หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เส้นทางที่สวนทาง  (อ่าน 137044 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pom2day
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 45


« ตอบ #48 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2015, 11:24:36 AM »

จขกท ต้องรีบกลับมาเล่าต่อนะครับ กำลังต่อเนื่อง

เป็นกำลังใจให้ครับผม
 อายจัง
บันทึกการเข้า

pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #49 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2015, 09:17:51 AM »

วันหยุด สองวัน ไม่ได้พัก   ทำงานนึงด้วยใจรัก  อีกงานนึงเพราะจำเป็น
  ตอนแรก วางแผนงานว่า วันเสาร์จะไปให้ปุ๋ย  "อีเหม็น นาหนอน" ให้กับมันที่ไร่
แต่เมื่อไปเช้คเครื่องพ่นปุ่ย  ดันเจอสายสะพายที่เสื่อมขาดเปื่อยจนไม่พร้อมใช้งาน
เลยจำเป้นต้องไปหาซื้อสายสะพายเครื่องมาเปลี่ยนใหม่ เข้าทุกห้างแวะเป้น 10 ร้าน ไม่มีขายเลยแฮะ
จำเป้นต้องเปลี่ยนแผน หาอะไรมาทำใช้แทน แวะโกบอลเฮาส์ หาซื้อวัสดุ มาใช้ทำสาย
 เดินดูไปๆ งานงอกเพิ่ม
แม่บ้านอยากให้หาอะไรไป จัดการกับ ซ่องลมที่นักกระจอก ชอบมาทำรังบนหัวนอนชั้น 2
เรื่องนกกระจอกนี้  ไม่ได้กระจอกตามชื่อนะครับ ปัญหานี้เรื้อรังมาหลายปี
ถึงผมจะรักธรรมชาติ แต่ไอ้รังนก ที่อยู่บนหัวนอน  มันจะพาเอาฝุ่นเอาเศษกิ่งไม้มาสร้างรัง จนต้องคอยกำจัด
ทั้งคัน ทั้ง แพ้จาม วันเสาร์ ทั้งวันเลยคือการรื้อรังและจัดการวางแผนป้องกันการบุกรุกใหม่
ลองมาหลายวิธีครับ เขาว่า นกกลัวงู  ให้เอางูยางมาแขวน ผมกะทำ วันแรกมันกะกลัวครับ  ไม่กล้ามาเกาะ
ยิ้มเลย  ได้ผลแฮะ  แต่พาเริ่มคุ้น  มันกะมาเกาะเล่นข้างๆงูยางนั่นล่ะครับ ลมเหลวไม่เป็นท่า
เปลี่ยนแผน  เอาสังกะสีแผนเรียบมาตีปิดด้านนอก ได้ผล  พอมันหารูทางเข้าเจอ ขนเศษไมามาเก็บได้เป้น กระสอบเลยครับ
 มีสังกะสี มาคอยบังลมบังฝนให้รังได้อย่างดีซะด้วย  ล้มเหลวครับ
แผนต่อมา ไอดเดียพ่อตา  หาตาขายมาแขวนดัก  วันแรกๆ ติดห้อยเต็มตาขายเลยครับ
แล้วมันกะเริ่มเรียนรู้ หาทางอ้อมเข้า   มาสร้างรังใต้ตาข่ายได้เหมือนเดิม
ปัญหานกกระจอก  ไม่กระจอกเลยนะครับ
อันนี้ก็เป็นไอเดียล่าสุด  ป้องกันจากด้านในห้อง  ผ่านมา 2 วัน ยังใช้การได้ดี
สรุป เสาร์ทั้งวัน ได้งาน รื้อไล่ สร้างแนวป้องกันผู้บุกรุก
สาธุ  ขอให้กันได้      ถ้าเกิดท่านใดมีไอเดียดีๆ ที่ผมยังไม่ได้ลอง แนะนำด้วยครับ
 

ปรับแผน ป้องกันจากภายนอกล้มเหลว  จึงเปลี่ยนมาป้องกันจากภายใน



จบภารกิจ สิ้นงบค่าวัสดุ ไป 300 กว่าบาท ค่าช่างไม่ต้อง เพราะทำเอง ค่าเครื่องดื่มหลังเสร้จงานไม่กล้านับ ...^ ^
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #50 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2015, 10:19:23 AM »

แล้วเช้าวันอาทิตย์ กะต้องตื่นแต่เช้า มาฉีดปุ๋ยตามความตั้งใจเดิมครับ
อุปกรณ์พร้อม สายเชือกถัก เส้นล่ะ  50 บาท เอามาถักกัน 3 เส้น ความเหนียวแน่น 
ทนทาน  น่าจะไว้ใจได้   แต่สายเส้นเล็ก คงจะกดทับบาดไหล่เป้นแน่
 จำเป้นต้องพึ่งพาคุณแม่บ้าน  ให้ช่วยเย็บผ้าเพื่อรองไหล่ให้
ผลงานออกมา  เป็นที่น่สประทับใจ เหนียวแน่น  ปลอดภัย ไหล่ไม่เจ็บ ..
5 ไร่ ฉีดไป 1 ถัง (200 ล.)  น้ำปลาร้า หมักเติมอีเอ็มกากน้ำตาลไปบางส่วน 
รู้สึก รอบนี้ กลิ่นอบอวนจะลดลง  แต่ถึงยังงั้น กลิ่นคุณภาพยังติดมือข้ามวัน
    ชั่วโมงกว่า เสร้จภาระกิจ  เดินดู ไร่อีกนิดหน่อย 
อีก 3 วัน จะเอาภาพความเปลี่ยนแปลงมาให้ชมนะครับ
 

หมดสภาพ หาที่ซื้อไม่มี

ผลงาน ทำเอง ใช้งานได้ดี เป็นที่น่าพอใจ

ปุ๋ยชั้นดี อีเหม็น  นาหนอน (เหม็นทนเหม็นดี เหม็นติดมือข้ามวัน  รับประกันความเหม็น )

มั่นใจว่าปุ๋ย ปลอดสาร ลุยเลยครับ ไม่ต้องพลางตัวเพื่อป้องกัน
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #51 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2015, 10:33:26 AM »



หลังฉีดปุ๋ย วันแรก

แปลงข้างบ้านที่ปลูกในระยะใกล้เคียงกัน เอาไว้เปรียบเทียบผล ระหว่าง แปลงที่ฉีดน้ำปลาร้า กับแปลงที่ ไม่ได้ฉีด


เจ้้ากอไผ่ผู้ไม่เคยยอมแพ้  ยังหาทางงอกจนได้

กอนี้หนักเลย     เอาไงดีๆ  ตายยากเสียจริง
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #52 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2015, 11:20:29 AM »

เมื่อวานลมแรงมากครับ  ต้นไม้ที่ไร่ข้างเคียงถึงกับหักกลางต้น
ทุกหน้าฝน  ผมต้องเตรียมตัวเตรียมเครื่องมือไว้รับปัญหา ต้นไม้ล้ม
ปีนี้  เริ่มไปเลื่อยกิ่ง ล่างๆของต้นสะเด่ไว้ ลดกิ่งก้าน เพื่อลดแรงปะทะลม
ผลคือ  ยังไม่มีล้มเลย   แต่กะยังไม่น่าไว้ใจ ..
ในระหว่างเลือกรูป  กะมาเจอรูปเก่าๆ ที่ถ่ายไว้หลายเดือนแล้ว
สาเหตุที่ทำให้ผม ได้รักได้ชอบ ได้มีโอกาสใกล้ชิด กับธรรมชาติ
ได้มีประสบการณ์หลายหลาก  มาจาก สองท่านนี้เลยครับ พ่อ  กับแม่ ...
วันนี้ขอเสนอ ..คุณพ่อแสนขยัน ลุยน้ำ ปีนหลังคา ไม่สนว่า อายุจะแค่ไหน
คุณแม่ผู้ชอบปลูก ..ผู้คอยเป้นแรงผลักดันให้ผมตลอดมา
ผมว่า ชีวิตผมกะสนุกดีนะ ^ ^ เหนื่อยกายแต่สุขใจ
 
ต้นเท่าโคนขา หักง่ายๆเมื่อพระพายมาเยือน
 
คุณปู่ของหลานๆ ลงน้ำจับปลา

ที่บ้านท่านไม่รู้เรียกอะไร  ...บ้านผมเรียกหลี่

บางวันกะปีนหลังคา เก็บลำไยมาให้หลานๆ


อันนี้คุณย่า ผู้ชอบปลูก  ทั้งที่นาที่บ้าน มีแต่ต้นไม้จากฝีมือผู้หญิงคนนี้

คนผู้ชายจบแค่ ป6  คนผู้หญิง จบแค่ ป4 ทำนาเป็นอาชีพหลัก แต่ สองท่านนี้ กะดูแลฟูมฟัก
เป็นแรงขับ ผลักดันให้ลูกทั้ง 3 คน  จนจบปริญญา  มีงานทำอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

วันเกิดปู่ เมื่ออาทิตย์ ก่อน  ลูกๆจึงมอบของขวัญ ให้ปู่ เป็นรถตู้คันใหม่(สำหรับพวกเรา แม้จะเก่ามาจากที่อื่น)
เห็นรอยยิ้ม แบบนี้  กะสุขแล้วครับ
 
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #53 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2015, 09:03:57 AM »

หลังจากฉีด อีเหม็น นาหนอนไป  3 วัน   ฉีดเช้า อาทิตย์ เปรียบเทียบผล กับเช้าวันอังคาร
มีการเปลี่ยนแปลง ในทางที่ดีให้เห็นพอสมควร  อย่างนึง อาจเป็นเพราะ  มีฝนตกมาช่วยอีกทาง
  แต่หากเปรียบเทียบกับ แปลงข้างบ้านที่ไม่ได้ฉีดอะไรเลย   จะสังเกุเห็นได้ว่า การรับฝนเพียงอย่างเดียว
เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก  เห็นแล้วชื่นใจ  คุ้มค่าที่ลงแรง ..เป้นอีกแนวทางที่ อยากให้ลอง พิจารณาดูครับ
ประหยัดดี มีผลชัดเจน 

เปรียบเทียบผลระหว่าง วันที่ฉีด และหลังฉีด 3 วัน พยายาม ใช้ภาพจากมุมเดียวกันเพื่อนให้เห็นความแตกต่าง

แปลงเพื่อนบ้าน รั้วติดกัน  ได้น้ำฝนแค่อย่างเดียว มุมภาพเดียวกัน 
 
 
เป็นพืชที่ตอบสนองต่อปุ๋ยดีมากๆครับ เห็นผลชัดเจน ใกล้จะคลุมร่องแล้ว  นับถึงวันนี้ ก็ อายุ 55 วันครับ

จะตามทันรุ่นพี่แล้ว   ไม่ค่อยสูงเพราะ ชะงักแล้งไปหลายเดือน ประคับประคองจนข้ามแล้งมาได้  แต่ผมชอบต้นแบบนี้นะครับ  ลมแรงๆต้นไม่ล้ม
ไม่ต้องสูงมาก ลำต้นอวบใหญ่ตาถี่ หัวดีนักแล... ^ ^
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #54 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2015, 10:14:45 AM »

 มีประเด็นที่สวนทาง ในเส้นทางสายเกษตร ที่อยากนำเสนอเพื่อต่อยอดความคิดสำหรับวันนี้
 ประเด็นคือ  "เราควรหาตลาดก่อนปลูก หรือ ปลูกแล้วค่อยหาตลาด"
 เนื่องจากผมมีที่ดินที่เหลือจากการลดพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง
 จึงได้พยายามเก็บข้อมูลเพื่อวางแผนการปลูกพืช ที่มี คุณสมบัติ เหมาะสม
โดยกำหนดเป้าประสงค์ ว่า ต้องเป้นพืชที่อายุยืน ไม่ต้องปลูกบ่อย  ดูแลจัดการง่าย
มีตลาดชัดเจน  ใกล้บ้าน ลงทุนไม่สูงมาก และ ไม่เป็นที่ต้องการของขโมย  หรือ ขโมยได้ยาก
     อืมมม ..โจทย์ ยากไปไหม
จากนั้นผมก็ได้เริ่ม เก็บข้อมูล ทั้งเดินตลาด ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต
 สิ่งที่สวนทางกัน ระหว่างคนปลูกเพื่อขาย กับคน พ่อค้าแม่ค้า(คนซื้อ) ที่เห้นชัด ในวันนี้
 เรา..ผู้ปลูก จะตั้งคำถามไปว่า ปลูกแล้วจะไปขายใคร ขายในราคาเท่าไหร่
พ่อค้าแม่ค้า ..จะตอบว่า ไปปลูกให้ได้ก่อน   ค่อยมาคิดเรื่องขาย ยังไม่ปลูกเลย จะขายแล้ว ฮาาา ..
ความจริง ไม่มีใครผิดใครถูก นะครับ  เราจะปลูกกะต้องการความมั่นใจ ส่วนคนซื้อต้องการผลผลิตที่ดี ในราคาที่ต่ำเพื่อทำกำไรได้สูง
จึงเป็นการบ้าน ที่ต้องคิด ซึ่ง ณ จุดนี้ ในทัศนส่วนตัวผมมองประเด้นก่อนการเลือกปลูกพืชใดๆ
จำเป็นที่ต้องศึกษาทำความเข้าใจ ในองค์ ประกอบ หลัก 2 ส่วน ที่สำคัญ คือ
1. ความพร้อม
2. ตลาด
        สำหรับประเด็นความพร้อม
 สิ่งที่ผมมองคือ สภาพแวดล้อม ดิน ฟ้า อากาศ
สิ่งที่เราต้องการปลูกเหมาะกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ปลูกเราไหม
แม้พืชนั้นจะให้ผลผลิตที่ราคาสูงแค่ไหน  ถ้ามันไม่เหมาะกับสภาพเเวดล้อมเรา ฝืนปลูกไปก็คงไร้ค่า
ความพร้อมต่อมาคือตัวเรา มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการจะปลูกแค่ไหน
 ถ้าไม่มีความรู้ แล้วสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ไหม
ความพร้อมต่อมาคือ ต้นทุนที่เรามี เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการปลูกไหม
มีเครื่องมือเครื่องทุ่นแรง มีแรงงานที่เหมาะสมเพียงพอในพื้นที่ไหม
ยกตัวอย่างเช่น เราคิดว่า องุ่น เป้นพืชที่ให้ผลตอบแทนต่อไร่สูง แต่ คุณลักษณะที่ดินเราไม่เอื้อให้ปลูกองุ่นได้ผล
ที่ดินเราต้องเช่าปลูก อีก 4-5 ปีถึงจะเก้บผลผลิตเพื่อสร้างรายได้ให้กับเราได้ การลงทุนครั้งแรก สูง
 ความรู้ที่ใช้ในการดูแลเอาใจเป้นสิ่งที่ยาก หากเรายังฝืนปลูกไปในขณะที่ไม่พร้อม .. โอกาสล่ม คงสูงกว่าโอกาสรอด
 ประเด็นเรื่องตลาด จึงเป็นสิ่งที่รองลงมา แต่ในประเด้นนี้ ก็อยากจะยกคำสอนของคนโบราณที่สอนให้ตื่นก่อนกา หากินก่อนไก่
ฝรั่งก็มีคำสอนว่า นกตัวที่ตื่นก่อนได้กินหนอนตัวใหญ่  สองคำกล่าวนี้สอดคล้องกันในมุมมองผม  แต่ต่างจาก มือใครยาวสาวได้สาวเอานะครับ
ขยายความ คือ หากเราทำ เราปลูกในสิ่งที่ใครๆยังสนใจรึทำกันน้อย นั่นคือเราก็ย่อมมีโอกาสทางการตลาดสูง
ทุกวันนี้ เราจึงมีโอกาสได้เห้นคนที่เลี้ยงไส้เดือนขาย แล้วรวย  เราจึงได้เห็นคนที่ ปลูกหญ้าขาย ในนาข้าว
เราจึงได้เห้นมะนาวในวงบ่อ(ซึ่งถ้าเริ่มตอนนี้ หนอนตัวใหญ่คงไม่มีให้กินแล้ว)
ผมจึงพยายาม มองหาเส้นทางเดินของตัวเอง
ศึกษา ทำความเข้าใจ  เปิดกว้าง เพื่อหาเส้นทางใหม่ๆ
แล้วก็มีโอกาส ได้เจอกับตลาดรูปแบบใหม่ จากการเดินตลาดสินค้าโอท๊อป ว่า มีพืชหลายอย่าง ที่ปลูกง่าย
ดูแลง่าย ยังมีความต้องการสูง เพราะผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ในปัจจุบัน เหมาะสมกับเนื้อที่ที่ผมมี
ผลตอบแทนมีในระยะสั้น  แล้วก็เป็นพืชที่มีอายุยาว ที่สำคัญ เขาบอกว่า เข้ารับซื้อแน่นอนเพราะ ไม่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบัน
เอาล่ะสิ ซักสนใจ  เสาร์นี้ จะไปขอเยี่ยมชมไร่พี่เค้าครับ เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ ก่อนตัดสินใจครั้งสุดท้าย
น่าสนใจครับ ..ฟักข้าวครับ ...แล้ว จะเอาเรื่องราวหลังจากไปดูงาน มาเสนอเป้นแนวทางเพื่อศึกษาร่วมกันต่อไปครับ ..
 

ขออนุญาตใช้รูปจากเจ้าของรูปนะครับ   ไว้จะถ่ายสวนจริง  มาแบ่งปันการเรียนรู้

สินค้าที่ได้ติดมือมา น่าสนใจมากครับ แม่บ้านเป้นคนซื้อ  ผมกะเลยทดลองใช้ ไม่แพงแต่ผมว่าดี

ผลิตภัณฑ์จากไร่ที่ผมจะไปดูงานครับ  สบู่ฟักข้าว ก้อนนี้ 70 บาท ขายดีเชียว
ถ้ามองถึงปริมาณ ที่ก่อให้เกิดราคาเทียบกับมันสำปะหลังเป้นหลัก ผมว่า น่าสนใจครับ
 

 
  
  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 11, 2015, 08:56:55 AM โดย pape.koyking » บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #55 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2015, 09:32:07 AM »

มีเรื่องสนุกให้ทำอีกแล้วครับ

รู้จักต้นนี้ไหมครับ   " ผักเสี้ยน "ครับ   ปีที่แล้ว   ผมเคยทดลองปลูกไปทีแล้ว   ทำเป้นแปลงผักเล็กๆ 3 แปลงหลังบ้าน
ปลูกพร้อมๆกันกับผักบุ้งจีน เป็นการทดลองส่วนตัว  พอต้นโตได้หน่อย ผมกะตัดยอด  กลับมาทำผักเสี้ยนดอง แม่ยายทำให้
เพราะชอบกินผักเสียนดองเป็นการส่วนตัว (ที่บ้านเรียกส้มผักเสี้ยน)  ปรากฏว่า  ทำออกมาได้เยอะ  กินไม่ไหว
แม่ยายเลยกรอกใส่ถุง ไปฝากขายตามร้านส้มตำ ถุงล่ะ 10 บ. จบงานนั้น ขายได้ 400 บ.
แต่เพราะไม่ได้เก็บ เมล็ดพันธุ์ไว้เพราะ เมล็ดที่เก็บมามันผสมกันสองสายพันธุ์ 
อันนึงเป้นผักเสี้ยนขาว ยอดอ่อนนิ่ม กลิ่นไม่แรง ดองแล้วให้รสชาติที่ดี
อีกพันธุ์เป็นผักเสี้ยนผี สีเขียวทนทาน กลิ่นแรง  ยอดแข็งเวลาดองแล้วไม่ค่อยน่ากิน
พอปลูกรวมกัน ผักเสี้ยนผีมันกลืนพันธุ์ไปหมด  จึงไม่ได้ปลูกต่อ 

  แล้วกะได้เจอต้นนี้ที่ไร่ครับ ผักเสี้ยนขาว ตามความต้องการ กำลังออกลูกดกเต็มต้น  สนุกล่ะครับ
จะเก็บพันธู์ไปขยายซักแปลง มีงานเกษตร สนุกๆ มาให้ทำอีกแล้ว
 เคยเห็น  แถวบ้านทางสกลนคร เขาปลูกกันเป้นล่ำเป้นสัน ตัดดองขายส่งตลาดสดกัน  ไม่พอขายเลยทีเดียว
ใครเจอต้นแบบนี้กะลองปลูกดูน่ะครับ  ทำง่ายๆ เป้นรายได้เสริมสนุกๆดีครับ
 
มาเป็นกลุ่มเลย

ทำในสิ่งที่เขาไม่ค่อยทำ ทางผมเลยครับ
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #56 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2015, 12:57:53 PM »

จากแผนเดิม ที่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ จะไปหาความรู้จากไร่ที่พี่เขาปลูกฟักข้าว
แต่พอไปพิจารณา ไร่มันสำปะหลัง หลังจากให้ปุ๋ยน้ำปลาร้าไป มันโตวันโตคืน จนจะคลุมร่องหมดแล้ว
ปรกติผมจะเว้นไว้ประมาณ เดือนกว่าๆ ค่อยเรียกทีมงานคุณภาพมาไถกลบร่อง
แต่รอบนี้หลังให้ปุ๋ย มีฝนร่วมช่วยดันให้มันโตเร็ว เลยจำเป็นต้องเลื่อนกการไปดูงานออกไปก่อน
วันหยุดนี้จึงจัดการให้ มือดีมาไถกลบร่องมันให้เสร็จ   แต่ไหนๆจะกลบแล้ว จึงเลี้ยงโต๊ะจีนให้มันซะหน่อย
ถอยปุ๋ยเบอร์ หนักหัว หนักท้าย มาหว่านไว้ก่อนไถกลบร่อง
หลังหว่านเสร็จต้องอยู่เป็นกำลังใจให้ ทีมงานคุณภาพ ขอร้องให้ระวังมันล้มหน่อย กำลังงาม
ไม่อยากช้ำใจรอบสอง ไปช้าๆหน่อยก็ได้ ต้นไหนล้มขวางกะจอดยกขึ้นก่อน ค่าน้ำมันเดี๋ยวเพิ่มให้
ขนน้ำหวาน ขนมระดมไปเอาใจเต็มที่ ค่อยยังชั่ว งานออกมาดี แบบนี้ ยิ้มได้
วันหยุดพอดี ทีมงานคุณภาพพาลูกชายมาด้วย เป็นนายพรานต่อนกด้วยสิ  มีอุปกรณ์มาครบ
จะไม่ให้ต่อนกในไร่  กะจะหาว่าหวงของ  ไม่ใช่นกเลี้ยงซะหน่อย  เลยได้แต่แอบภาวนาว่าอย่าจับได้เน้อ ฮ่าๆ
เก็บภาพบรรยากาศมาฝาก รอบนี้ หลังให้ปุ๋ยมีฝนมาช่วย ทุกสิ่งดีงานไปพร้อมกันหมด ปลื้มปริ่มครับ..

หลังฉีดอีเหม็น นาหนอนไป 7 วัน ได้ฝนอีก 2-3 ครั้ง งามได้ใจหายเหนื่อยดีจัง


ก่อนกลบดิน  เติมอาหารไว้ให้กิน อีกซักหน่อย พอแล้วปีนี้  5 ไร่  เอาไป 2 ถุงพอ  จบปี มีเท่านี้ค่าปุ๋ย 1700 บ.

ระหว่างหว่านปุ๋ย ไข่นกอะไรไม่รู้ ลูกใหญ่ดีจัง

มันรุ่นพี่ฝั่งซ้ายก็ดูดี

มันรุ่นน้องฝั่งขวาก็งาม  ยิ้มแก้มปริเลย

ทีมงานไถกลบ ถามด้วยความสงสัย ตอนแรกกะ งง  ว่าทำไมรีบกลบจัง พอมาเห็นแปลงถึงเข้าใจ ถามว่าปุ๋ยอะไร  มันโตเร็ว บอกฉีดปลาร้า หัวเราะ เหมือนไม่เชื่อตามเคย ^ ^

นายพรานตัวน้อย

มาพร้อมอุปรณ์  นกต่อ....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2015, 01:08:11 PM โดย pape.koyking » บันทึกการเข้า
Thesun215
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4146


« ตอบ #57 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2015, 01:51:50 PM »







ก่อไฟแล้วเทแกลบใส่กองไฟ 1 กระสอบครับ ไม่เหลือครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #58 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2015, 08:42:49 AM »







ก่อไฟแล้วเทแกลบใส่กองไฟ 1 กระสอบครับ ไม่เหลือครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

ขอบคุณท่านThesun215 มากครับ  วันหยุดหน้า  จะลองดู แถมให้อีก 2 กระสอบไปเลยครับ  จัดไป  กอละ 3 กระสอบเลย 
ถ้ายัง เอาชนะไม่ได้  ค่อยมาหาวิธีใหมาอีก  ไม่ยอมแพ้หรอกครับ ^ ^
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #59 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2015, 09:39:55 AM »

ช่างสวนทางกับราคาเสียจริง  ในขณะที่ราคาข้าวต่ำลง  ต้นทุนทำหน้าปีนี้  กลับต้องเพิ่มขึ้น
เมื่อเช้าขนข้าวปลูกไปส่งที่นาให้พ่อต่า หว่านเพิ่มอีก 4 ถุง เสริมในส่วนที่แห้งตายเพราะ ฝนมาช้ากว่าปรกติ
ปีนี้  รวมแล้ว ข้าวปลูกที่ขนไปหว่านลงนา  กะ 44 ถุง พอดี  จากปรกติ  น่าจะอยู่ที่ ประมาณ 20 ถุง
แต่เพราะต้องหว่านซ้ำ 2 รอบ   ถ้าคิดเป็นต้นทุน กะเยอะเหมือนกัน  ไม่นับกับค่าน้ำมัน  ที่ต้องปั่นนาซ้ำทุกรอบที่จะหว่าน
โอ ...นี่ขนาดเป้นรถส่วนตัว   พันธุ์ข้าวไม่ได้ซื้อ ยังรู้สึกว่า ต้นทุนการผลิดสูงขึ้นมาก .. แล้วราคา ล่ะ ...


ผมไม่ค่อยชอบไปนา พ่อตา ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะ แนวความคิดทางเกษตรต่างกัน
 ถ้าสังเกตุดูตามหญ้า ในตามแปลงนา จะเห็นชัดว่า  ผ่านการใช้ยาฆ่าหญ้ามาอยากหนัก ...หนักใจที่จะเดินผ่านครับ

ข้าวที่เตรียมเหลือไว้  ทั้งกินในแต่ล่ะปี  และทำเป้นเมล็ดพันธุ์ ปีนี้  ใช้เยอะมาก จนรู้สึกตกใจ


ของเล่นใหม่ครับ โดนแม่บ้านบ่นเล็กน้อย  บอกว่าจะได้ใช้คุ้มค่าไหม  ^ ^ ต้องหางานให้ตัวเองทำแล้วล่ะครับ
ลองเอาไปปั่นหญ้าแล้ว ใช้งานได้ดี  แต่เดินช้าไปหน่อย  สังสัย จะต้องโดนบ่นอีกยาว
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #60 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2015, 09:22:16 AM »

มีพื้นที่มุมเล็กๆของไร่ จะมีปลวกมากเป็นพิเศษ ทุกรอบปลูก
ปลวกก็จะมารุมกิน ท่อนพันธุ์ จน ตรงนี้ จะเป็นฟันหลออยู่เป็นประจำ
ปีแรกๆ กะหาท่อนพันธุ์มาปลูกซ่อม ถ้าไม่โดนกินซ้ำ มันที่เกิดมาก็จะโตตามไม่ทัน
เป็นหัวเล็กๆ  ไม่คุ้มค่า เสียเวลาเปล่า ปีนี้กะเช่นกันครับ ฟันหลอตามเคย
อย่ากระนั้นเลย หาข้าวโพดมาหยอดลองดู เผื่อจะเกิดผล  
แต่อย่างน้อย กะได้เกษตรกรน้อยมาเรียนรู้การเล่นดิน
ชีวิตจะได้มีภูมิ
  แต่ที่แน่ๆ  ทำไปกะยิ้มไป กับเจ้าตัวเล็กที่คอยส่งเสียง พ่อ " ขอหนูทำหน่อย " ..
ข้าวโพดไม่กี่หลุม กว่าจะเสร็จกะมืดค่ำ ทั้งเหนื่อยทั้งขำ ล้มลุกคลุกดิน
เคยได้ยินคนโบราณ บอกว่า ปลูกข้าวโพดห้ามคุยกัน ข้าวโพดจะไม่เต็มฟัก
จุดประสงค์ของ คนโบราณ คงห่วงว่างานจะไม่เสร็จ เพราะมัวแต่เล่นคุยกัน
แต่ถึงความเชื่อนั้นจะเป็นจริง ดอกผลทีท่ผมหวังจากงานนี้ คือการปลูกฝังเจ้าตัวเล็ก
ให้ได้เรียนรู้ ให้สู้งาน ถึงข้าวโพดจะไม่งาม ...ผมกะยิ้มได้..
 



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 17, 2015, 09:37:21 AM โดย pape.koyking » บันทึกการเข้า
Taweekrit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1324


« ตอบ #61 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2015, 02:08:34 PM »

เมื่อวานอ่านตอนหลังเลิกงานไม่จบ วันนี้มาอ่านต่อให้จบ..
เพราะตอนนี้กำลังปลูกปีแรกแต่ไม่เยอะ อ่านเสร็จได้ความรู้หลายๆ อย่างไปปรับใช้ทั้งสูตรน้ำหมัก อาจไม่ใช่ปลาร้า และเรื่องอื่นๆ อีก
ขอบคุณกระทู้ดีๆ ที่ช่วยถ่ายทอดอย่างไม่ปิดบัง  อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #62 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2015, 02:35:55 PM »

เมื่อวานอ่านตอนหลังเลิกงานไม่จบ วันนี้มาอ่านต่อให้จบ..
เพราะตอนนี้กำลังปลูกปีแรกแต่ไม่เยอะ อ่านเสร็จได้ความรู้หลายๆ อย่างไปปรับใช้ทั้งสูตรน้ำหมัก อาจไม่ใช่ปลาร้า และเรื่องอื่นๆ อีก
ขอบคุณกระทู้ดีๆ ที่ช่วยถ่ายทอดอย่างไม่ปิดบัง  อายจัง อายจัง อายจัง

ชื่นใจครับ  นี่คือสิ่งที่หวังไว้ ว่าสิ่งที่ผมถ่ายทอดจะมีประโยชน์ กับท่านที่ได้อ่าน แม้ไม่ได้มาก  กะอาจจะเป็นฐาน
ให้ท่านได้ต่อยอด  ทำเกษตรให้สนุกครับ อย่าไปเอาเปรียบธรรมชาติ เขาให้เรา เราก็ให้เขาบ้าง พึ่งพากัน
อย่างนึงที่ผมทำสวนทางกับเกษตรกรหลายๆท่าน เขาจะเก็บท่อนมัน เก็บหัวมัน ออกจากไร่จนหมด เผาทิ้ง
ถ้าคิดว่าสิ่งไหนไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ
แต่บางครั้ง ดินกะต้องการสิ่งเหล่านี้  ผมไม่เก็บทิ้ง ผมไม่เผาทิ้ง เว้นแต่ว่า สิ่งเหล่านั้นเป้นโรคระบาด
เศษซากเหล่านั้น มันกะคือปุ๋ยในวันข้างหน้า ช่วยให้ดินโปร่ง พืชเดินรากง่าย โตไว
  ซึ่ง หากเราดูแลให้สิ่งที่เราปลูกแข็งแรงแล้ว เขาจะสร้างภูมิต้านทานให้กับตัวเอง โรคแมลง เพลี้ยต่างๆก็จะไม่ค่อยมี
การปล่อยให้หญ้ามีบ้าง ในลักษณะที่ไม่คลุมมัน ในจังหวะที่เหมาะสม  บางครั้งในความเห็นส่วนตัว มันกะให้ผลที่ดี ในแง่การเก็บความชื้นให้กับดิน
ยึดหน้าดินไว้ เวลาฝนมาแรง น้ำไหลเร็ว  แต่กะต้องคำนึงถึง องค์ประกอบอื่นๆของแปลงปลูกของเรา
...เกษตร ผมมองว่ามันเป็นเรื่องของธรรมชาติ  ฝืนมากไป คงไม่ดี อย่างที่ว่าครับ ต้องพึ่งพิงพึ่งพากัน
สิ่งเหล่านี้ ต้องอาศัยการสังเกตุ การเปิดกว้าง ยอมรับที่จะเรียนรู้จากสิ่งต่างๆ ผู้คนต่างๆ แล้วมาปรับใช้หาความพอดีในรูปแบบของเรา
ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่ทำครับ ท่านTaweekrit 


ครบ สองเดือนแล้วครับ ถ่ายเมื่อเช้า ชื่นหัวใจดีจัง
บันทึกการเข้า
pom2day
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 45


« ตอบ #63 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2015, 03:21:10 PM »

ช่างสวนทางกับราคาเสียจริง  ในขณะที่ราคาข้าวต่ำลง  ต้นทุนทำหน้าปีนี้  กลับต้องเพิ่มขึ้น
เมื่อเช้าขนข้าวปลูกไปส่งที่นาให้พ่อต่า หว่านเพิ่มอีก 4 ถุง เสริมในส่วนที่แห้งตายเพราะ ฝนมาช้ากว่าปรกติ
ปีนี้  รวมแล้ว ข้าวปลูกที่ขนไปหว่านลงนา  กะ 44 ถุง พอดี  จากปรกติ  น่าจะอยู่ที่ ประมาณ 20 ถุง
แต่เพราะต้องหว่านซ้ำ 2 รอบ   ถ้าคิดเป็นต้นทุน กะเยอะเหมือนกัน  ไม่นับกับค่าน้ำมัน  ที่ต้องปั่นนาซ้ำทุกรอบที่จะหว่าน
โอ ...นี่ขนาดเป้นรถส่วนตัว   พันธุ์ข้าวไม่ได้ซื้อ ยังรู้สึกว่า ต้นทุนการผลิดสูงขึ้นมาก .. แล้วราคา ล่ะ ...


ผมไม่ค่อยชอบไปนา พ่อตา ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะ แนวความคิดทางเกษตรต่างกัน
 ถ้าสังเกตุดูตามหญ้า ในตามแปลงนา จะเห็นชัดว่า  ผ่านการใช้ยาฆ่าหญ้ามาอยากหนัก ...หนักใจที่จะเดินผ่านครับ
.
.




ที่นากี่ไร่ครับ นาสวยจังเลยครับ
- ถึงกับต้องปั่นนาใหม่เลยเหรอครับ เหมือนปลูกใหม่เลยนะครับเนี่ย เอาใจช่วยครับ

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: