มเลย ( แต่ต้องรวบรวมจากพื้นที่ต่างๆให้ได้เต็มรถ โดยเขาจะลากงัวไปขายกันในตลาดนัด


Liked By: Nine., muslin2557, Ply, sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 12:06:29 PM »

เส้นทางการลำเลียงงัวขุน คนบ้านผมจะซื้อลูกงัวหย่านมบราห์มัน จากภาคอีสาน มาเลี้ยง ( มีพ่อค้าวิ่งรถไปซื้อจากตลาดนัดทางอีสาน มาลงคอก เราก็ไปเลือกซื้อต่อรองราคากัน ) .... พอเราเลี้ยงลูกงัวได้อายุขุน คือ 18 - 26 เดือน เราก็จะขายส่งภาคกลางตอนล่าง และ ใต้ เพื่อให้เขาเอาไปขุน .... เมื่อขุนเสร็จ ก็จะขายส่งออกไปต่างประเทศ หรือเข้าโรงงานเนื้อแปรรูป

ส่วนงัวยุโรป คุณภาพดีๆ เราก็จะขายส่งไปภาคอีสานเพื่อขุนงัวเกรด อีกที

งัวเฟรมขนาดเล็กๆ เราจะขายส่งไปที่ภาคอีสานเพื่อ ชำแหละในเขียงตามบ้านขายในภาคอีสานอีกต่อนึง

นี่คือ เส้นทางการค้า การแลกเปลี่ยนสินค้ากันระหว่างภูมิภาค ซึ่งรายเดียวเราไม่มีทางผลิตได้เต็มรถ ดังนั้นก็ต้องอาศัยพ่อค้าคนกลางในการรวบรวมงัวให้ได้เต็มรถ คุ้มค่าขนส่ง อีกทีนึง


Liked By: Nine., muslin2557, Ply, sompol
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 03, 2015, 12:38:36 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 12:17:39 PM »

2. นั่นแหละผมจึงพยายามแนะนำใครๆให้ซื้องัวมาเลี้ยงในราคาชิดเนื้อเข้าไว้ เพราะหากเกิดปัญหาอะไรกันขึ้นมาเราจะเจ็บตัวน้อยที่สุด ... เราต้องรู้จักเซฟตัวเองให้มากที่สุดไว้ก่อน

ส่วนเรื่องกระทบแค่ใหนนั้น ... ทุกวันนี้เราก็ค้าขายแข่งกะออสเตรเลียกันอยู่แล้ว งัวขุนส่วนใหญ่เราส่งออกไปขายต่างประเทศกันอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้อง ฟาดฟันกะออสเตรเลีย กันอยู่ทุกวันอยู่แล้ว .... ขนาดตลาดต่างประเทศ ซึ่งเราก็ต้องเสียค่าขนส่งเพื่อไปขายแข่งขันกัน เรายังแลกหมัดกะเขาได้ แล้วเขาจะรุกเข้ามาถึงบ้านเรา ที่เราไม่ต้องเสียค่าขนส่งอะไรเลย เขาลุยมาได้ขนาดใหนนั้น น่าจะพอมองกันได้อยู่นะ .... แต่ก็ต้องเซฟตัวเองเอาไว้ให้เยอะที่สุดดีกว่า

......  หลักใหญ่ที่จะให้เราเซฟตัวเองได้นั้น คือ การซื้อแม่งัวมาเลี้ยงในราคาชิดเนือเข้าไว้ เพราะถ้าเนื้อลง ขึ้นมาจริงๆ อย่างน้อยเราก็จ็บตัวไม่มาก .....,

ออสเตรเลีย ..... ผมไม่กลัวนะ แต่ผมกลัว พม่ามากกว่า
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 12:33:05 PM »

งัวพม่า น่ากลัวที่สุด เพราะเอามาขายบ้านเรา ค่าขนส่งแทบไม่มี ( มีก็ในพิสัยที่เราขนส่งกันเองในประเทศอยู่แล้ว )

งัวพม่านี่แหละ กระทบแน่ๆ แต่กระทบแค่ใหนนั้น ลองดูกันอีกที

วันนี้เรามีงัว 4.5 ล้านตัว เราผลิตงัวไม่พอบริโภคในประเทศ แต่เราก็ส่งออกงัวไปขายแข่งกะออสเตรเลียทุกวัน

เมื่อปี 38 เรามีงัว 10 กว่าล้านตัว วันนั้นเรานำเข้างัวจากพม่าด้วย  แถมไม่มีงัวส่งออก ...... งัวก็ไม่พอบริโภค คนบ้านผมซื้องัวจากชายแดนพม่ามาเลี้ยง ให้อ้วนแล้วขายส่งอีสานกัน ไม่มีใครเดือดร้อนกันเลยซักคน ราคางัวในตลาดก็ไม่เห็นกระดิกอะไร

เราใช้เวลา 2 ปี ฟาดงัวพม่าหมดประเทศ จนต้องไปเอางัวมาจาก ยังคลาเทศ ไล่ต้อนข้ามประเทศพม่ามาขายให้คนไทย .... เช่นกัน ผ่านไป 2 ปี งัวพม่า และ บังคลาเทศ ถูกคนไทยจับมากินเกลี้ยงไม่เหลือ

ไม่รู้เอาไงดี ในปี 42 เราเลยเอาควายจาก พม่า และ บังคลาเทศ มาเลี้ยงดีกว่า .... ผมเกิดมาก็พึ่งเคยเห็น แม่ควายที่ตัวสูง 2 เมตร เป็นครั้งแรกในชีวิต ( ตัวใหญ่กว่าพ่องัวบราซิลเสียอีก ) เป็นควายแม่น้ำ ไม่ลงปลักแบบบ้านเราด้วย ....

เราฟาดควายแขก มาได้ราวๆ ปีเศษๆ แขกก็ฉลาดขึ้น ไม่ขายควายให้เรา แต่ใช้วิธี ชำแหละ งัว และ ควาย ใส่กล่องโฟมแช่แข็งมาขายเป็นเนื้อเถื่อนห้เราเาไปทำลูกชิ้นกิน .... ราคาเนื้อเถื่อนแบบไม่เสียภาษี เข้ามาพร้อมกะแขก โรฮิงญา และแขกบังคลาเทศ วันนี้อยู่ในราวๆ กก. ละ 180 - 200 บาท แต่เป็นเนื้อที่ไม่ได้ผ่านการจัดการด้านคุณภาพ สาธารณะสุข การจัดการเท่าไหร่นัก

ซึ่งหากแขก มีมาตรฐานการจัดการ ต้นทุนการผลิตจองแขกก็จะสูงขึ้น เอาเข้ามาขายในบ้านเรา กระทบเราแค่ใหนนั้น ก็พอเดากันได้ เช่นเดียวกะเนื้อฝรั่งเช่นกัน

แต่ที่แนๆ เราเซฟตัวเราเอาไว้ให้มากที่สุด นั่นแหละดีแล้ว ต่อให้เนื้อลง มันก็ลงไม่มากแน่ๆ กำไรอาจจะไม่ได้เป็นกอบเป็นกำแบบวันนี้  แต่ไม่น่าทำเราเสียหายแน่ๆ


Liked By: jaket, Nine., muslin2557, sompol
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 03, 2015, 12:35:43 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
bobmarley2527
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 01:08:14 PM »

ขอบคุณคับพี่ markonikove สำหรับความรู้
การใช้พ่อพันธ์คุมฝูง ถ้าผมเลี้ยงวัวผู้อย่านม พร้อมตัวเมีย การเป็นสัดจะทันกันมั้ยครับ
ถ้าไม่ทันผมควรหาวัวตัวผู้อายุประมาณเท่าไรเข้าฟาร์ม ว่าจะลง 2 ตัวกันเสี่ยง ไม่เป็นก็ขายเนื้อไป พี่ว่าไงครับ


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 05:53:59 PM »

ขอบคุณคับพี่ markonikove สำหรับความรู้
การใช้พ่อพันธ์คุมฝูง ถ้าผมเลี้ยงวัวผู้อย่านม พร้อมตัวเมีย การเป็นสัดจะทันกันมั้ยครับ
ถ้าไม่ทันผมควรหาวัวตัวผู้อายุประมาณเท่าไรเข้าฟาร์ม ว่าจะลง 2 ตัวกันเสี่ยง ไม่เป็นก็ขายเนื้อไป พี่ว่าไงครับ


ทันกันคับ พร้อมๆกันนั่นแหละ แต่ ตัวผู้อายุน้อยไป อาจจะมีปัญหาทับไม่เก่ง ทางที่ดีควรซื้อตัวผู้ให้แก่กว่าซัก 8 - 12 เดือน ก็จะพอเแล้วล่ะ ( ตัวผู้ อายุ 24 เดือนกำลังพอคุยกันรู้เรื่อง 18 เดือนก็ทับได้แล้วล่ะ แต่ไม่ถึงกะเก่ง ... อายุ 30 เดือนกะลังใช้งานพอดี )

ตัวเมีย ถ้าติดไทยเยอะหน่อยก็ทับตอน 16 - 18 เดือน ถ้าติดบราห์มันเยอะหน่อย ก็ทับตอน 22 - 24 เดือน .... ตัวใหนทับตอนอายุเกิน 24 เดือนไปแล้ว ขายทิ้งโลด ขยะงัว อัตตราการเจริญพันธุ์ต่ำ ให้ลูกไม่ดก ( แต่งัวพวกนี้ มักจะมีลักศณะดี สวยงาม คนจำนวนมากมักชอบ และสียดายมัน เลยเก็บเอาไว้ก็มี )

ซื้อมา 2 ตัว เลี้ยง 2 ปี ขายไปตัวนึงเก็บไว้ตัวนึง ยังมีกำไรอานเลย ( ที้งที่ได้อีกตัวเก็บไว้แบบไม่คิดมูลค่าด้วย ) ... งัวโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก จะไม่ทะเลาะกัน จึงเลี้ยงด้วยกันง่าย


Liked By: Nine., muslin2557, Ply, sompol
บันทึกการเข้า
bobmarley2527
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 10, 2015, 10:52:50 PM »

แล้วตามหนังสือหรือเวปบอร์ดส่วนมากเลี้ยงบรามันนอกเลือดร้อย ราคาเป็นแสน ไม่ทราบว่าเขามุ่งตลาดเนื้อหรือกึ่งวัวสวยงามไปแล้วครับ เพราะเห็นราคาแพงมาก


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
bobmarley2527
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 21, 2015, 10:04:09 PM »

เรื่องหญ้าแพงโกล่าแห้ง ถ้าเราตากแดดจนแห้งแล้วเก็บเข้าไซโลได้มั้ยคับ จำเป็นต้องอัดก้อนมั้ยคับ


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 21, 2015, 10:14:23 PM »

ได้คับ

แต่ฟางแห้ง ผมเคยลองกัน ...

 ฟางรถเกี่ยว โกยกอง แล้วขนขึ้นรถเต็มรถสูงมากๆ เหนื่อยมากๆ คิดค่าแรง วันละ 150 บาท 3 คน  เอามาใส่กองแล้วใช้เครื่องอัดแบบกึ่งออโต้ ... วางกองคู่กะ ก้อนของรถอัดแบบเก็บอัตโนมัติ คิดค่าจ้างอัดก้นละ 13 บาท ค่าคนงานขน ครึ่งวัน 1 คน

กดเครื่องคิดเลขแล้ว ใช้เครื่องอัด ออโต้ ถูกกว่า .... เครื่องแบบกึ่งออโต้ เลยไม่มีใครใช้ทิ้งไว้หน้าคอกงัวผมจนวันนี้
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 21, 2015, 10:20:34 PM »

เคยเห็น ผมอัดฟางอยู่ แล่วคนปลูกผักมาเก็บฟางแถวข้างๆกันในแปลงเดียวกัน

เขาใช้แรงงานขนขึ้นรถ 2 คนผัวเมีย ครึ่งวันได้ 2 เที่ยว รถอัดออโต้ ตีคู่กันไปหน้าข้างๆกัน หน้าเท่าๆกัน อัดได้ 20 กว่าก้อน ขนขึ้นรถยังไม่เต็มรถเลย ลองพิจารณา คิดค่าแรงกะค่าจ้างอัด แล้ว .... งวดหน้า เขามาจ้างรถไปอัดเลย ง่ายดี แถมไม่เปลืองโรงเรือนด้วย

ปล. ฟางอัดก้อนแล้ว ยุบลงไปราวๆ 3 เท่าตัว ค่าโรงเรือนแพงพอดูนะ
บันทึกการเข้า
Sanguan1965
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 743


« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 30, 2015, 03:21:44 PM »

เริ่มแล้วครับ ผู้สอง เมียสาว หก  ......มาขอคำชี้แนะจากผู้สันทัดกรณีครับ.....


Liked By: sompol, gift2528
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: