หน้า: 1 [2] 3 4 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ใครทำฟาร์มเลี้ยงหมูของเบทาโกรบ้าง  (อ่าน 54319 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
narid
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #16 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2010, 11:53:29 AM »

เบทาโกร สาขา สุพรรณบุรี ครอบคุม จ. อ่างทอง อยุธยา กาญจนบุรี ติดต่อ คุณพิสิษฐ์ 081-8750500
สาขาชัยนาท ครอบคุม จ.นครสวรรค์ สิงห์บุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี  ชัยนาท สุพรรณบุรี ติดต่อ คุณไพโรจน์ 081-9461195
สาขา ลพบุรี ครอบคุม จ. ลพบุรี เพชรบูรณ์ สระบุรี นครนายก ติดต่อ คุณธนยศ 081-0057549
บันทึกการเข้า

smit6688
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #17 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2010, 09:17:59 PM »

ผมขอด้วยครับ smit6688_@hotmail.com
บันทึกการเข้า
ดำ เช้าหยุด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 841


เรือใหญ่ต้องออกทะเลลึก


« ตอบ #18 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2010, 01:46:30 PM »

อายุหมูที่จับเข้าโรงเชือด ประมาณ 25 อาทิตย์(นับตั้งแต่เกิด)
ถ้าฟาร์มบริษัทฯ มีแม่พันธุ์ที่ผลิตป้อนโครงการ สมมุติที่  3,000 แม่
จะมีลูกหมูป้อนโครงการปีละ  2.2*3,000*10 = 66,000 ตัวต่อปี
(จำนวนครอกต่อแม่ต่อปี X จำนวนแม่พันธุ์ X จำนวนลูกหย่านมต่อครอก)
ตัวเลขนี้ถือว่า ประสิทธิภาพการเลี้ยงดีมาก  ได้ลูกหมูตกอาทิตย์ละ 1,270 ตัว
  ฉนั้นต้องใช้เล้าเลี้ยง 2 เล้า/1 อาทิตย์ เป็นเวลา 17 อาทิตย์
บ.จะต้องมีเล้าในโครงการ  34 เล้าๆละ6-700ตัว  การตลาดต้องแน่นอน เล้าที่มีอยู่
จึงจะหมุนเวียบบรรจบ ครบรอบการผลิตเป็นปกติ และจะต้องมีเล้าว่างอีก 6 - 7 เล้า
รวมๆก็ 40 เล้า   
   ที่เอาตัวเลขเหล่านี้มาให้ดู  เพื่อประกอบการพิจารณาด้วยว่า หากเราจะเข้าโครงการ
แล้วนับเราเป็นเล้าที่ 41   42   43 ..................   เท่ากับเป็นเล้าเกิน / เล้าว่าง
รอบการผลิตและรายได้ จะไม่ได้ตามวันเวลาที่เรากำหนด แต่รอบการชำระหนี้ ตรงเป๊ะ
    อนึ่งฯ ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขประมาณการ ปรับลดเพิ่ม  ลองคำนวณย้อนกลับได้
ยกตัวอย่าง 1. ถามไปว่า กำลังผลิตลูกหมู เดือนเท่าไหร่
             2. จำนวนเล้า/พื้นที่การเลี้ยง   สอดคล้องกับการผลิตหรือไม่
มีเล้าว่างมากน้อย จะเข้าหมูรอบต่อไปช้าเร็วอย่างไร
             3.ต้องสอดคล้องกับ ยอดขายหมูขุนแต่ละเดือนด้วย


Liked By: Ekachaiyan
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2010, 02:01:43 PM โดย ดำ เช้าหยุด » บันทึกการเข้า
tanagon888
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #19 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2010, 02:29:19 PM »

กำลังสนใจอยู่เหมือนกันคับ ยังไงช่วยติดต่อกลับหาผมด้วยคับ ผม สัน คับ
เบอร์ 054541242

อีเมล์ manu_topfour@hotmail.com

ขอความกรุณาด้วยคับ อยากทราบรายละเอียดมากๆ
บันทึกการเข้า
วัวแก่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49


« ตอบ #20 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2010, 06:43:01 PM »

ผมจะเลี้ยงหมูหลุมที่อุบลแล้วแหละ จะได้ปุ๋ยใส่ยางด้วย เอิงเอย.. ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
eed1980
ทินกรฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 204


ฟาร์มเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วครับ


« ตอบ #21 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2011, 02:08:07 PM »

ผมเลี้ยงสุกรแบบ evap อยู่ครับ ทำมา 5 ปีแล้วครับ เริ่มเลี้ยงกับ บ.เบทาโกร ภาคเหนือครับ
ขนาดโรงเรือน 700 ตัว เริ่มแรกต้องลองผิดลองถูกก่อนครับ เพราะนักวิชาการไม่ค่อยมีความรู้เลย
เลี้ยง ประมาณ 5 เดือน เราลงทุนแค่ฟาร์มประมาณเกือบๆ 2 ล้าน ครับ (กู้มาครับ) ลูกสุกรที่บริษัทนำมาให้
เราเลี้ยง นน.ประมาณ 5.8-6.3 กก. โดยประมาณ จึงต้อง กก ลูกสุกร แรกๆเราไม่มีหัวกก บริษัทก็ใจดีครับ
ไปหาหัวกกแก๊สที่มีสภาพเก่ามากมาให้ พอเลี้ยงไปประมาณ 7 วัน เกิดไฟไหม้ครับเนื่องจากหัวกกสภาพเก่า
 โชคดีที่ไม้แต่ผ้าคลุม เราเลยรีบแจ้งนักวิชาการ เขาก็ดีครับรีบถามกลับเลยว่าหมูของบริษัทเป็นอะไรบ้างครับ
(ห่วงบริษัทดีจัง) แล้วเขาก็ให้ความช่วยเหลือผมโดยช่วยให้ผมได้ผ่อนผ้าคลุมกับบริษัท จากที่ผมผ่อนอุปกรณ์
ของบริษัท บี อินเตอร์ (เป็นบริษัทที่ บ.เบทาโกร ให้เราผ่อนอุปกรณ์ เช่นผ้าคลุม(พลาสติก พัดลม เป็นต้น) ทำให้
ผมต้องติดหนี้จาก 4 งวด เป็น 5 งวด และต้องจ่ายเงินให้กับ ลูกฟาร์มของยริษัท โดยนักวิชาการอ้างว่าของที่สั่งมาให้ไม่ครบ
เลยไปยืมของที่เหลือของลูกเล้าคนอื่นมาก่อน และที่แสบกว่านั้นคือพอผมใช้ผ้าไม่หมดก็มาเอาผ้าที่เหลือกลับไปหมดเลยครับ
สรุปว่าผมต้องเป็นหนี้บริษัทเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 50,000 บาท ผมเลี้ยงหมูกับบริษัทเบทาโกรมา ประมาณ 4 ปี ครับ มีหลายประเด็นที่
ทำให้ผมเป็นหนี้ครับ 1. ลูกหมูที่นำมาเลี้ยง พออายุประมาณ 9-12 สัปดาห์ ก็จะเริ่มตาย มีอาการตาบวม ตายต่อรุ่นประมาณ 50-110 ตัว บริษัทให้เหตุผลว่าเพราะหมูได้รับเชื้อ อีโคไล ในน้ำมากเกินไป เพราะกินน้ำจากสระน้ำ ไม่ใช่น้ำบาดาล ทั้งๆที่ผมใส่คลอรีนตลอด และฟาร์ม แถวๆนั้น(เป็นฟาร์มของบริษัทอื่น ก็กินน้ำจากสระน้ำเหมือนกัน แต่ไม่มีลักษณะอาการของโรคนี้เลย)
2.ในรอบ 4 ปี ที่ผ่านมาบริษัทเปลี่ยนนักวิชาการสัตวบาล 3 คน ซึ่งแต่ละคนไม่มีประสบการณ์การเลี้ยงเลย หรือมีก็คงน้อย และนักวิชาการนี่หล่ะครับทำตัวยังกับเทพ เดี๋ยวให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ สั่งอย่างเดียว มีอยู่ครั้งหนึ่งครับ ตอนนั้นผมไปข้างนอกฟาร์มและฟาร์มเรายังไม่มีคนงานครับ เพราะต้องลดรายจ่ายโดยการทำงานกันเอง คือมีหมูตาย น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม นักวิชาการสั่งให้พ่อและแม่ผมช่วยกันยกหมูที่ตายขึ้นรถของบริษัท แต่ตัวนักวิชาการยืนเก็กหล่อรอดูจนเสร็จ โอ้เยี่ยมมาก ครับ(ขนาดผมทำงานอยู่ปศุสัตว์เขต .. ผมยังไม่เกษตรกรแบบนั้นเลยครับ เทพมากๆๆ)3.ทุกๆรอบที่มีการจับหมู หรือฉีดวัคซีน ถ้าเราไม่มีคนงานอยู่ที่ฟาร์ม เราก็จะต้องช่วยพนักงานจับหมูหรือพนักงานฉีดวัคซีน ครับ มีครั้งหนึ่งผมต้องได้อุ้มลูกหมูประมาณ 7 กก ให้กับพนักงานฉีดวัคซีนฉีดครับ ทั้งที่ไม่ต้องอุ้มก็ได้ แต่นักวิชาการสัตวบาลของบริษัทสั่งมาครับ4.เวลาจับหมู เราต้องได้ช่วยเขาไล่ต้อนหมูครับ และถ้าหมูขึ้นรถแล้วถ้าตายจะถือว่าเป็นความรับผิดชอบของบริษัทไม่ใช่ลูกเล้า แต่มีครั้งหนึ่งหมูตายบนรถ พนักงานที่จับหมูของบริษัทก็กลัวเสียเงิน ผมก็ถามว่าจะให้ผมทำยังไง พนักงานบอกว่าจะตีเป็นหมูตายก่อนขึ้นรถ ถ้าเราไม่ยอมรับก็จะแกล้งทำเป็นว่าจะจับหมูเราช้า(พูดประมาณนี้ครับ)5.หลังจากจับหมูเสร็จช่วงพักเล้า นักวิชาการสัตวบาลก็จะมาสั่งให้เราปรับปรุงเล้าเพิ่มเติมเรื่อยๆ ทั้งที่เรายังไม่ได้รับเงินจากทางบริษัทเลย จะเอาเงินที่ไหนมาปรับปรุงละครับ หนี้ ธกส ก็ต้องจ่าย ทุกปีก็ต้องเสียภาษีโรงเรือน ภาษีบ่อนำเสียให้กับ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาบ อ.บ้านธิ อีก ทั้งๆ ที่ อบต ก็ไม่ได้มาให้ความช่วยเหลืออะไรเราเลย
5.และรุ่นหลังสุด นักวิชาการสัตวบาลบอกให้เราขุดเจาะน้ำบาดาลให้หมูกินครับ ซึ่ง ต้องให้เงินประมาณ 130,000-150,000 บาท(ดูจากคนที่เคยเจาะบริเวณไม่ไกลจากฟาร์มผมครับ) และบอกอีกว่าถ้าไม่เจาะจะไม่นำหมูลงให้ บริษัทพักเล้าผมประมาณ 3 เดือนครับ และไม่มีวี่แววว่าจะนำหมูเข้าให้ผมครับ หนี้ ธกส ก็ต้องจ่ายครับ คนงานก็ต้องกินข้าวครับ(เราเริ่มจ้างคนงานเมื่อเลี้ยงหมูไปประมาณ 3 ปีครับ)6.จับหมูรุ่นสุดท้ายผมถูกกล่าวหาว่าเราทำลูกหมูหายไป 1 ตัว และถูกปรับเงินทั้งๆที่ คนจับหมูก็เช็คหมูก่อนจับแล้วว่าตรงตามยอดครับ
 เราจะตกลงกันว่า(ภายในครอบครัว) เราจะไปเลี้ยงกับ บริษัทใหม่ครับ และหลังจากนั้นก็มีเกษตรกรในเขตที่ผมอยู่ก็โดยเหมือนกันครับ (อ่อผมอยู่เขตบ้านธิ จังหวัดลำพูน ครับท่าน) เกษตรกรรายนั้นถึงกับทุบเล้าแล้วไปซื้อโคนมยกฟาร์มมาเลี้ยงครับ ทั้งที่เกษตรกรรายนั้นเลี้ยงหมูกับเบทาโกรมาประมาณ 8 ปี ผลงานดีมาตลอด แต่บริษัทก็ไม่เอาไว้ครับ
ท่านครับทุกวันนี้เวลาผ่านไป 5 ปี ผมยังเป็นหนี้ ธกส อยู่มากเลยครับ และหลังจากเลิกเลี้ยงหมูของเบทาโกรแล้ว คุณนักวิชาการสัตวบาลก็ยังไปบอกฟาร์มแถวๆนั้นว่าที่พวกผมเลิกเลี้ยงกับทางบริษัทเพราะว่า พวกเรามีปัญหาคือเราแอบนำเอาอาหารของบริษัทไปขายครับ ทั้งๆที่ผมาไม่เคยเลย ครับ เพราะถึงผมเป็นหนี้แต่ผมก็มีศักดิ์ศรีครับ
สุดท้ายนี้ผมขอให้ทุกท่านศึกษาจากกรณีของผมเป็นตัวอย่างครับว่าจะลงทุนอะไรให้คิดดีๆครับ ขนาดผมลงมือทำเองนะครับ (อ่อผมเรียนจบตรีสัตวศาสตร์ และปริญาโทส่งเสริมการเกษตรครับ)ยังไม่สำเร็จเลยเพราะบริษัทไท่มีทางปล่อยให้เรารวยหรอกครับ
และทุกวันนี้ผมทำงานกับกรมปศุสัตว์แห่งหนึ่งทางภาคเหนือตอนบนและผมมีโอกาสไป ประมาณ 8 จังหวัด เมื่อมีเกษตรกรถามผมก็จะตอบอย่างนี้ละครับ ขอบคุณมากครับที่อ่านจนจบครับ
บันทึกการเข้า
wat110
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #22 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2011, 01:10:35 PM »

ผมสนใจในการเลี้ยงสุกรขุน ขอข้อมูลด้วยน่ะ
wat110_ja@hotmail.com
บันทึกการเข้า
คนปลูกผัก
จำหน่ายกระต่าย เนื้อ พ่อ-แม่ พันธุ์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 42

kanyachaifarm@gmail.com


« ตอบ #23 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 08:44:24 PM »

ทำไมมีแต่คนอยากเลี้ยงกับบริษัทเยอะจัง

ทั้งที่ลงทุนสูงหลักล้าน อาหาร ยา ราคา กฏกติกา เขากำหนดหมดเลย

ถ้าเลี้ยงรอดหมดหรือตายน้อยก็กำไรไป อายจัง  แต่ถ้าตายเยอะละขาดทุนเข้าเนื้อ   ลังเล








Liked By: Ekachaiyan
บันทึกการเข้า

ปลูกผักขาย
eed1980
ทินกรฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 204


ฟาร์มเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วครับ


« ตอบ #24 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 09:07:50 PM »

ก็เพราะคนในอยากออก คนนอกอยากเข้าไงครับ
สำหรับผมเลิกเลี้ยงหมูของบริษัทเบทาโกรมา เกือบ 1 ปีแล้วครับ เพราะหลังจากที่เล่าไปถึงบริษัทพักเล้าผมนานถึง 3 เดือนแล้ว แต่หนี้ ธกส.ผมก็ต้องหามาจ่ายครับ และคนของบริษัทเบทาโกรไม่เคยมาดูดำดูดีเลย ครับ และหลังจากติดต่อบริษัทขนาดกลางได้ประมาณ 1 เดือนแล้วบวกกับพิจารณาเรื่องสัญญาการเลี้ยงแล้ว ผมก็ได้มาเริ่มเลี้ยงกับบริษัทใหม่ ซึ่งมีข้อดีกว่าบริษัทเบทาโกรก็คือ
1.น้ำหนักสุกรแรกเข้าของเบทาโกร 5.8-6.3 กกแต่บริษัทใหม่ 20 กก.
2.เบทาโกรต้องมีการอนุบาลหมูซึ่งหมูช่วงอนุบาลจะมีอัตราการตายสูงครับ เล้าผมเคยตายประมาณ 50-100 ตัวแต่บริษัทใหม่งวดที่แล้ว ตาย 8 ตัว งวดนี้กำลังตาย 2 ตัวครับ(เหลือระยะเวลาเลี้ยงอีก ไม่ถึง 1 เดือน
3.เบทาโกรเลี้ยง 5 เดือน หมูประมาณ 700 ตัว เมื่อเลี้ยงครบกำหนดได้เงินประมาณ 180000-200000 แต่รุ่นล่าสุดได้เงิน 140000 บาทครับ
4.บริษัทใหม่เลี้ยง 3 เดือน งวดที่แล้วได้เงิน 130000 บาท
6.ลองคิดดูนะครับว่าบริษัทใหม่เดือนเครื่อง(หมายถึงพัดลมท้ายเล้า 3 เดือน แต่ของเบทาโกรเดิอนเครื่อง 5 เดือนนะครับ
7.การกินอาหารของหมูเบทาโกรกินอาหารแบบเม็ดซึ่งหมูกินได้ไม่เยอะ สู้บริษัทใหม่กินอาหารผงหม฿กินเยอะกว่าครับ(ตามธรรมชาติหมูจะชอบกินอาหารผงผสมกับน้ำมากกว่าครับ ลองมาแล้ว)
8.สัตวบาลที่เข้ามาดูแลฟาร์มของเบทาโกรกับบริษัทใหม่ต่างกันครับ โดยเบทาโกรจะเปลี่ยนคนมาเรื่อยๆและเป็นเด็กจบใหม่ ส่วนบริษัทใหม่เป็นคนที่มีความเข้าใจในระบบวิธีการเลี้ยงดีเพราะมีประสบการณ์มากกว่าครับ
9.ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ลงทุนนะครับแต่ต้องศึกากันให้ดีๆครับ เพราะเราต้องกู้มาลงทุนครับพี่น้องชาวเกษตรพอเพียง


Liked By: Ekachaiyan, It is me
บันทึกการเข้า
นายทิว
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 655


« ตอบ #25 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 09:56:59 PM »

อัตราการลงทุนไม่ค่อยคุ้มค่าเลยนะครับ ลงทุน 1800000 แต่ได้ 3เดือน 130000 ไม่คิดดอกเบี้ย อัตราการคืนทุน (ไม่รวมการพักเล้า) ก็ปาเข้าไปเกือบ 3.5ปีแล้วนะครับ ผมว่าเป็นการลงทุนที่ไม่ค่อยน่าเสี่ยงเท่าไรเลยครับ

แล้วถ้าเป็นการเลี้ยงแบบไม่ลง EVAP แต่ลงจำนวนน้อย ไม่ทราบว่าอัตราการลงทุนจะดีกว่าหรือไม่ครับ

ขอบคุณครับ
 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
eed1980
ทินกรฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 204


ฟาร์มเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วครับ


« ตอบ #26 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 11:17:26 PM »

ปัญหาอยู่ที่เบทาโกรและซีพีไม่ลงเล้า Evap ให้เราครับ
ต้องหารบริษัทขนาดกลางที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าครับ
บันทึกการเข้า
นายทิว
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 655


« ตอบ #27 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 12:06:46 AM »

หมายความว่าบริษัทขนาดกลางนี่จะไม่จำเป็นต้องสร้างโรง EVAP ใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะคุ้มทุนนะครับ
 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
กบ ณ บ้านดุง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 844


« ตอบ #28 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 10:33:49 AM »

ข้อดีข้อเดียวของการเลี้ยงกับบริษัท คือไม่ต้องทำการตลาดเอง ส่วนผลตอบแทน กำไร จุดคุ้มทุน สู้เลี้ยงเองไม่ได้แน่นอนครับ
บันทึกการเข้า

"สิ่งที่สำคัญกว่าความสำเร็จ คือการเริ่มลงมือทำ"
jukkid.v@gpo.or.th
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66


« ตอบ #29 เมื่อ: กันยายน 18, 2011, 06:53:20 PM »

ผมเองอ่านดูข้อมูลแล้ว  น่าเห็นใจพวกคุณจริง ๆ นะครับ  (ดูซิไอ้พวกเจ้าของบริษัทมันรวยเอา ๆ ติดอันดับประเทศเลย เพราะว่าสุมหัวเอาแต่ประโยชน์และคอยหลอกลวง อย่าเลยพวกเรา  ทำเองดีกว่า  พอเพียงดีที่สุด
บันทึกการเข้า
somsaksri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 258


« ตอบ #30 เมื่อ: กันยายน 18, 2011, 09:25:37 PM »

ผมอยู่นครปฐมมีที่แถวหนองงูเหลือมรู้จักลุงคนหนึ่งเมื่อก่อนเลี้ยงแม่หมูขายลูกก้อพออยู่ได้แต่ไม่เหลือแกเลยหันมาเลี้ยงหมูขุนของอนันต์ฟาร์มค่าเลี้ยงตัวละ 80บาทเลี้ยง2เดือนแกลงหมู 500ตัวครับ เล้าเปิดธรรมดา อาหาร ยาเขาเอามาให้หมดแกทำคนเดียวครับเหลือ20000ต่อเดือนพอไหวไหมครับ
บันทึกการเข้า
smokietor
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


ธรรศศักดิ์ อิสสระประทีป


« ตอบ #31 เมื่อ: กันยายน 19, 2011, 11:26:29 AM »

ผมเลี้ยงสุกรแบบ evap อยู่ครับ ทำมา 5 ปีแล้วครับ เริ่มเลี้ยงกับ บ.เบทาโกร ภาคเหนือครับ
ขนาดโรงเรือน 700 ตัว เริ่มแรกต้องลองผิดลองถูกก่อนครับ เพราะนักวิชาการไม่ค่อยมีความรู้เลย
เลี้ยง ประมาณ 5 เดือน เราลงทุนแค่ฟาร์มประมาณเกือบๆ 2 ล้าน ครับ (กู้มาครับ) ลูกสุกรที่บริษัทนำมาให้
เราเลี้ยง นน.ประมาณ 5.8-6.3 กก. โดยประมาณ จึงต้อง กก ลูกสุกร แรกๆเราไม่มีหัวกก บริษัทก็ใจดีครับ
ไปหาหัวกกแก๊สที่มีสภาพเก่ามากมาให้ พอเลี้ยงไปประมาณ 7 วัน เกิดไฟไหม้ครับเนื่องจากหัวกกสภาพเก่า
 โชคดีที่ไม้แต่ผ้าคลุม เราเลยรีบแจ้งนักวิชาการ เขาก็ดีครับรีบถามกลับเลยว่าหมูของบริษัทเป็นอะไรบ้างครับ
(ห่วงบริษัทดีจัง) แล้วเขาก็ให้ความช่วยเหลือผมโดยช่วยให้ผมได้ผ่อนผ้าคลุมกับบริษัท จากที่ผมผ่อนอุปกรณ์
ของบริษัท บี อินเตอร์ (เป็นบริษัทที่ บ.เบทาโกร ให้เราผ่อนอุปกรณ์ เช่นผ้าคลุม(พลาสติก พัดลม เป็นต้น) ทำให้
ผมต้องติดหนี้จาก 4 งวด เป็น 5 งวด และต้องจ่ายเงินให้กับ ลูกฟาร์มของยริษัท โดยนักวิชาการอ้างว่าของที่สั่งมาให้ไม่ครบ
เลยไปยืมของที่เหลือของลูกเล้าคนอื่นมาก่อน และที่แสบกว่านั้นคือพอผมใช้ผ้าไม่หมดก็มาเอาผ้าที่เหลือกลับไปหมดเลยครับ
สรุปว่าผมต้องเป็นหนี้บริษัทเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 50,000 บาท ผมเลี้ยงหมูกับบริษัทเบทาโกรมา ประมาณ 4 ปี ครับ มีหลายประเด็นที่
ทำให้ผมเป็นหนี้ครับ 1. ลูกหมูที่นำมาเลี้ยง พออายุประมาณ 9-12 สัปดาห์ ก็จะเริ่มตาย มีอาการตาบวม ตายต่อรุ่นประมาณ 50-110 ตัว บริษัทให้เหตุผลว่าเพราะหมูได้รับเชื้อ อีโคไล ในน้ำมากเกินไป เพราะกินน้ำจากสระน้ำ ไม่ใช่น้ำบาดาล ทั้งๆที่ผมใส่คลอรีนตลอด และฟาร์ม แถวๆนั้น(เป็นฟาร์มของบริษัทอื่น ก็กินน้ำจากสระน้ำเหมือนกัน แต่ไม่มีลักษณะอาการของโรคนี้เลย)
2.ในรอบ 4 ปี ที่ผ่านมาบริษัทเปลี่ยนนักวิชาการสัตวบาล 3 คน ซึ่งแต่ละคนไม่มีประสบการณ์การเลี้ยงเลย หรือมีก็คงน้อย และนักวิชาการนี่หล่ะครับทำตัวยังกับเทพ เดี๋ยวให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ สั่งอย่างเดียว มีอยู่ครั้งหนึ่งครับ ตอนนั้นผมไปข้างนอกฟาร์มและฟาร์มเรายังไม่มีคนงานครับ เพราะต้องลดรายจ่ายโดยการทำงานกันเอง คือมีหมูตาย น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม นักวิชาการสั่งให้พ่อและแม่ผมช่วยกันยกหมูที่ตายขึ้นรถของบริษัท แต่ตัวนักวิชาการยืนเก็กหล่อรอดูจนเสร็จ โอ้เยี่ยมมาก ครับ(ขนาดผมทำงานอยู่ปศุสัตว์เขต .. ผมยังไม่เกษตรกรแบบนั้นเลยครับ เทพมากๆๆ)3.ทุกๆรอบที่มีการจับหมู หรือฉีดวัคซีน ถ้าเราไม่มีคนงานอยู่ที่ฟาร์ม เราก็จะต้องช่วยพนักงานจับหมูหรือพนักงานฉีดวัคซีน ครับ มีครั้งหนึ่งผมต้องได้อุ้มลูกหมูประมาณ 7 กก ให้กับพนักงานฉีดวัคซีนฉีดครับ ทั้งที่ไม่ต้องอุ้มก็ได้ แต่นักวิชาการสัตวบาลของบริษัทสั่งมาครับ4.เวลาจับหมู เราต้องได้ช่วยเขาไล่ต้อนหมูครับ และถ้าหมูขึ้นรถแล้วถ้าตายจะถือว่าเป็นความรับผิดชอบของบริษัทไม่ใช่ลูกเล้า แต่มีครั้งหนึ่งหมูตายบนรถ พนักงานที่จับหมูของบริษัทก็กลัวเสียเงิน ผมก็ถามว่าจะให้ผมทำยังไง พนักงานบอกว่าจะตีเป็นหมูตายก่อนขึ้นรถ ถ้าเราไม่ยอมรับก็จะแกล้งทำเป็นว่าจะจับหมูเราช้า(พูดประมาณนี้ครับ)5.หลังจากจับหมูเสร็จช่วงพักเล้า นักวิชาการสัตวบาลก็จะมาสั่งให้เราปรับปรุงเล้าเพิ่มเติมเรื่อยๆ ทั้งที่เรายังไม่ได้รับเงินจากทางบริษัทเลย จะเอาเงินที่ไหนมาปรับปรุงละครับ หนี้ ธกส ก็ต้องจ่าย ทุกปีก็ต้องเสียภาษีโรงเรือน ภาษีบ่อนำเสียให้กับ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาบ อ.บ้านธิ อีก ทั้งๆ ที่ อบต ก็ไม่ได้มาให้ความช่วยเหลืออะไรเราเลย
5.และรุ่นหลังสุด นักวิชาการสัตวบาลบอกให้เราขุดเจาะน้ำบาดาลให้หมูกินครับ ซึ่ง ต้องให้เงินประมาณ 130,000-150,000 บาท(ดูจากคนที่เคยเจาะบริเวณไม่ไกลจากฟาร์มผมครับ) และบอกอีกว่าถ้าไม่เจาะจะไม่นำหมูลงให้ บริษัทพักเล้าผมประมาณ 3 เดือนครับ และไม่มีวี่แววว่าจะนำหมูเข้าให้ผมครับ หนี้ ธกส ก็ต้องจ่ายครับ คนงานก็ต้องกินข้าวครับ(เราเริ่มจ้างคนงานเมื่อเลี้ยงหมูไปประมาณ 3 ปีครับ)6.จับหมูรุ่นสุดท้ายผมถูกกล่าวหาว่าเราทำลูกหมูหายไป 1 ตัว และถูกปรับเงินทั้งๆที่ คนจับหมูก็เช็คหมูก่อนจับแล้วว่าตรงตามยอดครับ
 เราจะตกลงกันว่า(ภายในครอบครัว) เราจะไปเลี้ยงกับ บริษัทใหม่ครับ และหลังจากนั้นก็มีเกษตรกรในเขตที่ผมอยู่ก็โดยเหมือนกันครับ (อ่อผมอยู่เขตบ้านธิ จังหวัดลำพูน ครับท่าน) เกษตรกรรายนั้นถึงกับทุบเล้าแล้วไปซื้อโคนมยกฟาร์มมาเลี้ยงครับ ทั้งที่เกษตรกรรายนั้นเลี้ยงหมูกับเบทาโกรมาประมาณ 8 ปี ผลงานดีมาตลอด แต่บริษัทก็ไม่เอาไว้ครับ
ท่านครับทุกวันนี้เวลาผ่านไป 5 ปี ผมยังเป็นหนี้ ธกส อยู่มากเลยครับ และหลังจากเลิกเลี้ยงหมูของเบทาโกรแล้ว คุณนักวิชาการสัตวบาลก็ยังไปบอกฟาร์มแถวๆนั้นว่าที่พวกผมเลิกเลี้ยงกับทางบริษัทเพราะว่า พวกเรามีปัญหาคือเราแอบนำเอาอาหารของบริษัทไปขายครับ ทั้งๆที่ผมาไม่เคยเลย ครับ เพราะถึงผมเป็นหนี้แต่ผมก็มีศักดิ์ศรีครับ
สุดท้ายนี้ผมขอให้ทุกท่านศึกษาจากกรณีของผมเป็นตัวอย่างครับว่าจะลงทุนอะไรให้คิดดีๆครับ ขนาดผมลงมือทำเองนะครับ (อ่อผมเรียนจบตรีสัตวศาสตร์ และปริญาโทส่งเสริมการเกษตรครับ)ยังไม่สำเร็จเลยเพราะบริษัทไท่มีทางปล่อยให้เรารวยหรอกครับ
และทุกวันนี้ผมทำงานกับกรมปศุสัตว์แห่งหนึ่งทางภาคเหนือตอนบนและผมมีโอกาสไป ประมาณ 8 จังหวัด เมื่อมีเกษตรกรถามผมก็จะตอบอย่างนี้ละครับ ขอบคุณมากครับที่อ่านจนจบครับ


ที่บ้านผมเคยเลี้ยงไก่กับที่นี่มาก่อน ความรู้สึกไม่แตกต่างไปจากท่านที่เล่ามาเลยครับ เขาสั่งอย่างเดียว.... ซื้อ .... ซื้อ .... ตลอด
ตอนนี้เลิกเลี้ยงไปเรียบร้อยแล้วครับ ตอนแรกมาอย่างง้อสุดๆ พอลงทุนแล้วแทบจะกลายเป็นขี้ข้าเลยทีเดียว


Liked By: farmer by finger
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2] 3 4 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: