หน้า: [1] 2 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขนุนแดงสุริยา และ ขนุนเพชรดำรง ขนุนดียุคปัจจุบัน  (อ่าน 60930 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ยศ สวนอรุโณทัย
"คืนชีวิตให้เเผ่นดิน"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4902

คืนชีวิตให้เเผ่นดิน 290


« เมื่อ: มีนาคม 11, 2010, 04:17:40 AM »

แดงสุริยา และ เพชรดำรง ขนุนดียุคปัจจุบัน


เอื้อเฟื้อภาพ โดย นิวัตร์

เอื้อเฟื้อภาพ โดย www.dailynews.co.th
ใน ช่วงเวลาผ่านมาประมาณ 30 ปี การพัฒนาการปลูกขนุนในบ้านเรามีมาอย่างต่อเนื่อง คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับขนุนพันธุ์ดีที่มีเนื้อหนาและรสชาติอร่อย เริ่มตั้งแต่พันธุ์ฟ้าถล่ม ทองสุดใจ แม่น้อยทวาย เบาเปลือกหวาน ฯลฯ มาสู่ยุคที่มีการขยายพื้นที่ปลูกขนุนกันมากที่สุดคือ พันธุ์ทองประเสริฐ ศรีบรรจง และเพชรราชา เป็นต้น หลังจากนั้นมาวงการขนุนเริ่มซบเซา เกษตรกรมีการขยายพื้นที่ปลูกกันน้อยลง ทั้งๆ ที่ขนุนเป็นไม้ผลอีกชนิดหนึ่งที่นำมาปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์หรือเกษตรปลอด สารพิษได้เพราะมีการฉีดพ่นสารปราบศัตรูพืชน้อยมาก ตลาดหลักในการบริโภคขนุนไทยยังนิยมบริโภคสดและอาชีพการแกะขนุนขายยังสร้าง รายได้ที่ดี ถ้าได้ขนุนพันธุ์ดี สีสวย เนื้อแห้ง และมีรสชาติหวาน กรอบ หลายคนทราบดีว่า ขนุนสายพันธุ์ดีๆ ที่มีการขยายพื้นที่ปลูกในประเทศไทยนั้น เกือบทั้งหมดได้มาจากการกลายพันธุ์ด้วยเมล็ด และในแต่ละสายพันธุ์จะมีลักษณะดีเด่นและด้อยแตกต่างกันไป ไม่มีขนุนสายพันธุ์ใดที่มีลักษณะดีเด่นครบถ้วน ซึ่ง ได้แก่ "เนื้อหนา มีความกรอบและแข็ง รสชาติหวาน สีสวย เมล็ดเล็ก เยื่อที่หุ้มเมล็ดบาง และเนื้อบริเวณที่ติดโคนเมล็ดจะต้องน้อยที่สุด ที่สำคัญเปอร์เซ็นต์เนื้อในแต่ละผลจะต้องมีมากกว่า 50% ขึ้นไป" ในบรรดาขนุนเนื้อสีจำปา คนไทยมักจะคุ้นกับพันธุ์จำปากรอบ หรือถ้าเป็นนักกินขนุนจริงๆ จะรู้จักพันธุ์แดงรัศมี แต่ขนุนทั้งสองพันธุ์นี้มีจุดอ่อนตรงรสชาติและสีของเนื้อที่มีความแปรปรวน ตามสภาพพื้นที่ปลูกและสภาพแวดล้อม เช่น ถ้าขนุนแก่ในช่วงฤดูฝนความเข้มของเนื้อสีแดงจะจางลง

คุณประภาส สุภาผล  มีประสบการณ์ในการปลูกขนุนมานาน ได้มีความพยายามที่จะค้นหาสายพันธุ์ขนุนที่มีเนื้อสีจำปา (สีแดงออกเข้ม) มานาน ปัจจุบันได้พบขนุนต้นหนึ่งในเขตอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่ปลูกด้วยเมล็ด มีอายุต้นกว่า 40 ปี ติดตามและตรวจสอบการให้ผลผลิตและคุณภาพอยู่นานหลายปี พบว่า เมื่อผ่าผลดูลักษณะภายใน พบว่า เป็นขนุนที่มีเนื้อสีแดงเข้มหรือสีจำปาเข้ม รสชาติหวาน กรอบ เนื้อแข็ง (เนื้อไม่นิ่มเหมือนกับขนุนพันธุ์อื่นๆ) แกนกลางเล็ก มียางน้อยมาก และมีเปอร์เซ็นต์เนื้อไม่น้อยกว่า 50% และมีการตั้งชื่อว่า "แดงสุริยา" จัดเป็นขนุนพันธุ์เบา เมื่อนำกิ่งที่ได้จากการทาบกิ่งหรือติดตามาปลูกใช้เวลาเพียง 3 ปี เท่านั้น จะเริ่มให้ผลผลิต ที่สำคัญจัดเป็นขนุนพันธุ์ทะวายโดยธรรมชาติ ที่ให้ผลผลิตปีละ 2 รุ่นใหญ่ๆ คือ รุ่นแรกแก่เดือนมีนาคม-เมษายน และรุ่นที่ 2 เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม

คุณประภาส ได้ส่งขนุนพันธุ์นี้เข้าประกวดในงานไม้ผลและของดีจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับรางวัลชนะเลิศหลายปีติดต่อกันในประเภทขนุนเนื้อสีจำปา "แดงสุริยา" ยังมีลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งคือ มีปริมาณของดอกตัวผู้หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ส่า" มากกว่าปกติ ทำให้ส่งผลดีต่อการผสมเกสร ช่วยให้มีการติดผลที่ดีขึ้น นอกจากนั้น ยังจัดเป็นขนุนที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นคือ หลังจากดอกบานจนผลแก่ ใช้เวลาเพียง 3 เดือนครึ่ง-4 เดือน เท่านั้น ขณะนี้เริ่มมีแม่ค้านำขนุนแดงสุริยามาแกะเนื้อขายและขายเปรียบเทียบกับขนุน พันธุ์ดีเนื้อสีเหลือง คนจะเลือกซื้อขนุนเนื้อสีจำปาเข้มมากกว่า ซึ่งขายถึงผู้บริโภคราคากิโลกรัมละ 60-80 บาท บางช่วงผลผลิตออกน้อยขายผลผลิตแบบยกผล ในราคาถึงผลละ 600 บาท (น้ำหนักผลเฉลี่ย 10 กิโลกรัม)

คุณดำรงศักดิ์ วิรยศิริ เป็นเกษตรกรที่ให้ความสนใจในการปรับปรุงพันธุ์ไม้ผล เริ่มต้นผสมพันธุ์ขนุนตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2542 โดยใช้ขนุนพันธุ์คุณหญิงเป็นพ่อพันธุ์

ขนุนพันธุ์คุณหญิง จัดเป็นขนุนพันธุ์ดีอีกสายพันธุ์หนึ่งของไทยที่มีการปลูกมานานแล้ว ซึ่งเจ้าของพันธุ์ คือ ม.ร.ว.มนทรีย์ รุ่งเรืองสุข และขนุนต้นแม่ดั้งเดิมปลูกอยู่ที่ซอยพระอรรถราชปรารภ กรุงเทพมหานคร และปัจจุบันต้นแม่พันธุ์ถูกน้ำท่วมได้ตายไปแล้ว คุณดำรงศักดิ์ วิรยศิริ ได้กิ่งพันธุ์มา 1 ต้น ได้มานานกว่า 30 ปีแล้ว เหตุผลที่ขนุนสายพันธุ์นี้ไม่เป็นที่รู้จักมากนักเพราะไม่มีการเผยแพร่ และสมัยแรกๆ จะค่อนข้างหวงพันธุ์ แต่มาถึงปัจจุบันเริ่มมีขนุนสายพันธุ์นี้มาแกะขาย และเกษตรกรที่ปลูกขายผลผลิตจากสวนได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 15 บาท โดยชั่งทั้งผล นับว่าได้ราคาดีพอสมควรและแม่ค้าที่ซื้อผลผลิตไปขายจะชอบใจเป็นพิเศษ ตรงที่เป็นขนุนที่ผ่าออกมาแล้วได้เปอร์เซ็นต์เนื้อมากกว่า 60% ถ้าพูดแบบชาวบ้านก็คือ มีแต่เนื้อ พบซังน้อยมาก และพันธุ์ทองประเสริฐเป็นแม่พันธุ์

ในหนังสือ "ชนิดและพันธุ์ไม้ผลเมืองไทย" ซึ่งเขียนโดย รศ.วิจิตร วังใน ได้บอกถึงประวัติความเป็นมาของขนุนพันธุ์ทองประเสริฐได้มาจากการเพาะด้วย เมล็ดขนุนไม่ทราบชื่อพันธุ์ ซึ่งนำมาจากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2530 และคัดเลือกต้นที่มีลักษณะดีไว้ 1 ต้น จากจำนวน 20 ต้น ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เมื่อปี พ.ศ. 2540 ได้ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนประมาณ 1,000 ต้น ปลูกเป็นขนุนนอกฤดู สามารถให้ผลิตผลได้ 2 รุ่น ต่อปี โดยเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 135 วัน หลังดอกบาน คือประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และช่วงเดือนกรกฎาคม ผลเป็นแบบผลรวม รูปทรงค่อนข้างกลมถึงกลมรี ผิวเปลือกผลมีสีเขียวจนถึงผลแก่ และอาจจะมีสีน้ำตาล มียางน้อย เนื้อสีเหลือง ค่อนข้างเหนียว รสชาติหวาน ค่าความหวาน 22-23 องศาบริกซ์

การเริ่มต้นผสมพันธุ์ขนุนนั้น คุณดำรงศักดิ์ บอกว่า เกษตรกรจะต้องรู้จักดอกตัวผู้และดอกตัวเมียขนุนเป็นลำดับแรก วิธีสังเกตง่ายๆ ดอกตัวผู้จะมีลักษณะก้านเล็ก ส่วนดอกตัวเมียจะมีก้านใหญ่และมักจะออกจากลำต้นหรือกิ่งใหญ่ เมื่อเลือกดอกตัวเมียได้แล้วเราจะต้องใช้ถุงคลุมดอกเอาไว้ เมื่อดอกตัวเมียมีความพร้อมจะเห็นหนาม จะออกมาเป็นแฉกๆ ควรจะผสมพันธุ์ในช่วงเวลาเช้า เด็ดเอาดอกตัวผู้ของพันธุ์คุณหญิงมาทาบริเวณแฉกของดอกตัวเมียพันธุ์ทอง ประเสริฐ หลังจากทาแล้วจะต้องคลุมถุงให้มิดชิด หลังจากนั้นประมาณ 7 วัน เปิดถุงดูว่าผสมติดแล้วมีขนาดของผลใหญ่ขึ้นและไม่มีอะไรมารบกวน เปิดแล้วจะต้องหาถุงมาห่อผลจนผลแก่ ซึ่งใช้เวลานานประมาณ 4 เดือน ถึง 4 เดือนครึ่ง เมื่อขนุนลูกผสมสุกคุณดำรงศักดิ์ได้คัดเลือกเมล็ดที่มีความสมบูรณ์มาเพาะ และนำไปปลูกในแปลงได้ขนุนสายพันธุ์ใหม่ ประมาณ 60 ต้น มาถึงปี พ.ศ. 2552 บรรดาขนุนลูกผสมที่เพาะเมล็ดทั้งหลายได้ออกดอกและติดผลกันเกือบทุกต้น จากการใช้เวลาในการผสมพันธุ์ขนุนนาน 5 ปี คุณดำรงศักดิ์ บอกว่า คุ้มกับเวลาที่เสียไป เพราะได้ขนุนพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นมาจากฝีมือมนุษย์ ไม่ต้องเสียเวลาไปคัดเลือกจากธรรมชาติ พบว่า หลายต้นมีแนวโน้มจะเป็นพันธุ์ที่ดีกว่าพ่อและแม่พันธุ์ ตัวอย่างต้นที่ 18 ให้ผลผลิตที่มีเนื้อหนาประมาณ 2 เซนติเมตร เมื่อนำมาชั่งได้น้ำหนัก 5 ยวง ต่อกิโลกรัม และได้ตั้งชื่อว่า "เพชรดำรง" บางต้นให้ผลผลิตดกมาก และมีลักษณะของทรงผลกลมและขนาดของผลไม่ใหญ่จนเกินไป มีน้ำหนักเฉลี่ย 2-3 ผล ต่อกิโลกรัม ขนาดของผลใหญ่ๆ พอกับผลทุเรียน ในอนาคตตลาดมีความต้องการผลขนุนที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก สะดวกต่อการบริโภคและซื้อเป็นของฝาก เมื่อได้เมล็ดและนำไปเพาะให้ต้นมีความสูงประมาณ 1 ศอก หลังจากนั้น จะนำต้นเพาะเมล็ดมายกตุ้มทาบกับต้นขนุนใหญ่ ใช้เวลาเพียง 1-2 ปี ก็จะทราบผลว่าเป็นขนุนพันธุ์ดีหรือไม่

ขนุนพันธุ์เพชรดำรง ที่มีลักษณะดีเด่นมากมายหลายประการ อาทิ จัดเป็นขนุนเนื้อสีเหลืองที่มีความหนามาก ถ้าผลสมบูรณ์เต็มที่และมีการบำรุงรักษาอย่างดี เนื้อจะหนาถึง 2 เซนติเมตร เมื่อนำเนื้อไปชั่งน้ำหนักจะได้ 5 ยวง ต่อ 1 กิโลกรัม เนื้อมีความแข็งและกรอบ เมื่อนำมาแกะขายจะวางตลาดอยู่ได้นาน เพราะเนื้อไม่เละ เมล็ดมีขนาดเล็กมาก อีกทั้งเยื่อหุ้มเมล็ดบาง (ในขณะที่พันธุ์ทองประเสริฐมีขนาดของเมล็ดใหญ่กว่า และเยื่อหุ้มเมล็ดหนา) และได้มีการใช้ชื่อสายพันธุ์ว่า "เพชรดำรง" จัดเป็นขนุนสายพันธุ์ดีที่น่าส่งเสริมให้มีการขยายพื้นที่ปลูกอีกสายพันธุ์ หนึ่ง ที่สำคัญเป็นขนุนพันธุ์ดีที่ได้จากความพยายามและผสมพันธุ์ด้วยฝีมือมนุษย์ ใช้เวลายาวนานถึง 10 ปี เมื่อขยายพันธุ์ด้วยวิธีการทาบกิ่งและนำไปปลูก ใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี จะเริ่มให้ผลผลิต และมีขนาดน้ำหนักผลเฉลี่ย 8-10 กิโลกรัม ผู้เขียนได้ทดลองชิมขนุนลูกผสมพันธุ์ดีจะต้องยอมรับว่ามีรสชาติหวานอร่อยมาก เหมาะที่จะปลูกเพื่อแกะยวงขาย นอกจากนั้น ด้วยความหนาของเนื้อยังสามารถนำไปแปรรูปโดยการเชื่อมหรือนำไปทอดแบบทุเรียน ทอดกรอบได้



สภาพแวดล้อมและการปลูกขนุน

1. ชนิดของดิน ขนุนเป็นไม้ผลที่ขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทราย ดินทราย ดินเหนียว ดินลูกรัง ปกติขนุนชอบดินร่วน หรือดินร่วนปนทรายที่ต้องระบายน้ำดี ส่วนดินเหนียวหรือดินทรายต้องมีการปรับปรุงด้วยการใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก มากๆ จะช่วยให้ขนุนเจริญเติบโตได้ดีขึ้น

2. ความสมบูรณ์ของดิน ขนุนชอบดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีอินทรียวัตถุมาก ซึ่งทำให้ดินมีสีดำ ขนุนจะเจริญเติบโตได้เร็ว ให้ผลดก ผลใหญ่ เนื้อยวงมีสีเข้ม และมีรสหวานกว่าขนุนที่ปลูกในดินที่มีสภาพความสมบูรณ์ต่ำ อาจสังเกตว่าพืชที่ขึ้นปกคลุมอยู่นั้น ถ้ามีการเจริญเติบโตดี ใบมีสีเขียวเข้ม แสดงว่าดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง

3. ความเป็นกรด-ด่างของดิน ขนุนขึ้นได้ในดินที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง 6-7.5 ถ้าดินมีค่าความเป็นกรด-ด่างต่ำกว่า 6.0 ดินจะเป็นกรด ซึ่งจะเกิดการตรึงจุลธาตุและฟอสเฟต ต้องปรับแก้โดยการใช้ปูนเพื่อการเกษตร นิยมใช้ปูนโดโลไมต์ ปูนมาร์ล การปรับแก้ความเป็นกรดของดินต้องใช้หลักการใส่ครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง เพื่อให้เกิดการปรับตัวขึ้นทีละน้อยๆ ช่วงความเป็นกรด-ด่าง ระดับ 6.0-7.5 ช่วงนี้ทำให้ขนุนสามารถใช้ปุ๋ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนุนจะตอบสนองต่อปุ๋ยอย่างเต็มที่

4. ทำเลปลูกขนุน ต้องเป็นที่ที่น้ำไม่ท่วม และดินต้องมีการระบายน้ำได้ดี ต้นขนุนไม่ชอบน้ำท่วมขัง ดังนั้น พื้นที่ลุ่มที่ใช้ปลูกขนุนจึงต้องทำโคกหรือทำสันร่องแบบร่องจีนจึงปลูกขนุน ได้

สรุปได้ว่า การปลูกขนุนในเชิงพาณิชย์ในอนาคตจำเป็นต้องมีการจัดการดูแลเพิ่มเติมกว่าที่ เคยปฏิบัติมา โดยเฉพาะในเรื่องของการให้ปุ๋ยและน้ำ ต้นขนุนไม่ชอบสภาพพื้นที่ปลูกที่มีน้ำขังแฉะหรือมีการระบายน้ำไม่ดี สำหรับเรื่องโรคและแมลงศัตรูขนุนถือว่าน้อยกว่าไม้ผลเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ สามารถผลิตในระบบอินทรีย์หรือปลอดสารพิษได้

http://www.matichon.co.th


Liked By: krutip
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 11, 2010, 04:32:19 AM โดย ยศ ไร่หมากเม่าโสเจ๊ง » บันทึกการเข้า

Peter-Wit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 696


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 11, 2010, 07:58:54 AM »

ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกแล้ว
บันทึกการเข้า
changbenz
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1402


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 11, 2010, 09:22:24 AM »

เเดงสุริยาผมซื้อต้นพันธุ์มาแล้วครับสวนคุณประภาส สุภาผลมาออกบูธที่เดอะมอล์บางเเคต้นละ200 โกรธ >:(เเน่ะจะปลูกที่สวนหน้าฝนนี้อีก2-3ปีรู้ผลครับว่าจะดีจริงปะ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ธนาทาวเวอร์(ห้อง207ชั้น20) 224 ถนนจรัญสนิวงศ์
์เขตบางพลัด กรุงเทพ 10700
rosera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1670


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 11, 2010, 09:55:43 AM »

น่าสนใจแล้วเนื้อก็น่ากิน หรือน่ากลัวหว่า  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
บันทึกการเข้า
datasim
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 11, 2010, 11:51:38 PM »

กำลังตามหาพันธุ์ขนุนแดงสุริยาอยู่เลย สนใจจะหาพันธุ์นี้มาปลูก
ไม่ทราบยังพอหาต้นพันธุ์ได้จากที่ไหนบ้างครับ
แล้วไม่ทราบเนื้อขนุนจะเป็นไปตามบทความไหมครับ
ใครปลูกแบบพอมีลูกบ้างแล้วบ้าง ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 11, 2010, 11:54:57 PM โดย datasim » บันทึกการเข้า
ยศ สวนอรุโณทัย
"คืนชีวิตให้เเผ่นดิน"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4902

คืนชีวิตให้เเผ่นดิน 290


« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 12, 2010, 07:53:01 AM »

กำลังตามหาพันธุ์ขนุนแดงสุริยาอยู่เลย สนใจจะหาพันธุ์นี้มาปลูก
ไม่ทราบยังพอหาต้นพันธุ์ได้จากที่ไหนบ้างครับ
แล้วไม่ทราบเนื้อขนุนจะเป็นไปตามบทความไหมครับ
ใครปลูกแบบพอมีลูกบ้างแล้วบ้าง ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ผมคุยกับป๋าทั้งสองท่านเเล้ว กะลังต่อรองราคาเพื่อมาจำหน่ายให้กะเพื่อนๆในเวบนี้
เป็นทางเลือกให้กับเพื่อนๆ พี่น้องได้รับของราคายุติธรรม เเละของเเท้จากมือผู้ผลิต
สำหรับขนุนเเดงสุริยาเท่าที่เห็นในตลาดราคายังไม่เคยต่ำกว่า 200บาท/ต้น
อดใจรอครับผมน่าจะได้ราคาที่ต่ำกว่า
อีกอย่างคือผมเป็นคนที่ชอบหาต้นไม้เเปลกๆมาปลูกที่สวน ส่วนมากเป็นไม้ผล เเต่ไปเอาเเค่ต้นหรือสองต้น
ที่ใหนว่าเเปลกหายากก็เเสวงหามา ไกลเเค่ใหนก็ไป เเพงเเค่ใหนก็เอาขอให้มีใว้ในสวน
ตอนนี้มาคิดได้ว่ายังมีคนเเบบเราเยอะเหมือนกัน ฉนั้นถ้าเราไปเอาต้นไม้มาเเล้วเอามาเพิ่มเพื่อเเบ่งขายให้กะเพื่อนๆในเวบพอได้เเค่ค่าน้ำมัน ราคาไม่เเพงมากผมว่าน่าจะทำ  อีกอย่างถ้าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆต้องการอะใรเพิ่มเติม หายากไม่มีเวลาหา ผมยินดี
ตามต่อให้ครับ


Liked By: chaiya8889, chamni
บันทึกการเข้า
vision
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 322

เงินทองเป็นมายาข้าวปลาเป็นของจริง


« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 13, 2010, 09:14:21 PM »

กำลังตามหาพันธุ์ขนุนแดงสุริยาอยู่เลย สนใจจะหาพันธุ์นี้มาปลูก
ไม่ทราบยังพอหาต้นพันธุ์ได้จากที่ไหนบ้างครับ
แล้วไม่ทราบเนื้อขนุนจะเป็นไปตามบทความไหมครับ
ใครปลูกแบบพอมีลูกบ้างแล้วบ้าง ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ผมคุยกับป๋าทั้งสองท่านเเล้ว กะลังต่อรองราคาเพื่อมาจำหน่ายให้กะเพื่อนๆในเวบนี้
เป็นทางเลือกให้กับเพื่อนๆ พี่น้องได้รับของราคายุติธรรม เเละของเเท้จากมือผู้ผลิต
สำหรับขนุนเเดงสุริยาเท่าที่เห็นในตลาดราคายังไม่เคยต่ำกว่า 200บาท/ต้น
อดใจรอครับผมน่าจะได้ราคาที่ต่ำกว่า
อีกอย่างคือผมเป็นคนที่ชอบหาต้นไม้เเปลกๆมาปลูกที่สวน ส่วนมากเป็นไม้ผล เเต่ไปเอาเเค่ต้นหรือสองต้น
ที่ใหนว่าเเปลกหายากก็เเสวงหามา ไกลเเค่ใหนก็ไป เเพงเเค่ใหนก็เอาขอให้มีใว้ในสวน
ตอนนี้มาคิดได้ว่ายังมีคนเเบบเราเยอะเหมือนกัน ฉนั้นถ้าเราไปเอาต้นไม้มาเเล้วเอามาเพิ่มเพื่อเเบ่งขายให้กะเพื่อนๆในเวบพอได้เเค่ค่าน้ำมัน ราคาไม่เเพงมากผมว่าน่าจะทำ  อีกอย่างถ้าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆต้องการอะใรเพิ่มเติม หายากไม่มีเวลาหา ผมยินดี
ตามต่อให้ครับ
ไม่ทราบสวนคุณยศอยู่แถวไหนครับอยากจะไปดุ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
chichanang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1372


« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 13, 2010, 10:27:35 PM »

น่าสนใจคะ ที่บ้านอยากปลูกขนุนอยู่เหมือนกัน
บันทึกการเข้า
Bakhamnoi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 329


« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 13, 2010, 10:41:56 PM »

อยู่ขอนแก่นก็เคยเห็นวางขายครับ  ตลาดริมถนนมิตรภาพนั่นแหละ
(มันเป็นโซนขายต้นไม้โดยเฉพาะ) เคยถามราคารู้สึกว่าต้นละ  150  บาท
แต่เคยเห็นในหนังสือ เจ้าของที่แท้จริง (คนที่จดสิทธิบัตรสายพันธุ์)
เค้าบอกว่าถ้าเห็นขายที่ไหนถือว่าเป็นการละเมิด เพราะเค้าจดสิทธิบัตรสายพันธุ์ไว้แล้ว
คนที่จะขยายกิ่งพันธุ์แล้วนำไปขายได้ต้องได้รับอนุญาตจากเค้าเท่านั้น

ผมซื้อมาปลูกไว้ต้นนึง  ตอนนี้สูงท่วมหัวเหยียดแล้ว (ประมาณ 3 ปี)
แรกๆนะ ดูทีไรก็เท่าเดิม  แต่พอผมเอาใจใส่เริ่มบำรุงจริงๆจังๆ พึ่งจะเริ่มโตพรวดๆแล้ว
แต่ไม่รู้จะเป็นแดงสุริยา รึแดง นปช. รออีกไม่กี่ปีน่าจะรู้เรื่อง
บันทึกการเข้า
datasim
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 13, 2010, 11:47:24 PM »

มีแอบแดงการเมืองด้วย ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ได้ผลอย่างไรรีบแจ้งด้วยครับ กำลังจะลงมือ อยากให้ทันหน้าฝนครับ
ตอนนี้ลงกล้วยน้ำหว้ายักษ์ โชควิเชียรไปแล้วครับ
บันทึกการเข้า
น้าอ้วน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2029



« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 14, 2010, 07:27:48 PM »

ใครเคยกินแล้วบ้าง..เปรียบกับพันธ์อื่นแล้วเป็นอย่างไรบ้างคับ
บันทึกการเข้า
ยศ สวนอรุโณทัย
"คืนชีวิตให้เเผ่นดิน"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4902

คืนชีวิตให้เเผ่นดิน 290


« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 17, 2010, 09:31:02 AM »

กำลังตามหาพันธุ์ขนุนแดงสุริยาอยู่เลย สนใจจะหาพันธุ์นี้มาปลูก
ไม่ทราบยังพอหาต้นพันธุ์ได้จากที่ไหนบ้างครับ
แล้วไม่ทราบเนื้อขนุนจะเป็นไปตามบทความไหมครับ
ใครปลูกแบบพอมีลูกบ้างแล้วบ้าง ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ผมคุยกับป๋าทั้งสองท่านเเล้ว กะลังต่อรองราคาเพื่อมาจำหน่ายให้กะเพื่อนๆในเวบนี้
เป็นทางเลือกให้กับเพื่อนๆ พี่น้องได้รับของราคายุติธรรม เเละของเเท้จากมือผู้ผลิต
สำหรับขนุนเเดงสุริยาเท่าที่เห็นในตลาดราคายังไม่เคยต่ำกว่า 200บาท/ต้น
อดใจรอครับผมน่าจะได้ราคาที่ต่ำกว่า
อีกอย่างคือผมเป็นคนที่ชอบหาต้นไม้เเปลกๆมาปลูกที่สวน ส่วนมากเป็นไม้ผล เเต่ไปเอาเเค่ต้นหรือสองต้น
ที่ใหนว่าเเปลกหายากก็เเสวงหามา ไกลเเค่ใหนก็ไป เเพงเเค่ใหนก็เอาขอให้มีใว้ในสวน
ตอนนี้มาคิดได้ว่ายังมีคนเเบบเราเยอะเหมือนกัน ฉนั้นถ้าเราไปเอาต้นไม้มาเเล้วเอามาเพิ่มเพื่อเเบ่งขายให้กะเพื่อนๆในเวบพอได้เเค่ค่าน้ำมัน ราคาไม่เเพงมากผมว่าน่าจะทำ  อีกอย่างถ้าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆต้องการอะใรเพิ่มเติม หายากไม่มีเวลาหา ผมยินดี
ตามต่อให้ครับ
ไม่ทราบสวนคุณยศอยู่แถวไหนครับอยากจะไปดุ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
หนองไผ่ เพรชบูรณ์ครับ
บันทึกการเข้า
kosonpan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 321


« ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 17, 2010, 04:25:18 PM »

คุณยศ เอามาแลกไก่ดำผม 1 ต้นครับแดงสุริยา แดง นปช.ไม่เอา ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ;D55555
บันทึกการเข้า
ยศ สวนอรุโณทัย
"คืนชีวิตให้เเผ่นดิน"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4902

คืนชีวิตให้เเผ่นดิน 290


« ตอบ #13 เมื่อ: มีนาคม 17, 2010, 06:42:53 PM »

คุณยศ เอามาแลกไก่ดำผม 1 ต้นครับแดงสุริยา แดง นปช.ไม่เอา ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ;D55555
ได้พี่จัดให้
บันทึกการเข้า
Bakhamnoi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 329


« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 18, 2010, 01:20:52 AM »

ท่าน DATASIM  ไม่ทราบว่ากล้วยน้ำว้ายักษ์หาหน่อต้นพันธุ์ได้ที่ไหนครับ
ผมอยากได้มากๆ  อุตส่าห์หาในกูเกิ้ลก็ยังไม่เจอที่ขาย
ผมอยู่อุดรฯ  ไม่ทราบว่าแถวๆนี้มีที่ไหนแนะนำบ้างครับ
พอดีมีพื้นที่ว่างอยู่พอสมควร  อยากปลูกกล้วยน่ะครับ
หรือว่าจะเป็นพันธุ์ต้นเตี้ยๆด็ได้ครับ  กำลังหาอยู่ครับ
บันทึกการเข้า
datasim
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


« ตอบ #15 เมื่อ: มีนาคม 18, 2010, 03:17:06 AM »

ท่าน DATASIM  ไม่ทราบว่ากล้วยน้ำว้ายักษ์หาหน่อต้นพันธุ์ได้ที่ไหนครับ
ผมอยากได้มากๆ  อุตส่าห์หาในกูเกิ้ลก็ยังไม่เจอที่ขาย
ผมอยู่อุดรฯ  ไม่ทราบว่าแถวๆนี้มีที่ไหนแนะนำบ้างครับ
พอดีมีพื้นที่ว่างอยู่พอสมควร  อยากปลูกกล้วยน่ะครับ
หรือว่าจะเป็นพันธุ์ต้นเตี้ยๆด็ได้ครับ  กำลังหาอยู่ครับ

ครับ ไปได้มาจากงานกันตนา ที่ศาลายาครับ
สวนอยู่เมืองกาญจนบุรี 034-624850
พ.อ.วินัย พุกศรีสุข
รองประธานชมรมกล้วยแห่งประเทศไทย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 18, 2010, 03:20:57 AM โดย datasim » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: