หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เกษตร...ทางไกล @นาเมืองไทย อุดรธานี !!!แนะนำตัวหน้าแรก  (อ่าน 15298 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เกษตร...ทางไกล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2015, 07:49:31 AM »

สวัสดีครับสมาชิกชาวเว็บ กพพ. ทุกๆ ท่าน

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการซักที ผมชื่อเก่ง อายุ 28 ปี ปัจจุบันทำงานอยู่ที่แก่งคอย จ.สระบุรี ภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.อุดรธานี (เลยเป็นที่มาของชื่อกระทู้) โดยผมได้เป็นสมาชิกเว็บนี้มาร่วม 5 ปีแล้ว เริ่มเข้ามาอ่านตั้งแต่สมัยเรียนจบใหม่ๆ ตอนนั้นประมาณปี 53 บอกเลยว่าช่วงนั้นอยากกลับบ้านไปทำเกษตรมากๆ แบบว่าได้แรงบันดาลใจจากสมาชิกแต่ละท่านแล้วอยากลองทำบ้าง เพราะที่บ้านก็ทำไร่ ทำนา และก็ทำสวนยาง เลยอยากกลับไปพัฒนาบ้านเกิดบ้าง (ฝันอันยิ่งใหญ่ 55) แต่ก็อย่างว่าอุตส่าเรียนมาจนจบป.ตรี เสียเงินไปก็มากโข จะให้กลับไปทำไร่ ทำนา ที่บ้านก็กลัวแรงต่อต้านจากครอบครัวและเพื่อนบ้าน (พูดดูดี อิๆ) ซึ่งมันอาจจะเป็นหนึ่งในหลายปัจจัยและหลายเหตุผลที่ทำให้ไม่ได้กลับไปทำเกษตรที่บ้าน ณ ตอนนั้น

โดยหลังจากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนเป้าหมายมาทางด้านอาชีพที่ร่ำเรียนมา (ลืมบอกไปผมจบบัญชี) ปัจจุบันก็ทำงานได้ 5 ปีละ ทำในออฟฟิศ สำหรับชีวิตการทำงานในออฟฟิศหลายๆ ท่านคงทราบดีว่าเป็นยังไง ผมก็เป็นเหมือนกับหลายๆ ท่าน พอทำไปสักพักเข้าก็เริ่มไม่มั่นใจกับตัวเองแล้วว่าตัวเองชอบทางนี้จริงหรือเปล่า แต่เวลาทำงานผมก็ทุ่มเทกับงานที่ผมทำเต็มที่ครับ เพียงแต่ว่าผมได้สังเกตเวลาที่ผมอยู่กับต้นไม้ กับธรรมชาติ มันมีความสุข ผมชอบปลูกผัก ปลูกต้นไม้ เวลาทำมันก็เหนื่อย แต่เหนื่อยแล้วเรามีความสุข ซึ่งความรู้สึกมันต่างกับทำงานในออฟฟิศ รู้สึกว่าเราชอบด้านเกษตรมากกว่า แต่สิ่งที่เราชอบกับโอกาสที่เราจะได้ลงมือทำกับมันจริงๆ สำหรับผมมันยังมาไม่ถึง

แต่มันเริ่มมีสัญญาณหรือเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันเริ่มจะใกล้เข้ามาละ สิ่งที่ว่านั้นคือ เดือนมี.ค.-เม.ย.58 ที่บ้าน (จ.อุดรธานี) ได้โค่นยางพาราบางส่วนที่อายุประมาณยี่สิบกว่าปีละ จำนวน 10 ไร่ พ่อกับแม่ที่อยู่ที่บ้านจึงได้มาปรึกษาและช่วยกันคิดว่าจะปลูกอะไรดีหลังจากที่โค่นยางพารา หลักๆ ที่มีความเห็นตรงกันคือจะปลูกพืชหลายๆ อย่าง เพื่อกระจายความเสี่ยง และปลูกพืชที่คนแถวนั้นมองข้ามและไม่ค่อยปลูกกัน เพื่อความแตกต่างของสินค้า จากเดิมที่ทำเฉพาะยางพารา ก็ช่วยกันคิดและตัดสินใจว่าหลักๆ จะปลูก คือ
  - กาแฟพันธุ์อาราบิก้า เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขาและอากาศค่อนข้างเย็น (เป็นพืชทดลองหลัก) คาดว่าจะปลูกปีหน้า
  - กล้วยน้ำว้า (ปลูกเสร็จเรียบร้อยแล้ว) เพราะดูแลง่ายและใช้เป็นพี่เลี้ยงของกาแฟ
  - พริกไทย (กำลังศึกษา)
  - พริก, ข่า, ตะไคร้, ใบมะกรูด, ขี้เหล็ก, ผักแต้ว (อีสานเรียกผักติ้ว), ชะอม และอื่นๆ ที่คิดว่าเก็บขายเป็นรายวัน (ปลูกแซมในสวน)
  - มะพร้าวน้ำหอม, มะพร้าวแกง, มะพร้าวกะทิ (ปลูกไว้ริมห้วย, ขอบสระ ที่มีน้ำตลอดทั้งปี)
ซึ่งที่กล่าวมานั้นคิดว่าจะปลูกทั้งหมด และได้ปลูกไปแล้วบางส่วน ที่เหลือคงทยอยปลูกไปเรื่อยๆ เพราะคนที่ทำหลักๆ คือพ่อ และจะมีแม่, พี่ชาย, น้องชายคอยช่วย ส่วนผมก็ยังคงต้องทำงานของผมต่อไปที่จ.สระบุรีี รอจนกว่ามีโอกาส หรืออาจจะไม่มี ฮึๆ โดยผมจะคอยสนับสนุนด้านข้อมูล และงบประมาณบางส่วนตามกำลังของผม

โดยระหว่างนี้ที่ จ.สระบุรี ผมก็จะทดลองและฝึกฝนการปลูกผัก, ปลูกต้นไม้เล็กๆ น้อยๆ, ทำปุ๋ย และอื่นๆ ตามความเหมาะสมด้านสถานที่ เวลา และปัจจัยอื่นๆ ซึ่งผมจะขอใช้กระทู้นี้ในการ Update ความคืบหน้าของการทำเกษตร...ทางไกล ของผม ยังไงก็ต้องฝากสมาชิกทุกท่านช่วยติดตามและให้คำแนะนำผมด้วยนะครับ

ปล.อ่านแล้วอาจจะงงๆ วกไป วนมา อยู่บ้าง เนื่องจากเป็นการเขียนกระทู้ครั้งแรกของผม ต้องขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

หมายเหตุ: สีของตัวหนังสือที่ใช้โพสจะให้แบ่งดังนี้
            สีน้ำเงิน = ณ บ้านนาเมืองไทย จ.อุดรธานี
           สีแดง   = ณ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี  

...

***กระทู้เดิม***

สวัสดีครับสมาชิกทุกท่าน ยิ้ม

อยากจะขอความรู้จากสมาชิกทุกท่าน พอดีมีสวนยางพารา 27 ไร่ อายุ 25 ปี โค่นแล้วประมาณ 10 ไร่ โดยจะปลูกกาแฟอาราบิก้าและกล้วยน้ำว้าเป็นพี่เลี้ยง โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

- ที่ตั้ง อยู่อำเภอน้ำโสม จ.อุดรธานี (ติดกับจังหวัดเลย) พื้นที่เป็นภูเขาความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 350-400 เมตร
- พืชที่ปลูกคือ
   1. กาแฟอาราบิก้า (คิดอยู่ว่าจะเป็นพันธุ์คาร์ติมอ หรือ เชียงใหม่ 80) ประมาณ 3,000 ต้น คาดว่าจะใช้น้ำประมาณ 5-10 ลิตร/ต้น/ครั้ง
   2. กล้วยน้ำว้า ประมาณ 800 ต้น คาดว่าจะใช้น้ำประมาณ 10 ลิตร/ต้น/ครั้ง
- ไม่มีไฟฟ้า เพราะอยู่ไกลจากหมู่บ้านประมาณ 6 กม.

- ทรัพยากรและเครื่องมือที่มีในปัจจุบัน
   1. เครื่องดีเซลคูโบต้า et95 อายุประมาณ 8 ปี
   2. สระน้ำ3 ลูก
        - สระ1 อยู่สูงที่สุด กว้าง 12 เมตร ยาว 25 เมตร ลึก 3 เมตร (คาดว่าจะใช้น้ำจากสระลูกนี้เนื่องจากอยู่สูงกว่าลูกอื่นๆ ประมาณ 5-10 เมตร)
        - สระ2 อยู่ส่วนล่างของสวน กว้าง 30 เมตร ยาว 60 เมตร ลึก 3 เมตร (ใหญ่สุด)
        - สระ3 อยู่สวนล่างสุดของสวน กว้าง 14 เมตร ยาว 50 เมตร ลึก 3 เมตร

***ความต้องการ***

   1. อยากให้น้ำด้วยสปริงเกอร์ เพราะระหว่างที่กาแฟยังไม่โต จะปลูกพืชหัวแซมเช่น ข่า กระชาย ตะไคร้ ก็จะได้รับน้ำจากสปริงเกอร์ด้วย
   2. ให้น้ำเฉพาะหน้าหนาว และหน้าแล้ง ประมาร 2-3 ครั้ง/สัปดาห์
   3. คิดว่าใช้เครื่องดีเซลที่มีอยู่จะสูบน้ำจากสระ1 ขึ้นไปเก็บไว้ในถังเก็บก่อนปล่อยลงมารดต้นไม้

คราวนี้มาถึงในส่วนที่จะขอคำแนะนำจากทุกๆ ท่าน คือ
   1. จะสามารถสูบน้ำแล้วไปรดต้นไม้เลยโดยไม่ต้องสร้างถังจัดเก็บไว้ด้านบนได้หรือไม่  และในเรื่องของแรงดันน้ำจะมีปัญหาหรือไม่
   2. กรณีที่ต้องสร้างถังจัดเก็บต้องสร้างขนาดเท่าไร จุน้ำได้เท่าไร
   3. เรื่องของปั๊มน้ำที่จะใช้และเครื่องยนต์ต้องใช้ขนาดเท่าไร ใช้เวลาสูบน้ำให้เต็มถังนานเท่าไร
   4. ระบบท่อภายในสวนต้องเป็นท่อแบบไหน ขนาดเท่าไรดี
   5. มีแนวทางอื่นนอกเหนือจากนี้ที่อยากจะแนะนำหรือไม่
คือตอนนี้ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยจึงขอรบกวนทุกท่านช่วยแนะนำด้วยครับ

ภาพประกอบ
ภาพ1 สวนยางทั้งหมด 27 ไร่ แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ เฟส1 โค่นต้นยางแล้วแล้ว, เฟส2 ยังไม่โค่น


ภาพ2 เฟส1 ที่จะปลูกกาแฟอาราบิก้าและกล้วยน้ำว้า ใช้น้ำจากสระ1 เพราะอยู่สูงที่สุด จากก้นบ่อจุด A ถึง ขอบบ่อที่จะวางปั๊มน้ำ จุด B สูงประมาณ 4 เมตร และจากจุด B ไปถึงจุด C ถังเก็บน้ำระยะทางประมาณ 100 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร


ภาพ3 ระยะการปลูก กาแฟ 1.5 x 2 เมตร ประมาณ 3,200 ต้น, กล้วย 3 x 7 เมตร ประมาณ 800 ต้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2015, 09:49:41 PM โดย เกษตร...ทางไกล » บันทึกการเข้า

dood
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2015, 10:29:22 PM »

คงต้องออกแบบแยกเป็น2ส่วน สำหรับกล้วยส่วนนึง กาแฟส่วนนึง วางแผงผังมาได้มั้ยว่ากล้วยมีกี่แถว แถวนึงมีกี่ต้น กาแฟก็เช่นกัน จะทำให้ออกแบบได้ง่ายขึ้น
-สามารถสูบน้ำไปรดต้นไม้ได้เลยไม่ต้องสร้างถังเก็บ ออกแบบปั๊มและท่อให้เหมาะสมก็ทำได้ครับ
-ปั๊มใช้ขนาดเท่าไรต้องออกแบบการจ่ายน้ำก่อนแล้วค่อยเลือกปั๊ม ท่อก็เช่นกัน
-ขอแนะนำว่ากาแฟแถวที่ติดกับกล้วยควรจะห่างอย่างน้อย3เมตรครับ 1.5เมตรน้อยไป ปีแรกกล้วยต้นเดียวไม่ดป็นไร แต่ปีที่2กล้วยแตกหน่อขึ้นมาเยอะแยะจะไปเบียดกาแฟครับ

บันทึกการเข้า
เกษตร...ทางไกล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2015, 07:40:31 AM »

คงต้องออกแบบแยกเป็น2ส่วน สำหรับกล้วยส่วนนึง กาแฟส่วนนึง วางแผงผังมาได้มั้ยว่ากล้วยมีกี่แถว แถวนึงมีกี่ต้น กาแฟก็เช่นกัน จะทำให้ออกแบบได้ง่ายขึ้น
-สามารถสูบน้ำไปรดต้นไม้ได้เลยไม่ต้องสร้างถังเก็บ ออกแบบปั๊มและท่อให้เหมาะสมก็ทำได้ครับ
-ปั๊มใช้ขนาดเท่าไรต้องออกแบบการจ่ายน้ำก่อนแล้วค่อยเลือกปั๊ม ท่อก็เช่นกัน
-ขอแนะนำว่ากาแฟแถวที่ติดกับกล้วยควรจะห่างอย่างน้อย3เมตรครับ 1.5เมตรน้อยไป ปีแรกกล้วยต้นเดียวไม่ดป็นไร แต่ปีที่2กล้วยแตกหน่อขึ้นมาเยอะแยะจะไปเบียดกาแฟครับ



ขอบคุณ K.dood มากครับแดวผมจะเขียนผังมาให้ดูนะครับ ส่วนระยะห่างระหว่างแถวกล้วยผมกะไว้ฝั่งละ 1.5 เมตร รวม 2 ฝั่งก็ 3 เมตร น่าจะพอได้ไหมคัฟ


Liked By: nopmtp
บันทึกการเข้า
เกษตร...ทางไกล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2015, 10:01:25 PM »

เพิ่มเติมครับ
แบ่งเป็น 3 โซน A, B, C



โซน A แบ่งเป็น
กล้วย (จุดสีชมพู) ระยะปลูก 3x7 เมตร มี 8 แถวๆ ละ 34 ต้น ทั้งหมด 272 ต้น
กาแฟ (จุดสีเขียว) ระยะปลูก 1.5x2 เมตร มี 22 แถวๆ ละ 67 ต้น ทั้งหมด 1,474 ต้น

โซน B แบ่งเป็น
กล้วย (จุดสีชมพู) ระยะปลูก 3x7 เมตร มี 8 แถวๆ ละ 35 ต้น ทั้งหมด 280 ต้น
กาแฟ (จุดสีเขียว) ระยะปลูก 1.5x2 เมตร มี 21 แถวๆ ละ 69 ต้น และ 1 แถวๆ 13 ต้น  ทั้งหมด 1,462 ต้น

โซน C แบ่งเป็น
กล้วย (จุดสีชมพู) ระยะปลูก 3x7 เมตร มี 9 แถว แถวแรกมี 34 ต้น และแถวสุดท้ายมี 28 ต้น (จะลงตามลักษณะพื้นที่) ทั้งหมด 280 ต้น
กาแฟ (จุดสีเขียว) ระยะปลูก 1.5x2 เมตร มี 24 แถวๆ แถวแรก 67 ต้น และแถวสุดท้ายมี 55 ต้น ทั้งหมด 1,464 ต้น

รวมทั้ง 3 โซน (อาจไม่เท่ากับตอนแรกเพราะคำนวณคร่าวๆครับ)
กล้วย 832 ต้น
กาแฟ 4,400 ต้น



Liked By: กัญจน์
บันทึกการเข้า
dood
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2015, 11:16:11 PM »

ขออนุญาติแนะนำเรื่องแผนผังก่อนนะครับ(ระบบน้ำนี่ซับซ้อนครับขอเวลาคิดแปป)
-โซนA,B น่าจะเว้นแถวตรงกลางไว้นะครับเพื่อใช้เป็นทางในการเข้าไปในแปลงจะได้สะดวกในการขนส่ง หรือใช้แนวเส้นสีเหลืองด้านซ้ายเป็นถนนครับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเว้นก็ได้ครับ
-แล้วก็เรื่องระยะห่างจากกล้วย1.5m อยากให้ลองคิดอีกทีครับ ผมว่ากาแฟมันจะอยุ่ใต้ร่มใบกล้วยเลยนะ ลองปรึกษาคุณprocowboy http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=119682.0
ผมก็ทำสวนกล้วยอยุ่เลยคิดว่ามันชิดไป ถ้าเป็นไปได้ลดกาแฟจาก3แถวเป็น2แถวพอ ให้ห่างจากกล้วย2.5เมตร

 ระบบน้ำใช้เป็นมินิสปริงเกอร์นะครับ
บันทึกการเข้า
เกษตร...ทางไกล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2015, 07:59:15 AM »

ขออนุญาติแนะนำเรื่องแผนผังก่อนนะครับ(ระบบน้ำนี่ซับซ้อนครับขอเวลาคิดแปป)
-โซนA,B น่าจะเว้นแถวตรงกลางไว้นะครับเพื่อใช้เป็นทางในการเข้าไปในแปลงจะได้สะดวกในการขนส่ง หรือใช้แนวเส้นสีเหลืองด้านซ้ายเป็นถนนครับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเว้นก็ได้ครับ
-แล้วก็เรื่องระยะห่างจากกล้วย1.5m อยากให้ลองคิดอีกทีครับ ผมว่ากาแฟมันจะอยุ่ใต้ร่มใบกล้วยเลยนะ ลองปรึกษาคุณprocowboy http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=119682.0
ผมก็ทำสวนกล้วยอยุ่เลยคิดว่ามันชิดไป ถ้าเป็นไปได้ลดกาแฟจาก3แถวเป็น2แถวพอ ให้ห่างจากกล้วย2.5เมตร

 ระบบน้ำใช้เป็นมินิสปริงเกอร์นะครับ


ขอบคุณครับคุณ dood

สำหรับเส้นสีเหลืองคือผมจะเว้นเพื่อเป็นถนนครับ และเบื้องต้นผมสอบถามคุณ procowboy เรื่องระยะห่างของกล้วยกับกาแฟรอคำตอบอยู่ครับ
บันทึกการเข้า
เกษตร...ทางไกล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2015, 12:44:04 PM »

ขออนุญาติแนะนำเรื่องแผนผังก่อนนะครับ(ระบบน้ำนี่ซับซ้อนครับขอเวลาคิดแปป)
-โซนA,B น่าจะเว้นแถวตรงกลางไว้นะครับเพื่อใช้เป็นทางในการเข้าไปในแปลงจะได้สะดวกในการขนส่ง หรือใช้แนวเส้นสีเหลืองด้านซ้ายเป็นถนนครับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเว้นก็ได้ครับ
-แล้วก็เรื่องระยะห่างจากกล้วย1.5m อยากให้ลองคิดอีกทีครับ ผมว่ากาแฟมันจะอยุ่ใต้ร่มใบกล้วยเลยนะ ลองปรึกษาคุณprocowboy http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=119682.0
ผมก็ทำสวนกล้วยอยุ่เลยคิดว่ามันชิดไป ถ้าเป็นไปได้ลดกาแฟจาก3แถวเป็น2แถวพอ ให้ห่างจากกล้วย2.5เมตร

 ระบบน้ำใช้เป็นมินิสปริงเกอร์นะครับ





ขอบคุณครับคุณ dood

สำหรับเส้นสีเหลืองคือผมจะเว้นเพื่อเป็นถนนครับ และเบื้องต้นผมสอบถามคุณ procowboy เรื่องระยะห่างของกล้วยกับกาแฟรอคำตอบอยู่ครับ



คุณ dood เรื่องระยะห่างของต้นกล้วยกับกาแฟ คุณ procowboy แนะนำตามนี้เลยครับ

ขอตอบด้วยความรู้อันน้อยนิดนะครับ
ผมทดลองปลูกกาแฟที่อำพเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 2แปลงครับ
แปลงแรก ปลูกพร้อมกับกล้วย ผลคือ ไม่ตายครับแต่มีลักษณะเหลืองเราะโดนแดด(ขนาดบนเขาค้ออากาศไม่ร้อนมาก)
แปลงที่สอง ปลูกตอนที่ต้นกล้วยโตแล้ว ผลคือ กาแฟใบเขียวโตไว ไม่ขาดน้ำเพราะปลูกไว้ใกล้ต้นกล้วย
สรุปจากที่ผมทดลองปลูก ต้นกาแฟที่โดนแดดทั้งวันจะเหลืองโตช้าแต่ไม่ตาย แต่กาแฟที่ปลูกในร่มงามดีมากใบเขียวโตไว
ที่นี้เข้าเรื่องนะครับ จากรูปแถวห่างระยะ7เมตร กาแฟ2แถวข้างต้นกล้วยไม่น่ามีปัญหาแต่แถวกลาง ห่างจากต้นกล้วยรวมแล้ว3.5 เมตร เขาคงร้อนหน้าดูเลย
  ปล.จากที่ผมทดลองปลูกจริงลงมือจริงนะครับ กาแฟ ปลูกติดต้นกล้วยไม่มีปัญหาการแย่งอาหารกันเลยงามมากอีกต่างหาก(แต่ต้องดูจำนวนต้นกล้วยในกอนะครับไม่น่าจะให้เกิน4ต้นต่อกอ) ที่เป็นอย่างนี้เพราะพอเวลาผมตัดเครือกล้วยออกผมจะตัดต้นกล้วยเป็นท่อนยาวประมาณ40-50 ซม. วางรอบโคนต้นแค่เดือนเน่าเป็นปุ๋ยเรียบร้อยลองดูนะครับ ปัญหาของการปลูกาแฟโดยไม่ไช้สารเคมีตอนนี้ของผมอย่างเดียวคือ มีแมงมาเจาะต้น ทำให้ต้นหักกำลังทดลองเอาน้ำสะเดาฉีดได้ผลยังไงจะมาบอกนะจ๊ะ
บันทึกการเข้า
dood
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2015, 01:36:38 PM »

ขออนุญาติแนะนำเรื่องแผนผังก่อนนะครับ(ระบบน้ำนี่ซับซ้อนครับขอเวลาคิดแปป)
-โซนA,B น่าจะเว้นแถวตรงกลางไว้นะครับเพื่อใช้เป็นทางในการเข้าไปในแปลงจะได้สะดวกในการขนส่ง หรือใช้แนวเส้นสีเหลืองด้านซ้ายเป็นถนนครับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเว้นก็ได้ครับ
-แล้วก็เรื่องระยะห่างจากกล้วย1.5m อยากให้ลองคิดอีกทีครับ ผมว่ากาแฟมันจะอยุ่ใต้ร่มใบกล้วยเลยนะ ลองปรึกษาคุณprocowboy http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=119682.0
ผมก็ทำสวนกล้วยอยุ่เลยคิดว่ามันชิดไป ถ้าเป็นไปได้ลดกาแฟจาก3แถวเป็น2แถวพอ ให้ห่างจากกล้วย2.5เมตร

 ระบบน้ำใช้เป็นมินิสปริงเกอร์นะครับ





ขอบคุณครับคุณ dood

สำหรับเส้นสีเหลืองคือผมจะเว้นเพื่อเป็นถนนครับ และเบื้องต้นผมสอบถามคุณ procowboy เรื่องระยะห่างของกล้วยกับกาแฟรอคำตอบอยู่ครับ



คุณ dood เรื่องระยะห่างของต้นกล้วยกับกาแฟ คุณ procowboy แนะนำตามนี้เลยครับ

ขอตอบด้วยความรู้อันน้อยนิดนะครับ
ผมทดลองปลูกกาแฟที่อำพเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 2แปลงครับ
แปลงแรก ปลูกพร้อมกับกล้วย ผลคือ ไม่ตายครับแต่มีลักษณะเหลืองเราะโดนแดด(ขนาดบนเขาค้ออากาศไม่ร้อนมาก)
แปลงที่สอง ปลูกตอนที่ต้นกล้วยโตแล้ว ผลคือ กาแฟใบเขียวโตไว ไม่ขาดน้ำเพราะปลูกไว้ใกล้ต้นกล้วย
สรุปจากที่ผมทดลองปลูก ต้นกาแฟที่โดนแดดทั้งวันจะเหลืองโตช้าแต่ไม่ตาย แต่กาแฟที่ปลูกในร่มงามดีมากใบเขียวโตไว
ที่นี้เข้าเรื่องนะครับ จากรูปแถวห่างระยะ7เมตร กาแฟ2แถวข้างต้นกล้วยไม่น่ามีปัญหาแต่แถวกลาง ห่างจากต้นกล้วยรวมแล้ว3.5 เมตร เขาคงร้อนหน้าดูเลย
  ปล.จากที่ผมทดลองปลูกจริงลงมือจริงนะครับ กาแฟ ปลูกติดต้นกล้วยไม่มีปัญหาการแย่งอาหารกันเลยงามมากอีกต่างหาก(แต่ต้องดูจำนวนต้นกล้วยในกอนะครับไม่น่าจะให้เกิน4ต้นต่อกอ) ที่เป็นอย่างนี้เพราะพอเวลาผมตัดเครือกล้วยออกผมจะตัดต้นกล้วยเป็นท่อนยาวประมาณ40-50 ซม. วางรอบโคนต้นแค่เดือนเน่าเป็นปุ๋ยเรียบร้อยลองดูนะครับ ปัญหาของการปลูกาแฟโดยไม่ไช้สารเคมีตอนนี้ของผมอย่างเดียวคือ มีแมงมาเจาะต้น ทำให้ต้นหักกำลังทดลองเอาน้ำสะเดาฉีดได้ผลยังไงจะมาบอกนะจ๊ะ


โอเคครับงั้นก็เอาตามแผนผังนั้น เดี๋ยวมืดๆเอาระบบน้ำมาให้ดูครับ
บันทึกการเข้า
เกษตร...ทางไกล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2015, 09:54:10 PM »

เพิ่มเติมรายละเอียดกาแฟอาราบิกาที่ อ.นายูง จ.อุดรครับ

แบรนด์กาแฟนายูงมีส่วนราชการทำการตลาดให้แล้ว อิๆ


คร่าวๆครับ


ต้นพันธุ์ส่งจากภาคเหนือครับ ต้นละ 15 บาทและก็ลงทะเบียนผู้ปลูกกับเกษตรอำเภอ เพราะถ้าผลผลิตออกเขารับซื้อหมดครับ




Liked By: กัญจน์
บันทึกการเข้า
dood
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2015, 10:03:33 PM »



Zone A กล้วย
-ใช้หัวจ่าย150l/h
-เดินท่อเมนกลางแปลงzoneA แบ่งเป็น2zone ย่อยA1 A2ให้น้ำทีล่ะโซน
-กล้วยแถวล่ะ17ต้น/โซน=17×150=2550 l/h --- pe 25mm
-8แถว=8×2550=20,400l/h ใช้ท่อแยกpvc 2"แยกจากตรงกลาง
-ท่อเมน 20,400l/h ---pvc3"

ZoneA กาแฟ
-ใช้หัวจ่าย110l/h รัศมี1-2.5m (pro2)
-แบ่งเป็น4โซนย่อย A1.1 A1.2 A2.1 A2.2 ให้น้ำทีล่ะโซน
-แถวล่ะ17หัว/โซน(4ต้น/หัวจ่าย) =17×110=1870l/h ---pe25mm
-11แถว/โซน =11×1870=20,570l/h ใช้ท่อแยกpvc2"
-ท่อเมน 20,570 l/h --- pvc3"

Zone Bก็เช่นเดียวกัน แต่zone c อาจจะต่างเดี๋ยวค่อยทำให้ครับ
มีข้อสงสัยสอบถามได้ครับ ผมก็ไม่รุ้ว่าความต้องการของคุณเป็นไงยังที่ออกแบบมาอาจจะยังไม่ถูกใจ หรือถ้ามีคิดๆไว้บางแล้วก็ลองเล่าๆมาให้ฟังได้ครับ

เรื่องปั๊มนั้นต้องขอความสูงของพื้นที่ด้วยครับ จากระดับน้ำในบ่อไปถึงหัวจ่ายน้ำที่สูงสุดสูงเท่าไร
สระ1ดูแล้วมีขนาดเล็กน้ำจะพอรึป่าวครับ?
บันทึกการเข้า
เกษตร...ทางไกล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2015, 08:29:18 AM »



Zone A กล้วย
-ใช้หัวจ่าย150l/h
-เดินท่อเมนกลางแปลงzoneA แบ่งเป็น2zone ย่อยA1 A2ให้น้ำทีล่ะโซน
-กล้วยแถวล่ะ17ต้น/โซน=17×150=2550 l/h --- pe 25mm
-8แถว=8×2550=20,400l/h ใช้ท่อแยกpvc 2"แยกจากตรงกลาง
-ท่อเมน 20,400l/h ---pvc3"

ZoneA กาแฟ
-ใช้หัวจ่าย110l/h รัศมี1-2.5m (pro2)
-แบ่งเป็น4โซนย่อย A1.1 A1.2 A2.1 A2.2 ให้น้ำทีล่ะโซน
-แถวล่ะ17หัว/โซน(4ต้น/หัวจ่าย) =17×110=1870l/h ---pe25mm
-11แถว/โซน =11×1870=20,570l/h ใช้ท่อแยกpvc2"
-ท่อเมน 20,570 l/h --- pvc3"

Zone Bก็เช่นเดียวกัน แต่zone c อาจจะต่างเดี๋ยวค่อยทำให้ครับ
มีข้อสงสัยสอบถามได้ครับ ผมก็ไม่รุ้ว่าความต้องการของคุณเป็นไงยังที่ออกแบบมาอาจจะยังไม่ถูกใจ หรือถ้ามีคิดๆไว้บางแล้วก็ลองเล่าๆมาให้ฟังได้ครับ

เรื่องปั๊มนั้นต้องขอความสูงของพื้นที่ด้วยครับ จากระดับน้ำในบ่อไปถึงหัวจ่ายน้ำที่สูงสุดสูงเท่าไร
สระ1ดูแล้วมีขนาดเล็กน้ำจะพอรึป่าวครับ?



 อายจัง อายจัง อายจังโอ๊ววววว!!!แม่เจ้าเหมือนฝันไป ขอบคุณมากมายถึงมากที่สุด สุดยอดไปเลยครับละเอียดสุดๆ ตอนแรกอ่านดูอาจจะงงๆ เพราะผมไม่มีความรู้ด้านนี้เลย แต่พอตั้งสติได้ค่อยๆอ่านถึงได้เข้าใจ สุดๆเลยครับที่อุตส่าสละเวลาคิด ออกแบบ และเขียนอธิบายเป็นภาพให้เข้าใจได้ง่าย ทั้งๆ ที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต้องขอบคุณทางเว็บบอร์ดเกษตรพอเพียงที่เป็นสื่อกลางให้เพื่อนๆ เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ร่วมกัน ขอบคุณจริงๆ ครับ

ส่วนเรื่องถามมา
- ความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำในบ่อถึงหัวจ่ายสูงๆ ประมาณไม่เกิน 15 เมตร เพราะจากก้นสระถึงขอบบ่อที่จะตั้งปั๊มประมาณ 4 เมตร และจากปั๊มถึงเนินสูงสุด Zone A และ B ประมาณ 10 เมตรครับ
- สำหรับปริมาณน้ำในสระ1 ผมไม่แน่ใจครับ เพราะผมคำนวณไม่เป็น ขนาดของสระคือ กว้าง 12 เมตร ยาว 25 เมตร ลึก 3 เมตร (น้ำเต็มสระ) ถ้าน้ำหมดก็สามารถผันจากห้วยธรรมชาติเข้ามาเติมได้ตลอดครับ

ส่วนความคิดเห็นและคำถามเพิ่มเติมของผมที่มีความรู้อันน้อยมาก มีดังนี้ครับ

- ระบบมินิสปริงเกอร์อายุการใช้งานเฉลี่ยกี่ปีครับ เพราะผมจะไปคำนวณค่าใช้จ่ายตามแบบที่คุณ dood ออกแบบมาให้ ว่าจะคุ้มไหม
- ระยะเวลาการจ่ายน้ำแต่ละโซนนานไหมครับ ถ้าความต้องการน้ำของกล้วยคือ 10-20 ลิตร/ครั้ง และกาแฟ 10 ลิตร/ครั้ง
- หากผมจะใช้เป็นสปริงเกอร์ธรรมดา ที่ไม่ใช่มินิ (ไม่รู้เขาเรียกอะไร 55) ที่มีรัสมีประมาณ 7-10 เมตร ให้น้ำแบบไม่แยกตามชนิดพืช เรื่องค่าใช้จ่ายระบบท่อและสปริงเกอร์ / ปริมาณการใช้น้ำ / ความคุ้มค่าระยะยาว / การบำรุงรักษา เมื่อเทียบกับมินิสปริงเกอร์มีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ

***ถามซะเยอะตอบแบบคร่าวๆ ก็ได้นะครับ ถ้าละเอียดมากไปแดวจะเป็นการรบกวนมากเกินไป เกรงใจครับ





Liked By: กัญจน์
บันทึกการเข้า
dood
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2015, 08:39:58 PM »

-ระบบมินิสปริงเกอร์อายุการใช้งานประมาณ3-5ปีครับ พวกอุปกรณ์พลาสติกจะเสื่อมเนื่องจากโดดแดด ถ้าอยุ่ในร่มก็ทนครับ
-ระยะเวลาการจ่ายน้ำนั้น สำหรับกล้วยแนะนำรด1ชม. 150ลิตร แล้วก็เว้นไป4-5วันค่อยรดอีกทีก็ได้ครับจะได้มีช่วงที่ดินชุ่มและดินแห้งสลับกันไป สำหรับกาแฟผมก็ไม่มีความรู้นะไม่เคยปลูก หัวจ่ายสำหรับกาแฟจะจ่ายน้ำ110ลิตรต่อชั่วโมงต่อสี่ต้น แต่ต้นที่อยู่แถวกลางจะได้น้ำเยอะกว่าแถวข้างๆนะครับ มินิสปริงเกอร์สำกรับกาแฟที่ผมเลือกมาอาจจะมีข้อด้วยตรงที่รัศมีมันกว้าง น้ำมันจะกระจายทั่วพอเปิดรดอาจจะดูเหมือนไม่ค่อยเปียก
บันทึกการเข้า
dood
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2015, 08:48:04 PM »

สำหรับปั๊มที่ใช้ต้องมี
Qอย่างน้อย25-30m3/h
Hอย่างน้อย40-45m
ถ้าไม่มีไฟฟ้าคงต้องเป็นปั๊มหอยโข่งหลายใบพัดแรงดันสูงประมาณนี้ http://www.ablewaterpump.com/web/product/multistagepump/3stagespump4x3/3stagespump4x3right
-สำหรับระบบสปริงเกอร์ที่ใหญ่กว่าก็จะจ่ายน้ำ500-900l/h รัศมี 4-5 เมตร จะมีข้อเสีย
 1.ต้องใช้ท่อขนาดใหญ่ อย่างระบบมินิสปริงเกอร์ใช้ท่อแขนง25mm แต่สปริงเกอร์ต้องใช้1.5"-2"แต่จำนวนท่อก็จะน้อยกว่า(ใช้8แถววางท่อแนวเดียวกับต้นกล้วย)
 2.ปั๊มก็ต้องมีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากต้องใช้แรงดันเยอะ
 3.ต้องแบ่งโซนให้น้ำมากขึ้นกว่าเดิม
 4.ต้นไม้ที่ปลูกเยอะอาจจะไปบังทำให้ได้น้ำไม่ทั่วถึง
 5.ให้ปุ๋ยทางระบบน้ำคงไม่เหมาะ
 6.รดแบบนี้น้ำจะกระจายทั่ววัชพืชก็จะงอกงามมาก
ข้อดี
 1.รดได้ชุ่มช่ำ
 2.ใช้เวลาน้อยกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 11, 2015, 09:15:44 PM โดย dood » บันทึกการเข้า
dood
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2015, 09:55:05 PM »

มีอีกแบบมาให้ดูครับ ใช้มินิสปริงเกอร์ให้น้ำรวมไม่แยกกล้วยกาแฟ
แบบนี้จะประหยัดท่อลงได้เยอะครับ แต่ก็มีข้อเสีย


จริงๆก็เหมือนแบบแรกนั่นแหละเพียงแค่ตัดระบบน้ำของกล้วยออกแล้วก็เปลี่ยนหัวจ่ายของกาแฟให้จ่ายน้ำได้เยอะขึ้น กว้างขึ้นกว่าเดิม
บันทึกการเข้า
เกษตร...ทางไกล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2015, 12:42:45 PM »

มีอีกแบบมาให้ดูครับ ใช้มินิสปริงเกอร์ให้น้ำรวมไม่แยกกล้วยกาแฟ
แบบนี้จะประหยัดท่อลงได้เยอะครับ แต่ก็มีข้อเสีย


จริงๆก็เหมือนแบบแรกนั่นแหละเพียงแค่ตัดระบบน้ำของกล้วยออกแล้วก็เปลี่ยนหัวจ่ายของกาแฟให้จ่ายน้ำได้เยอะขึ้น กว้างขึ้นกว่าเดิม



คุณ dood ครับ พอดีผมลองหาราคามินิสปริงเกอร์และท่อ pe ตาม spec ที่คุณบอกราคาแต่ละเว็บไม่เท่ากันเลย พอรู้ราคาคร่าวๆไหมครับ ผมไม่เคยซื้อของพวกนี้เลย 55

- ท่อ  pe 25 mm
- มินสปริงเกอร์ pro2,4,6,7 และ rainy series
- สปริงเกอร์ธรรมดา รัสมี 5-7 เมตร
- ปั๊มที่แนะนำมาด้วยครับ

ผมจะลองมาคำนวณว่าแต่ละทางเลือกราคาต่างกันเยอะไหม เพื่อจะได้เปรียบเทียบกับข้อดีข้อเสียที่คุณแนะนำตอนแรกอะครับ
บันทึกการเข้า
dood
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


« ตอบ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2015, 03:05:40 PM »

-มินิสปริงเกอร์ pro2 เฉพาะหัวซื้อที่โกบอลเฮ้าส์ 48บาท/10ชิ้น
ถ้าเป็นset ขาาปัก+ท่อไมโครก็ 13บาท/set
-pro4เฉพาะหัว 52บาท/10ชิ้น เป็นsetไม่แน่ใจน่าจะ13บาทนะ
-pro6,7 rainy series ราคาก็ประมาณ47-55บาท/10ชิ้น
-สปริงเกอร์ธรรมดามีหลายแบบมากราคาก็5-10บาท
-ปั๊มไม่ทราบครับ
-ท่อพีอี25mm 790บาท/200m
 วางๆก็ลองไปเดินโกบอลเฮ้าส์สำรวจดูก็ได้ครับ ราคาแต่ล่ะที่อาจแตกต่างกันบ้าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 12, 2015, 03:10:27 PM โดย dood » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: