หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 [9] 10 11 12 13   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เส้นทางที่สวนทาง  (อ่าน 136248 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Pinho
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1539


« ตอบ #128 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2016, 09:29:17 AM »

ชอบ มากครับ อ่านแล้วสนุกดีไม่ เครียด ไม่มองเป็นธุรกิจยิ่งใหญ่เหมือนบางกระทู้  อายจัง อายจัง


ขออนุญาตินะครับปัจจุบันพี่ยังเป็นทหารม้าแล้วขับไปรถกลับ ไปชัยภูมิ ทำเกษตรเหรอครับ นับถือมากครับ


จะเข้ามาติดตามเรื่อยๆนะครับ  สุดยอดเลยครับ ว่างๆเอายอดฟักข้าวมากินนะครับอร่อยดี
บันทึกการเข้า

เพชร เด็กน้อยผู้น่ารัก

pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #129 เมื่อ: มีนาคม 03, 2016, 10:07:48 AM »

ขอบคุณที่ติดตามครับ ย้ายมาหลายปีแล้วครับมาใช้ชีวิตแบบบ้านนอกสมใจ เกรงใจแอดมินเหมือนกันหัวข้อถามตอบปัญหาทั่วไป แต่ผมกะดันมาใช้เป้นพื้นที่บอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ ไม่ค่อยตรงตามหัวข้อเท่าไหร่^ ^
       ความจริงผมกะอยากมั่งอยากมี อยากร่ำรวยเหมือนคนอื่นเขาเหมือนกันนะครับ
 แต่เพราะเป็นคนใจร้อนไม่อยากรอที่จะมีความสุขตอนร่ำรวยรอขายผลผลิตมีเงินเยอะแล้วค่อยใช้เงินไปจับจ่ายซื้อความสุข 
 ผมเลยเลือกที่จะมีความสุขเลยกะสิ่งเล็กๆน้อยระหว่างทางการดำเนินชีวิตคิดตั้งเป้าหมายไว้ใกล้ตัวทำให้รู้สึกว่าประสบความสำเร็จได้ทุกวัน
  ถึงตอนนี้ผมกะแค่ตั้งเป้าที่จะมีความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่เล็กๆของตัวเอง ให้มีอยู่มีกิน ส่วนอื่นๆเป้าอื่นๆกะค่อยๆขยับไปเรื่อย 
    เล่าต่อถึงฟักข้าว จนป่านนี้ผมกะยังไม่ได้ฟักข้าวมาเชยชมซักลูก  ทั้งๆที่ออกดอกออกผลเรื่อย แต่แล้วกะฝ่อแห้งเหี่ยวไปอาจเป้นเพราะพื้นที่ปลูกแล้งต้นไม่สมบูรณ์พอ  กะรอกันต่อไป  ในระหว่างนี้ผมกะทะยอยปลูกเพิ่ม   ตอนนี้กะได้กล้วยตานี  กล้วยตีบหรือกล้วยหิน กล้วยหอมเพิ่มมาอีกหลายต้น รดน้ำจนเหนื่อยละครับ สู้กะแล้งนิมันเหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน 
 แผนต่อไป  จะลงมะรุมอินเดีย  เพาะไว้เมื่อ 14 กุมภา  เลี้ยงต้นรอฝนมาแล้วจะค่อยปลูก
  เหตุผลที่เลือกปลูกเพราะมันเป็นสิ่งที่ดูแลง่าย  ให้ผลเร็ว คำถามพื้นฐาน ขายที่ไหน ฝักอ่อนขายตลาดครับ ถ้ามีเยอะขายไม่ไหวขายไม่หมด กะจะปล่อยให้ฝักแก่แห้งแล้วแกะเมล็ดรวบรวมไว้  ได้เยอะกะค่อยขายปรกติแถวนี้  กิโลละ 150 บ.ได้น้อยได้มากกะไม่เป็นไรปลูกไปครั้งเดียวไม่ต้องปลูกใหม่บ่อยๆลงทุนบ่อยๆ  ผมชอบที่จะเลือกปลูกพืชที่ไม่มีความกดดันทางการตลาด  ไม่ต้องรีบขาย ไม่ต้องลงทุนมากมาย แม้จะลงแรงเยอะหน่อยกะเถอะ  วันนี้เอาผลงานสวนหลังบ้านมาอวดครับ  พื้นที่เป้าหมายความมั่นคงทางอาหาร..ในคอนเซปกินได้ด้วยดูกะสวยดี 

บ่อปลาดุก  ปลาหมอ บ่อเล็กๆทดลองเลี้ยง  ถ้าเข้าทีกะจะเพิ่มจำนวนอีก



บวบเหลี่ยม บวมงู  บวบหอม  รวมๆกันไปอะไรเกิดกะกินอันนั้น



พริกปลูกแค่นี้กะกินไม่ทันแล้ว




ฝรั่งกิมจูกะแป้นสีทอง อีก 2-3 เดือนคงได้กินบ้างแล้วละ  กำลังงามขึ้นเรื่อยๆ

 
พริกเครือ ปลูกดูเพราะอยากรู้ว่าจะเป้นแบบไหน


มะนาวยักษ์


ความคืบหน้าที่ไร่  ตานีที่ปลูกไว้เมื่อต้นปี


ฟักข้าวออกดอกทุกวัน

ผ่านไปไม่กี่วันกะฝ่อ ไม่พอจะได้ชื่นใจซักที  ยังคงต้องรอกันต่อไป


มะรุมที่เตรียมไว้ ฝนมากะคงพอดีปลูก
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #130 เมื่อ: เมษายน 07, 2016, 12:05:37 PM »

ร้อนและแล้งเหลือเกิน น้ำท่าหายาก จะปลูกอะไรกะต้องคิดแล้วคิดอีก จนตอนนี้ผมไม่กล้าไปไร่แล้ว
สงสารต้นไม้น้ำหมดขนไปรดกะไม่ไหว ได้แต่หลบทำใจอยู่หลังบ้าน  อย่างน้อยกะมีต้นไม้ให้พอชื่นใจ
ผลงานหลังบ้านครับ เตรียมความมั่นคงทางอาหารไว้หลังบ้าน เตรียมสวนไว้พักผ่อนหย่อนใจ แค่งานเดียว อยากปลูกอะไรกะยังปลูกเพิ่มต่อไป
 มีสระน้อยๆไว้เลี้ยงปลาเลี้ยงหอย  บวบ หอม ข่า ตระไคร้ ถามว่าไม่มีอะไรยังจะตอบง่ายกว่า   ฝรั่งดูต้นสมบูรณ์แล้วเลยเก็บลูกไว้  ถ้าดูท่าไม่ดีค่อยเด็ดทิ้ง  เตรียมต้นไม้ไว้รอฝน มะรุมอินเดีย หมากเตี้ย  ค่อยๆสะสมต้นไม้ รอฝนมาจะปลูกให้หายอยากไปเลย   





บันทึกการเข้า
Pinho
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1539


« ตอบ #131 เมื่อ: เมษายน 08, 2016, 09:10:32 AM »

ฟักข้าวยังไม่ติดลูกเหรอครับ     ดอกตัวผู้มันเยอะหรือมันผสมไม่ติดครับ ยังไงช่วยมันหากไม่ติด ต้องลองปลูกใหม่แล้วครับ ที่บ้านดกมากเลยต้นเดียวเองครับ
บันทึกการเข้า

เพชร เด็กน้อยผู้น่ารัก
itsecular
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 74


« ตอบ #132 เมื่อ: เมษายน 08, 2016, 09:58:24 AM »

สู้ๆนะครับ
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #133 เมื่อ: เมษายน 08, 2016, 11:22:15 AM »

ฟักข้าวยังไม่ติดลูกเหรอครับ     ดอกตัวผู้มันเยอะหรือมันผสมไม่ติดครับ ยังไงช่วยมันหากไม่ติด ต้องลองปลูกใหม่แล้วครับ ที่บ้านดกมากเลยต้นเดียวเองครับ
ฟักข้าวยังผสมไม่ติดเลยครับ ตอนนี้มาโดนแลงซ้ำอีก  น้ำที่สะสมไว้กะใช้จนหมดแล้ว  น้ำบาดาลที่ขุดไว้กะหมดทุนยังไม่ได้เครื่องมาสูบน้ำขึ้นมาใช้เสียที
ที่ตอนนี้ยังมีเรื่องให้ตัดสินใจอีก  เกี่ยวกับที่หลังบ้านที่ลงมือปลุกปั้นมากับมือ เพราะญาติเจ้าของที่เดิมจะขอซื้อคืน ผมจะขายดีไหม
 ขายกะได้กำไร  ได้เงินมาลงทุนระบบน้ำในไร่ต่อ
 แต่ส่วนนึงกะผูกพัน  จากจุดเริ่มต้นมาถึงตรงนี้  กะใช้แรงกายแรงใจไปกะที่แปลงนี้เยอะต้นไม้ทุกต้นที่ปลูกตรงนี้ ผมกะรัก
 นั่งคิดอีกมุมถ้าขายกะยังปลูกใหม่ได้ ยังมีที่ไร่ให้ไปพัฒนาได้อีกเยอะแยะ ตอนนี้ดู 2 ที่กะไม่ค่อยทั่วถึง ทำที่นึง ที่นึงกะไม่ได้ทำ รึ ทำกะได้น้อย เพราะเวลาไม่พอดูแล   จะเอาไงดีกันหนอ
บันทึกการเข้า
korat1977
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 386


« ตอบ #134 เมื่อ: เมษายน 10, 2016, 05:36:23 PM »

ยอดเยี่ยมมากครับ ติดตามผลงานครับผม สู้ๆ เฮ่อๆๆ
บันทึกการเข้า

"ฟาร์มฮัก" กะ "เศษตะกอน" ในความหมายของผม ก็คือ... "ความรัก ความอบอุ่น ที่มีต่อ น้ำ หิน ดิน ทราย และ การเป็น เกษตรกร"
Pinho
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1539


« ตอบ #135 เมื่อ: เมษายน 19, 2016, 10:16:36 AM »

ตาม....ต่อ อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า

เพชร เด็กน้อยผู้น่ารัก
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #136 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2016, 10:30:25 AM »

ฤดูการนี้เริ่มต้นได้ไม่ค่อยดีต้องพลาดท่าเสียทีให้กับความแล้ง กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้  กว่าฝนจะมามันผมกะแห้งตายรวมถึงต้นกล้วยตานี่ที่เพียรรดน้ำอยู่หลายเดือนทดพิษร้อนไม่ไหวแห้งตายไปเกือบหมด  โชคตีที่ต้นทุนทั้งหมดที่ใช้ส่วนใหญ่คือแรงตัวเป็นทุนเงินกะไม่เท่าไหร่ ถึงจะเสียดายเสียใจ ฝนมาแล้วจะมานั่งท้อกะไม่ใช่เรื่อง   เอาใหม่สิครับ วันพืชมงคล  วันดีๆกะเริ่มไถไร่มันที่แท้งตายแห้งทิ้งตั้งแต่ยังไม่งอกเดี๋ยวจะปลูกใหม่ให้งามๆเลย ^  ^







ด้วยความที่แล้งจึงมีเวลาว่าง ไม่ต้องไปดูไร่ระหว่างนี้กะเลยทดลองทำอะไรใหม่หาทางรอด หารายได้เสริมเพิ่มโอกาสให้ตัวเอง
ทดลองเลี้ยงหอยขมในท่อ ที่พ่อบอกว่าลองแล้วซื้อหอยมา5กิโล ไม่รอดหอยไม่ออกไข่ตายเน่าเหม็นในท่อทิ้งเสียเวลาเปล่าๆ
ไม่ใช่ว่าจะรั้น แต่เพราะเชื่อว่าน่าจะทำได้เพราะมีคนทำได้ให้เห็นอยู่เลยอยากลอง สำเร็จครับ ไปเก็บหอยมาเอง แค่ 2 กำ นับได้กะคงไม่เกิน 30 ตัว ผ่านไปเดือนกว่าจากที่เริ่มทำ หอยออกลูกออกไข่เกาะให้เห้นตามขอบบ่อเห้นแล้วชื่นใจ เอาละ แบบนี้กะมีหวังค่อยๆขยับขยาย ถ้าได้ซัก 20-30บ่อ เก็บได้บ่ละกิโล/เดือนกะพอ  แค่นี้กะช่วยลดรายจ่ายเพิ่มรายได้พอควร






ส่วนปลาดุกที่ทอลองเลี้ยงไว้ ตั้งแต่ 14 กุมภา ถึงวันนี้เข้าเดือนที่ 3 กำลังโตได้ที่ขาด 3-4 ตัว/โล ได้ กะถือว่าสอบผ่าน วางแผนขยับขยายต่อไป
พอเดินๆดูสวนหลังบ้านแล้วกะนึกขำ มีหลายอย่างอยู่รวมกันในที่เล็กๆ ปลาก็มี ปูก็มี   กุ้งก็มี   หอยก็มี  น้ำเต้าก็มี ขาดแค่ไก่กะเสือ ไม่งั้นสวนหลังบ้านผมกะคงครบ  จะตั้งชื่อสวนว่า
  " สวนน้ำเต้าปูปลา " ซะเลย
บันทึกการเข้า
watwa.rram
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


« ตอบ #137 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2016, 09:37:40 PM »

ชื่นชมและติดตามผลงานครับ อายจัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 11, 2016, 09:40:23 PM โดย watwa.rram » บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #138 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2016, 09:37:45 AM »



BBCode [full image] ก็อปปี้บรรทัดที่ 3 ลงมาทั้งหมด

ขอบคุณ ท่าน phaisit มากมายครับผม  ตาสว่างแล้ว ^^



วันนี้ขอเอาเรื่องเก่ามาเล่าปนเรื่องใหม่ ขอเล่าท้าวความไปถึงสวนผักหลังบ้านที่ผมใช้สอนลูกปลูกผัก ตอนนั้น พอผักโตผมกะเก้บไปขายตลาด แม่ยายมัดเป้นกำๆเอาไปขาย รวมแล้ว ได้เงินค่าผักมา 180 บาท คิดสนุกๆ ตั้งแต่ปลูกยันขายเฉลี่ยรายได้ ไม่เกินวันละ 3 บาท นั่นกะถือเป็นการเรียนรู้ถือเป็นครูอีกอย่าง     ประเด็นที่อยากบอกเล่าวันนี้ ขอตั้งว่า   
    "ขายผักอย่างไรให้ได้ราคา"
   หลังจากการเรียนรู้ในครั้งนั้น การคิดจะปลูกผักขายเป้นรายได้เสริมของผมจึงต้องพักตั้งหลัก มองหาแนวทางใหม่         
กะมานั่งคิดว่า จะปลูกผักขายอย่างไรให้ได้ราคา  กะศึกษาหาความรู้จากเพื่อนสมาชิกเรานี่ละครับ กะได้แนวทางต่างๆมาให้ขบคิด 
ปลูกผักนอกฤดูการ ราคาดีนะ    ปลูกผักปลอดสาร ราคาดีนะ  ปลูกผักขายห้างใหญ่ๆ ราคาดีนะ  แต่ยังไม่ตอบโจทย์ของผมซักที่ เพราะที่พูดมา ถึงจะราคาดี แต่กะยังมีเงื่อนไขอื่นมาสมทบ ต้องปลูกในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการ ต้องปลูกมากพอสมควร ต้องใช้เวลาเอาใจใส่ดูแล เป็นเรื่องที่ต้องจริงจังไม่สนุกละ   ผักกะต้องส่งขาย เป็นตัน เป็นกิโล หรือเป็นกำ ทำให้ผมมาย้อนคิดว่า  พืชผักยิ่งขายมากๆราคาต่อหน่วยยิ่งถูก  ยิ่งแบ่งให้น้อยยิ่งได้ราคา    นั่นจึงเป็นที่มาของแนวทางปัจจุบันของผม    ขายเป็น  " คำๆ " ครับ




ผมใช้ผักที่ปลูกเองบางอย่าง ซื้อมาเพิ่มบางส่วน มาทำ สลัดโรล เป็นคำๆขาย  กล่องนึงกะได้ 5 คำ ขายกล่องละ 30 บ. ทำตามสั่ง ใช้เวลาหลังเลิกงานช่วยกันทำ วันนึง 20-30 กล่อง ทำได้ไม่เกินนี้  ผักผมกะมีราคาขึ้นมามากโข ตกคำนึง 6 บ. เชียวนา  ^  ^
คนสั่งซื้อกะได้ของดีของถูก ส่วนผมกะได้ราคาที่ผมพอใจ ไม่ต้องทำเยอะ มีความสุขกับการได้ทำ  ตอบโจทย์ผมได้ครบเลย เด็กๆกะแฮปปี้ มีของอร่อยกินแก้มตุ่ยทุกวัน
 
ปล.ต้องยกความดีให้แม่บ้านที่ทำน้ำสลัดอร่อยจนลูกค้าติดใจ  งานนี้ผมแค่คนช่วยทำครับ ผลงานความดีคงต้องยกให้เค้า   
บันทึกการเข้า
Preechapon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1301


« ตอบ #139 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2016, 03:16:25 PM »

สู้ๆครับ เอาใจช่วย....
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #140 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2016, 03:55:48 PM »

สิ่งนี้ลอยขึ้นฟ้า ฝนกะเริ่มตกลงมาเรื่อยๆ สิ้นสุดเสียทีความแห้งแล้ง จะรออะไรละ ปลูกสิครับ





จัดยาวยาวต่อเนื่องแบบไม่ต้องพัก
เริ่มจากวันเสาร์เป็นชาวนา หว่านข้าวไปเก็บบั้งไฟออกจากทุ่งนาไป เร่งเครื่องคนแข่งกะรถไถ เหนื่อยหนักแต่กะสุขใจ




จบการเป็นชาวนาวันเสาร์ เช้ววันอาทิตย์กะแปลงร่างเป็นชาวไร่ ไถของเก่าที่แห้งตายทิ้งได้ฝนมากะต้องรีบหาท่อนมันใหม่มาปลูก พันธุ์อะไรกะไม่รู้ รู้แค่ พันนึงขนได้สามเที่ยว ต้องเร่งทำให้เสร็จก่อนคนงานจะมาปลูกให้

 


ปลูกเสร้จ ได้ฝนโปรยมาซ้ำอีก อีก3วันวนมาดู แทงใบให้เห้นกันสลอน เอาละหายเหนื่อย




  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2016, 04:25:41 PM โดย pape.koyking » บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #141 เมื่อ: มิถุนายน 07, 2016, 11:27:25 AM »

ความคิดที่สวนทางที่อยากบอกเล่าวันนี้ เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องจากฐานความคิดเดิมที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆในความเห็นส่วนตัวของผม
   "ปริมาณ ไม่ใช่เครื่องบ่งชี้คุณภาพ เงินไม่ใช่เครื่องชี้วัดความสุข"
ในความเห้นส่วนตัวผม  ณ วันนี้ผมไม่อยากมองการทำเกษตร เป็นเรื่องของอาชีพ เพราะมันดูฉาบฉวย มีเงื่อนไข มีรายได้ มีขาดทุน มาเป็นองค์ประกอบ
ผมมองว่า มันควรเป็นการดำรงชีพมากกว่า เมื่อมีกิน  ก็มีสุข ความจริงมันเรียบง่ายแค่นี้ ไม่ต้องปลูกมากมาย เพื่อนำไปขายให้ได้เงินเยอะๆ เพื่อจะนำมาซื้อกิน เพื่อจะนำเงินมาซื้อความสุข   ผมไม่ได้ปฏิเสธว่าเงินเป้นเรื่องจำเป็นในปัจจุบัน แต่  เงินกะเป้นตัวกั้นระหว่างเรา ให้ห่างออกจากความสุข เรามีความสุขกันยากขึ้นเพราะมีเงินมาเป้นตัวคอยขวางไว้  แต่นั่นกะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดเงินออกจากการใช้ชีวิต แต่การค่อยผลักความสำคัญของเงินให้ลดถอดน้อยออกจากชีวิต ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่เป้นไปไม่ได้
 ความมั่นคงทางอาหารหลังบ้านที่ผมค่อยๆสร้างขึ้น   







หลายอย่างออกดอกออกผลให้เก็บกิน แม้จะยังไม่เพียงพอที่จะขาย แต่กะช่วยลดรายจ่ายกับการที่ไม่ต้องซื้อกิน
วันข้างหน้า ถ้าเหลือกินแจก การจะขายมันกะไม่ใช่เรื่องยาก 
ถ้ามองย้อนดู ให้ชัดๆ เมื่อตั้งคำถามว่า ปลูกอย่างละน้อยๆ จะไปขายยังไง พ่อค้าแม่ค้ากะไม่อยากมาซื้อเพราะมันน้อย กำไรไม่คุ้มค่ามารับ
อันนั้นกะจริง
กลับกันถ้าเราปรับเปลี่ยน ขายให้คนกินโดยตรง
เช่น ถ้าเลี้ยงปลาดุก ถ้าไปขาย 4-5 ตัวกิโล ขายได้โลละ 70 บ.
ถ้าเรามีบวบขาย3ลูกเป้นมัด มัดละ 10 บ.   มีใบแมงลักขายกำละ 5 บ. มีพริก ขายโลละ 40 บ. รวมแล้วขายได้แค่ 125 บ.   มีน้อยเร่ขาย ขายยาก     
     แต่ถ้าคิดย้อนสวนทางละ
ถ้าเรา ปลูกหลายสิ่งอย่างในสวน ขายปลาตัวนึงบวบ2ลูกแมงลัก 3 ต้น พริกกำนึง  เอามารวมกัน เป็น 1 ชุด ขาย 50 บ.   คนจ่ายน้อยลงได้ของครบกินได้ 1 มื้อ น่าซื้อกว่าไหม แล้วเอาของทั้งหมด มาทำได้ 4-5 ชุด  เอ่า ขายได้ 200-250 บ.เชียวนะ  กำไรเพิ่มตั้งเยอะ  ทำน้อยต้นทุนน้อยดูแลง่ายทำดีๆมีกำไรเพิ่ม  น่าคิดไหมละครับ
 ไม่รู้ละ  ใครไม่คิด   ผมคิด ^     ^


ตัวอย่างทำน้อย เหนื่อยน้อย แต่กำไรหายเหนื่อย
ปล.ขอบคุณแอดมินที่กรุณาย้ายกระทู้มาไว้มุมสมาชิกครับ
บันทึกการเข้า
pape.koyking
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168


« ตอบ #142 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2016, 12:03:39 PM »

ย่างก้าวเข้าหน้าฝน  ถ้าไม่นับกับการที่ต้องเหนื่อยกับการตัดหญ้าผมกะรู้สึกว่าจะมีความสุขกับฤดูนี้เสียเหลือเกิน อะไรต่อมิอะไรมันงามไปหมดโดยไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร น้ำกะไม่ต้องรด ปุ๋ยกะไม่ต้องใส่ แต่ทำไมต้นไม้มันงามจัง แอบเผลอคิดเล่นๆ ถ้าเรารองน้ำฝันไว้ใส่ต้นไม่แทนปุ๋ย จะได้ไหม 555 แต่ความจริง น่าจะเกี่ยวข้องกับความชื้นที่อยู่ในอากาศมากกว่า ต้นไม้ถึงได้งาม
บางทีการที่ปล่อยให้ธรรมชาติทำงาน กะได้ผลรับที่ดีกว่าที่เราพยายามควบคุม สวนทางไหมล้าาา
ดูสิ ผมพยายามปลูกมะเขือพวงยุสามสี่รอบ เพาะจากเมล็ดที่ซื้อจากซองบริษัทที่เขาทำมาขาย  ทำยังไงกะไม่งอก
แต่ต้นมะเขือพวงที่เกิดเองต้นนี้ กลับงามทั้งต้นทั้งผล 



 แสดงว่า เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ แทนที่จะพยายามเอาชนะธรรมชาติกันให้มากขึ้น
 
ผลการเรียนรู้อันต่อมาที่ลองแล้ว ดูมีแววจะดี ผมทดลองปลูกมะรุมอินเดีย เห็นว่าโตไวได้ฝักเร็ว ลงทุนซื้อมา  30 เมล็ด ทำลองเพาะเอง ตอนนี้อายุได้ราว 6 เดือน ออกดอกแล้วสิ  น่าสนใจ ถามว่าทำไมต้องเป็นมะรุม หรือไม่มีใครถามกะขอเล่าหน่อยครับ เรื่องของเรื่องคือผมพยายามมองหาพืชที่จะมาปลูกทดแทนหรือผสมผสานไปกะมันสำปะหลัง พยายามมองหาพืชที่ทนแล้ง พยายามมองหาพืชยืนต้นที่ไม่ต้องปลูกบ่อยๆ พยายามมองหาพืชที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายด้านแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิต   พยายามมองหาพืชที่เก็บเกี่ยวแล้วสามารถเก็บได้นานโดยไม่เน่าอย่างรวดเร็ว จนต้องรีบขายแล้วโดนกดราคา
กะเลยมามองที่มะรุมนี่ละครับ เก็บฝักแห้งรวมเมล็ดไว้ขายได้  จะได้เรื่องไหม  กะต้องลองดู  ลองน้อยๆดีค่อยเพิ่ม เริ่มดีกว่ามันแต่คิด
หกเดือนแล้วผลเป็นแบบนี้ครับ
     

       
ออกดอกแล้วน้า    ห่วงยุเรื่องเดียว ลมมาแรงๆล้มแน่ๆ  ต้องวางแผนค้ำยันให้ดีเสียแล้วสิ ตามความฝันกันต่อไปถึงขายไม่ได้อย่างน้อยกะได้มีกิน
 
 
บันทึกการเข้า
nuanchawee thungjhan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 246


« ตอบ #143 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2016, 06:08:57 PM »

ติดตามชมค่ะ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 [9] 10 11 12 13   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: