หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอความรู้เรื่องการปลูกตะไคร้หอม  (อ่าน 9104 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
JOJI
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« เมื่อ: มีนาคม 09, 2010, 10:01:37 PM »

ตะไคร้หอมที่ซื้อมาปลูกไว้ 2 กอ ตอนนี้ออกดอกจำนวนมาก แต่ลองนำดอกมาเพาะแล้วไม่ขึ้นเลย
ไม่รู้ว่า เมล็ดของตะไคร้หอมสามารถเพาะได้หรือเปล่า  ขอรบกวนท่านใดที่เคยเพาะเมล็ดได้ แนะนำด้วยค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า

JOJI
76 หมู่ที่  6 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา 13130

konthain(นพ)
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9236


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 09, 2010, 10:30:01 PM »

                 
เท่าที่ทราบมา ยังไม่เคยเห็นใครขยายพันธุ์ตะไคร้หอม(ตะไคร้แกงด้วย)ด้วยเมล็ดครับ ปกติก้ใช้วิธีแยกหน่อหรือต้นหรือเหง้าไปปลูกหรือใครเคยทำได้ช่วยบอกวิธีเพื่อเป็นวิทยาทานด้วยนะครับ  จุมพิต
ส่วนเรื่องของตะไคร้หอม ก็อ่านได้ตามข้อมูลนี้นะครับ
    ตะไคร้หอมเป็นพืชตระกูลเดียวกับตะไคร้บ้าน (ตะไคร้แกง) มีชื่อทาง วิทยาศาสตร์ว่า Cymbopogon nardus Linn. ชื่ออังกฤษว่า Sarah grass หรือ Citronella grass อยู่ในวงศ์ Gramineae ชื่อไทยว่า ตะไคร้หอม (ภาคกลาง) ตะไคร้แดง (นครศรีธรรมราช) จะไคมะขูด หรือตะไคร้มะขูด (ภาคเหนือ) ลักษณะ ตะไคร้หอมเป็นพันธุ์ไม้ล้มลุก ขึ้นเป็นกอแบบตะไคร้บ้าน เหง้าอยู่ ใต้ดิน ลำต้นตั้งตรง แตกออกมาเป็นกอ ที่โคนจะเป็นกาบชั้นๆ เหมือนกับ ตะไคร้บ้าน แต่ลำตัวจะเป็นสีแดง ใบมีลักษณะคล้ายกันแต่กว้างยาวกว่า ตะไคร้บ้าน มีกลิ่นเฉพาะตัวของตะไคร้หอม ดอกออกเป็นช่อฝอย ช่อดอก มีขนาดใหญ่แทงแยกออกเป็นแขนง ซึ่งในแต่ละแขนงนั้นจะมีช่อดอก 4-5 ช่อ
    ถิ่นที่อยู่ พบมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    การขยายพันธุ์ ตะไคร้หอมเจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุย และมีการระบาย
    น้ำดี ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือเหง้าไปปลูก
    ส่วนที่ใช้ ใบ ต้น ราก
    ต้น ใช้เป็นยาแก้ปากแตกระแหง แก้ริดสีดวงในปาก ขับลมในลำไส้ แก้แน่น ขับโลหิตระดู ผู้ที่มีครรภ์รับประทานเข้าไปจะแท้งได้ นอกจากนี้ยังใช้ แก้แผลในปาก แก้ตานซางในลิ้นและปาก บำรุงไฟธาตุ แก้ไข้ แก้อาเจียน และแก้ริดสีดวงตา
    หง้าของตะไคร้หอม เป็นยาบีบมดลูกอย่างแรง ขับประจำเดือนอย่างแรง และ ขับระดูขาว ยังมีสรรพคุณขับปัสสาวะและแก้ริดสีดวงในปาก น้ำมันจากต้นและใบ ใช้ไล่ยุงและแมลง (insect repellant) ฆ่าแมลงบาง ชนิด (insecticide) ใช้แต่งกลิ่นในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น สบู่ แชมพู ฟอกมือ เป็นต้น
    สารสำคัญในน้ำมันตะไคร้หอม น้ำมันหอมระเหยที่ได้จากใบและ ลำต้นจะ มีส่วนประกอบของกลุ่มที่จัดเป็นพวกแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า geraniol ประมาณ ร้อยละ 55-92 ส่วนที่เหลือจะได้แก่พวก citronellal, citronellol และ borneo
    สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วท.) ได้ ศึกษาน้ำมันตะไคร้หอมที่กลั่น โดยได้วิจัยพัฒนาการกลั่นน้ำมันหอมและ นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบครีม ทดสอบประสิทธิภาพการกันยุงทั้ง ในระดับห้องปฏิบัติการ และด้วยความร่วมมือของคณะอายุรศาสตร์เขต ร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ที่นำไปทดสอบภาคสนามพบว่า สามารถป้องกันยุง กัดได้นานประมาณ 2 ชั่วโมง ผลิตภัณฑ์ที่ได้พัฒนาขึ้นนั้นมี 3 ชนิดดังนี้ น้ำมันกันยุงตะไคร้หอม วท. น้ำยากันยุงตะไคร้หอม วท.และครีมกันยุงตะไคร้- หอม วท. และยังมีโครงการที่ร่วมมือกับแพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี (ตำแหน่งขณะนั้น ปัจจุบันผู้อำนวย การสถาบันการแพทย์แผนไทย) ในโครงการวิจัยพัฒนาการใช้ประโยชน์ จากสมุนไพรตะไคร้หอม ศูนย์ธรรมนามัย บ้านดงกระทงยาม อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ได้ผลิตโลชั่นกันยุงตะไคร้หอม และครีมกันยุงตะไคร้หอมเพื่อ จำหน่ายให้กับประชาชน ซึ่ง เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย
    โครงการนี้จะสามารถ ลดการใช้สารเคมี เช่น diethyl toluamide และ dimethyl phtha late ที่เป็นสารเคมีหลักในการ ทำน้ำยาหรือโลชั่นกันยุง ที่ขาย ในท้องตลาด ปัจจุบันสารเคมี ประเภทนี้ ก่อให้เกิดการแพ้ (hypersensitivity)และ สำหรับ dimethyl pathalate ยังมีความ เป็นพิษ หากเข้าสู่ร่างกายอาจ ก่อให้เกิดการกดระบบประสาทได้ ข้อเสียของผลิตภัณฑ์จากตะไคร้หอม ได้แก่ กลิ่น ซึ่งบางคนอาจจะรู้สึกว่าฉุนเฉียวเกินไป จนทำให้เวียนศรีษะ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่อับลม น้ำมันตะไคร้หอมนี้สามารถนำมาทาตามขาหรือ ขอบโต๊ะ เก้าอื้โครงเหล็กหรือไม้ของประตูหน้าต่างซึ่งเป็นทางผ่านเข้าออก ของยุงเพื่อป้องกันการรบกวนของยุงได้
    ตะไคร้หอมเป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่ขึ้นได้ง่าย ควรปลูกไว้ที่เขตบริเวณ บ้าน หากต้องการจะเตรียมน้ำยากันยุงไว้ใช้เอง สามารถทำได้ด้วยวิธีการ ง่ายๆ โดยการนำมาสับ ตัด หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตำรวมกับเหล้า (เหล้าโรง ของเหลวชนิดที่ติดไฟได้) กรอง แล้วนำส่วนที่กรองได้มาตำกับตะไคร้หอมสับ ใหม่อีกจำนวนหนึ่ง ทำซ้ำกันหลายๆ ครั้ง จนได้กลิ่นหอมของน้ำมันตะไคร้ หอมรุนแรงพอควร ก็จะสามารถนำมาใช้กันยุงได้
 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
kamisama
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1762

Virus Alert!!!!!!!


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 10, 2010, 04:54:08 AM »

ดอกตะไคร้หอม ขึ้นนะครับ เคยทิ้งไว้นานๆ จะขึ้น แต่อัตราขึ้นต่ำจน ต่ำมากๆ ๆ  เอาต้นไปแยกขยายน่ะดีสุดแล้วครับบ 
บันทึกการเข้า
JOJI
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 10, 2010, 02:18:03 PM »

ขอบคุณมากค่ะ ถ้าขึ้นน้อยหรือไม่ขึ้น จะได้แยกต้นเขาแทน เพราะว่าเห็นดอกเขาเยอะมาก เลยลองเพาะดู แต่ไม่ขึ้นเลย
บันทึกการเข้า

JOJI
76 หมู่ที่  6 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา 13130
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: